ลดหวาน ไม่ต้องรอให้ป่วย เมื่อความหวานวันนี้อาจเพิ่มความเสี่ยง “โรคอ้วนและเบาหวาน”

ชาไข่มุกแก้วโปรด น้ำอัดลมหลังอาหาร หรือขนมหวานเติมความสุข อาจดูเป็นเรื่องเล็กในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อความหวานกลายเป็นความเคยชิน สิ่งที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนัก เพราะการบริโภคน้ำตาลและอาหารที่ให้พลังงานสูงเป็นประจำ อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคเบาหวาน

ความหวานมีเสน่ห์ตรงที่ให้ความสุขได้ง่ายและรวดเร็ว หลายคนจึงมีเครื่องดื่มหวานหรือขนมเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรโดยแทบไม่รู้ตัว แต่ในมุมสุขภาพ สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การถามว่า “กินหวานได้หรือไม่ได้” หากเป็นการมองภาพรวมว่าเรากำลังรับประทานอะไร ปริมาณเท่าไร และใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละวัน

พญ.ภัทรวรรณ โกมุทบุตร (ว.50641) อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลหัวเฉียว อธิบายว่า การเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยควรลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง พร้อมเลือกแหล่งคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสม

เบาหวาน

กินหวาน ไม่ได้แปลว่าจะเป็นเบาหวานทันที

ความเข้าใจหนึ่งที่ควรแยกให้ชัดคือ การรับประทานของหวานไม่ได้ทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นผู้ป่วยเบาหวานทันที

แต่หากรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและให้พลังงานสูงเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น น้ำหนักเกิน และการออกกำลังกายน้อย พฤติกรรมเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ ดังนั้น การป้องกันจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการ “เลิกหวานทุกอย่าง” ในวันเดียว แต่อาจเริ่มจากการรู้ว่าความหวานและพลังงานส่วนเกินซ่อนอยู่ตรงไหนในชีวิตประจำวัน และค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม

ไม่ใช่แค่น้ำตาล แต่ต้องมอง “คาร์โบไฮเดรต” ให้เป็น

เมื่อพูดถึงการควบคุมระดับน้ำตาล หลายคนอาจนึกถึงน้ำตาลทรายหรือขนมหวานเป็นอันดับแรก แต่คาร์โบไฮเดรตที่เรารับประทานในแต่ละมื้อก็มีความสำคัญเช่นกัน

พญ.ภัทรวรรณแนะนำให้เลือกคาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น ข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีต รวมถึงเลือกรับประทานผลไม้ที่ไม่หวานจัดในปริมาณที่เหมาะสม หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่คำว่า “เลือก” และ “พอดี” มากกว่าการมองอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นผู้ร้าย

น้ำหนักเกิน เชื่อมโยงกับการควบคุมน้ำตาลอย่างไร

อีกหนึ่งปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญคือน้ำหนักตัว

น้ำหนักเกินและโรคอ้วนอาจสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งหมายถึงภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทำได้ยากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดการป้องกันเบาหวานจึงไม่ควรมองเฉพาะปริมาณน้ำตาลในกาแฟหนึ่งแก้ว แต่ควรมองพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม ตั้งแต่อาหาร น้ำหนักตัว ไปจนถึงกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน

ความเครียดก็เกี่ยวกับระดับน้ำตาล

สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ “ความเครียด”

พญ.ภัทรวรรณระบุว่า ความเครียดสามารถกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งมีส่วนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นได้ การดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงเบาหวานจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องอาหารและการออกกำลังกายเท่านั้น แต่การจัดการความเครียดและการดูแลสุขภาวะโดยรวมก็เป็นอีกส่วนที่ไม่ควรมองข้าม

เริ่มต้นง่าย ๆ จาก 4 เรื่องในชีวิตประจำวัน

สำหรับคนที่อยากเริ่มดูแลตัวเอง ไม่จำเป็นต้องรอให้ตรวจพบระดับน้ำตาลผิดปกติแล้วจึงค่อยเปลี่ยนพฤติกรรม

หลักง่าย ๆ สามารถเริ่มจาก 4 เรื่อง ได้แก่ ลดหวาน เลือกอาหารให้เหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

พญ.ภัทรวรรณแนะนำการออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น หากมอง 150 นาทีแล้วรู้สึกว่าเป็นตัวเลขใหญ่ ลองแบ่งออกเป็นวันละประมาณ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ ก็จะเห็นว่าเป็นเป้าหมายที่สามารถค่อย ๆ นำเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันได้

ท้ายที่สุด การดูแลสุขภาพอาจไม่ได้หมายถึงการห้ามตัวเองจากความสุขทุกอย่าง แต่คือการรู้ว่าอะไรควรกินมาก อะไรควรกินน้อย และเมื่อไรที่พฤติกรรมเล็ก ๆ กำลังกลายเป็นความเคยชินที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

เพราะการลดความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่เสมอไป บางครั้งอาจเริ่มง่าย ๆ จากการ หวานให้น้อยลงอีกนิด ขยับร่างกายให้มากขึ้นอีกหน่อย และทำให้ต่อเนื่อง

ข้อมูลทางการแพทย์: พญ.ภัทรวรรณ โกมุทบุตร (ว.50641) อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลหัวเฉียว

Author

  • PR Matter

    เบื้องหลังบทความคุณภาพทุกชิ้นบน พีอาร์แมทเทอร์ (PR Matter Editorial Team) คือ ทีมกองบรรณาธิการที่รวมตัวกันจากนักเขียน นักข่าว นักพีอาร์ และครีเอทีฟผู้มีประสบการณ์จริงในวงการสื่อสาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    ด้วยความมุ่งมั่นในการ “อัปเดตองค์ความรู้ เชื่อมโยงกลยุทธ์ สร้างแรงบันดาลใจ” ให้กับนักสื่อสาร นักพีอาร์ นักการตลาด และผู้นำองค์กรทั่วประเทศ พวกเราจึงใส่ใจในทุกถ้อยคำ ตรวจสอบทุกข้อมูล และเขียนทุกบทความด้วยหัวใจของมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญของทีม ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ การสื่อสารองค์กร การจัดการวิกฤต ไปจนถึงการเล่าเรื่องแบบเจาะลึก ทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงสร้างสรรค์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *