fbpx

ใครกันแน่ที่คนไทยเชื่อในเวทีเลือกตั้ง: ประเทศเดียว ความจริงคนละชุด

เมื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้มองหานโยบายที่ดีที่สุด แต่กำลังมองหาใครสักคนที่ “น่าเชื่อถือพอ” ในโลกที่ไม่ไว้ใจกัน ภาพของการหาเสียงเลือกตั้งในวันนี้ เต็มไปด้วยเวทีปราศรัย เสียงสโลแกน และนโยบายที่ถูกยกขึ้นมาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น แต่ใต้ภาพคึกคักนั้น กลับมีบางอย่างกำลังเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ

ไม่ใช่เพราะประชาชนไม่สนใจการเมือง แต่เพราะพวกเขา ไม่แน่ใจว่าจะเชื่อใครได้อีก

ได้มีโอกาสอ่าน รายงาน Edelman Trust Barometer 2026 แม้รายงานฉบับบนี้ ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่ออธิบายการเมืองไทยโดยตรง แต่พบว่ามันสะท้อน “อารมณ์ร่วม” ของสังคมไทยในห้วงเวลานี้ได้อย่างน่าดี โลกกำลังอยู่ในยุคที่เรียกว่า Trust Amid Insularity ยุคที่ผู้คนถอยกลับไปเชื่อเฉพาะคนที่คิดเหมือนกัน และปิดประตูใส่ความเห็นที่แตกต่าง

และนั่นคือฉากหลังของการเลือกตั้งครั้งนี้

การเมือง

ประเทศเดียวกัน แต่ความจริงคนละชุด

หนึ่งในข้อมูลที่ “แรงที่สุด” สำหรับประเทศไทย จากรายงาน คือเรื่อง “ช่องว่างความไว้วางใจ” ช่องว่างระหว่างคนรายได้สูงและรายได้ต่ำ กว้างถึง 20 จุด ซึ่งจัดว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แต่สะท้อนว่า คนไทยกำลังใช้ชีวิตอยู่กับชุดความจริงที่ต่างกัน

คนกลุ่มหนึ่งยังเชื่อว่าสถาบันหลัก ได้แก่ รัฐบาล ธุรกิจ สื่อ พอจะพึ่งพาได้ ขณะที่อีกกลุ่มรู้สึกว่าระบบเหล่านี้ไม่เคยอยู่ข้างพวกเขาเลย ในบริบทแบบนี้ การเมืองที่พยายามสื่อสารด้วยข้อความเดียวกับทุกคน จึงฟังดูห่างไกล และบางครั้งก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกว่า “นักการเมืองไม่เข้าใจชีวิตจริงของฉัน”

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้แตกแยก แต่กำลังปิดหู ปิดตา

Edelman ใช้คำว่า Insularity เพื่ออธิบายปรากฏการณ์สำคัญของโลกยุคนี้ ผู้คนไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดฝ่ายตรงข้าม แต่ลังเลที่จะไว้วางใจ “ใครก็ตามที่แตกต่าง”

7 ใน 10 คนทั่วโลกยอมรับว่า พวกเขาไม่สบายใจที่ จะเชื่อคนที่มีค่านิยม แหล่งข้อมูล หรือวิธีแก้ปัญหาสังคมต่างออกไป

นี่ไม่ใช่ความเกลียดชังแบบเปิดหน้า แต่คือการ ถอยกลับไปสู่ความไว้วางใจ ความเชื่อจากคนใกล้ตัว เชื่อชุมชนเล็กๆ และปิดรับเสียงจากภายนอก ในสนามการเมือง สิ่งนี้ทำให้การพูดถึง “ประเทศชาติ” ในภาพใหญ่ มีพลังน้อยกว่าการพูดถึง ค่าใช้จ่ายปลายเดือน งานที่ไม่มั่นคง หรืออนาคตของลูกหลาน

อำนาจทางการเมืองย้ายจากเวทีใหญ่ สู่บทสนทนาเล็กๆ

รายงานชี้ชัดว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นต่อผู้นำรัฐบาลและสื่อระดับชาติถดถอยลง ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อ คนใกล้ตัว กลับเพิ่มขึ้น โดยผู้คนเชื่อเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน แม้กระทั่งหัวหน้างานหรือ CEO ที่พวกเขาเห็นการตัดสินใจในชีวิตจริง มากกว่าผู้นำที่ปรากฏตัวผ่านจอ นี่คือเหตุผลที่การเมืองแบบสั่งการจากบนลงล่าง เริ่มไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

อิทธิพลทางการเมืองในวันนี้ เกิดขึ้นในที่ทำงาน ในชุมชน ในวงสนทนาเล็กๆ ไม่ใช่แค่บนเวทีใหญ่หรือหน้าจอโทรทัศน์

ความกลัวคืออารมณ์หลักของยุคสมัย

อีกสิ่งหนึ่งที่รายงานย้ำชัด คืออารมณ์ร่วมของสังคมในวันนี้ไม่ใช่ความหวัง แต่คือ ความกลัว มีเพียงส่วนน้อยของผู้คนที่เชื่อว่าคนรุ่นถัดไปจะมีชีวิตที่ดีกว่า ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ การตกงาน เทคโนโลยี และข้อมูลเท็จ กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและจับต้องได้

การเมืองที่พูดถึงอนาคตสวยงาม โดยไม่ยอมรับความเปราะบางในปัจจุบัน จึงฟังดูไม่จริงใจสำหรับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมาก ในยุคนี้ คนไม่คาดหวังผู้นำที่ “มั่นใจตลอดเวลา” แต่คาดหวังผู้นำที่ เข้าใจความกลัวของพวกเขาอย่างแท้จริง

เมื่อการเลือกข้างไม่ใช่คำตอบเดียว

ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจที่สุดของ Edelman Trust Barometer 2026 คือแนวคิด Trust Brokering การเป็น “ผู้ประสานความไว้วางใจ” ระหว่างกลุ่มที่ไม่เชื่อใจกัน แทนที่จะเร่งเร้าให้ผู้คนเลือกฝ่าย รายงานชี้ว่าผู้คนต้องการผู้นำที่

  • ลดวาทกรรมกล่าวโทษ
  • สื่อสารอย่างสุภาพและสร้างสรรค์
  • และทำให้ความเห็นต่างไม่กลายเป็นความเกลียดชัง

ในสังคมที่แตกแยก จุดยืนที่ทรงพลังที่สุด อาจไม่ใช่การโจมตีฝ่ายตรงข้าม แต่คือการทำให้ผู้คนรู้สึกว่า แม้คิดต่าง แต่ยังมีที่ยืนร่วมกัน

การเลือกตั้งในโลกที่ไม่ไว้ใจกัน

การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้ตัดสินแค่ว่าใครจะได้บริหารประเทศ แต่กำลังตัดสินว่า การเมืองไทยจะเลือกเดินไปทางไหน จะเป็นการเมืองที่ใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือ หรือการเมืองที่กล้าฟื้นฟูความเชื่อมั่นในสังคมที่อ่อนล้า เพราะในที่สุดแล้ว ประเทศไม่ได้แตกสลายเพราะความเห็นต่าง แต่แตกสลายเมื่อเรา ไม่เชื่อใจกันพอจะอยู่ร่วมกันได้

และคำถามสำคัญของยุคสมัยนี้จึงไม่ใช่ ใครจะชนะการเลือกตั้ง แต่คือ

ใครจะกล้าสร้างความไว้ใจ ในวันที่การเมืองเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

รายงาน Edelman Trust Barometer 2026 https://www.edelman.com/trust/2026/trust-barometer


FAQs:

Q1: ทำไมการเลือกตั้งปี 2026 จึงถูกมองว่าเป็น “บททดสอบความเชื่อมั่น” มากกว่าการแข่งขันเชิงนโยบาย
A1: เพราะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมากไม่แน่ใจว่าใครควรเชื่อ ท่ามกลางความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ และข้อมูลที่ขัดแย้งกัน นโยบายอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอหากไม่มาพร้อมความน่าเชื่อถือ

Q2: ช่องว่างความไว้วางใจระหว่างคนรวยกับคนจนของไทยสะท้อนอะไรทางการเมือง
A2: สะท้อนว่าคนไทยกำลังมองสถาบันรัฐ ธุรกิจ และสื่อจาก “โลกความจริงที่ต่างกัน” ทำให้การสื่อสารทางการเมืองแบบข้อความเดียวใช้กับทุกกลุ่มไม่ได้ผล

Q3: Insularity หรือภาวะถอยกลับสู่ความโดดเดี่ยวคืออะไร
A3: คือภาวะที่ผู้คนลังเลหรือไม่เต็มใจจะไว้วางใจคนที่คิดต่างจากตนเอง ส่งผลให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งปิดรับข้อมูลจากนอกกลุ่มของตนมากขึ้น

Q4: ภาวะ Insularity ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอย่างไร
A4: ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเชื่อคนใกล้ตัว ชุมชน หรือกลุ่มที่เหมือนตนเองมากกว่าสถาบันหรือผู้นำระดับชาติ และเปิดรับข้อมูลจากมุมมองที่หลากหลายน้อยลง

Q5: ทำไมความไว้วางใจจึงย้ายจากผู้นำประเทศไปสู่คนใกล้ตัว
A5: เพราะผู้คนมีประสบการณ์ตรงกับคนใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน ทำให้เห็นการกระทำจริงมากกว่าคำพูดผ่านสื่อ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในระดับท้องถิ่นเพิ่มขึ้น

Q6: ความกลัวมีบทบาทอย่างไรในการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชน
A6: ความกลัวเรื่องเศรษฐกิจ งาน เทคโนโลยี และข้อมูลเท็จ เป็นอารมณ์หลักที่กำหนดการรับสารและการตัดสินใจ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจึงให้ความสำคัญกับผู้นำที่เข้าใจความไม่มั่นคงเหล่านี้

Q7: เหตุใดการสื่อสารเชิงโจมตีหรือสร้างศัตรูจึงเสี่ยงต่อการเมืองยุคนี้
A7: เพราะยิ่งตอกย้ำความแตกแยกและเร่งภาวะ Insularity ทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เหนื่อยล้ากับความขัดแยกรู้สึกไม่ไว้วางใจนักการเมืองมากขึ้น

Q8: Trust Brokering คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไร
A8: Trust Brokering คือการทำหน้าที่เป็นผู้ประสานความไว้วางใจระหว่างกลุ่มที่ไม่เชื่อใจกัน โดยไม่บังคับให้เห็นเหมือนกัน แต่ลดความตึงเครียดและหาจุดร่วมในการอยู่ร่วมกัน

Q9: พรรคการเมืองควรปรับกลยุทธ์การหาเสียงอย่างไรในบริบทนี้
A9: ควรลดการสื่อสารแบบบนลงล่าง หันมาให้ความสำคัญกับระดับพื้นที่ ผู้นำชุมชน และการสื่อสารที่สอดคล้องกับความจริงและความกังวลของแต่ละกลุ่มเศรษฐกิจ

Q10: บทเรียนสำคัญที่สุดจาก Edelman Trust Barometer 2026 สำหรับการเมืองไทยคืออะไร
A10: ชัยชนะทางการเมืองในยุคนี้ไม่ได้มาจากการเลือกข้างที่ชัดเจนที่สุด แต่จากความสามารถในการสร้างและฟื้นฟูความเชื่อมั่นในสังคมที่แตกแยกและไม่ไว้ใจกัน


Author

  • Sarawut Burapapat

    สราวุ​ธ บูรพาพัธ เป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสารให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง มีประสบการณ์ด้านการสื่อสารในธุรกิจพลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจความงาม ธุรกิจบริการ และศูนย์การเรียนรู้ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติกว่า 20 ปี มีความเชี่ยวชาญในการวางแผนการสื่อสารแบบองค์รวม เพื่อสนับสนุนแผนการตลาดหรือสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร รวมทั้ง บริหารจัดการสื่อสารภาวะวิกฤต

    กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาการจัดการบริหารธุรกิจ
    จบการศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *