สโลแกนพรรคการเมือง 2569 บทเรียนจากสนามเลือกตั้งไทยและเวทีโลก
ท่ามกลางสมรภูมิแห่งการเลือกตั้ง สโลแกนทางการเมืองเป็นมากกว่าคำขวัญที่ปรากฏบนป้ายหาเสียง หากแต่คือ “เครื่องมือสื่อสารทางกลยุทธ์” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดชิ้นหนึ่งของพรรคการเมือง
ท่ามกลางสมรภูมิแห่งการเลือกตั้ง สโลแกนทางการเมืองเป็นมากกว่าคำขวัญที่ปรากฏบนป้ายหาเสียง หากแต่คือ “เครื่องมือสื่อสารทางกลยุทธ์” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดชิ้นหนึ่งของพรรคการเมือง
ปี 2026 เป็นช่วงเวลาที่โซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่ “พื้นที่โพสต์ข้อความและรูปภาพ” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น โครงสร้างสำคัญของกลยุทธ์ดิจิทัลสำหรับแบรนด์ ทั้งในเชิงการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การขายตรงผ่านแพลตฟอร์ม รวมถึงการใช้ระบบ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดอย่างลึกซึ้ง
เมื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้มองหานโยบายที่ดีที่สุด แต่กำลังมองหาใครสักคนที่ “น่าเชื่อถือพอ” ในโลกที่ไม่ไว้ใจกัน ภาพของการหาเสียงเลือกตั้งในวันนี้ เต็มไปด้วยเวทีปราศรัย เสียงสโลแกน และนโยบายที่ถูกยกขึ้นมาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น แต่ใต้ภาพคึกคักนั้น กลับมีบางอย่างกำลังเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากมีคำหนึ่งที่ผู้บริหารทั่วโลกได้ยินบ่อยพอๆ กับคำว่า Digital Transformation หรือ AI Disruption คำนั้นคือคำว่า Trust แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ เราไม่ได้กำลังพูดถึง “การสร้างความเชื่อมั่น” ในเชิงบวก หากแต่กำลังเผชิญกับ วิกฤตความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้าง ที่ลึกและซับซ้อนกว่าที่เคย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า Loyalty Program มักถูกวางตำแหน่งเป็นเครื่องมือเสริมทางการตลาด เป็นกลไกที่มีไว้ “เพิ่มความถี่ในการซื้อ” หรือ “สร้างความผูกพันกับแบรนด์” ในระดับหนึ่ง แต่ข้อมูลอินไซต์จาก POINTX ที่เผยว่ายอดการใช้พอยท์เติบโตมากกว่า 330% ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี กำลังบอกเราว่า พฤติกรรมผู้บริโภคไทยได้ก้าวข้ามกรอบความคิดเดิมไปไกลกว่านั้นแล้ว
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน งานประชาสัมพันธ์ที่ดีคือการเล่าเรื่องให้โดนใจสื่อ เลือกมุมให้แปลกใหม่ และทำให้ข่าวของเราได้พื้นที่มากที่สุด แต่วันนี้ ภูมิทัศน์ของการสื่อสารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะ “คนกลาง” ไม่ได้มีแค่นักข่าวหรือบรรณาธิการอีกต่อไป หากแต่มี AI Search และระบบ Answer Engine ที่ทำหน้าที่กลั่นกรองข้อมูลแทนผู้คน
ในยุคที่ “แบรนด์บุคคล” (Personal Brand) มีอิทธิพลไม่แพ้แบรนด์องค์กร LinkedIn ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่มืออาชีพจากหลากหลายอุตสาหกรรมใช้สร้างอำนาจทางความคิด (Thought Leadership) สื่อสารประเด็นสำคัญ และวางตำแหน่งตนเองในตลาดอย่างมีชั้นเชิง
ในยุคที่ “โลกหมุนเร็วกว่าข่าว” การอัปเดตของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะสำหรับ นักประชาสัมพันธ์ (PR) ที่ต้องทำงานกับ “พื้นที่ข่าวสาร” เหล่านี้ทุกวัน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ 7 การเปลี่ยนแปลงสำคัญของโซเชียลมีเดียในเดือนมีนาคม 2025 ที่จะมีผลต่อวิธีการวางแผนสื่อสารองค์กร แบรนด์ และตัวบุคคลอย่างมีนัยสำคัญ
ในปี 2025 องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่ซับซ้อนและทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความไม่สงบทางสังคม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเครียดทางจิตใจของพนักงาน หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ รายงาน Risk Outlook 2025 จาก International SOS เปิดเผยว่า 75% ขององค์กรทั่วโลกมองว่าความไม่สงบทางสังคมเป็นความเสี่ยงอันดับต้นๆ ในขณะที่ 69% คาดการณ์ว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
ในยุคที่การสื่อสารเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จ CEO ไม่เพียงต้องบริหารองค์กรให้เติบโต แต่ยังต้องสามารถ สื่อสารอย่างทรงพลังและเข้าถึงหัวใจของผู้ฟัง ได้ด้วย แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ CEO หลายคนมักพูดเหมือน “เครื่องจักร” มากกว่ามนุษย์ – เต็มไปด้วยศัพท์เทคนิค รายงานตัวเลข และภาษาทางการที่แห้งแล้ง ขาดอารมณ์ความรู้สึก ทำให้พนักงาน นักลงทุน และสื่อมวลชนรู้สึกห่างเหิน
หากคุณเคยติดตามซีรีส์การเมืองเกาหลีชื่อดังอย่าง “Chief of Staff” (보좌관) คุณคงจะคุ้นเคยกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเกมการเมืองอันเข้มข้น การต่อรองเชิงกลยุทธ์ และบทบาทเบื้องหลังที่สำคัญไม่แพ้ตัวนักการเมืองเอง ซึ่งก็คือ “Chief of Staff” หรือหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ที่คอยขับเคลื่อนกลยุทธ์และวางแผนทุกหมากสำคัญขององค์กร
ในยุคที่องค์กรทั่วโลกเผชิญกับความท้าทายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง (Diversity, Equity, and Inclusion หรือ DEI) การเคลื่อนไหวของภาครัฐที่ต่อต้านแนวคิด DEI กลายเป็นประเด็นที่นักประชาสัมพันธ์ (PR Professionals) นักบริหาร และฝ่ายบริหารบุคคลไม่อาจเพิกเฉยได้ การประเมินความเสี่ยงจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการจัดการวิกฤต แต่เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การสื่อสารองค์กรที่ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว