ลงทะเบียนฟรี! เปิดทางลัด โอกาสทองนักธุรกิจไทย ลุยตลาดความงามในเวียดนาม 0 2945

ทูตการค้า สถานทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมกับ โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส และ โซลเมสเซ่ เกาหลีใต้ เปิดโอกาส สิทธิพิเศษและสิทธิประโยชน์เพื่อนักธุรกิจไทย ลุยตลาดธุรกิจความงามในเวียดนาม พร้อมเผยข้อมูลตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค ชี้ช่องธุรกิจ รับสิทธิพิเศษและประโยชน์จากเวียดนาม พิเศษ! บริการจดทะเบียนสินค้าความงาม จัดหาผู้ร่วมลงทุนและจัดจำหน่ายในเวียดนาม

เสวนา เปิดทางลัด โอกาสทองนักธุรกิจไทย ลุยตลาดความงามในเวียดนาม

1. ภาพรวมตลาดและธุรกิจความงามในประเทศเวียดนาม

2. โอกาสและการลงทุนธุรกิจความงามในประเทศเวียดนาม

3. พฤติกรรมผู้บริโภคเวียดนาม

  • a. ระดับความรู้ รายได้ ทัศนคติ และความเชื่อเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการความงาม
  • b. ความสามารถในการซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์และบริการความงาม
  • c. ผลิตภัณฑ์และบริการที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเวียดนาม

4. ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจความงามสำหรับนักธุรกิจไทยในเวียดนาม

5. สิ่งที่ ”ควรและไม่ควรปฏิบัติ” ในธุรกิจความงามในเวียดนาม

6. “ช่องทางลัด” ในการดำเนินธุรกิจความงามในเวียดนาม

7. โอกาสทองธุรกิจความงามในประเทศอื่นๆ ได้แก่ กัมพูชา และเมียนมา

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เวลา 09.45 – 11.00 น. ห้องบอร์ดรูม 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

เวลา 09.45 น. ลงทะเบียน จำกัดจำนวน 30 ท่าน ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าคลิก  
เวลา 10.00 น. เสวนา เปิดทางลัด โอกาสทองนักธุรกิจไทย ลุยตลาดความงามในเวียดนาม
• นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส
• นางจาง ไท ทัน ทูตการค้า สถานทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำประเทศไทย
•ดร. สิทธิชัย แดงประเสริฐ เลขาธิการกลุ่มฯ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหารเสริม และรองประธานกลุ่มฯ สมุนไพร สภาอุตสาหกรรม
• นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธาน คลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย
• พญ. นฤมล สิทธิ์บูรณะ Board of Dermatology และ American Board of Anti-Aging and Regenerative Medicine
เวลา 11.00 น. เสร็จสิ้นพิธีการ

วันนี้ วันเดียวเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณสุรีรัตน์ โทร. 084-559-4441 ผู้แทนคณะจัดงานจากเวียดนาม
หรือ Line Id. @prmatter หรือสแกน QR Code ด้านล่าง

 

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Social Craft Network กับการสร้างเครือข่ายบนเส้นทางธุรกิจคราฟต์ ตอนที่ 1 0 3490

หลายท่านอาจมีคำถามว่า Craft Bangkok คืออะไร จัดขึ้นเพื่ออะไร และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง งาน Craft Bangkok 2018 ที่จัดเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนาฮอลล์ EH 103 -104 ที่ผ่านมานั้น เป็นงานที่รวบรวมศิลปิน นักออกแบบ และผู้ประกอบการด้านงานหัตถศิลป์ ทั้งไทยและต่างชาติเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยน ทักษะความชำนาญองค์ความรู้ ตลอดจนไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อการต่อยอดเชิงพาณิชย์ของบุคคลในวงการศิลปหัตถกรรม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Social Craft Network หรือ หัตถศิลป์ไร้พรมแดน

งานหัตถศิลป์… เป็นงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ที่ผู้ผลิตงานคราฟต์สร้างสรรค์ขึ้นจากความชื่นชอบและทักษะฝีมือเฉพาะตัว ผลิตเป็นผลงานหัตถกรรมที่โดดเด่น แตกต่างกันไป งานหัตถศิลป์…มีวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย ซึ่งงานหัตถศิลป์ในปัจจุบัน มีความทันสมัย และได้รับอิทธิพลจากการรูปแบบวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ในยุคที่ Social Network เข้ามามีอิทธิพลกับคนในสังคมโดยเฉพาะด้านการติดต่อสื่อสาร วงการหัตถศิลป์ ได้มีพัฒนาการและมีการเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านโลกสังคมออนไลน์มากขึ้น ซึ่งทำให้ Social Network เข้ามาบทบาทสำคัญต่อคนในวงการหัตถศิลป์ในปัจจุบัน

งาน Crafts Bangkok 2018 ให้อะไรกับธุรกิจคราฟต์บ้าง

งาน Crafts Bangkok 2018 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นงาน Fair งานหนึ่งที่รวบรวมเหล่านักออกแบบทายาทครูช่าง ศิลปิน ผู้ประกอบการ และหลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้อง เปิดมุมมอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานต่างๆ ของรุ่นพี่ถ่ายทอดสู่รุ่นน้องเมื่อเกิดการแบ่งปันกัน ทำให้สามารถพัฒนาผลงานก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และสามารถต่อยอดธุรกิจคราฟต์ได้เป็นอย่างดี

การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้าง

“เราจะไม่เป็นนักออกแบบที่ออกแบบแล้วจบงานเพียงคนเดียวแต่เราจะได้แนวคิดและประสบการณ์ของผู้ที่ร่วมเครือข่ายกับเรามาด้วย ดังนั้นเราจะได้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างซึ่งมีความเป็น Unique และอาจเป็นนวัตกรรมใหม่ได้” นี่คือการสร้างเครือข่ายทางความคิดซึ่งปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจที่เป็นผลิตภัณฑ์ เพราะความต้องการของกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงการสร้างเครือข่ายด้านการใช้ทรัพยากร ซึ่งเป็นการลดต้นทุนด้านการผลิต ลดขั้นตอนการทำงานแบ่งปันประสบการณ์ แลกความรู้ซึ่งกันและกัน Social Craft Network เป็นการต่อยอดธุรกิจทำให้เรามีนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น

คุณนภดล สังวาลเพ็ชร และ คุณธีรศักดิ์ ลิ้มทัตธนกุล
เจ้าของแบรนด์ CHAR CO (ชาโคล)

งาน Crafts Bangkok 2018 ให้อะไรกับธุรกิจคราฟต์บ้าง

งาน Crafts Bangkok 2018 เปิดช่องทางทางการตลาด ช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ และตัวสินค้าของผู้ประกอบการในแต่ละแบรนด์ รวมถึงเป็นการทำให้เราเปิดโลกทัศน์ในเรื่องของกิจกรรมต่างๆเช่น กิจกรรมWorkshop กิจกรรมเสวนา และการจัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรมไทย มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนพูดคุยกันระหว่างผู้ประกอบการงานหัตถกรรมของแต่ละแบรนด์ แต่ละผู้ผลิต ทำให้เรามีความสนิทสนมรู้จักกันมากขึ้น ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ และต่อยอดธุรกิจคราฟต์ในอนาคตได้

การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้าง

สำหรับการสร้างเครือข่ายส่งผลดีต่อธุรกิจคราฟต์คือทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตงานหัตถกรรมในแต่ละกลุ่มแต่ละแบรนด์รู้จักกันมากขึ้น “ได้แลกเปลี่ยนถ่ายทอดองค์ความรู้ซึ่งกันและกันทั้งองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับงานของตนเอง และองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับเครือข่ายด้วย” ทำให้เราสามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ มาพัฒนาเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจรวมถึงการพัฒนาด้านการตลาดด้วย

ปราชญ์ นิยมค้า
เจ้าของแบรนด์ “Mann Craft”

งาน Crafts Bangkok 2018 ให้อะไรกับธุรกิจคราฟต์บ้าง

“ได้โอกาสทางการตลาด ที่เป็นตลาดเฉพาะ สินค้าที่สอดคล้องกับผู้ซื้อ ได้ต่อยอดเรื่องงานจากการได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับเครือข่ายต่างๆ ”

การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้าง

“การมีเครือข่าย ที่ทำงานในแนวทางเดียวกัน ทำให้มีตัวอย่างและแนวทางในการทำงานและได้ช่วยเหลือกันและกัน ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้ ปรึกษาหารือ ช่วยต่อยอดการทำงานในธุรกิจคราฟต์ได้”

คุณปิลันธน์ ไทยสรวง
เจ้าของร้าน ภูคราม จ.สกลนคร

การสร้างเครือข่าย สร้างคุณค่า สร้างโอกาส เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจคราฟต์ไทยเติบใหญ่อย่างยั่งยืน… แล้วพบกันอีกครั้งกับงาน Crafts Bangkok 2019

เปิดตัว Design Service Society เปิดสอนสร้างแบรนด์ฟรี! นำร่องในงาน ThaiFex พร้อมจัดใหม่เดือนนี้ 0 3654

ผู้ประกอบการกว่า 50 ราย เข้าปรึกษา Design Service Society หวังสร้างคุณค่าแบรนด์ในงาน THAIFEX 2018 และเตรียมจัดอบรมอีกครั้งเดือนนี้

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผนึกกำลังส่งเสริมอุตสาหกรรมการบริการออกแบบไทย จัดโครงการ Design Service Society 2018 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมาแล้วจากงาน STYLE 2018 ที่ผ่านมา และเพื่อตอกย้ำว่าทางรอดเดียวของธุรกิจในยุคนี้ต้องมาจาก “การออกแบบ” จึงจัดบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการไทยอีกครั้ง ในงานแสดงสินค้า THAIFEX – WORLD OF FOOD ASIA 2018 ภายใต้แนวคิด Strategic Design Thinking in Tasty Experience ทั้งนี้สมาคมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทยได้ดึงผู้เชี่ยวชาญด้าน”บรรจุภัณฑ์” มาให้คำปรึกษาด้านออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะ การออกแบบประสบการณ์ร้านค้า การออกแบบแบรนด์ เครื่องหมายทางการค้า และฟู้ดสไตลิสต์ (Food Stylist) ซึ่งเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการด้านอาหารของไทยได้เข้ารับคำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ชี้ให้มองลึกถึงการสร้างคุณค่า (Value Creation) แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ แบรนด์ บริการ และ/หรือ ผลิตภัณฑ์ ด้วยการสร้าง Design Value โดยอาศัย “กลยุทธ์คิดออกแบบ”

ทั้งนี้ งานแสดงสินค้า THAIFEX – WORLD OF FOOD ASIA 2018 ที่ผ่านมา บูธของโครงการ Design Service Society 2018 ได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง Strategic Design Thinking in Tasty Experience ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้มารับคำปรึกษาจำนวนมากกว่า 50 ราย อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เป็นต้น ให้ความสนใจมาขอรับคำปรึกษาการออกแบบครั้งนี้ด้วย

ผู้ที่พลาดการเข้ารับคำปรึกษาเพื่อสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ใน งาน THAIFEX 2018 ที่ผ่านมาโครงการ Design Service Society 2018 ยังมี Workshop กิจกรรมส่งเสริมความรู้ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ อีกหนึ่งครั้ง ภายใต้แนวคิด ‘@ Master Studio’ นั่นคือให้เกิดการเรียนรู้อย่างมาสเตอร์ในสภาพแวดล้อมของสถานที่ บรรยากาศ และ/หรือ การจำลองวิธีคิด เทคนิค กระบวนการ และ/หรือ สถานการณ์จริง โดยเนื้อหาของกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ภายใต้แนวคิด ‘Strategic Design Thinking’ การคิดเชิงการออกแบบคือกลยุทธ์ทางธุรกิจ เปิดมุมมองของกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ให้บริการด้านการออกแบบ และผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ/นักออกแบบทั่วไป ว่าจะมีกระบวนการคิดในการสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจร่วมกันเพื่อการปฏิรูปธุรกิจอย่างไร โดยมีการสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้แบบ ‘@ Master Studio’

สำหรับผู้ให้บริการด้านการออกแบบ ก็เช่น COTH Design Studio, ONGA Design Studio, Prompt Design Studio, Cor Design Studio, Jacob Jansen Design Studio, TEAK Research โดยทีมประสบการณ์ จาก The Cell Unit ซึ่งจะจัดอบรมกันทั้งหมด 7 หัวข้อ เริ่มวันที่ 19 มิถุนายนนี้ไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคม นักออกแบบ, ผู้ให้บริการด้านการออกแบบ และ/หรือ ผู้ประกอบการ, นักธุรกิจ ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับใบสมัครได้ที่ คุณพิษณุ ไชยวงศ์ (คุณบี) โทร 063-334-9009 หรือ ติดตามสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม www.idsocietythailand.org หรือ Facebook Fanpage idsocietythai