La-Z-Boy Asia ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เตรียมสยายปีกทั่วเอเชีย 0 1468

บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด ในฐานะผู้นำธุรกิจเก้าอี้ปรับเอน La-Z-Boy ซึ่งได้รับความไว้วางใจในการดูแลผู้แทนจำหน่ายกว่า 18 ประเทศ ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จัดงาน “La-Z-Boy Asia Virtual Conference 2020” การประชุมสดพร้อมกันทั่วเอเชีย-แปซิฟิก ผ่านโลกออนไลน์ครั้งแรกของตลาดเก้าอี้ปรับเอน เพื่อประกาศกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ในการสร้างโชว์รูมเสมือนจริง (La-Z-Boy Virtual Gallery) สำหรับเลือกชมสินค้าผ่านสมาร์ทโฟน และแว่นสามมิติ (VR) พร้อมแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซ ขยายตลาดสู่ช่องทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ผสานนวัตกรรม พร้อมเพิ่มกำลังการผลิต และ 4 แคมเปญเด่น ตอบสนองผู้บริโภคในวิถีใหม่ ภายใต้คอนเซ็พท์ “Beyond the Recliner” ส่งมอบประสบการณ์ให้เหนือกว่าเก้าอี้ปรับเอนทั่วไปที่คุณเคยสัมผัส

งาน “La-Z-Boy Asia Virtual Conference 2020” ครั้งนี้ นำโดย 3 แม่ทัพใหญ่ แห่ง La-Z-Boy ภายใต้คอนเซ็พท์ “A Visionary of Now, New, Next” พร้อมด้วยทีม La-Z-Boy Asia ที่ผนึกกำลังกันเพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ธุรกิจเก้าอี้ปรับเอน และตอกย้ำความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจ การผลิต การส่งมอบสินค้า และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในทุกๆ ด้านให้แก่ผู้แทนจำหน่าย นับเป็นการประชุมใหญ่ประจำปี ที่ผู้ร่วมงานร้อยกว่าคนสามารถประชุมสดพร้อมกันทั่วเอเชียผ่านโลกออนไลน์บนเว็บไซต์พิเศษ www.lazboyasiaconf.com ได้อย่างยิ่งใหญ่ ไม่แพ้การจัดงานรูปแบบเดิมในปีที่ผ่านมา

มร.คีท วิลสัน ประธานกรรมการบริหารสากล เล-ซี-บอย อินคอร์เปอเรท กล่าวว่า “สถานการณ์ COVID-19 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น และซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทาง La-Z-Boy International จึงมีการปรับกลยุทธ์เพื่อการเติบโตของธุรกิจ โดยให้ความสำคัญทั้งในด้านการสร้างนวัตกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์ กำลังการผลิต กลยุทธ์การตลาด รวมถึงบุคลากรในองค์กรของเราทั่วโลก การที่ La-Z-Boy เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และได้รับความเชื่อมั่นอย่างยาวนาน ทำให้เราเป็นแบรนด์แรกๆ ในใจของผู้บริโภค เราจึงมั่นใจว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง”

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เล-ซี-บอย (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด กล่าวเสริมว่า “แม้เราจะได้รับผลกระทบในด้านการจัดส่งไปยังต่างประเทศในช่วงแรกของสถานการณ์ COVID-19 ไปบ้าง แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และมีความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากตลาดทั่วโลก ปัจจุบันเราจึงขยายกำลังการผลิตในไทยเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เรายังมีแผนขยายกำลังการผลิตภายใน 3 ปี ให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ตารางเมตร ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตสูงขึ้นอีกกว่า 30% โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทางศูนย์พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Innovation Center) ในเมือง เดย์ตั้น เทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สร้างสรรค์ แผงควบคุม USB แบบใหม่ พร้อมรีโมทคอนโทรลไร้สาย สำหรับเก้าอี้ปรับเอนไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่การบริหารจัดการด้านประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในด้านการทำงาน หรือ การผลิตเท่านั้น แต่เรายังให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า รวมถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ดังจะเห็นได้จากการปรับกลยุทธ์ และสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์โดยทีมการตลาดของ La-Z-Boy Asia ที่มุ่งมั่น ลงทุน ทดสอบ และพัฒนาระบบต่างๆ จนสมบูรณ์แบบ ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากประเทศฟิลิปปินส์ และพร้อมส่งต่อความสำเร็จนี้ไปทั่วเอเชีย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในวิถีใหม่ ที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจของเราเจริญเติบโตในก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน และภาคภูมิใจเช่นกัน”

นายรัฐรุจน์ มนัสวัชรพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า “La-Z-Boy เป็นแบรนด์ระดับโลก ซึ่งเป็นทั้งผู้นำในธุรกิจ และเป็นเสมือนตำนานที่มีมายาวนานกว่าร้อยปี ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมส่งมอบความสะดวกสบายที่สัมผัสได้สู่ทั่วโลก สำหรับ La-Z-Boy Asia เราต่อยอดจากความเข้มแข็ง และความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยคอนเซ็พท์ “Beyond the Recliner” ที่สื่อถึงแบรนด์เราได้อย่างชัดเจน ในการส่งมอบประสบการณ์ให้เหนือกว่าเก้าอี้ปรับเอนทั่วไปที่คุณเคยสัมผัส พร้อมด้วย 4 แคมเปญเด่น ที่เราตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อผู้แทนจำหน่ายคนสำคัญของเรา ประกอบไปด้วย “Stay Safe Stay Comfort” ในช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมา “Relax and Comfort” ที่มุ่งหวังให้ทุกคนผ่อนคลายจากสถานการณ์อันตึงเครียดในช่วงนี้ และนับจากนี้ เราได้เตรียมแคมเปญ “Happiness” สำหรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี พร้อมทั้งแคมเปญ “Wellness” สำหรับปีหน้า เพื่อร่วมเสริมสร้างความสะดวกสบาย และสุขภาวะที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มคุณแม่ผู้กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า La-Z-Boy จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชีย

และนับเป็นครั้งแรกในธุรกิจเก้าอี้ปรับเอน ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำตลาด ทางทีมได้สร้าง “La-Z-Boy Virtual Gallery” เป็นการสร้างโอกาสในวิกฤต สถานการณ์ COVID-19  ตอบรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดย Virtual Gallery นี้ จะเสมือนยกโชว์รูมมาไว้ที่บ้าน ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงแบบ 360 องศา ชมสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางสมาร์ทโฟน หรือแว่น VR โดยสามารถเลือกรุ่น ขนาด และสีต่างๆ ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อกับทางผู้แทนจำหน่าย สะดวกสบาย ได้รับข้อมูลครบถ้วนไม่แพ้การชมจากโชว์รูมจริง ทดแทนการเดินทาง ลดการสัมผัส และลดต้นทุนในการสต็อกสินค้าสำหรับผู้แทนจำหน่าย

อีกทั้งยังมอบหมายให้ทีมการตลาด นำโดย ศรินธร ภูริญรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาค สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ รองรับการทำธุรกรรมผ่านทางเว็บไซต์ และเพิ่มการสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย “LazboyAsia” ใน Facebook และ  Instagram ให้มากขึ้น นอกเหนือไปกว่านั้น เรายังเตรียมแผนสร้างแบรนด์ และพัฒนาโชว์รูมใหม่ ภายใต้คอนเซ็พท์ “One Global One Brand” เพื่อให้แน่ใจว่า La-Z-Boy Asia ในแต่ละประเทศจะมีภาพลักษณ์ระดับโลก ทันสมัย เป็นเอกลักษณ์ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ปีนี้มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เราทำยอดขายได้ดีในไตรมาสแรกของปี แม้จะในช่วงโควิดจะมีการชะงักลง แต่ในปัจจุบัน ทีม La-Z-Boy Asia ได้ทำงานอย่างหนัก และปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถรักษาระดับของอัตราการเติบโตได้ไม่แพ้เป้าหมายของปีที่แล้ว และจะส่งผลดีไปยังปีต่อไป ขอให้เราจดจำไว้เสมอว่า ท่ามกลางความยากลำบาก จะมีโอกาสอยู่ในนั้นเสมอ เพียงเรามาร่วมกันสร้างโอกาส และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อเติบโตไปด้วยกัน”

สำหรับท่านที่สนใจสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.lazboyasiaconf.com หรือ ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ของ La-Z-Boy Asia ได้ทาง www.facebook.com/LazboyAsia และ www.Instagram.com/LazboyAsia

เกี่ยวกับ บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด

บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2007 จัดจำหน่ายสินค้าเก้าอี้ปรับเอนนอน ภายใต้แบรนด์ La-Z-Boy ในปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าใน 18 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และมีแผนที่จะขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยสินค้าที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบ และความสะดวกสบาย ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในสินค้าและยกให้ La-Z-Boy เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งเสมอมา

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ด่วน 🚨 LINE MAN เปิดรับคนขับเพิ่ม รับมือ C0VID-19 ในอยุธยา 0 1148

• จากการระบาดของ C0VID-19 ระลอกใหม่ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ส่งอาหารเดลิเวอรี่จึงเป็นกำลังสำคัญในการส่งอาหารถึงบ้านโดยที่ผู้สั่งไม่ต้องออกไปไหน

• โดย LINE MAN ในจังหวัดอยุธยา ยังเปิดรับคนขับส่งอาหารจำนวนมาก มีรายได้สูงสุดถึง 26,000.-ต่อเดือน (ขึ้นกับปริมาณงานและพื้นที่ให้บริการ) ผู้สนใจสามารถสมัครได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มงานได้ทันทีในวันถัดไป ทางแอพ LINE MAN Rider จาก Google Play Store ในช่วง C0VID-19 ยังมีอินเซนทีฟพิเศษ และยังได้เสื้อแจ็คเก็ตกับกล่องส่งอาหารอีกด้วย

• นอกจากนี้ ทาง LINE MAN ยังมีมาตรการดูแลคนขับในช่วงแพร่ระบาดของ C0VID-19 ตามเงื่อนไขของบริษัท โดยในกรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวสูงสุด 14 วัน จะได้เงินเยียวยารวม 2,800.- หากตรวจพบเชื้อ จะได้รับเงินเยียวยาทันที 2,000.- และได้รับเงินเยียวยาในระหว่างพักรักษาตัวสูงสุด 9,000.- เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะอยู่เคียงข้างและดูแลทั้งผู้สั่ง ร้านอาหาร และคนขับ

• LINE MAN ยังคงเน้นย้ำมาตรการรับมือโควิดเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า ร้านค้า ผู้ส่งอาหาร ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น คุมเข้มความปลอดภัยของผู้ส่งอาหาร และส่งเสริมให้ลูกค้าจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์แทนการใช้เงินสด เพื่อให้ทุกคนมีความสบายใจว่าการสั่งอาหารมาส่งที่บ้านยังมีความปลอดภัยเต็มที่

📌 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครคนขับได้ที่ https://lineman.freshdesk.com/support/solutions/19000103179 

📌 หรือสมัครได้ผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN Rider บน Play Store (รองรับเฉพาะ Android) กดดาวน์โหลดได้ที่https://riderapp.onelink.me/7tkQ/43152d11

เปิดหลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ ครั้งแรกในประเทศไทย 0 1027

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย หรือ GCNT จัดหลักสูตร “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ” สำหรับภาคธุรกิจ

โดยมีบริษัทชั้นนำ เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 20 บริษัท ซึ่งมีเนื้อหาเจาะลึกความเชื่อมโยงระหว่างการเคารพสิทธิมนุษยชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิบัติการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย การจัดทำนโยบาย และบูรณาการหลักการของสิทธิมุนษยชนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ (Policy and Embedment) กระบวนการประเมินความเสี่ยง และการตรวจสอบรอบด้าน พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme – UNDP) และองค์กรธุรกิจต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสมาชิกของ GCNT ร่วมเป็นวิทยากร ทั้งนี้ หลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ เป็นหนึ่งในภารกิจของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ในการติดอาวุธการดำเนินธุรกิจควบคู่หลักสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรในภาคธุรกิจของไทย พร้อมสร้างเครือข่ายและส่งเสริมความร่วมมือจากผู้บริหารในทุกภาคส่วน ในการยกระดับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจของไทย