ในยุคที่ ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่กลายเป็นวิถีชีวิตของคนไทยอย่างแท้จริง ข้อมูลจากรายงาน Digital 2026: Thailand ที่จัดทำโดย DataReportal ร่วมกับ Meltwater และ We Are Social เผยภาพพฤติกรรมดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง ทั้งในเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การใช้โซเชียลมีเดีย และวิธีที่ผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์กับโลกออนไลน์เช่นเดียวกับการค้นหาเนื้อหาและซื้อสินค้าออนไลน์
สำหรับนักสื่อสารประชาสัมพันธ์แล้ว การเข้าใจ เทรนด์ผู้บริโภคดิจิทัลไทย (Digital Consumer Trends) ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหัวใจของกลยุทธ์สื่อสารที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน
1. ประเทศไทย: สังคม Mobile-Native อย่างแท้จริง
หนึ่งในภาพที่ชัดที่สุดจากรายงาน Digital 2026 คือคนไทยเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือแทบทั้งหมด ตัวเลขจาก DataReportal ระบุว่า อินเทอร์เน็ตในไทยมีอัตราการเข้าถึงถึง 94.7% ของประชากร และในจำนวนนี้กว่า 96% เข้าผ่านมือถือ
สำหรับนักสื่อสารประชาสัมพันธ์ นี่ไม่ใช่แค่สถิติ แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยน “พฤติกรรม” ผู้บริโภคดิจิทัลไทย ที่ใช้มือถือเป็น “ช่องทางหลัก” ในการรับข้อมูล ความบันเทิง การติดต่อ และการตัดสินใจซื้อ
การสื่อสารในวันนี้ไม่สามารถถูกคิดและออกแบบบนพื้นฐานการเดิมพันว่าผู้บริโภคจะ “เปิดคอมพิวเตอร์แล้วอ่าน” อีกต่อไป แต่ต้องคิดจาก “มือถือ” เป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ทั้งหมด
Mobile-Native ไม่ได้หมายถึงแค่ “เข้าถึงผ่านมือถือ” เท่านั้น แต่หมายถึงการออกแบบเนื้อหาและสารสนเทศให้ “พร้อมใช้งานทันที” ผ่านอุปกรณ์พกพา จากเนื้อหาสั้นที่สื่อสารทันใจ ไปจนถึงประสบการณ์ UX/UI ที่ตอบโจทย์นิสัยการเสพสื่อบนหน้าจอเล็ก

2. โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป: ตลาดไม่ได้มีแต่คนรุ่นใหม่อีกแล้ว
รายงานยังชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น โดยค่า median age อยู่ที่ 40.6 ปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างชัดเจน
การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงตลาดดิจิทัลไทยไม่ได้เป็นเพียง “โลกของคนรุ่นใหม่” แต่กำลังก้าวสู่ “กลุ่มผู้สูงวัย” ที่มีความต้องการและวิธีการบริโภคสื่อที่ต่างออกไป เช่น
- ผู้สูงวัยมักให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่ชัดเจน เข้าถึงง่าย และมีความหมาย
- การใช้งานดิจิทัลของกลุ่มนี้มักเป็น “เครื่องมือช่วยชีวิต” มากกว่าแค่ความบันเทิง
- กลยุทธ์ PR ต้องตอบโจทย์ “การเข้าถึงอย่างแท้จริง” มากกว่าแค่จำนวนการมองเห็น
ในมุมมองของนักสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ยุคนี้ต้องผสานกระบวนการคิด Intuitive กับ Empathetic มากขึ้น เพื่อรับมือกับความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคแต่ละช่วงวัย จาก “คอนเทนต์ไวรัล” สำหรับคนรุ่นใหม่ ไปจนถึง “เนื้อหาหรือข้อมูลที่ช่วยแก้ปัญหา” สำหรับกลุ่มสูงวัย
3. ความเร็วอินเทอร์เน็ต: จุดแข็งของสังคมดิจิทัลไทย
ประเทศไทยไม่ได้เป็นแค่ “ประเทศกำลังพัฒนา” ในโลกดิจิทัล ตัวเลขจากรายงานแสดงให้เห็นว่าไทยมี ความเร็วอินเทอร์เน็ตแบบ Fixed สูงถึง 262.42 Mbps ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างชัดเจน
ความเร็วอันทรงพลังนี้ไม่ได้ส่งผลแค่การโหลดเว็บที่เร็วขึ้น แต่หมายถึง
- วิดีโอความละเอียดสูงและ Live Streaming ที่แทบไม่มีสะดุด
- ประสบการณ์ดิจิทัลที่ไร้รอยต่อทั้งบนแอปและเว็บ
- โอกาสใหม่ในเกมออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ และบริการดิจิทัลขั้นสูง
ในด้านการสื่อสาร นี่คือ “โอกาสเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยให้แบรนด์และองค์กรสามารถ
- ลงทุนกับ Interactive Content ที่ไม่ใช่แค่ข้อความธรรมดา
- สร้างแคมเปญวิดีโอที่จับใจบนแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้คาดหวังประสบการณ์ลื่นไหล
- ขยายกิจกรรมเชิงสื่อสารไปยังเทคโนโลยี Emerging อย่าง Live Commerce หรือ AR/VR ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง

4. Attention Economy: คนไทยใช้เวลาออนไลน์มากที่สุด การสื่อสารต้อง “ได้ใจ”
หนึ่งในเทรนด์ที่น่าสนใจที่สุดคือ “เวลาที่คนไทยใช้ในโลกออนไลน์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก” อย่างมีนัยสำคัญ — โดยเฉลี่ยประมาณ 34 ชั่วโมง 32 นาทีต่อสัปดาห์
สำหรับนัก PR เรื่องนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า
Attention คือสกุลเงินใหม่ในยุคดิจิทัล — และคนไทยกำลังลงทุนเวลาของพวกเขาอย่างจริงจัง
การเสพสื่อออนไลน์จำนวนมหาศาลแปลว่าผู้บริโภคถูกท่วมท้นด้วยข้อมูล สารสนเทศ และโพสต์จากแบรนด์ไม่รู้จบ ดังนั้น
- การสื่อสารต้องโดดเด่นกว่าแค่เข้าถึง ต้องเป็น Relevant และ Valuable
- แบรนด์ต้องรู้ว่าผู้บริโภคสนใจ “อะไร” ไม่ใช่แค่ “มีใครเห็นบ้าง”
- การทำ Storytelling ต้องสร้าง ความเชื่อมโยงทางอารมณ์ มากกว่าแค่เนื้อหาข้อมูล
นักสื่อสารต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคไม่ได้มีเวลาให้ “คำพูดธรรมดา” อีกต่อไป แต่พวกเขากำลังเลือกสิ่งที่ เข้าใจง่าย น่าจดจำ และตรงกับความต้องการของพวกเขา
5. พฤติกรรมโซเชียลมีเดีย: แพลตฟอร์มยังคงเป็น “สนามแข่งขัน” ของความสนใจ
รายงานฉบับประเทศยังเปิดเผยตัวเลขการใช้งานโซเชียลมีเดียที่น่าสนใจ เช่น มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในไทยประมาณ 56.6 ล้านบัญชี คิดเป็นประมาณ 79% ของประชากรทั้งหมด
แพลตฟอร์มยอดนิยมในไทย ได้แก่:
- LINE — แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างลึกซึ้ง
- Facebook, YouTube, TikTok — ช่องทางหลักของการค้นหาเนื้อหา บันเทิง และข่าวสาร
ดังนั้น ในแง่การสื่อสาร เครื่องมือโซเชียลมีเดียกลายเป็น
- เวทีของการสร้างชุมชน ไม่ใช่แค่การส่งสาร
- ช่องทางของการสร้างแบรนด์อิมเมจ ที่ต้องปรับตามวัฒนธรรมของแต่ละแพลตฟอร์ม
- สนามของการแข่งขันเพื่อ Attention ในยุคที่ไม่ใช่แค่ยอดไลก์ แต่คือ การมีส่วนร่วมเชิงลึก
6. AI และอนาคตของการสื่อสารดิจิทัล
สิ่งที่น่าจับตามองใน Digital 2026 คือการเติบโตของการใช้งาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยมีผู้ใช้งานเครื่องมือ AI เกินกว่า 1 พันล้านคนต่อเดือน ทั่วโลก
แม้รายงานฉบับประเทศไทยจะไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงตัวเลข AI แต่แนวโน้มนี้มีผลต่อ
- การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคแบบ Real-time
- การสร้างคอนเทนต์ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalization)
- การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ที่ใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ
นัก PR ยุคดิจิทัลต้องเตรียมพร้อมเข้าถึง Data-driven Communication และ AI-powered Insights เพื่อสื่อสารได้อย่างแม่นยำและมีผลลัพธ์มากขึ้น

PR ในยุค Digital Consumer Trends ต้องคิดใหม่ ทำใหม่
ภาพรวมของ Digital 2026 นำเสนอความจริงที่ชัดเจน
พฤติกรรมผู้บริโภคดิจิทัลไทยไม่ได้เป็นแค่ “ช่องทางออนไลน์” แต่เป็น “วิถีชีวิตออนไลน์” ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและขยายตัวทุกมิติ
สำหรับนักสื่อสารประชาสัมพันธ์ นี่คือคำเตือนและโอกาสในเวลาเดียวกัน
- Attention Economy ทำให้การแข่งขันเข้มข้น
- Mobile-Native Thailand ต้องเริ่มจากการคิดแบบมือถือก่อนทุกครั้ง
- Data และ AI เป็นเครื่องมือที่แยกผู้ที่ปรับตัวจากผู้ที่ล้มเหลว
- การสื่อสารต้องมีความหมาย และผสานอารมณ์กับข้อมูลให้ถูกจังหวะ
ในโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนไหวเร็วกว่าเดิมเท่าตัว หน้าที่ของนักสื่อสารประชาสัมพันธ์ไม่ใช่แค่ “รายงานข้อมูล” แต่ต้องเป็น “ผู้ตีความความเปลี่ยนแปลง และเชื่อมโยงมันกับผู้คน” เพื่อสร้างการสื่อสารที่ ทรงพลัง มีเป้าหมาย และเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้จริง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Digital 2026 Global Digital Report – Meltwater
FAQs: เจาะลึกเทรนด์ผู้บริโภคดิจิทัลไทย ปี 2026
ต่อไปนี้คือ 10 คำถามที่พบบ่อย (FAQs) พร้อมคำตอบแบบ MECE Framework ครอบคลุมเนื้อหาในบทความหัวข้อ
“เจาะลึกเทรนด์ผู้บริโภคดิจิทัลไทย ปี 2026: โอกาสและความท้าทายสำหรับนักสื่อสารยุคใหม่”
Q1: พฤติกรรมดิจิทัลของคนไทยในปี 2026 เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร?
A1: คนไทยกลายเป็นผู้ใช้งานแบบ Mobile-Native อย่างแท้จริง โดยกว่า 96% ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ และใช้เวลาเฉลี่ยกว่า 34 ชั่วโมงต่อสัปดาห์กับโลกออนไลน์
Q2: ความเร็วอินเทอร์เน็ตของไทยอยู่ในระดับใดเมื่อเทียบกับโลก?
A2: ไทยมีความเร็วอินเทอร์เน็ตแบบ Fixed สูงถึง 262.42 Mbps ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงกว่า 2 เท่า ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็งระดับแนวหน้า
Q3: การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรส่งผลต่อการสื่อสาร PR อย่างไร?
A3: ด้วยอายุเฉลี่ยที่สูงขึ้นและครัวเรือนขนาดเล็ก นักสื่อสารต้องให้ความสำคัญกับ Accessibility, UI ที่เรียบง่าย และคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัยมากขึ้น
Q4: อะไรคือผลกระทบของการที่ไทยเป็น Mobile-Native ต่อการออกแบบแคมเปญ PR?
A4: ต้องออกแบบทุกอย่างแบบ Mobile-First หรือ Mobile-Only ตั้งแต่คอนเทนต์ UX/UI ไปจนถึงช่องทางการสื่อสาร เพราะมือถือกลายเป็นศูนย์กลางของชีวิตผู้บริโภค
Q5: สื่อไหนที่คนไทยใช้งานมากที่สุดในปี 2026?
A5: LINE, Facebook, YouTube และ TikTok เป็นแพลตฟอร์มหลัก โดย LINE มีบทบาทเชิง Utility ขณะที่ TikTok เป็นช่องทางหลักของคอนเทนต์ไวรัล
Q6: นักสื่อสารควรปรับกลยุทธ์ PR อย่างไรในยุคที่ผู้บริโภคอยู่ใน Attention Economy?
A6: ต้องสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า ตรงจริตกลุ่มเป้าหมาย และสร้างอารมณ์ร่วม ไม่ใช่แค่การนำเสนอข้อมูล แต่เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับใจของผู้รับสาร
Q7: โอกาสจากโครงสร้างอินเทอร์เน็ตที่แข็งแกร่งของไทยคืออะไร?
A7: ช่วยให้สามารถใช้รูปแบบคอนเทนต์ที่ซับซ้อน เช่น Live, AR, VR, Interactive Content ได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเทคนิค ทำให้แคมเปญสามารถสร้างความโดดเด่นได้มากขึ้น
Q8: นักสื่อสารควรรับมือกับการครองตลาดของ Google อย่างไร?
A8: ต้องเข้าใจการทำงานของอัลกอริทึม Google อย่างลึกซึ้ง พัฒนาคอนเทนต์ SEO-friendly และวางแผนโฆษณาบน Google Ecosystem อย่างมีประสิทธิภาพ
Q9: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลต่อแนวทางการสื่อสาร PR อย่างไร?
A9: AI ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้แม่นยำยิ่งขึ้น สร้างเนื้อหาที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และเปิดโอกาสในการวางแผนกลยุทธ์เชิงข้อมูล
Q10: บทสรุปสำคัญจากเทรนด์ผู้บริโภคดิจิทัลไทยปี 2026 คืออะไร?
A10: นักสื่อสารต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรม และวัฒนธรรมของผู้บริโภค เพื่อวางกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ Mobile-Native, Aging Society และ Attention Economy ได้อย่างแม่นยำ
