The Key Message
- ผลสำรวจที่ Ipsos จัดทำให้ Match Group พบว่า 85% ของผู้ตอบแบบสำรวจคนโสดในไทยมีช่วงที่รู้สึกเหงาบ้าง ขณะที่ 72% ต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย
- ข้อมูลสะท้อนโจทย์สำหรับนักสื่อสารว่า การเข้าถึงผู้คนกับการทำให้ผู้คนรู้สึกได้รับความเข้าใจ เป็นผลลัพธ์ที่ต้องออกแบบและวัดแยกกัน
- การนำประเด็นความเหงามาสื่อสารต้องเคารพความหลากหลายของชีวิตคนโสด พร้อมแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยได้อย่างไร
เมื่อโลกยุคใหม่ เพียงแค่มีโทรศัพท์ ก็ทำให้เราเริ่มบทสนทนากับใครสักคนได้ภายในไม่กี่วินาที แต่การมีคนคุยด้วยไม่ได้รับประกันว่าเราจะรู้สึกได้รับความเข้าใจ

ช่องว่างระหว่างการติดต่อถึงกันกับความรู้สึกใกล้ชิด ปรากฏอยู่ในผลสำรวจที่ Tinder และ Match Group พบว่า 85% ของคนโสดไทยในกลุ่มตัวอย่างยอมรับว่ามีช่วงที่รู้สึกเหงาบ้างในบางเวลา ขณะเดียวกัน 62% ยังคงพยายามสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ และ 72% ต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย มากกว่าการมีความสัมพันธ์จำนวนมากแต่ผิวเผิน
สำหรับคนทำงานสื่อสาร ข้อมูลชุดนี้กำลังจะบอกอะไรมากกว่า แอปหาคู่ เมื่อผู้คนต้องการคุณภาพของความสัมพันธ์มากขึ้น แบรนด์จะสร้างการมีส่วนร่วมที่ตอบความต้องการนั้นได้อย่างไร
อ่านความเหงาให้ตรงความหมาย ก่อนขยายเป็นพาดหัว
ผลสำรวจ Match Group Asia Human Connection Survey จัดทำโดย Ipsos ในนามของ Match Group ผ่านแบบสำรวจออนไลน์ในกลุ่มคนโสดอายุ 18–45 ปี ประมาณประเทศละ 1,000 คน ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และไทย รวมประมาณ 4,000 คน เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 30 เมษายนถึง 19 พฤษภาคม 2569
ตัวเลข 85% หมายถึงผู้ตอบแบบสำรวจคนโสดในไทยที่ระบุว่ามีช่วงรู้สึกเหงาบ้าง ไม่ได้หมายความว่าคนไทย 85% เหงาตลอดเวลา
เช่นเดียวกัน การสำรวจคนโสดไม่ได้พิสูจน์ว่าการเป็นโสดทำให้เหงา หรือการมีคู่เป็นคำตอบสำหรับทุกคน การสื่อสารที่ข้ามข้อจำกัดเหล่านี้อาจสร้างความสนใจได้เร็ว แต่เสี่ยงทำให้คนเข้าใจข้อมูลผิดและตอกย้ำภาพเหมารวมของคนโสด

ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เป็นโจทย์ที่ลึกกว่าการพบคนใหม่
ตัวเลข 72% ที่ต้องการความสัมพันธ์ลึกซึ้ง เปิดมุมมองให้แบรนด์พิจารณาคุณภาพของประสบการณ์ที่มอบให้ผู้คน
หากวิเคราะห์ให้ดี การเข้าร่วมกลุ่ม การติดตามเพจ หรือการตอบความคิดเห็น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ส่วนความรู้สึกว่าได้รับการรับฟัง สามารถเป็นตัวเอง และได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ ต้องอาศัยประสบการณ์ที่ต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น ชุมชนออนไลน์ของแบรนด์อาจมีสมาชิกจำนวนมาก แต่สมาชิกใหม่อาจไม่กล้าถามคำถาม เพราะกังวลว่าจะถูกตำหนิ กิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมเต็มพื้นที่ก็อาจเปิดโอกาสให้เฉพาะคนที่รู้จักกันอยู่แล้วได้พูดคุย ส่วนคนที่มาคนเดียวกลับออกไปโดยไม่ได้รู้จักใครเพิ่ม
โจทย์ของนักสื่อสารจึงอยู่ที่การออกแบบรายละเอียด ตั้งแต่วิธีต้อนรับ การชวนสนทนา กติกาของชุมชน ไปจนถึงการดูแลเมื่อเกิดความขัดแย้ง รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้คำว่า “พื้นที่สำหรับทุกคน” มีความหมายในประสบการณ์จริง

เทคโนโลยีเปิดโอกาส แต่ความไว้วางใจต้องมีหลักฐาน
จากข้อมูลวิจัย 46% ของผู้ตอบแบบสำรวจคนโสดในไทยเคยใช้แอปหาคู่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และ 46% ระบุว่าการยืนยันตัวตนของโปรไฟล์และมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มแข็งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้แอป
ตัวเลขด้านความปลอดภัยชี้ประเด็นที่นักสื่อสารสามารถนำไปใช้ได้โดยตรง เมื่อแบรนด์เชิญให้ผู้คนเปิดเผยตัวตน เริ่มความสัมพันธ์ หรือแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว แบรนด์ต้องอธิบายให้ได้ว่าจะดูแลความไว้วางใจนั้นอย่างไร
คำสัญญาว่า “เราใส่ใจคุณ” จึงควรมีรายละเอียดรองรับ เช่น ช่องทางรายงานปัญหาที่หาเจอง่าย ขั้นตอนรับเรื่องที่ชัดเจน การคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว และการแจ้งความคืบหน้าเมื่อผู้ใช้ขอความช่วยเหลือ
ความปลอดภัยในกรณีนี้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แบรนด์ และเป็นหลักฐานที่ผู้ใช้ใช้ประเมินว่าควรไว้วางใจคำสื่อสารมากเพียงใด

จากประเด็นธุรกิจสู่ความร่วมมือทางสังคม
ประเด็นความสัมพันธ์ยังปรากฏใน Human Connection Campaign Thailand ซึ่ง AIS ประกาศความร่วมมือกับ Match Group, Tinder และพันธมิตรเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 โดยมีกรมสุขภาพจิตและองค์กรด้านความสัมพันธ์ทางสังคมร่วมขับเคลื่อน เพื่อส่งเสริมการเชื่อมต่อที่มีความหมายและปลอดภัยทั้งออนไลน์และในชีวิตจริง
ในเชิงกลยุทธ์การสื่อสาร กรณีนี้แสดงให้เห็นวิธีขยายบทสนทนาจากบริการของบริษัทไปสู่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คน โดยใช้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม การประกาศพันธมิตรเป็นจุดเริ่มต้น สิ่งที่ควรติดตามต่อคือ ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์อย่างไร เข้าถึงความช่วยเหลือได้สะดวกขึ้นหรือไม่ และกิจกรรมสร้างโอกาสให้เกิดความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพได้เพียงใด การมีแคมเปญเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักฐานว่าความเหงาลดลงแล้ว
สามบทเรียนสำหรับคนทำงานสื่อสาร
หนึ่ง ใช้ข้อมูลเพื่อเข้าใจคนโดยไม่ลดทอนตัวตนของเขา
คำว่า “คนโสด” ครอบคลุมผู้คนที่มีความต้องการและสถานการณ์ชีวิตแตกต่างกัน การใช้ข้อมูลควรเปิดพื้นที่ให้เข้าใจความแตกต่าง แทนการสรุปว่าทุกคนกำลังรอให้แบรนด์หรือใครสักคนเข้ามาเติมเต็มชีวิต
สอง ออกแบบการมีส่วนร่วมให้คนเริ่มต้นได้อย่างสบายใจ
กิจกรรมและชุมชนควรมีทางเลือกสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมเปิดเผยเรื่องส่วนตัว อาจเริ่มจากการแลกเปลี่ยนความสนใจร่วมกัน การสนทนากลุ่มเล็ก หรือการมีผู้ดูแลช่วยแนะนำสมาชิกใหม่ โดยให้ผู้เข้าร่วมเลือกขอบเขตของตนเองได้
สาม วัดประสบการณ์ควบคู่กับจำนวนผู้เข้าร่วม
นอกจากยอดเข้าถึงและจำนวนสมาชิก แบรนด์อาจสำรวจว่าผู้เข้าร่วมรู้สึกได้รับการรับฟังหรือไม่ กล้ากลับมาร่วมกิจกรรมอีกเพียงใด และรู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครเมื่อเกิดปัญหา ตัวชี้วัดเหล่านี้ช่วยตรวจสอบว่าการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นมีคุณภาพตามคำสัญญาหรือไม่
ผลสำรวจของ Tinder และ Match Group ชวนให้คนทำงานสื่อสารกลับมาพิจารณาความหมายของคำว่า “สานสัมพันธ์” ให้ละเอียดขึ้น ทุกข้อความเชิญชวน ทุกกิจกรรม และทุกพื้นที่ชุมชน ล้วนสร้างความคาดหวังบางอย่างให้ผู้คน
ความท้าทายของแบรนด์คือการดูแลประสบการณ์หลังจากผู้คนตอบรับคำเชิญนั้น ให้พวกเขารู้สึกว่ามีพื้นที่พูด มีคนรับฟัง และมีสิทธิเลือกความสัมพันธ์ในแบบที่เหมาะกับชีวิตตนเอง



