ไทยผนึก Lumentum ลงนาม MOU สร้างกำลังคน-โครงสร้างพื้นฐานโฟโตนิกส์ รับเมกะเทรนด์ AI พร้อมแรงหนุนจากรัฐ ยกระดับอุตสาหกรรมสู่เทคโนโลยีขั้นสูง

ประเทศไทยเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง หลังบริษัท Lumentum ผู้นำด้านเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ระดับโลก ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) เพื่อพัฒนาบุคลากร วิจัยและสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโฟโตนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทย โดยความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางนโยบายรัฐในการผลักดันประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

lumentum

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกต่อศักยภาพของประเทศไทย พร้อมทั้งเน้นว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และโฟโตนิกส์เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระบบคลาวด์ และการสื่อสารขั้นสูง การพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศด้านนี้จึงเป็นกลยุทธ์หลักในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

lumentum

ด้านนายไมเคิล เฮอร์ลสตัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lumentum กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกในการลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ในประเทศไทย โดยบริษัทจะสนับสนุนทั้งการจัดตั้งห้องปฏิบัติการโฟโตนิกส์ การบริจาคอุปกรณ์ การพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคการศึกษา รวมถึงการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงในอุตสาหกรรม พร้อมย้ำว่า “โฟโตนิกส์เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมนี้”

lumentum

นายก๊ก เว่ย ฮู รองประธานอาวุโสสายปฏิบัติการของ Lumentum กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทไม่ได้มองประเทศไทยเป็นเพียงฐานการผลิต แต่ต้องการเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และร่วมกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ ทั้งในด้านการศึกษา การฝึกอบรม และการสนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อให้การลงทุนมีความยั่งยืนในระยะยาว

ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ย้ำเรื่องความร่วมมือครั้งนี้ว่า จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของประเทศ ผ่านการพัฒนาห้องปฏิบัติการและแพลตฟอร์มการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต

ขณะที่รองศาสตราจารย์ ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวเสริมว่า โครงการนี้มีเป้าหมายในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านโฟโตนิกส์ในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรรูปแบบใหม่ ทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระบบ modular ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมได้โดยตรง พร้อมทั้งยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยสู่การเป็นศูนย์กลางการพัฒนางานวิจัยเชิงพาณิชย์ที่เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ

ภายใต้กรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี โครงการนี้จะครอบคลุมทั้งการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม การวิจัยร่วม และการสร้างเส้นทางอาชีพสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะสูง ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และดาต้าเซ็นเตอร์

lumentum

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่เป็นการวางรากฐาน “ระบบนิเวศ” ที่เชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่ห่วงโซ่มูลค่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และสร้างความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืนในอนาคต

Author

  • PR Matter

    เบื้องหลังบทความคุณภาพทุกชิ้นบน พีอาร์แมทเทอร์ (PR Matter Editorial Team) คือ ทีมกองบรรณาธิการที่รวมตัวกันจากนักเขียน นักข่าว นักพีอาร์ และครีเอทีฟผู้มีประสบการณ์จริงในวงการสื่อสาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    ด้วยความมุ่งมั่นในการ “อัปเดตองค์ความรู้ เชื่อมโยงกลยุทธ์ สร้างแรงบันดาลใจ” ให้กับนักสื่อสาร นักพีอาร์ นักการตลาด และผู้นำองค์กรทั่วประเทศ พวกเราจึงใส่ใจในทุกถ้อยคำ ตรวจสอบทุกข้อมูล และเขียนทุกบทความด้วยหัวใจของมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญของทีม ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ การสื่อสารองค์กร การจัดการวิกฤต ไปจนถึงการเล่าเรื่องแบบเจาะลึก ทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงสร้างสรรค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *