“แวนเวิร์ด” เปิด แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในไทย 0 6305

ยักษ์ใหญ่กลุ่มทุนจีน “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว จับมือ กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า (MKD GROUP) จัดงานเปิดตัว แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในกรุงเทพฯ ยิ่งใหญ่อลังการ สานต่อแนวคิด One Belt One Road ก้าวแรกสู่ตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ หวังเป็น top แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลก

นายหลู หยู่ชง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กว่างตุง แวนเวิร์ด นิว อิเล็คทริค จำกัด เปิดเผยว่า “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวจากประเทศจีน ประกาศเจตนารมณ์เตรียมยกระดับปั้นแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลก พร้อมเป็นผู้ส่งมอบสินค้าคุณภาพระดับมืออาชีพ โดยที่ผ่านมา แวนเวิร์ด อิเล็คทริค ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แบ่งปันองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และทรัพยากร กับคู่ค้าทั้งในจีนและต่างประเทศ รวมถึงการค้นคว้าวิธีการแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอีกด้วย”

นายเจิ้ง หมิงเฉียง ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท หมิงเข่อต๋า (MKD Group) หุ้นส่วนจำกัด เปิดเผยว่า ”กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า จากเมืองเซินเจิ้น ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2534 ดำเนินธุรกิจหลักด้านการจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งระบบค้าปลีกและค้าส่งข้ามเขต ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การขนส่งโลจิสติกส์ รวมถึงความร่วมมือกับ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ส่งผลให้มีการพัฒนาสินค้าที่โดดเด่น และสร้างความไว้วางใจเป็นที่ยอมรับให้กับแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค”

“แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในไทย เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความคิดริเริ่มและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน ภายใต้แนวคิด “One Belt One Road” โดยยึดหลัก 3 แนวคิด ได้แก่ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมแบ่งปัน มุ่งมั่นในการยกระดับพัฒนาสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชน อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการถ่ายทอดผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาสู่ภาคการผลิต ซึ่งจะเป็นการสร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องให้กับประเทศไทย และเพิ่มโอกาสในการสร้างงานสร้างรายได้อีกด้วย”

“ด้านการลงทุนและความร่วมมือในการพัฒนาประเทศไทย กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า ซึ่งมีเมืองเซินเจิ้นเป็นฐานราก เตรียมขยายโครงข่ายธุรกิจ มุ่งหวังที่จะพัฒนาประเทศไทยให้เป็นฐานแห่งใหม่ สร้างนิคมอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ ครอบคลุมในกลุ่มธุรกิจหลายด้าน อาทิ ด้านการขนส่งโลจิสติกส์ ศูนย์การค้า คอนโดมีเนียม สนามกอล์ฟ และโรงแรม เป็นต้น ด้วยเล็งเห็นในศักยภาพของไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจและมีการพัฒนาในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง”

นายหลู หยู่ชง กล่าวเพิ่มเติมว่า “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค นอกจากจะเป็นแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนายุทธศาสตร์ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของบริษัทในรูปแบบสากลอีกด้วย โดยในปี พ.ศ. 2543 “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเข้าสู่ตลาดสากล ด้วยข้อได้เปรียบทางด้านเทคนิค คุณภาพและต้นทุน ปัจจุบัน “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ได้จำหน่ายสินค้าเครื่องทำน้ำร้อนจากแก๊สเผาไหม้และอุปกรณ์หัวเตาแก๊สไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และมียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีผลงานการทำธุรกิจที่โดดเด่นมากมาย อาทิ

เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2558
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ Unical กลุ่มบริษัทผู้ผลิตเครื่องทำความร้อนในยุโรปที่มีชื่อเสียง

เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2559
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เซ็นสัญญากับกลุ่มบริษัทบริษัท Bosch ซึ่งเป็นบริษัท 1 ใน 500 บริษัทชั้นนำของโลกด้านเทคโนโลยีความร้อน และได้ร่วมทุนสร้างบริษัทขึ้นมาเพื่อขยายตลาดน้ำร้อนระหว่างประเทศ

เดือนพฤษภาคม ปี พ. ศ. 2560
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ร่วมทุนกับบริษัท Guangdong Wanbo Electric Co., Ltd. และ Hefei Wanbo Electric Co., Ltd. ดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการด้านแบรนด์อิสระในต่างประเทศ

เดือนพฤศจิกายน ปี พ. ศ. 2560
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ณ ศูนย์กลางการค้าของอาเซอร์ไบจาน ซึ่งเป็นร้านแรกในต่างประเทศของบริษัทฯ

สำหรับบริษัทจีน เราพร้อมที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆ กับความร่วมมือคู่ค้าทั่วโลก ซึ่งความร่วมมือของทั้ง 2 บริษัท นับว่าเป็นการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะตลาดในประเทศไทย ได้นำเอาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในระบบอัจฉริยะและคุณภาพสูงมาแนะนำและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคชาวไทยเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงการสานต่อแนวคิด One Belt One Road ที่จะสามารถจับมือกับคู่ค้าต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านองค์ความรู้ต่างๆ เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพยากร เพื่อเป้าหมายการพัฒนาแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค สู่ตลาดสากล ให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลก

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไททา แนะพรรคการเมือง ชูนโยบายเกษตรปลอดภัย 0 5272

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย แนะพรรคการเมืองไทย หยุดนโยบายประชานิยม ชี้ควรชูนโยบายหลัก เร่งสนับสนุนภาคเกษตรกรรม เน้นการเกษตรมาตรฐาน GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ นำรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน

ดร. วรณิกา นาควัชระ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย (ไททา) เปิดเผยว่า รายได้จากภาคเกษตรคิดเป็นร้อยละ 10 ของ GDP โดยมีพืชเศรษฐกิจนำรายได้เข้าประเทศมากมายหลายชนิด อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา ทุเรียน มังคุด แต่ปัจจุบันยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ขาดการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในหลายด้าน และไม่สามารถเติบโตได้ตามที่ควรจะเป็น

“ภาครัฐบาลได้พยายามส่งเสริมให้ ประเทศไทย เป็น ครัวของโลก แต่ ไททา กลับมองว่า ประเทศไทยจะต้องเป็น จุดศูนย์กลางของอาหารโลก ที่มีคุณภาพและพัฒนาให้เป็น แบรนด์ของประเทศ ในอนาคต ทั้งนี้ การบรรลุสู่เป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องพัฒนาตั้งแต่จุดเริ่มต้น เกษตรกร ปัจจัยการผลิต ระบบการเพาะปลูก การส่งเสริมและสนับสนุน จนถึงการตลาดและจัดจำหน่าย ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ จึงอยากให้พรรคการเมืองต่าง ๆ หยุดนโยบายประชานิยม เพ้อฝัน หันมาพิจารณา แนวทางที่เป็นจริงและก่อประโยชน์ต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะนโยบายภาคการเกษตร อันเป็นรายได้หลักของประเทศ” ดร. วรณิกา กล่าว

สำหรับขอเสนอ 3 นโยบายหลักด้านการเกษตรที่อยากให้พรรคการเมืองนำไปชูเป็นนโยบายพรรค ได้แก่

1. เกษตรกรสร้างชาติ เป็นการส่งเสริมความรู้ให้เกษตรกรอย่างเป็นระบบ ประสานร่วมกับภาคเอกชน อุตสาหกรรม และรัฐ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้จริง รวมทั้ง เชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรในสาขาต่าง ๆ ที่มีประสบการณ์ เข้ามาพัฒนาภาคการเกษตร ไม่ใช่ให้ผู้ที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์มาบริหารหรือจัดการภาคเกษตร

2. เกษตรมาตรฐาน GAPใช้สารเคมีปลอดภัย ส่งเสริมความรู้การเกษตรมาตรฐาน GAP ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ในหลายประเทศใช้มาตรฐานนี้ในการกีดกันสินค้าจากไทย ปัจจุบัน ภาครัฐให้เกษตรกรใช้มาตรฐาน GAP โดยสมัครใจ ควรกำหนดให้เป็นมาตรฐานหลักที่ทุกภาคเกษตรต้องปฏิบัติ และ

3. ราคากลางสินค้าเกษตร ปัจจุบัน ภาครัฐมีการกำหนดราคากลางสินค้าในหลายประเภท จึงอยากพิจารณาราคากลางสินค้าเกษตรบ้าง ตามความเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้บริโภค

“ปัญหาหลักของภาคเกษตรไทย คือ ยังหลงประเด็นกับการจัดการปัญหาที่ไม่ตรงจุด เรียกได้ว่า เป็นการแก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหาใหม่ อาทิ การระดมสมองเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรระดับประเทศ ควรให้ผู้มีความรู้ ประสบการณ์ กลับให้หน่วยงานอื่นที่ขาดความรู้ ข้อเท็จจริง และข้อมูลวิทยาศาสตร์มาตัดสิน หรือ การสร้างโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร ควรพัฒนาเกษตรมาตรฐาน GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติได้รับการยอมรับทั่วโลก ให้ความรู้เกษตรกรในการเพาะปลูกทุกขั้นตอนให้มีความปลอดภัย โดยใช้สารเคมีอย่างเหมาะสม ถูกต้อง ตามสภาพแวดล้อมของแต่ละคน หากใครไม่ต้องการใช้สารเคมีก็มีแนวทางแนะนำ หากใครต้องการใช้สารเคมีก็มีวิธีการควบคุม เหมือนการทำงานของแต่ละคน บางคนขับรถ บางคนนั่งรถเมล์ บางคนนั่งรถไฟฟ้า บางคนเดินไปทำงาน ภาครัฐไม่สามารถบังคับให้ทุกคนนั่งรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ เพราะสภาพแวดล้อมแต่ละคนต่างกัน ดังนั้น การกำหนดแนวทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย วันนี้” ดร. วรณิกา กล่าวสรุป

ผู้ประกอบการทั่วโลก แห่ตอบรับร่วมงาน ASIA PRINT EXPO 2019 พร้อมเปิดไฮไลท์สัมมนา การแข่งขัน และสาธิตธุรกิจแฟชั่น 0 3880

สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า เตรียมพร้อมนำผู้ประกอบการทั่วโลกในอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล การพิมพ์บนสิ่งทอ และป้ายโฆษณา ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมสู่โลกการพิมพ์แห่งอนาคต ใน Asia Print Expo หรือ เอเชีย ปริ้นท์ เอ็กซ์โป โดย เฟสป้า ระหว่างวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ตลอดสามวันของการจัดงาน เอเชีย ปริ้นท์ เอ็กซ์โป 2019 ท่านจะได้พบกับผู้ประกอบการธุรกิจด้านการพิมพ์และป้าย รวมทั้งสินค้า บริการ และเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการพิมพ์มากกว่า 50 บริษัท

นางสาวเจนิส เขมาชฎากร ผู้จัดการโครงการเฟสป้า ประจำประเทศไทย เปิดเผยถึงไฮไลท์การจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นงานที่รวบรวมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการพิมพ์ได้อย่างครบถ้วน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เริ่มตั้งแต่เครื่องจักร หมึก อุปกรณ์ชิ้นส่วน โปรแกรมการพิมพ์ อุปกรณ์ควบคุม จนถึงการออกแบบ การนำไปใช้ การบริการเสริมพิเศษต่าง ๆ รวมทั้งผลการศึกษาของเฟสป้า พบว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมการพิมพ์บนเครื่องนุ่งห่ม จะเป็นที่นิยมและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 12 ภายในปี ค.ศ. 2020 เฟสป้า จึงได้จัดแสดงสาธิตธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้า หรือ Print Make Wear Asia ขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อนำเสนอแนวคิดและสินค้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบ จนถึงเสร็จสิ้นเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแฟชั่น โดยมีผู้สนับสนุนหลักคือ VASTEX สาธิตเทคโนโลยีการพิมพ์สกรีนแบบใหม่ แห้งเร็ว และ Easiway Systems สาธิตการใช้อุปกรณ์ล้างหมึกพิมพ์สกรีน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาธุรกิจแฟชั่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ของทุกวัน บริเวณเวที N20 จะจัดให้มีการประชุมสัมมนาและสาธิตจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในและต่างประเทศ นำความรู้และประสบการณ์ความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ในหัวข้อหลากหลายเกี่ยวกับการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล การพิมพ์บนผ้า เรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยส่วนหนึ่งของคณะวิทยากรชั้นนำ ได้รับเกียรติจากสมาคมการพิมพ์สกรีนไทย

นางประภาพร ณรงค์ฤทธิ์ นายกสมาคมการพิมพ์สกรีนไทย กล่าวสนับสนุนว่า ตลาดการพิมพ์และสกรีนไทย เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปีอย่างต่อเนื่อง ตามภาคเศรษฐกิจ เป็นผลจาก 18 อุตสาหกรรมล้วนพึ่งพาระบบการพิมพ์และสกรีนในภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็น กีฬา เซรามิก เครื่องใช้ไฟฟ้า และวงจรไฟฟ้า เป็นต้น โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์และสิ่งทอ เติบโตสูงที่สุด ดังนั้น การเตรียมความพร้อมทั้งในด้านเทคนิค นวัตกรรมเทคโนโลยี และการบริหารธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์อนาคตการพิมพ์ให้มีความพิเศษและน่าสนใจ สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ตัวอย่างหัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจ แนวโน้มการตลาดดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย โดยวิทยากรชั้นนำด้านการตลาดดิจิทัล คุณณัฐวีร์ ตันติสัจจธรรม ผู้ก่อตั้ง STEPS Academy ที่ปรึกษาแบรนด์สินค้าดังระดับโลก ตลอดจน สัมมนาพิเศษจากวิทยากรชื่อดังด้านธุรกิจสตาร์ทอัพ เพื่อเปิดโลกทัศน์การบริหารธุรกิจการพิมพ์ให้เติบโตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่องทางและโอกาสทางการตลาดใหม่ในยุคดิจิทัล ติดตามหัวข้อเพิ่มเติมได้ที่ www.asiaprintexpo.com/conference

นอกจากนี้ การแข่งขันหุ้มยานยนต์ระดับโลก World Wrap Masters เฟสป้า ได้แต่งตั้งให้ นายภีมวัชช์ นุชพุ่ม นักห่อหุ้มยานยนต์ชั้นนำของไทย เป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินการแข่งขัน World Wrap Masters Asia เพื่อคัดเลือกผู้ชนะเลิศแห่งภูมิภาคเอเชียไปแข่งขันในรอบสุดท้ายในงาน FESPA Global Print Expo ณ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.asiaprintexpo.com/world-wrap-masters-asia

นายภีมวัชช์ กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดห่อหุ้มยานยนต์ทั่วโลก 1.62 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5 หมื่นล้านบาท โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 25 และมีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าภูมิภาคอื่น การเติบโตในธุรกิจโฆษณาเคลื่อนที่ รูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่ต่ำลง เป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดห่อหุ้มยานยนต์จะมีอนาคตสดใสมากในปีหน้า สำหรับการแข่งขันดังกล่าว จะได้พบผู้เชี่ยวชาญด้านการหุ้มยานยนต์จากทั่วโลก จะมาอวดฝีมือและความชำนาญในการหุ้มรถยนต์ – ฮอนด้า ซิตี้ และหุ้มวัสดุอื่นๆ ในการแข่งขัน เช่น หมวกกันน็อค Decken โดยการใช้ไวนิล HEXIS ซึ่งที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก”

ขณะเดียวกัน เฟสป้า ได้ลงทุนพัฒนาความรู้และสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจไปทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพ และในปีนี้ จะมีการมอบรางวัล FESPA AWARD ให้แก่องค์กรที่มีความสามารถและจัดการธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม โดยผู้ประกอบการที่สนใจส่งผลงาน ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.fespa.com

พิเศษสุด ผู้เข้าชมงานสามารถจองเที่ยวบินกับสายการบินไทย ผู้สนับสนุนการจัดงาน เอเชีย ปริ้นท์ เอ็กซ์โป โดยใช้รหัส TG1902008 ผ่านเว็บไซต์ www.thaiairways.com/en/mice/index.page

เฟสป้า ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมชมงาน ประชุมและสัมมนา ผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM901 ได้ที่ www.asiaprintexpo.com