GO WHOLESALE สานต่อโครงการ “GO Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม” ปีที่ 2 เชื่อมการซื้อผลไม้ไทยกับการสนับสนุนอาหารกลางวันนักเรียน โดยบริษัทสมทบทุน 1 บาทต่อผลไม้ที่ร่วมรายการทุก 1 กิโลกรัม หรือ 1 หน่วย ตั้งเป้าส่งต่อความช่วยเหลือแก่โรงเรียนในพื้นที่สาขา 14 แห่ง เปิดร่วมโครงการถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
การซื้อผลไม้สำหรับครอบครัวหรือใช้เป็นวัตถุดิบในร้านอาหาร สามารถสนับสนุนชุมชนได้ผ่านกลไกที่เข้าใจง่าย นี่คือแนวทางของ GO WHOLESALE ในโครงการ “GO Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม” ปีที่ 2 ซึ่งนำกิจกรรมซื้อขายในธุรกิจหลักมาเชื่อมกับการช่วยเหลือเกษตรกรไทยและการสนับสนุนอาหารกลางวันของเยาวชน
GO WHOLESALE ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ระบุว่า โครงการปีนี้ดำเนินภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนการซื้อให้เป็นการให้” โดยลูกค้าที่เลือกซื้อผลไม้ร่วมรายการทุก 1 กิโลกรัม หรือ 1 หน่วยตามรูปแบบจำหน่าย เช่น หวีหรือแพ็ก บริษัทจะสมทบทุน 1 บาท เพื่อนำไปสนับสนุนอาหารกลางวันแก่โรงเรียนในพื้นที่ที่สาขาตั้งอยู่
โครงการเปิดให้ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารและลูกค้าทั่วไปเข้าร่วมผ่านการซื้อผลไม้ที่กำหนด ณ GO WHOLESALE ทุกสาขา ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

เชื่อมการซื้อผลไม้กับความช่วยเหลือในพื้นที่
ริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ ระบุว่า การดำเนินงานปีแรกทำให้บริษัทเห็นโอกาสในการนำการมีส่วนร่วมของลูกค้ามาสร้างประโยชน์แก่เกษตรกรและชุมชน จึงต่อยอดโครงการให้การเลือกซื้อผลไม้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนอาหารกลางวันในโรงเรียนใกล้สาขา
ผลไม้ร่วมโครงการประกอบด้วยแตงโมพันธุ์กินรี ทอร์ปิโด และซอนญ่า เมล่อนเนื้อเขียวและเนื้อส้ม แคนตาลูปซันเลดี้ มะละกอฮอลแลนด์ สับปะรดศรีราชา กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า และลำไย
บริษัทวางเป้าหมายให้กิจกรรมนี้ช่วยเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตของเกษตรกรไทย ควบคู่กับการสะสมทุนเพื่อสนับสนุนโรงเรียน โดยกลไกสมทบทุนผูกกับปริมาณหรือหน่วยของผลไม้ที่ร่วมรายการ ไม่ใช่ยอดซื้อสินค้าทุกประเภทภายในสาขา

ปีแรกสนับสนุนนักเรียนกว่า 3,270 คน
GO WHOLESALE รายงานว่า ในปี 2568 ซึ่งเป็นปีแรกของโครงการ บริษัทได้ส่งมอบวัตถุดิบอาหารสำหรับจัดทำอาหารกลางวันแก่นักเรียนกว่า 3,270 คน ในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กรวม 14 แห่งใกล้สาขาทั่วประเทศ
พื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนครอบคลุมหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี ปทุมธานี ภูเก็ต อุดรธานี ขอนแก่น สงขลา และระยอง รวมถึงพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ส่วนการดำเนินงานปีที่ 2 บริษัทระบุว่าจะส่งต่อความช่วยเหลือไปยังโรงเรียนในพื้นที่สาขาอีก 14 แห่งหลังสิ้นสุดโครงการ อย่างไรก็ตาม ข่าวประชาสัมพันธ์ยังไม่ได้เปิดเผยเป้าหมายยอดสมทบทุนรวม หรือจำนวนนักเรียนที่จะได้รับประโยชน์ในปีนี้ ตัวเลขนักเรียนกว่า 3,270 คนจึงเป็นผลการดำเนินงานที่บริษัทรายงานสำหรับปีแรก

มุมสื่อสาร: ทำให้ผู้บริโภคเห็นบทบาทของตนเองได้ชัด
จุดเด่นของโครงการอยู่ที่การอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างการกระทำกับการสมทบทุนได้ตรงไปตรงมา ลูกค้าซื้อผลไม้ที่ร่วมรายการ และบริษัทเป็นผู้สมทบเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด
การมีขั้นตอนที่สอดคล้องกับกิจวัตรช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจวิธีเข้าร่วมได้ง่าย โดยไม่ต้องเริ่มกิจกรรมใหม่แยกจากการซื้อสินค้า ขณะเดียวกัน การสนับสนุนโรงเรียนใกล้สาขาก็ทำให้ประเด็นชุมชนสัมพันธ์เชื่อมโยงกับพื้นที่ดำเนินธุรกิจได้ชัดเจน
สำหรับคนทำงานประชาสัมพันธ์ กรณีนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของการบอกบทบาทแต่ละฝ่ายอย่างแม่นยำ ผู้ซื้อมีส่วนร่วมผ่านการเลือกสินค้า ส่วนบริษัทรับผิดชอบการสมทบทุน การใช้ถ้อยคำที่ชัดช่วยให้ลูกค้าเข้าใจว่าการซื้อของตนเชื่อมกับความช่วยเหลืออย่างไร
ขั้นต่อไปที่มีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือคือการรายงานผลหลังจบโครงการ ทั้งยอดสมทบทุน โรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุน รูปแบบการส่งมอบ และจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเชื่อมคำเชิญชวนในช่วงเริ่มต้นกับผลที่เกิดขึ้นจริง และทำให้ลูกค้าเห็นเส้นทางของการมีส่วนร่วมได้ครบถ้วนขึ้น



