Global Skills Report 2026 ชี้ Critical Thinking โต 107% ไทยติดอันดับ 24 โลก เมื่ออนาคตการทำงานไม่ได้วัดว่าใครใช้ AI เป็น แต่ใครใช้ AI แล้ว “ตัดสินใจเป็น”
The Key Message
- โลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันเรื่อง “ใครใช้ AI เป็น” ไปสู่ “ใครใช้ AI ร่วมกับทักษะมนุษย์ได้ดีกว่า” โดยเฉพาะการคิดเชิงวิพากษ์ การตัดสินใจ จริยธรรม การแก้ปัญหาซับซ้อน และการทำงานกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง Global_Skills_Report_2026
- ประเทศไทยอยู่ลำดับ 24 จาก 98 ประเทศ ใน AI-Human Skills Synergy Index และอยู่ในกลุ่ม Leading ของรายงาน Global_Skills_Report_2026
- การเรียนด้าน Critical Thinking เพิ่มขึ้น 107% และ Complex Problem-Solving เพิ่มขึ้น 126% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าการมาของ AI ไม่ได้ทำให้ Human Skills หมดความสำคัญ แต่กลับผลักให้ทักษะเหล่านี้มีบทบาทมากขึ้น Global_Skills_Report_2026
- ขณะเดียวกัน AI กำลังเคลื่อนจากการ “ใช้เครื่องมือ” ไปสู่ AI Agents, Workflow, Security และระบบที่ทำงานหลายขั้นตอน โดยยอดเรียน Generative AI เพิ่มขึ้น 132% และการเรียน AI โดยรวมเพิ่ม 67% Global_Skills_Report_2026
- สำหรับนักสื่อสาร HR และผู้บริหาร คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “องค์กรมี AI หรือยัง” แต่คือ คนในองค์กรมี Judgment มากพอที่จะกำกับ AI หรือไม่

ยิ่ง AI ทำงานแทนคนได้มาก “การเป็นมนุษย์” ยิ่งกลายเป็นทักษะสำคัญ
หลายองค์กรกำลังแข่งกันตอบคำถามเดียวกันว่า จะนำ AI มาใช้กับงานได้เร็วแค่ไหน แต่ Global Skills Report 2026 จาก Coursera และ Udemy ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลการเรียนรู้จากฐานผู้เรียนรวมมากกว่า 300 ล้านคน กำลังชวนให้เราตั้งคำถามอีกแบบหนึ่ง ถ้า AI ทำงานเก่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้วมนุษย์ต้องเก่งอะไร?
รายงานพบว่า
- เกือบ 3 ใน 4 ขององค์กรเริ่มใช้งานหรือทดลองใช้ AI แล้ว แต่มีเพียง 18% ที่ระบุว่าพนักงานส่วนใหญ่ขององค์กรได้รับการ Reskill หรือ Upskill ด้าน AI ในช่วงปีที่ผ่านมา
- ในภาคการศึกษาก็เกิดปรากฏการณ์คล้ายกัน มากกว่า 95% ของนักศึกษาและผู้สอนที่สำรวจใช้ AI แต่มีผู้สอนเพียง 26% ที่ระบุว่าสถาบันของตนมีนโยบายการใช้ AI อย่างเป็นทางการ
พูดง่าย ๆ คือ AI เข้าองค์กรเร็วกว่าความสามารถขององค์กรในการเตรียม “คน” ให้พร้อมใช้มัน และนั่นอาจเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่สุดของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI
ประเทศไทยอยู่ลำดับ 24 โลก แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ “วัดจากอะไร”
หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทยคือ AI-Human Skills Synergy Index ซึ่งรายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อดูว่า ประเทศต่าง ๆ สามารถพัฒนา AI Skills และ Human Skills ควบคู่กัน ได้มากน้อยเพียงใด ภายใต้สภาพแวดล้อมด้านความพร้อม AI ของประเทศ
เยอรมนีอยู่ลำดับ 1 ตามด้วยฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่อันดับ 8 สิงคโปร์อันดับ 10 และไทยอยู่ที่ อันดับ 24 จาก 98 ประเทศ
ดัชนีไม่ได้หมายความว่าไทยเป็น “ประเทศเก่ง AI อันดับ 24 ของโลก” โดยตรง เพราะคะแนนประกอบด้วยข้อมูลพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ใช้ Coursera 60% และ Government AI Readiness Index 2025 ของ Oxford Insights อีก 40%
ทั้งนี้ ผู้จัดทำรายงานระบุว่า พฤติกรรมของผู้เรียนบน Coursera และ Udemy ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นตัวแทนของประชากรหรือเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ
ดังนั้น อันดับ 24 ของไทยควรถูกมองเป็น สัญญาณเชิงบวกของการพัฒนาทักษะ AI ควบคู่กับทักษะมนุษย์ในกลุ่มผู้เรียนที่รายงานศึกษา มากกว่าจะเป็นคำตัดสินความสามารถ AI ของประเทศทั้งระบบ
ทักษะมาแรงที่สุดในยุค AI กลับไม่ใช่ AI
นี่คือจุดที่รายงานน่าสนใจสำหรับคนทำงานสื่อสารอย่างมาก เมื่อจัดกลุ่ม Human Skills ที่กำลังได้รับความสนใจ รายงานวาง Critical Thinking and Judgment หรือการคิดเชิงวิพากษ์และการใช้วิจารณญาณไว้เป็นอันดับแรก ตามมาด้วย Ethics and Governance, Complex Problem-Solving, Stakeholder Alignment and Influence และ Cross-Functional Leadership and Collaboration ส่วน Data Storytelling อยู่ลำดับ 7 และ Strategic Thinking and Decision-Making อยู่ลำดับ 8
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือตัวเลขการเติบโต
การลงเรียน Critical Thinking เพิ่มขึ้น 107% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ Complex Problem-Solving เพิ่มขึ้นถึง 126% นี่ทำให้เกิด Paradox ที่น่าสนใจ ยิ่งเทคโนโลยีฉลาดขึ้น ตลาดกลับยิ่งต้องการคนที่คิดเป็น
เหตุผลไม่ซับซ้อน AI สามารถสร้างคำตอบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคำตอบนั้นถูกต้อง เหมาะสม มีบริบท หรือควรถูกนำไปใช้ คนจึงต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ผลิตคำตอบ” ไปเป็น ผู้ตั้งคำถาม ตรวจสอบ ตีความ และตัดสินใจ
จาก Prompt Engineering สู่ Judgment Engineering
ช่วงแรกของ Generative AI เราพูดกันมากเรื่อง Prompt Engineering ใครเขียน Prompt เก่ง ดูเหมือนจะได้เปรียบ แต่ข้อมูลปี 2026 เริ่มชี้ว่าทักษะกำลังเคลื่อนลึกกว่านั้น
รายงานพบว่า AI Learning ไม่ได้หยุดอยู่ที่ Generative AI หรือการใช้ ChatGPT, Gemini, Claude และ Copilot แต่กำลังขยายไปสู่ Agentic AI, AI Security, Workflow Integration, Orchestration, LLM Applications และ AI Product Strategy
AI จึงกำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือที่ “รอให้คนสั่ง” ไปสู่ระบบที่สามารถวางแผน ใช้เครื่องมือ และทำงานหลายขั้นตอนได้ ตรงนี้เองที่ Human Skills ยิ่งสำคัญ เพราะเมื่อ AI มีอำนาจในการลงมือทำมากขึ้น ความผิดพลาดก็สามารถขยายผลได้เร็วขึ้นเช่นกัน
รายงานพบว่า AI Skills มักถูกเรียนควบคู่กับ Human Skills สามกลุ่มสำคัญ ได้แก่
- Innovation and Ideation เพื่อหาว่า AI ควรถูกนำไปใช้แก้ปัญหาอะไร
- Critical Thinking and Judgment เพื่อตรวจสอบว่าผลลัพธ์จาก AI เชื่อถือและนำไปใช้ได้หรือไม่
- และ Stakeholder Alignment and Influence เพื่อทำให้คนในองค์กรเข้าใจ ยอมรับ และนำ AI ไปใช้ร่วมกันได้จริง
กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ
อนาคตอาจไม่ได้ต้องการแค่คนที่ Prompt AI เก่ง แต่ต้องการคนที่รู้ว่า “เมื่อไรควรเชื่อ เมื่อไรควรถาม และเมื่อไรควรหยุด AI”
เมื่อ AI ให้คำตอบเหมือนมั่นใจ ปัญหาจึงอยู่ที่ “คนเชื่อเร็วเกินไป”
นี่เป็นมิติทางจิตวิทยาที่นักสื่อสารควรจับตามอง
รายงานอ้างถึงงานวิจัยปี 2025 ที่ศึกษาคนทำงาน 319 คน จากตัวอย่างงานที่ใช้ Generative AI 936 กรณี พบความสัมพันธ์ว่า เมื่อคนมีความเชื่อมั่นใน GenAI มากขึ้น การใช้ Critical Thinking กลับลดลง ขณะที่ความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองสัมพันธ์กับการใช้ Critical Thinking ที่มากขึ้น
นี่คือความเสี่ยงที่น่าสนใจมากสำหรับงาน Communication เพราะ AI ไม่ได้พูดว่า “ผมไม่แน่ใจนะครับ” ทุกครั้งที่มันไม่แน่ใจ มันสามารถสร้างข้อความที่ดูเป็นมืออาชีพ มีเหตุผล และมั่นใจได้ แม้ข้อมูลบางส่วนอาจผิด ดังนั้นทักษะใหม่ของนักสื่อสารจึงไม่ใช่เพียงการ “สร้าง Content ด้วย AI” แต่คือความสามารถในการถามว่า
- ข้อมูลนี้มาจากไหน?
- หลักฐานคืออะไร?
- มีบริบทอะไรหายไป?
- ใครได้รับผลกระทบ?
- ถ้าข้อมูลผิด ใครต้องรับผิดชอบ?
นี่คือ Critical Thinking ที่กำลังเปลี่ยนจาก Soft Skill มาเป็น ระบบ Quality Control ของการทำงานกับ AI
นัก PR อาจต้องเก่ง Stakeholder มากกว่า Prompt
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับวงการสื่อสารคือ Human Skill ลำดับ 4 ของรายงาน ได้แก่ Stakeholder Alignment and Influence
นิยามของรายงานคือ ความสามารถในการเข้าใจความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สร้างการสนับสนุน จัดการความเห็นต่าง และทำให้คนเดินไปในทิศทางเดียวกัน
นี่แทบจะเป็น Core Competency ของงาน PR, Corporate Communication และ Internal Communication โดยตรง เพราะองค์กรอาจซื้อ AI ตัวเดียวกันได้ ใช้โมเดลเดียวกันได้ หรือแม้กระทั่งสร้าง Content ได้ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ AI ยังไม่ได้แก้ให้โดยอัตโนมัติคือ
- ใครควรรู้เรื่องอะไร
- ใครกำลังกังวล
- ใครไม่เห็นด้วย
- ใครต้องมีส่วนร่วม
- และควรสื่อสารอย่างไรเพื่อสร้างความเข้าใจโดยไม่ทำลายความไว้วางใจ
เทคโนโลยีจึงอาจทำให้ “การผลิต Communication” ถูกลง แต่กลับทำให้ Strategic Communication มีมูลค่าสูงขึ้น
Human Skills กำลังเปลี่ยนจาก Soft Skills เป็น “AI Control Layer”
หากมองจากมุม Communication สิ่งสำคัญที่สุดจากรายงานนี้อาจไม่ใช่การที่ AI Skills เติบโตเร็ว แต่คือการที่ AI และ Human Skills เริ่มไม่สามารถแยกออกจากกันได้ องค์กรไม่ควรมีหลักสูตร “AI Training” อยู่ฝั่งหนึ่ง แล้วมี “Leadership / Communication Training” อยู่อีกฝั่งหนึ่งเหมือนเป็นคนละโลก
รายงานเสนอให้การเรียนรู้เชื่อม AI เข้ากับงานจริง เช่น ฝึกใช้เครื่องมือพร้อมกับการกำหนดปัญหา ตรวจสอบหลักฐาน และสื่อสารผลลัพธ์ รวมถึงประเมินความสามารถเหล่านี้ผ่านสถานการณ์จริง
สำหรับองค์กร นี่อาจหมายถึงการเปลี่ยนคำถามจาก “พนักงานใช้ AI เป็นหรือยัง?” ไปเป็น “พนักงานสามารถใช้ AI เพื่อทำงานจริง โดยยังรักษาคุณภาพ การตัดสินใจ ความรับผิดชอบ และความไว้วางใจได้หรือไม่?” สองคำถามนี้ฟังดูคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์ของการพัฒนาคนต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่นักสื่อสารและ HR ควรเริ่มทำ
สำหรับองค์กรที่กำลังออกแบบ AI Upskilling การอบรมเพียง Prompt Engineering อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ละ Role ควรถูกออกแบบเป็น AI + Human Skill Pair ตัวอย่างเช่น นักสื่อสารองค์กรอาจเป็น Generative AI + Critical Thinking + Stakeholder Judgment
- ฝ่าย HR อาจเป็น AI Analytics + Ethics + People Judgment
- ผู้บริหารอาจเป็น AI Literacy + Strategic Decision-Making + Governance
- ขณะที่ทีม Content อาจเป็น Generative AI + Creativity + Fact Verification + Data Storytelling
หลักคิดสำคัญคือ อย่าสอน AI แยกจากบริบทของงาน เพราะเป้าหมายไม่ใช่การทำให้พนักงาน “เรียน AI จบ” แต่คือทำให้พวกเขา ตัดสินใจและทำงานได้ดีขึ้นเมื่อมี AI อยู่ในกระบวนการ
ปี 2027 เราอาจเลิกถามว่า “ใช้ AI เป็นไหม”
Global Skills Report 2026 ทิ้งสัญญาณอีกอย่างที่น่าจับตา
การลงเรียน Micro-Credentials โดยรวมเพิ่มขึ้น 33% ขณะที่ Micro-Credentials ด้าน AI เพิ่มขึ้นถึง 122% ในหนึ่งปี นั่นสะท้อนว่าโลกการทำงานอาจกำลังเคลื่อนจากการบอกว่า “ฉันเรียนเรื่องนี้มาแล้ว” ไปสู่ “ฉันพิสูจน์ได้ว่าฉันทำสิ่งนี้ได้” และท้ายที่สุด รายงานสรุปภาพอนาคตไว้อย่างชัดเจนว่า การสร้างความพร้อมด้าน AI จะเกิดผลต่อองค์กรก็ต่อเมื่อการลงทุนด้านเทคโนโลยีเดินคู่กับความสามารถของมนุษย์ ทั้งการตั้งโจทย์ ประเมินคุณภาพ จัดการความเสี่ยง สื่อสารการตัดสินใจ และประสานการลงมือทำ
นี่อาจเป็นความย้อนแย้งที่สำคัญที่สุดของยุค AI ยิ่งเครื่องจักรทำสิ่งที่มนุษย์เคยทำได้มากเท่าไร คุณค่าของมนุษย์ก็ยิ่งไม่ได้อยู่ที่ “ทำได้เหมือนเครื่อง” แต่อยู่ที่สิ่งซึ่งองค์กรไม่ควรมอบหมายให้เครื่องตัดสินใจแทนทั้งหมด การตั้งคำถาม การใช้วิจารณญาณ การเข้าใจมนุษย์ การรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ และการสร้างความไว้วางใจ AI Literacy จึงอาจเป็นเพียง “ใบผ่านประตู” ของโลกการทำงานยุคใหม่ แต่ Human Judgment ต่างหาก ที่จะเป็นตัวแยกว่าใครใช้ AI ได้ กับใครใช้ AI แล้วสร้างคุณค่าได้จริง
ที่มา: Global Skills Report 2026: The AI-Human Skills Advantage, Coursera + Udemy. รายงานใช้ข้อมูลการเรียนรู้จากผู้เรียนมากกว่า 300 ล้านคน โดยการวิเคราะห์ระดับประเทศครอบคลุม 98 ประเทศ และข้อมูล Coursera สำหรับการเปรียบเทียบรายปีครอบคลุมช่วงเมษายน 2025 ถึงมีนาคม 2026
Loading Viewer…



