“แวนเวิร์ด” เปิด แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในไทย 0 6215

ยักษ์ใหญ่กลุ่มทุนจีน “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว จับมือ กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า (MKD GROUP) จัดงานเปิดตัว แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในกรุงเทพฯ ยิ่งใหญ่อลังการ สานต่อแนวคิด One Belt One Road ก้าวแรกสู่ตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ หวังเป็น top แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลก

นายหลู หยู่ชง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กว่างตุง แวนเวิร์ด นิว อิเล็คทริค จำกัด เปิดเผยว่า “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวจากประเทศจีน ประกาศเจตนารมณ์เตรียมยกระดับปั้นแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลก พร้อมเป็นผู้ส่งมอบสินค้าคุณภาพระดับมืออาชีพ โดยที่ผ่านมา แวนเวิร์ด อิเล็คทริค ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แบ่งปันองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และทรัพยากร กับคู่ค้าทั้งในจีนและต่างประเทศ รวมถึงการค้นคว้าวิธีการแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอีกด้วย”

นายเจิ้ง หมิงเฉียง ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท หมิงเข่อต๋า (MKD Group) หุ้นส่วนจำกัด เปิดเผยว่า ”กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า จากเมืองเซินเจิ้น ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2534 ดำเนินธุรกิจหลักด้านการจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งระบบค้าปลีกและค้าส่งข้ามเขต ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การขนส่งโลจิสติกส์ รวมถึงความร่วมมือกับ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ส่งผลให้มีการพัฒนาสินค้าที่โดดเด่น และสร้างความไว้วางใจเป็นที่ยอมรับให้กับแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค”

“แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในไทย เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความคิดริเริ่มและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน ภายใต้แนวคิด “One Belt One Road” โดยยึดหลัก 3 แนวคิด ได้แก่ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมแบ่งปัน มุ่งมั่นในการยกระดับพัฒนาสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชน อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการถ่ายทอดผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาสู่ภาคการผลิต ซึ่งจะเป็นการสร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องให้กับประเทศไทย และเพิ่มโอกาสในการสร้างงานสร้างรายได้อีกด้วย”

“ด้านการลงทุนและความร่วมมือในการพัฒนาประเทศไทย กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า ซึ่งมีเมืองเซินเจิ้นเป็นฐานราก เตรียมขยายโครงข่ายธุรกิจ มุ่งหวังที่จะพัฒนาประเทศไทยให้เป็นฐานแห่งใหม่ สร้างนิคมอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ ครอบคลุมในกลุ่มธุรกิจหลายด้าน อาทิ ด้านการขนส่งโลจิสติกส์ ศูนย์การค้า คอนโดมีเนียม สนามกอล์ฟ และโรงแรม เป็นต้น ด้วยเล็งเห็นในศักยภาพของไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจและมีการพัฒนาในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง”

นายหลู หยู่ชง กล่าวเพิ่มเติมว่า “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค นอกจากจะเป็นแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนายุทธศาสตร์ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของบริษัทในรูปแบบสากลอีกด้วย โดยในปี พ.ศ. 2543 “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเข้าสู่ตลาดสากล ด้วยข้อได้เปรียบทางด้านเทคนิค คุณภาพและต้นทุน ปัจจุบัน “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ได้จำหน่ายสินค้าเครื่องทำน้ำร้อนจากแก๊สเผาไหม้และอุปกรณ์หัวเตาแก๊สไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และมียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีผลงานการทำธุรกิจที่โดดเด่นมากมาย อาทิ

เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2558
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ Unical กลุ่มบริษัทผู้ผลิตเครื่องทำความร้อนในยุโรปที่มีชื่อเสียง

เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2559
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เซ็นสัญญากับกลุ่มบริษัทบริษัท Bosch ซึ่งเป็นบริษัท 1 ใน 500 บริษัทชั้นนำของโลกด้านเทคโนโลยีความร้อน และได้ร่วมทุนสร้างบริษัทขึ้นมาเพื่อขยายตลาดน้ำร้อนระหว่างประเทศ

เดือนพฤษภาคม ปี พ. ศ. 2560
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ร่วมทุนกับบริษัท Guangdong Wanbo Electric Co., Ltd. และ Hefei Wanbo Electric Co., Ltd. ดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการด้านแบรนด์อิสระในต่างประเทศ

เดือนพฤศจิกายน ปี พ. ศ. 2560
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ณ ศูนย์กลางการค้าของอาเซอร์ไบจาน ซึ่งเป็นร้านแรกในต่างประเทศของบริษัทฯ

สำหรับบริษัทจีน เราพร้อมที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆ กับความร่วมมือคู่ค้าทั่วโลก ซึ่งความร่วมมือของทั้ง 2 บริษัท นับว่าเป็นการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะตลาดในประเทศไทย ได้นำเอาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในระบบอัจฉริยะและคุณภาพสูงมาแนะนำและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคชาวไทยเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงการสานต่อแนวคิด One Belt One Road ที่จะสามารถจับมือกับคู่ค้าต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านองค์ความรู้ต่างๆ เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพยากร เพื่อเป้าหมายการพัฒนาแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค สู่ตลาดสากล ให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลก

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4287

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4857

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561