Social Media Update: เมื่อโซเชียลมีเดียกำลังเปลี่ยนทางเดินของผู้ชม

ที่ผ่านมา หลายองค์กรใช้โซเชียลมีเดียเหมือนป้ายบอกทาง เขียนข้อความสั้น ๆ แล้วแนบลิงก์เพื่อพาผู้อ่านไปยังเว็บไซต์ แต่หากแพลตฟอร์มให้พื้นที่กับลิงก์น้อยลง ป้ายบอกทางที่เคยใช้ได้ดีอาจมีคนเห็นลดลง

The Key Message

  • Facebook กำลังขยายการทดสอบจำกัดจำนวนโพสต์ที่แนบลิงก์ภายนอกสำหรับบางเพจ
  • Pinterest เปิดพื้นที่โฆษณาในผลค้นหาด้วยภาพ ส่วน LinkedIn ทดลองฟีดที่เน้นคนซึ่งผู้ใช้เลือกติดตาม
  • การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้คนทำงานสื่อสารต้องคิดให้ครบตั้งแต่ “คนพบเนื้อหาอย่างไร” ไปจนถึง “เขาจะทำอะไรต่อ” โดยไม่ฝากความสำเร็จไว้กับรูปแบบโพสต์แบบเดียว
social media

ข่าวอัปเดตแพลตฟอร์มประจำสัปดาห์ ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งการเผยแพร่ลิงก์บน Facebook การค้นหาด้วยภาพบน Pinterest และวิธีติดตามความเคลื่อนไหวของคนรู้จักบน LinkedIn แต่ละเรื่องดูเป็นข่าวฟีเจอร์คนละชิ้น เมื่อมองร่วมกันจะเห็นคำถามเดียวกันว่า องค์กรจะสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าในจุดที่ผู้ชมกำลังใช้งานอยู่ได้อย่างไร

Facebook: เมื่อการพาคนออกจากแพลตฟอร์มอาจยากขึ้น

ตอนนี้ ผู้ดูแลบางเพจได้รับแจ้งเรื่องการจำกัดโพสต์ทั่วไปที่มีลิงก์ภายนอกไว้ที่สองโพสต์ต่อเดือน หากไม่ได้สมัครแพ็กเกจธุรกิจแบบชำระเงิน รายงานระบุด้วยว่าเพจสำนักพิมพ์ยังได้รับการยกเว้นในช่วงที่รายงานข่าว จึงต้องมองเรื่องนี้เป็น การทดสอบที่กระทบเพจบางส่วน ไม่ใช่ข้อกำหนดใหม่สำหรับทุกองค์กร

ในประกาศของ Meta เอง แพ็กเกจ Meta One สำหรับธุรกิจระดับ Advanced ระบุสิทธิ์เรื่องลิงก์ในโพสต์ทั่วไปและ Reels โดย Meta ระบุว่าคุณสมบัติและการเปิดใช้งานอาจต่างกันตามภูมิภาค แอป และบัญชี

สำหรับงานประชาสัมพันธ์ ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกใช้เว็บไซต์ เว็บไซต์ยังเป็นที่เก็บข้อมูลฉบับเต็มที่องค์กรควบคุมได้ แต่โพสต์บน Facebook ควรให้สาระสำคัญกับผู้อ่านได้ตั้งแต่ในโพสต์ เช่น ข่าวนี้เกิดอะไรขึ้น กระทบใคร และเหตุใดจึงควรสนใจ ส่วนลิงก์ทำหน้าที่พาไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม แทนการแบกรับเนื้อหาทั้งหมดไว้เพียงลำพัง

Pinterest: ภาพกำลังเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหา

Pinterest ประกาศรูปแบบ Visual Search Ads ซึ่งแสดงโฆษณาในผลค้นหาด้วยภาพและขณะผู้ใช้เปิดดู Pin ใกล้ขึ้น บริษัทระบุว่ารูปแบบนี้จะเริ่มทดสอบกับผู้ลงโฆษณาที่เข้าเกณฑ์ในตลาดที่รองรับ และยังเพิ่มเครื่องมือให้ผู้ลงโฆษณากำหนดสินค้าที่ต้องการผลักดันและทดสอบโฆษณาสองรูปแบบเปรียบเทียบกันได้

ภาพหนึ่งภาพจึงอาจทำหน้าที่มากกว่าสร้างความสวยงาม หากผู้ชมเห็นภาพสถานที่จัดงาน สินค้า หรือแนวคิดการตกแต่งแล้วอยากค้นหาสิ่งที่คล้ายกัน ภาพนั้นกลายเป็นทางเข้าสู่การค้นพบแบรนด์

นี่เป็นข้อสังเกตเชิงกลยุทธ์สำหรับองค์กรที่ใช้ภาพสื่อสาร ควรออกแบบภาพให้คนเข้าใจได้ว่าเห็นอะไร มีประโยชน์กับเขาอย่างไร และเกี่ยวข้องกับแบรนด์อย่างไร แม้เขาจะพบภาพนั้นโดยไม่ได้เริ่มจากการค้นหาชื่อองค์กรก็ตาม

LinkedIn: ความสัมพันธ์ที่ผู้ใช้เลือกเองกลับมามีพื้นที่

LinkedIn กำลังทดสอบแท็บ Network เพื่อให้ผู้ใช้ดูโพสต์จากคนที่ตนเชื่อมต่อหรือติดตามโดยตรง ควบคู่กับฟีดหลักที่ระบบคัดเลือกเนื้อหาให้ นอกจากนี้ LinkedIn ยังมีเครื่องมือ Post Proofreader สำหรับสมาชิก Premium ที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งเสนอการแก้ไขข้อความที่ผู้ใช้เขียนแล้ว โดยให้ผู้ใช้เลือกว่าจะรับคำแนะนำใด

สำหรับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญที่สื่อสารผ่าน LinkedIn สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่เพียงความถี่ในการโพสต์ แต่เป็นเหตุผลที่คนอยากติดตามต่อ หากทุกโพสต์พูดด้วยภาษาเรียบลื่นเหมือนกันหมด ผู้อ่านอาจจดจำได้ยากว่าเจ้าของโพสต์มีมุมมองอะไร ประสบการณ์จริงและความเห็นที่อธิบายเหตุผลได้จึงยังมีค่า แม้จะใช้เครื่องมือช่วยตรวจภาษา

บทเรียนสำหรับคนทำงานสื่อสาร

การเปลี่ยนแปลงของทั้งสามแพลตฟอร์มไม่ได้บอกว่ามีสูตรโพสต์แบบใหม่เพียงสูตรเดียว แต่ชวนให้ตรวจเส้นทางของผู้ชมอีกครั้ง

เริ่มจากถามว่า เขาพบเราได้อย่างไร บางคนเห็นโพสต์จากเพื่อนร่วมวิชาชีพ บางคนค้นหาจากภาพ และบางคนพบข่าวในฟีด จากนั้นถามว่า เขาได้อะไรทันทีจากสิ่งที่เห็น หากต้องคลิกลิงก์ก่อนจึงจะเข้าใจประเด็นสำคัญ เราอาจเสียคนอ่านไประหว่างทาง สุดท้ายจึงค่อยกำหนดว่า ขั้นต่อไปที่เหมาะสมคืออะไร อ่านข้อมูลฉบับเต็ม ลงทะเบียน สอบถาม หรือเพียงจดจำองค์กรไว้เมื่อถึงเวลาตัดสินใจ

หลักคิดนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ YouTube สำหรับผู้สร้างเนื้อหาที่คิดจะเปลี่ยนทิศทางช่อง ดูก่อนว่าผู้ชมติดตามเพราะหัวข้อ หรือเพราะตัวผู้สร้างและแบรนด์ แล้วใช้ข้อมูลความสนใจและผลงานที่ผ่านมาเพื่อช่วยตัดสินใจ การไล่ตามฟีเจอร์ใหม่โดยไม่เข้าใจเหตุผลที่คนติดตามอยู่ อาจทำให้เนื้อหาหลุดจากความคาดหวังของผู้ชม

ท้ายที่สุด อย่าเริ่มแผนสื่อสารด้วยคำถามว่าแพลตฟอร์มอยากให้เราโพสต์อะไร ให้เริ่มจากสิ่งที่ผู้ชมต้องการรู้ แล้วออกแบบวิธีเล่าให้เหมาะกับทางที่เขาจะพบมัน ฟีเจอร์เปลี่ยนได้เสมอ แต่เหตุผลที่คนหยุดอ่าน เชื่อถือ และกลับมาติดตาม ยังต้องสร้างจากเนื้อหาที่ช่วยเขาได้จริง

Author

  • Sarawut Burapapat

    สราวุ​ธ บูรพาพัธ เป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสารให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง มีประสบการณ์ด้านการสื่อสารในธุรกิจพลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจความงาม ธุรกิจบริการ และศูนย์การเรียนรู้ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติกว่า 20 ปี มีความเชี่ยวชาญในการวางแผนการสื่อสารแบบองค์รวม เพื่อสนับสนุนแผนการตลาดหรือสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร รวมทั้ง บริหารจัดการสื่อสารภาวะวิกฤต

    กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาการจัดการบริหารธุรกิจ
    จบการศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *