Review : เพาเวอร์บาย แจกอั่งเปา 8,888.- ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 0 36926

ความหลากหลายของสินค้า9
ส่วนลดสินค้า8
ของแจก ของแถม8
การบริการ8
8.3 out of 10

ฉลองตรุษจีน เพาเวอร์บาย แจกอั่งเปา 8,888.- ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ปล่อยโปร เด็ด ของแถมเพียบ!! ลดสนั่นเพลนนารี ฮอลล์

ฉลองตรุษจีนกับงานมหกรรมสมาร์ทโฟน ไอที แก็ดเจ็ดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “Thailand Mobile Expo 2018” ณ เพลนนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2561 บอกเลยว่า อีเว้นท์เปิดปีครั้งนี้คึกคักมาก ยักษ์ใหญ่อย่างเพาเวอร์บายยกขบวนสินค้าสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์แกดเจ็ตไอทีมากมาย พร้อมอัดโปรโมชั่นหนัก แจกอั่งเปา เลขสวย เลขมงคล มูลค่ารวมกว่า 8,888 บาท แถมด้วยส่วนลดเพิ่มจากคะแนน The 1 Card และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้สูงสุดถึง 20% อีกด้วย เท่านั้น ยังไม่พอ!! ยังมีสินค้าราคาพิเศษลดแบบสุดๆ ในช่วงนาทีทอง ภายในงาน ซึ่งจะมีไฮไลท์อะไรรออยู่ เราไปดูกันเลยครับ

เมื่อเดินเข้ามาบริเวณ Main Foyer เพลนนารี ฮอลล์ จุดเช็คอิน โซนแรกของงานและยังเป็นส่วนเชื่อมไปยังจุดต่างๆ ในงาน สำหรับบูธเพาเวอร์บาย หมายเลข PM 8 หาไม่อยากเลยครับ แค่เดินตรงเข้าในงาน ให้สังเกตป้ายสีม่วงโดดเด่นมาแต่ไกลเลย

บูธเพาเวอร์บายเองก็จะตื่นตาตื่นใจกับจำนวนสินค้า สมาร์ทโฟน ไอทีและแก็ดเจ็ด หลากหลายแบรนด์ (ไม่คิดว่าสินค้าจะเยอะเหมือนเวลาไปเดินใน shop) เรามาดูไอเทมเด็ดตัวท๊อปที่พลาดไม่ได้ ต้องมาสอยที่งานนี้เท่านั้นครับ

แบบว่า #ของมันต้องมี สาวก Smart watch ต้องมามุง กับ Apple Watch S2 รุ่นนี้บอกเลยว่าประสิทธิภาพ และกราฟิกดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม 2 เท่า รุ่นนี้มีระบบ GPS บิวด์อินเข้ามาในตัวเครื่องทำให้เราสามารถออกกำลังกาย เช่น อยากออกไปวิ่ง แต่ไม่อยากพกมือถือไป ก็ใส่แค่ Apple Watch S2 ซึ่งจะมีระนาฬิกาบบแทร็ก GPS ได้เลย และสุดท้ายคือระบบกันน้ำที่ทำได้ดีมากขึ้นจนสามารถพกไปว่ายน้ำได้ แต่ที่ดีสุดๆ เห็นจะเป็นราคาที่ลดแรง ถึง 50% จาก 14,900 บาท เหลือเพียง 7,450 บาท เท่านั้น

ถัดมาเห็นแล้วต้องรีบพุ่งไปจัดก่อนที่ของจะหมด (แบบว่าอยากได้มานานล่ะ) อย่าง wearable สายรัดข้อมือและนาฬิกาอัจฉริยะ Fitbit จัดโปรลดถล่มราคา ซื้อ 1 แถม 1 จำนวน 3 รุ่นครับ ได้แก่ รุ่น Blaze , ALTA และ Flex สาย Healthy ต้องไปจัด คูลสุดๆ สำหรับคนที่รักการออกกำลังกายทุกรูปแบบ Fitbit รุ่น Blaze ลดเหลือ 8,990 บาท ย้ำอีกที 1 แถม 1 นะครับ รุ่นนี้ตอบโจทย์สุดๆ สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และอยากติดตามข้อมูลร่างกายในชีวิตประจำวัน ขนาดกระทัดรัดเหมาะกับข้อมือทุกไซด์ จะใส่คู่กับนาฬิกาปกติก็เก๋ๆ คูลๆ ภายในงานนี้เพาเวอร์บายจัดโปรหนักจริงๆ ซื้อ 1 แถม 1 ในราคา 5,990 บาท (คุ้มมากๆ) ใส่เป็นคู่กับแฟนก็น่ารักดีนะครับ ใครสนใจว่า Fitbit แต่ละรุ่นฟีเจอร์ต่างกันยังไง เดินมาคุยกับพนักงานที่บูธเพาเวอร์บายได้เลยครับ

เดินต่อเข้ามาในบูธเพาเวอร์บาย ผมไปสะดุดใจกับ Huawai Mate 10 Pro ที่มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ FHD+ (1080 x 2160 พิกเซล) การแสดงผลก็รองรับมาตรฐาน HDR10 ด้วย รุ่นนี้ภาพสวยเหมือนมือโปรมาถ่ายเองเลยครับ แถมด้วยหน้าจอแบบ OLED จึงทำให้ได้สีสันที่จัดจ้านและคอนทราสที่คมเข้มกว่าจอ IPS ทั่วๆ ไปอีกด้วย เพาเวอร์บายทำราคาพิเศษและยังมีส่วนลดกว่า 15%* จากราคาปกติ 27,990 บาท คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้วจริงๆ

และที่พลาดไม่ได้เอาใจสาวกซัมซุง Samsung Galaxy Note 8 ที่สุดของสมาร์ทโฟน จอใหญ่กับฟังชั่นก์ปากกาใหม่ กล้องคู่เครื่องแรกของโลก มาพร้อมระบบกันมือสั่นทั้งสองเลนส์ หน้าจอ Super Amoled ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดแบบ QHD+ (2960×1440 พิกเซล) เป็นสมาร์ทโฟนที่ผสานทุกความลงตัว ทั้งดีไซน์ที่และตอบโจทย์การใช้งาน ที่สำคัญราคาไม่แรงอย่างที่คิดนะ ในงาน เพาเวอร์บาย มีส่วนลดถึง 24%* และยังใช้ใช้อั่งเปาส่วนลดเพิ่มได้อีกด้วย จากราคาปกติ 33,900 บาท เหลือเพียง สองหมื่นกว่านิดๆ เอง

ยังไม่พอ…นอกจากโปรสุดคุ้ม ลดราคากระหน่ำขนาดนี้แล้ว ลูกค้าที่มาช้อปที่บูธเพาเวอร์บายภายในงาน ยังจะได้รับของแถมกันไปอีกฟรีๆ อีกเพียบ

– ช้อปครบ 5,000- 11,999 บาท รับฟรี ชุดอุปกรณ์เสริม สำหรับโทรศัพท์มือถือ LUMI Mobility Pack3 ชิ้น มูลค่า 790 บาท

– ช้อปครบ 12,000 – 17,999 บาท รับฟรี ชุดอุปกรณ์เสริม สำหรับโทรศัพท์มือถือ LUMI Combo Pack 4 ชิ้น มูลค่า 1,190 บาท

– ช้อปครบ 18,000 บาท ขึ้นไป รับฟรี ชุดอุปกรณ์เสริม สำหรับโทรศัพท์มือถือ LUMI Combo Pack 4 ชิ้น และหูฟัง Sport Bluetooth มูลค่า 1,790 บาท

แถมอะไรเบอร์นี้ ซื้อหมดนี้ก็ต้องเอารถมาขนกับแล้ว ฮาๆๆๆๆ

จากทั้งหมดก็เป็นแค่ไฮไลท์ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ของบูธเพาเวอร์บาย ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ใครที่อยากสัมผัสกับนวัตกรรมล้ำๆ ด้านมือถือ หรืออุปกรณ์แกดเจ็ตไอที แถมยังมีช่วงนาทีทองปล่อยหมัดยกสมาร์ทโฟนมาลดกระหน่ำ แบบที่ต้องเกาะบูธรีบสอยกันเลยทีเดียวครับ แอบบอกว่า ไอโฟนสิบ ราคาลดสุดๆ ที่เพาเวอร์บาย หากใครมีแต้มสะสมเดอะวันการ์ดและ ออนท๊อปบัตรเครดิต งานนี้สามารถเป็นเจ้าของไอโฟนสิบในช่วงนาทีทองได้ในราคาสามหมื่นนิดๆ ครับ

มาเจอกันได้เลยที่บูธเพาเวอร์บาย (PM 8) เพลนนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15 – 18 ก.พ. 61 สามารถดูรายการสินค้า โปรโมชั่น หรือหากใครที่ไม่สะดวกมาก็เข้าไปช้อปออนไลน์เพลินๆ ได้ที่ www.powerbuy.co.th

สาวก สมาร์ทโฟน แก็ดเจ็ดไอที พลาดไม่ได้ นาทีนี้บอกได้แค่ว่า #ของมันต้องมี ครับ

(*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เกษตร และอาหารของโลก หนุนรัฐ มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ช่วยโรงพยาบาลสู้โควิด ผ่านไปด้วยกัน 0 4283

กลุ่มบริษัท ซินเจนทา ประจำประเทศไทย ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เกษตร และอาหารของโลก ทั้งธุรกิจอารักขาพืช เมล็ดพันธุ์  สถานีวิจัย และโรงงานผลิต ร่วมผ่านวิกฤตโควิดพ้นโควิดไปด้วยกัน มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ให้กับ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลทหาร สังกัดกองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อใช้ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา พนักงาน และคู่ค้าของบริษัท ส่งมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทางการแพทย์ (PPE : Personal Protective Equipment) ที่จำเป็นในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย ชุดคลุมทั้งตัวคัดกรองโรค หน้ากากกันเชื้อโรค N95 หน้ากากสำหรับแพทย์ผ่าตัด  (Surgical Mask) ถุงมือแพทย์ หมวกคลุมผม แว่นตานิรภัย ชุดกันเปื้อน และหน้ากากป้องกันใบหน้า (Face Shield)  ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 32 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก จำนวน 5 แห่ง รวมทั้งสิ้น 37 โรงพยาบาล รวมถึงบุคคลกรของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)  มากกว่า 20,000 ชุด มูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาท

เนื่องจากในเวลานี้มีความยากลำบากในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ให้เพียงพอสำหรับบุคคลากรทางการแพทย์ ประกอบกับบริษัทได้มีอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE เพื่อใช้ในการอบรมเกษตรกรในการใช้สารเคมีทางการเกษตรให้ถูกต้องและปลอดภัย หรือ safe use training อยู่แล้ว เช่น หน้ากาก N95 ถุงมือ เสื้อป้องกันสารเคมี แว่นตา และหน้ากากป้องกันใบหน้า ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้เช่นกัน การสนับสนุนจากซินเจนทาในครั้งนี้ จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ซินเจนทา ตระหนักถึงความสำคัญของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้สถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซินเจนทา ขอขอบคุณในความเสียสละ ความทุ่มเท ทั้งแรงกายและใจของบุคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนที่กำลังปฏิบัติตามมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ โดย ซินเจนทา พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในยามวิกฤตเช่นนี้ และขอต่อสู้ เพื่อให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน” นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน กล่าวสรุป

มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ซินเจนทา ลงนามความร่วมมือสร้างอาณาจักรความหลากหลายทางชีวภาพ 0 3332

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา ร่วมมือพัฒนาโครงการ “รักษ์ผึ้ง” (Bee love project) บนพื้นที่เกือบ 20 ไร่ เน้นการศึกษา วิจัยและพัฒนา เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้ง และแมลงผสมเกสร หวังเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องธรรมชาติของชุมชน และขยายเป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงนิเวศในอนาคต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ แพทย์หญิง มนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี และ รศ. ดร. จรูญโรจน์ โชติวิวัฒนกุล ฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับ นายธนัษ อภินิเวศ ผู้อำนวยการ และนางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ณ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้ง และแมลงผสมเกสร ส่งเสริมนักศึกษา และชุมชนให้มีส่วนร่วมในการสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยผึ้ง ชันโรง และแมลงผสมเกสร โดยมีระยะเวลาดำเนินการร่วมกัน 3 ปี

แพทย์หญิง มนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวคิดสำคัญของรูปแบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยเฉพาะในหลักสูตรเกษตรกรปราดเปรื่อง หรือ Smart Farmer นั่นคือ “ผลิตได้ ขายเป็น ปลอดภัย และยั่งยืน” ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ที่ต้องการสร้างความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร สิ่งแวดล้อมและฐานทรัพยากร สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสเรียนรู้ พัฒนา และปฏิบัติจริง ก่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผึ้ง และแมลงผสมเกสร มีผลผลิตที่ปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่จะเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรม ผลการวิจัยใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการวิจัย ไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบายและสาธารณะได้ต่อไป

“องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้ชี้แจงว่าร้อยละ 75 ของพืชผลบนโลกที่มนุษย์นำมาบริโภคนั้น เกิดจาการผสมเกสรของผึ้ง จึงเป็นหน้าที่ของประชาคมโลกที่จะต้องหันมาสนใจปกป้องและอนุรักษ์ผึ้ง” รศ. ดร. จรูญโรจน์ โชติวิวัฒนกุล กล่าวเสริมว่า “หนึ่งในปัญหาสำคัญของการทำการเกษตรในปัจจุบัน คือ สภาวะโลกร้อน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้มีผลต่อความหลากหลายทางชีวิภาพ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น การใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างไม่ถูกต้องและเกินความจำเป็น การเกิดโรคไวรัสในผึ้ง ปัจจัยเหล่าทำให้เกิดผลกระทบกับผึ้งและแมลงผสมเกสร โครงการรักษ์ผึ้ง จึงเป็นการดำเนินงานที่บูรณาการองค์ความรู้อย่างรอบด้าน เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยภาคเกษตรกรรม และสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

อาจารย์สิทธิพงษ์ วงศ์วิลาศ นักวิชาการศึกษา โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ กล่าวสรุปแผนการดำเนินงานของสองกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ อย่างแรก คือ การพัฒนาพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ของมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ บูรณาการองค์ความรู้อย่างรอบด้านเข้าไปในหลักสูตรการเรียนและการสอน ทั้งในด้านการเลี้ยง การเพิ่มผลผลิต การแปรรูปจากผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดกิจกรรมอบรมและค่ายความรู้ความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่กลุ่มชุมชนและนักเรียนที่สนใจได้เข้ามาศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาโครงการ พัฒนาองค์ความรู้เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ในอนาคตจะสร้างพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดนครสวรรค์ และอย่างที่สอง คือ มุ่งเน้นให้ความรู้ แนวทางการปฏิบัติ สร้างเครือข่ายเกษตรกรกับผู้เลี้ยงผึ้ง ปลุกจิตสำนึกในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อลดอัตราการสูญเสียของผึ้ง และ แมลงผสมเกสร เพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่ม มีมูลค่าจากการเลี้ยงผึ้งเพิ่มมากขึ้น”

“โครงการรักษ์ผึ้ง เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของซินเจนทา ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยจะนำนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร มาร่วมวิจัย เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง เกษตรกรชาวสวนผลไม้ อุตสาหกรรมจากผึ้ง และคนในชุมชนดำเนินงานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เกิดการพึ่งพาและเอื้อประโยชน์ต่อกัน รวมทั้งเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร โดยอาศัยผึ้ง ชันโรง และแมลงผสมเกสร นับเป็นการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืนอีกด้วย” นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา กล่าวเสริม

สำหรับเกษตรกร นักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจเข้าร่วมโครงการรักษ์ผึ้ง ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 088-445-6406 หรือ https://na.mahidol.ac.th/academic/

เกี่ยวกับซินเจนทา

บริษัทซินเจนทาหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีพนักงานซินเจนทากว่า 28,000 คนในประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก โดยมีพันธกิจ “นำศักยภาพของพืชสู่ชีวิต” (Bringing Plant Potential to Life) ภายใต้การคิดค้นวิจัยชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าให้สามารถเพิ่มผลผลิต ปกป้องสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.co.th