“แวนเวิร์ด” เปิด แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในไทย 0 6429

ยักษ์ใหญ่กลุ่มทุนจีน “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว จับมือ กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า (MKD GROUP) จัดงานเปิดตัว แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในกรุงเทพฯ ยิ่งใหญ่อลังการ สานต่อแนวคิด One Belt One Road ก้าวแรกสู่ตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ หวังเป็น top แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลก

นายหลู หยู่ชง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กว่างตุง แวนเวิร์ด นิว อิเล็คทริค จำกัด เปิดเผยว่า “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวจากประเทศจีน ประกาศเจตนารมณ์เตรียมยกระดับปั้นแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลก พร้อมเป็นผู้ส่งมอบสินค้าคุณภาพระดับมืออาชีพ โดยที่ผ่านมา แวนเวิร์ด อิเล็คทริค ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แบ่งปันองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และทรัพยากร กับคู่ค้าทั้งในจีนและต่างประเทศ รวมถึงการค้นคว้าวิธีการแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอีกด้วย”

นายเจิ้ง หมิงเฉียง ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท หมิงเข่อต๋า (MKD Group) หุ้นส่วนจำกัด เปิดเผยว่า ”กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า จากเมืองเซินเจิ้น ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2534 ดำเนินธุรกิจหลักด้านการจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งระบบค้าปลีกและค้าส่งข้ามเขต ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การขนส่งโลจิสติกส์ รวมถึงความร่วมมือกับ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ส่งผลให้มีการพัฒนาสินค้าที่โดดเด่น และสร้างความไว้วางใจเป็นที่ยอมรับให้กับแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค”

“แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในไทย เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความคิดริเริ่มและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน ภายใต้แนวคิด “One Belt One Road” โดยยึดหลัก 3 แนวคิด ได้แก่ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมแบ่งปัน มุ่งมั่นในการยกระดับพัฒนาสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชน อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการถ่ายทอดผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาสู่ภาคการผลิต ซึ่งจะเป็นการสร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องให้กับประเทศไทย และเพิ่มโอกาสในการสร้างงานสร้างรายได้อีกด้วย”

“ด้านการลงทุนและความร่วมมือในการพัฒนาประเทศไทย กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า ซึ่งมีเมืองเซินเจิ้นเป็นฐานราก เตรียมขยายโครงข่ายธุรกิจ มุ่งหวังที่จะพัฒนาประเทศไทยให้เป็นฐานแห่งใหม่ สร้างนิคมอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ ครอบคลุมในกลุ่มธุรกิจหลายด้าน อาทิ ด้านการขนส่งโลจิสติกส์ ศูนย์การค้า คอนโดมีเนียม สนามกอล์ฟ และโรงแรม เป็นต้น ด้วยเล็งเห็นในศักยภาพของไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจและมีการพัฒนาในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง”

นายหลู หยู่ชง กล่าวเพิ่มเติมว่า “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค นอกจากจะเป็นแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนายุทธศาสตร์ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของบริษัทในรูปแบบสากลอีกด้วย โดยในปี พ.ศ. 2543 “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเข้าสู่ตลาดสากล ด้วยข้อได้เปรียบทางด้านเทคนิค คุณภาพและต้นทุน ปัจจุบัน “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ได้จำหน่ายสินค้าเครื่องทำน้ำร้อนจากแก๊สเผาไหม้และอุปกรณ์หัวเตาแก๊สไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และมียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีผลงานการทำธุรกิจที่โดดเด่นมากมาย อาทิ

เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2558
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ Unical กลุ่มบริษัทผู้ผลิตเครื่องทำความร้อนในยุโรปที่มีชื่อเสียง

เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2559
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เซ็นสัญญากับกลุ่มบริษัทบริษัท Bosch ซึ่งเป็นบริษัท 1 ใน 500 บริษัทชั้นนำของโลกด้านเทคโนโลยีความร้อน และได้ร่วมทุนสร้างบริษัทขึ้นมาเพื่อขยายตลาดน้ำร้อนระหว่างประเทศ

เดือนพฤษภาคม ปี พ. ศ. 2560
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ร่วมทุนกับบริษัท Guangdong Wanbo Electric Co., Ltd. และ Hefei Wanbo Electric Co., Ltd. ดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการด้านแบรนด์อิสระในต่างประเทศ

เดือนพฤศจิกายน ปี พ. ศ. 2560
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ณ ศูนย์กลางการค้าของอาเซอร์ไบจาน ซึ่งเป็นร้านแรกในต่างประเทศของบริษัทฯ

สำหรับบริษัทจีน เราพร้อมที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆ กับความร่วมมือคู่ค้าทั่วโลก ซึ่งความร่วมมือของทั้ง 2 บริษัท นับว่าเป็นการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะตลาดในประเทศไทย ได้นำเอาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในระบบอัจฉริยะและคุณภาพสูงมาแนะนำและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคชาวไทยเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงการสานต่อแนวคิด One Belt One Road ที่จะสามารถจับมือกับคู่ค้าต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านองค์ความรู้ต่างๆ เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพยากร เพื่อเป้าหมายการพัฒนาแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค สู่ตลาดสากล ให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลก

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เฟ้นหานักร้องลูกทุ่งรุ่นใหม่ “โชว์ลูกคอหน้าจอทีวี” 0 4523

ซัมเมอร์นี้ Eliz Training Center ชวนคนมีไฟ หัวใจลูกทุ่ง ทุกเพศ ทุกวัย ที่มีฝันและมองหาโอกาสในเส้นทางอาชีพนักร้องลูกทุ่ง ร่วมกิจกรรม แข่งขันร้องเพลง ลูกทุ่ง และ มีทแอนด์กรี๊ด กับ อ๊อฟ-ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ นักร้อง-นักแสดงชื่อดัง จากรายการ มาสเตอร์คีย์เวทีแจ้งเกิด ร้องถล่มดาว พ่วงดีกรีเจ้าของรางวัล “สุดยอดนักล่าฝัน ทรู อะคาเดมี แฟนเทเซีย ปี 2” (AF2) เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-11 เมษายน 2562 หรือจนกว่าจะเต็มจำนวน พร้อมชิงของรางวัลมากมาย และ โอกาสในการออกรายการทีวี แน่นอน!! วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน นี้ ที่ Jas Urban ศรีนครินทร์

โดยจะมีศิลปินชื่อดังผู้มีประสบการณ์ตรงกว่า 10 ปี ‘อ๊อฟ-ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ’ จาก รายการ มาสเตอร์คีย์ เวทีแจ้งเกิด ร้องถล่มดาว พร้อมด้วย ‘ครูปู ประภัสสร เทียมประเสริฐ’ ผู้อำนวยการ สถาบันสอนร้อง-ดนตรี และเจ้าของรางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขาเพลงประกอบละครยอดเยี่ยม คุณครูสอนขับร้องจาก KPNสาขา Jas Urban ศรีนครินทร์ และ ‘คุณวิน อภิชิต รัตนพงษ์’ Executive Producer ค่ายภาพยนตร์ ดูท จะร่วมเป็นกรรมการการตัดสิน และให้ความรู้กับผู้เข้าแข่งขัน เพื่อความพร้อมสู่สายอาชีพนักร้อง

โดยงานนี้ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการมากมาย  อาทิ ศูนย์การค้า Jas Urban ศรีนครินทร์, สถาบัน KPN สาขา Jas Urban ศรีนครินทร์, สถาบันสอนขับร้อง-ดนตรี โดย ครูปู ประภัสสร เทียมประเสริฐ, ค่ายภาพยนตร์ DUDE ครู วิน อภิชิต, The Wind Holiday hotel , PPL บริษัท พีพีแอล ซิสเต็ม จำกัด โทร 029070088 โดย นางพูนศรี ลิ้มวิวัฒน์กุลสถาบันติวTACK Team  โดย ครูหน่า โทร 083-8533321, เพชรการแว่น จังหวัดเพชรบุรี โดยคุณ ยุวดี โทร 032-426797

ไททา แนะพรรคการเมือง ชูนโยบายเกษตรปลอดภัย 0 6818

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย แนะพรรคการเมืองไทย หยุดนโยบายประชานิยม ชี้ควรชูนโยบายหลัก เร่งสนับสนุนภาคเกษตรกรรม เน้นการเกษตรมาตรฐาน GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ นำรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน

ดร. วรณิกา นาควัชระ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย (ไททา) เปิดเผยว่า รายได้จากภาคเกษตรคิดเป็นร้อยละ 10 ของ GDP โดยมีพืชเศรษฐกิจนำรายได้เข้าประเทศมากมายหลายชนิด อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา ทุเรียน มังคุด แต่ปัจจุบันยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ขาดการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในหลายด้าน และไม่สามารถเติบโตได้ตามที่ควรจะเป็น

“ภาครัฐบาลได้พยายามส่งเสริมให้ ประเทศไทย เป็น ครัวของโลก แต่ ไททา กลับมองว่า ประเทศไทยจะต้องเป็น จุดศูนย์กลางของอาหารโลก ที่มีคุณภาพและพัฒนาให้เป็น แบรนด์ของประเทศ ในอนาคต ทั้งนี้ การบรรลุสู่เป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องพัฒนาตั้งแต่จุดเริ่มต้น เกษตรกร ปัจจัยการผลิต ระบบการเพาะปลูก การส่งเสริมและสนับสนุน จนถึงการตลาดและจัดจำหน่าย ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ จึงอยากให้พรรคการเมืองต่าง ๆ หยุดนโยบายประชานิยม เพ้อฝัน หันมาพิจารณา แนวทางที่เป็นจริงและก่อประโยชน์ต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะนโยบายภาคการเกษตร อันเป็นรายได้หลักของประเทศ” ดร. วรณิกา กล่าว

สำหรับขอเสนอ 3 นโยบายหลักด้านการเกษตรที่อยากให้พรรคการเมืองนำไปชูเป็นนโยบายพรรค ได้แก่

1. เกษตรกรสร้างชาติ เป็นการส่งเสริมความรู้ให้เกษตรกรอย่างเป็นระบบ ประสานร่วมกับภาคเอกชน อุตสาหกรรม และรัฐ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้จริง รวมทั้ง เชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรในสาขาต่าง ๆ ที่มีประสบการณ์ เข้ามาพัฒนาภาคการเกษตร ไม่ใช่ให้ผู้ที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์มาบริหารหรือจัดการภาคเกษตร

2. เกษตรมาตรฐาน GAPใช้สารเคมีปลอดภัย ส่งเสริมความรู้การเกษตรมาตรฐาน GAP ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ในหลายประเทศใช้มาตรฐานนี้ในการกีดกันสินค้าจากไทย ปัจจุบัน ภาครัฐให้เกษตรกรใช้มาตรฐาน GAP โดยสมัครใจ ควรกำหนดให้เป็นมาตรฐานหลักที่ทุกภาคเกษตรต้องปฏิบัติ และ

3. ราคากลางสินค้าเกษตร ปัจจุบัน ภาครัฐมีการกำหนดราคากลางสินค้าในหลายประเภท จึงอยากพิจารณาราคากลางสินค้าเกษตรบ้าง ตามความเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้บริโภค

“ปัญหาหลักของภาคเกษตรไทย คือ ยังหลงประเด็นกับการจัดการปัญหาที่ไม่ตรงจุด เรียกได้ว่า เป็นการแก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหาใหม่ อาทิ การระดมสมองเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรระดับประเทศ ควรให้ผู้มีความรู้ ประสบการณ์ กลับให้หน่วยงานอื่นที่ขาดความรู้ ข้อเท็จจริง และข้อมูลวิทยาศาสตร์มาตัดสิน หรือ การสร้างโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร ควรพัฒนาเกษตรมาตรฐาน GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติได้รับการยอมรับทั่วโลก ให้ความรู้เกษตรกรในการเพาะปลูกทุกขั้นตอนให้มีความปลอดภัย โดยใช้สารเคมีอย่างเหมาะสม ถูกต้อง ตามสภาพแวดล้อมของแต่ละคน หากใครไม่ต้องการใช้สารเคมีก็มีแนวทางแนะนำ หากใครต้องการใช้สารเคมีก็มีวิธีการควบคุม เหมือนการทำงานของแต่ละคน บางคนขับรถ บางคนนั่งรถเมล์ บางคนนั่งรถไฟฟ้า บางคนเดินไปทำงาน ภาครัฐไม่สามารถบังคับให้ทุกคนนั่งรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ เพราะสภาพแวดล้อมแต่ละคนต่างกัน ดังนั้น การกำหนดแนวทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย วันนี้” ดร. วรณิกา กล่าวสรุป