Review : เพาเวอร์บาย แจกอั่งเปา 8,888.- ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 0 37512

ความหลากหลายของสินค้า9
ส่วนลดสินค้า8
ของแจก ของแถม8
การบริการ8
8.3 out of 10

ฉลองตรุษจีน เพาเวอร์บาย แจกอั่งเปา 8,888.- ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ปล่อยโปร เด็ด ของแถมเพียบ!! ลดสนั่นเพลนนารี ฮอลล์

ฉลองตรุษจีนกับงานมหกรรมสมาร์ทโฟน ไอที แก็ดเจ็ดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “Thailand Mobile Expo 2018” ณ เพลนนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2561 บอกเลยว่า อีเว้นท์เปิดปีครั้งนี้คึกคักมาก ยักษ์ใหญ่อย่างเพาเวอร์บายยกขบวนสินค้าสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์แกดเจ็ตไอทีมากมาย พร้อมอัดโปรโมชั่นหนัก แจกอั่งเปา เลขสวย เลขมงคล มูลค่ารวมกว่า 8,888 บาท แถมด้วยส่วนลดเพิ่มจากคะแนน The 1 Card และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้สูงสุดถึง 20% อีกด้วย เท่านั้น ยังไม่พอ!! ยังมีสินค้าราคาพิเศษลดแบบสุดๆ ในช่วงนาทีทอง ภายในงาน ซึ่งจะมีไฮไลท์อะไรรออยู่ เราไปดูกันเลยครับ

เมื่อเดินเข้ามาบริเวณ Main Foyer เพลนนารี ฮอลล์ จุดเช็คอิน โซนแรกของงานและยังเป็นส่วนเชื่อมไปยังจุดต่างๆ ในงาน สำหรับบูธเพาเวอร์บาย หมายเลข PM 8 หาไม่อยากเลยครับ แค่เดินตรงเข้าในงาน ให้สังเกตป้ายสีม่วงโดดเด่นมาแต่ไกลเลย

บูธเพาเวอร์บายเองก็จะตื่นตาตื่นใจกับจำนวนสินค้า สมาร์ทโฟน ไอทีและแก็ดเจ็ด หลากหลายแบรนด์ (ไม่คิดว่าสินค้าจะเยอะเหมือนเวลาไปเดินใน shop) เรามาดูไอเทมเด็ดตัวท๊อปที่พลาดไม่ได้ ต้องมาสอยที่งานนี้เท่านั้นครับ

แบบว่า #ของมันต้องมี สาวก Smart watch ต้องมามุง กับ Apple Watch S2 รุ่นนี้บอกเลยว่าประสิทธิภาพ และกราฟิกดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม 2 เท่า รุ่นนี้มีระบบ GPS บิวด์อินเข้ามาในตัวเครื่องทำให้เราสามารถออกกำลังกาย เช่น อยากออกไปวิ่ง แต่ไม่อยากพกมือถือไป ก็ใส่แค่ Apple Watch S2 ซึ่งจะมีระนาฬิกาบบแทร็ก GPS ได้เลย และสุดท้ายคือระบบกันน้ำที่ทำได้ดีมากขึ้นจนสามารถพกไปว่ายน้ำได้ แต่ที่ดีสุดๆ เห็นจะเป็นราคาที่ลดแรง ถึง 50% จาก 14,900 บาท เหลือเพียง 7,450 บาท เท่านั้น

ถัดมาเห็นแล้วต้องรีบพุ่งไปจัดก่อนที่ของจะหมด (แบบว่าอยากได้มานานล่ะ) อย่าง wearable สายรัดข้อมือและนาฬิกาอัจฉริยะ Fitbit จัดโปรลดถล่มราคา ซื้อ 1 แถม 1 จำนวน 3 รุ่นครับ ได้แก่ รุ่น Blaze , ALTA และ Flex สาย Healthy ต้องไปจัด คูลสุดๆ สำหรับคนที่รักการออกกำลังกายทุกรูปแบบ Fitbit รุ่น Blaze ลดเหลือ 8,990 บาท ย้ำอีกที 1 แถม 1 นะครับ รุ่นนี้ตอบโจทย์สุดๆ สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และอยากติดตามข้อมูลร่างกายในชีวิตประจำวัน ขนาดกระทัดรัดเหมาะกับข้อมือทุกไซด์ จะใส่คู่กับนาฬิกาปกติก็เก๋ๆ คูลๆ ภายในงานนี้เพาเวอร์บายจัดโปรหนักจริงๆ ซื้อ 1 แถม 1 ในราคา 5,990 บาท (คุ้มมากๆ) ใส่เป็นคู่กับแฟนก็น่ารักดีนะครับ ใครสนใจว่า Fitbit แต่ละรุ่นฟีเจอร์ต่างกันยังไง เดินมาคุยกับพนักงานที่บูธเพาเวอร์บายได้เลยครับ

เดินต่อเข้ามาในบูธเพาเวอร์บาย ผมไปสะดุดใจกับ Huawai Mate 10 Pro ที่มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ FHD+ (1080 x 2160 พิกเซล) การแสดงผลก็รองรับมาตรฐาน HDR10 ด้วย รุ่นนี้ภาพสวยเหมือนมือโปรมาถ่ายเองเลยครับ แถมด้วยหน้าจอแบบ OLED จึงทำให้ได้สีสันที่จัดจ้านและคอนทราสที่คมเข้มกว่าจอ IPS ทั่วๆ ไปอีกด้วย เพาเวอร์บายทำราคาพิเศษและยังมีส่วนลดกว่า 15%* จากราคาปกติ 27,990 บาท คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้วจริงๆ

และที่พลาดไม่ได้เอาใจสาวกซัมซุง Samsung Galaxy Note 8 ที่สุดของสมาร์ทโฟน จอใหญ่กับฟังชั่นก์ปากกาใหม่ กล้องคู่เครื่องแรกของโลก มาพร้อมระบบกันมือสั่นทั้งสองเลนส์ หน้าจอ Super Amoled ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดแบบ QHD+ (2960×1440 พิกเซล) เป็นสมาร์ทโฟนที่ผสานทุกความลงตัว ทั้งดีไซน์ที่และตอบโจทย์การใช้งาน ที่สำคัญราคาไม่แรงอย่างที่คิดนะ ในงาน เพาเวอร์บาย มีส่วนลดถึง 24%* และยังใช้ใช้อั่งเปาส่วนลดเพิ่มได้อีกด้วย จากราคาปกติ 33,900 บาท เหลือเพียง สองหมื่นกว่านิดๆ เอง

ยังไม่พอ…นอกจากโปรสุดคุ้ม ลดราคากระหน่ำขนาดนี้แล้ว ลูกค้าที่มาช้อปที่บูธเพาเวอร์บายภายในงาน ยังจะได้รับของแถมกันไปอีกฟรีๆ อีกเพียบ

– ช้อปครบ 5,000- 11,999 บาท รับฟรี ชุดอุปกรณ์เสริม สำหรับโทรศัพท์มือถือ LUMI Mobility Pack3 ชิ้น มูลค่า 790 บาท

– ช้อปครบ 12,000 – 17,999 บาท รับฟรี ชุดอุปกรณ์เสริม สำหรับโทรศัพท์มือถือ LUMI Combo Pack 4 ชิ้น มูลค่า 1,190 บาท

– ช้อปครบ 18,000 บาท ขึ้นไป รับฟรี ชุดอุปกรณ์เสริม สำหรับโทรศัพท์มือถือ LUMI Combo Pack 4 ชิ้น และหูฟัง Sport Bluetooth มูลค่า 1,790 บาท

แถมอะไรเบอร์นี้ ซื้อหมดนี้ก็ต้องเอารถมาขนกับแล้ว ฮาๆๆๆๆ

จากทั้งหมดก็เป็นแค่ไฮไลท์ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ของบูธเพาเวอร์บาย ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ใครที่อยากสัมผัสกับนวัตกรรมล้ำๆ ด้านมือถือ หรืออุปกรณ์แกดเจ็ตไอที แถมยังมีช่วงนาทีทองปล่อยหมัดยกสมาร์ทโฟนมาลดกระหน่ำ แบบที่ต้องเกาะบูธรีบสอยกันเลยทีเดียวครับ แอบบอกว่า ไอโฟนสิบ ราคาลดสุดๆ ที่เพาเวอร์บาย หากใครมีแต้มสะสมเดอะวันการ์ดและ ออนท๊อปบัตรเครดิต งานนี้สามารถเป็นเจ้าของไอโฟนสิบในช่วงนาทีทองได้ในราคาสามหมื่นนิดๆ ครับ

มาเจอกันได้เลยที่บูธเพาเวอร์บาย (PM 8) เพลนนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15 – 18 ก.พ. 61 สามารถดูรายการสินค้า โปรโมชั่น หรือหากใครที่ไม่สะดวกมาก็เข้าไปช้อปออนไลน์เพลินๆ ได้ที่ www.powerbuy.co.th

สาวก สมาร์ทโฟน แก็ดเจ็ดไอที พลาดไม่ได้ นาทีนี้บอกได้แค่ว่า #ของมันต้องมี ครับ

(*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เปิดหลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ ครั้งแรกในประเทศไทย 0 1180

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย หรือ GCNT จัดหลักสูตร “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ” สำหรับภาคธุรกิจ

โดยมีบริษัทชั้นนำ เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 20 บริษัท ซึ่งมีเนื้อหาเจาะลึกความเชื่อมโยงระหว่างการเคารพสิทธิมนุษยชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิบัติการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย การจัดทำนโยบาย และบูรณาการหลักการของสิทธิมุนษยชนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ (Policy and Embedment) กระบวนการประเมินความเสี่ยง และการตรวจสอบรอบด้าน พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme – UNDP) และองค์กรธุรกิจต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสมาชิกของ GCNT ร่วมเป็นวิทยากร ทั้งนี้ หลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ เป็นหนึ่งในภารกิจของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ในการติดอาวุธการดำเนินธุรกิจควบคู่หลักสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรในภาคธุรกิจของไทย พร้อมสร้างเครือข่ายและส่งเสริมความร่วมมือจากผู้บริหารในทุกภาคส่วน ในการยกระดับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจของไทย

ไทยพัฒนาหัตถกรรมไทยให้เติบโตสู่ตลาดโลก 0 1323

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดย ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ  และ สมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย  โดย ดร.สุรภีร์  โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน ในการร่วมกันพัฒนาบุคลากรและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง ให้มีความเข้มแข็งใน 3 มิติ ทั้งคุณภาพ (quality) รูปแบบที่ทันสมัย (creative) และความต้องการของตลาด (marketing) เพื่อเตรียมพร้อมก้าวไปสู่ Thailand 4.0 สอดคล้องตามในโยบายภาครัฐบาลที่ได้วางไว้

ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทยที่มีความสําคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากประกอบด้วยอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดย่อยจํานวนมากมีกระบวนการผลิตที่ครบวงจร มีทําเลตั้งอยู่ในศูนย์กลางของอาเซียน รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ที่พร้อม โดยสามารถสร้างมูลค่าการค้าปีละมากกว่า 200,000 ล้าน สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ตระหนักถึงความจำเป็นของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย ที่ต้องแข่งขันในวันข้างหน้า จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน กับสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย ในครั้งนี้ ด้วยทั้ง 2 องค์กร มีแนวทางการดำเนินงานบนแนวทางดียวกัน ที่มุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก”

“ความร่วมมือกันในครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อสร้างการประยุกต์องค์ความรู้ และพัฒนาบุคลากรของทั้งสองฝ่ายรวมถึงสมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่ายในเรื่องผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของไทย สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและแฟชั่น และเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอ พื้นเมืองให้มีคุณภาพ (Quality)  มีรูปแบบที่ทันสมัย (Creative) ตอบสนองความ ต้องการของตลาด ก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและยอดจำหน่ายให้มากขึ้น (Marketing) และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) สอดคล้อง กับนโยบายภาครัฐในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 ในอนาคตอันใกล้นี้”

ด้านดร.สุรภีร์ โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย กล่าวว่า “การขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยอย่างเป็นรูปธรรมนั้น ต้องอาศัยการดําเนินการแบบบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน มีการพัฒนาอย่างชัดเจนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งต้องมีการกํากับดูแลเพื่อให้การดําเนินงานมีผลสัมฤทธิ์ สมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากร สมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย”

“โดยแนวทางและขอบเขตที่จะร่วมกันพัฒนานั้น ทั้งสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย และ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จะจัดให้มีการฝึกอบรมบุคลากร สมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย ในหัวข้อที่เหมาะสม รวมทั้งการสนับสนุนวิทยากรหรือสถานที่ฝึกอบรมซึ่งกันและกัน นอกเหนือจากนี้ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาข้อกำหนดฉลากคุณภาพสำหรับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอมือและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง เช่น ด้านคุณภาพ ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการใช้งานและ ความสวยงาม เป็นต้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอมือและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง และเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์จะร่วมกันพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงคนรุ่นใหม่และตอบสนองความต้องการของตลาด”

เพื่อตอกย้ำให้ชัดเจนถึงศักภาพและฝีมือของคนไทย ทั้ง 2องค์กรได้จัดให้มีการแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบของกลุ่มผู้ผลิตผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการ “พัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงผ้าไทยว่าสามารถนำมาพัฒนาให้มีรูปแบบที่ทันสมัยด้วยแนวคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ และสมาคมฯ ยังได้นำผลิตภัณฑ์ของสมาชิกที่มีความปราณีตสวยงามมาร่วมสมทบเพื่อจัดแสดงในงานนี้ด้วย งานนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ การสร้างสรรค์ของหัตถกรรมไทยทัดเทียมนานาประเทศ พร้อมจะพัฒนาแฟชั่นไทยให้เป็นศูนย์กลางในอาเซียน และเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป