Pet Economy 2026: โจทย์ใหญ่ของไทยคือสร้างแบรนด์ให้โลกจดจำ

อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงกำลังก้าวข้ามภาพจำของธุรกิจอาหารและอุปกรณ์สำหรับสัตว์ ไปสู่ตลาดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ นวัตกรรม และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย ความน่าสนใจไม่ได้มีเพียงโอกาสทางการค้า แต่ยังอยู่ที่คำถามสำคัญว่า ในวันที่ไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง เราจะขยับจากการเป็นผู้ผลิตให้แบรนด์ระดับโลก ไปสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วโลกเลือกซื้อได้อย่างไร

คำถามนี้กลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง เมื่อประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Pet Fair South East Asia 2026 ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ซึ่งรวมผู้ประกอบการประมาณ 450 บริษัทจาก 35 ประเทศ เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงระดับนานาชาติ

pet fair sea

ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงกว่า 3,280 ล้านดอลลาร์ สัญญาณของศักยภาพที่มากกว่าการผลิต

นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายในงานว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงกว่า 3,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 8.15% จากปีก่อนหน้า

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทยในตลาดต่างประเทศ และเป็นฐานสำคัญของเป้าหมายภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมวอันดับหนึ่งของโลก

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองผ่านมุมของการสร้างแบรนด์ ตัวเลขการส่งออกอาจเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเรื่องราว เพราะความสามารถในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ กับความสามารถในการสร้างแบรนด์ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายในราคาสูงขึ้น เป็นความสามารถคนละด้านที่ต้องพัฒนาควบคู่กัน

ผู้ประกอบการไทยจำนวนหนึ่งอาจมีโอกาสเติบโตจากการรับจ้างผลิต หรือ OEM ซึ่งหมายถึงการผลิตสินค้าให้แบรนด์อื่น แต่การก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ของตนเองจำเป็นต้องมีองค์ประกอบมากกว่ากำลังการผลิต ทั้งความเข้าใจผู้บริโภค การออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างความแตกต่าง และการสื่อสารคุณค่าที่ตอบโจทย์ตลาดเป้าหมาย นี่จึงเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ที่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงไทยควรให้ความสำคัญ

pet fair sea

เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกครอบครัว แบรนด์ต้องขายมากกว่าคุณสมบัติสินค้า

หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจของ Pet Economy คือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า

เมื่อผู้บริโภคมองสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว การซื้ออาหารหนึ่งถุงจึงอาจไม่ได้เป็นเพียงการเลือกสินค้าที่มีสารอาหารเหมาะสม แต่ยังเกี่ยวข้องกับความรู้สึกว่าตนเองกำลังดูแลสมาชิกที่รักอย่างดีที่สุด

ในเชิงจิตวิทยาผู้บริโภค ความรู้สึกผูกพันและความต้องการลดความเสี่ยงในการดูแลสัตว์เลี้ยง อาจทำให้ความน่าเชื่อถือของแบรนด์มีบทบาทสำคัญไม่แพ้ราคาและคุณสมบัติผลิตภัณฑ์

สำหรับนักการตลาดและนักสื่อสารองค์กร นี่คือโจทย์ที่ต้องคิดให้ลึกกว่าการบอกว่าสินค้ามีส่วนผสมอะไร หรือผลิตด้วยเทคโนโลยีแบบใด

แบรนด์จำเป็นต้องตอบให้ได้ว่า เหตุใดเจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงควรไว้วางใจสินค้า และแบรนด์จะพิสูจน์คำกล่าวอ้างด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร

การสื่อสารที่ดีจึงต้องเชื่อมโยงระหว่างข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสินค้า กับความรู้สึกและความคาดหวังของผู้บริโภค โดยไม่ใช้ความผูกพันทางอารมณ์เป็นเหตุผลในการกล่าวอ้างเกินจริง

pet fair sea

Pet Fair South East Asia 2026 จากพื้นที่แสดงสินค้าสู่เวทีสร้างเครือข่ายธุรกิจ

การจัดงาน Pet Fair South East Asia 2026 ครั้งที่ 5 โดยบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ร่วมกับ Globus Events Limited สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการเชื่อมโยงธุรกิจสัตว์เลี้ยงระดับภูมิภาค

งานปีนี้มีผู้แสดงสินค้าประมาณ 450 บริษัทจาก 35 ประเทศ โดยราว 70% เป็นผู้แสดงสินค้าต่างชาติ และตั้งเป้าต้อนรับผู้เข้าชมงานกลุ่มธุรกิจกว่า 12,500 คนจากกว่า 80 ประเทศ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 ซึ่งมีผู้เข้าชมงานกลุ่มธุรกิจ 11,169 คน เป้าหมายปีนี้คิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 12%

นายดวงเด็ด ย้วยความดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ระบุว่า การจัดงานไม่ได้มุ่งเพียงจำนวนผู้เข้าร่วม แต่ให้ความสำคัญกับโอกาสทางธุรกิจที่มีคุณภาพ ผ่านการจับคู่ผู้ซื้อและผู้ผลิต การเจรจาการค้า และการนำเสนอนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดไปสู่ตลาดใหม่

ภายในงานจึงมีกิจกรรม Business Matching Program สำหรับจับคู่ธุรกิจ Pet Innovators Pitch สำหรับนำเสนอผลิตภัณฑ์และแนวคิดใหม่ รวมถึงเวทีสัมมนาด้านเทคโนโลยีการผลิตและโภชนาการสัตว์เลี้ยง

ความสำคัญของกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้อยู่เพียงการสร้างยอดขายในระยะสั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ความต้องการของตลาด และพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าต่างประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง ข้อมูลและเครือข่ายจากเวทีลักษณะนี้อาจมีคุณค่าไม่แพ้คำสั่งซื้อ เพราะช่วยให้เข้าใจว่าตลาดต้องการผลิตภัณฑ์แบบใด และแบรนด์ไทยควรวางตำแหน่งตนเองอย่างไร

pet fair sea

จาก Made in Thailand สู่ Trusted Thai Brand

อีกหนึ่งโจทย์ที่น่าจับตาคือการยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก

การสร้างแบรนด์ประเทศในบริบทของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากแคมเปญประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากประสบการณ์ที่ผู้ซื้อมีต่อสินค้าจริง หากผู้ผลิตไทยสามารถรักษามาตรฐานคุณภาพ ส่งมอบสินค้าอย่างสม่ำเสมอ สื่อสารอย่างโปร่งใส และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นกับแต่ละแบรนด์ย่อมมีโอกาสส่งต่อไปสู่ภาพจำของอุตสาหกรรมไทยโดยรวม

แนวคิดนี้สอดคล้องกับความพยายามขยายเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทยกับตลาดต่างประเทศ โดยนายเดวิด จง ผู้ก่อตั้งและประธาน Globus Events Limited และ Pet Fair Asia Limited ระบุว่า งาน Pet Fair Asia ที่นครเซี่ยงไฮ้มีผู้แสดงสินค้ากว่า 2,600 ราย และผู้เข้าชมงานกลุ่มธุรกิจกว่า 130,000 คนจากกว่า 100 ประเทศ รวมถึงมีพาวิลเลียนประเทศไทยเข้าร่วมเป็นครั้งแรก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะใช้เวทีนานาชาติขยายการรับรู้และสร้างความสัมพันธ์กับตลาดใหม่ แต่การเข้าสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืนต้องอาศัยทั้งความสามารถในการแข่งขันและความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่จัดแสดงหรือจำนวนคู่ค้า

3 บทเรียนสำหรับนักสื่อสารและเจ้าของแบรนด์ไทย

บทเรียนที่ 1 เปลี่ยนจากการสื่อสารคุณสมบัติ ไปสู่การสื่อสารคุณค่าที่พิสูจน์ได้

ผู้บริโภคไม่ได้สนใจเพียงว่าสินค้าผลิตจากอะไร แต่ต้องการรู้ว่าสินค้าจะช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงของตนได้อย่างไร แบรนด์จึงควรเชื่อมโยงข้อมูลผลิตภัณฑ์กับประโยชน์ที่มีหลักฐานรองรับ

บทเรียนที่ 2 ความน่าเชื่อถือเป็นสินทรัพย์ของแบรนด์

โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและโภชนาการ ความโปร่งใสของข้อมูล มาตรฐานการผลิต และความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจระยะยาว

บทเรียนที่ 3 ตลาดต่างประเทศต้องการมากกว่าการแปลภาษา

การขยายแบรนด์สู่ต่างประเทศจำเป็นต้องเข้าใจความแตกต่างของพฤติกรรมผู้บริโภค กฎระเบียบ ช่องทางจำหน่าย และความคาดหวังต่อแบรนด์ในแต่ละตลาด การสื่อสารที่ประสบความสำเร็จจึงควรออกแบบจากความเข้าใจตลาด ไม่ใช่นำข้อความเดิมไปแปลเพียงอย่างเดียว

อนาคต Pet Economy ไทย วัดกันที่มูลค่าแบรนด์ ไม่ใช่เพียงยอดส่งออก

การเติบโตของมูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าแบรนด์ไทยมีความแข็งแกร่งในสายตาผู้บริโภคทั่วโลกแล้ว

สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้ คือความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง สร้างแบรนด์ของตนเอง เข้าถึงช่องทางจำหน่ายต่างประเทศ และรักษาความไว้วางใจของผู้บริโภคในระยะยาว

งาน Pet Fair South East Asia 2026 จึงเป็นมากกว่างานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ หากมองในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คือหนึ่งในพื้นที่ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเริ่มเปลี่ยนศักยภาพด้านการผลิตให้กลายเป็นความได้เปรียบด้านแบรนด์

เพราะในตลาดที่มีผู้ผลิตจำนวนมาก ประเทศที่ผลิตสินค้าได้ดีอาจมีโอกาสเติบโต แต่แบรนด์ที่สร้างความแตกต่างและได้รับความไว้วางใจต่างหากที่จะมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างยั่งยืน

PRMatter Perspective: การเป็นผู้ผลิตระดับโลกทำให้สินค้าของไทยไปถึงผู้บริโภคได้ แต่การเป็นแบรนด์ที่โลกไว้วางใจ จะช่วยให้ผู้บริโภคกลับมาเลือกสินค้าไทยอีกครั้ง

แหล่งข้อมูล: ข่าวประชาสัมพันธ์เปิดงาน Pet Fair South East Asia 2026 วันที่ 28 ตุลาคม 2569 โดย VNU Asia Pacific และ Globus Events Limited ส่วนการวิเคราะห์ด้านผู้บริโภค การสื่อสาร และกลยุทธ์แบรนด์เป็นมุมมองเชิงบรรณาธิการของ PRMatter

Author

  • PR Matter

    เบื้องหลังบทความคุณภาพทุกชิ้นบน พีอาร์แมทเทอร์ (PR Matter Editorial Team) คือ ทีมกองบรรณาธิการที่รวมตัวกันจากนักเขียน นักข่าว นักพีอาร์ และครีเอทีฟผู้มีประสบการณ์จริงในวงการสื่อสาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    ด้วยความมุ่งมั่นในการ “อัปเดตองค์ความรู้ เชื่อมโยงกลยุทธ์ สร้างแรงบันดาลใจ” ให้กับนักสื่อสาร นักพีอาร์ นักการตลาด และผู้นำองค์กรทั่วประเทศ พวกเราจึงใส่ใจในทุกถ้อยคำ ตรวจสอบทุกข้อมูล และเขียนทุกบทความด้วยหัวใจของมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญของทีม ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ การสื่อสารองค์กร การจัดการวิกฤต ไปจนถึงการเล่าเรื่องแบบเจาะลึก ทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงสร้างสรรค์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *