“อิตัลไทยวิศวกรรม” ปรับทัพครั้งใหญ่ 0 7206

“อิตัลไทยวิศวกรรม” ผู้นำตลาดของกลุ่ม “อิตัลไทย กรุ๊ป” บุกตลาดขยายธุรกิจใหม่ๆ Smart Grid โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาระบบของประเทศ ทั้ง Smart Substation, Micro Grid รวมถึงระบบดิจิทัล เพื่อพัฒนาระบบการจ่ายไฟของทางการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประเดิมโครงการนำร่องแห่งแรกของการไฟฟ้าภูมิภาค ในพื้นที่เมืองพัทยา พร้อมขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 6,000 ล้านบาท หลังมี Backlog แล้วกว่า 9,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมลงทุน 200-300 ล้านบาท ในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิตอล

นายสกล เหล่าสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด หรือ (ITALTHAI Engineering : ITE) หนึ่งในบริษัทผู้นำตลาดทางด้านวิศวกรรม ภายใต้ “อิตัลไทย กรุ๊ป” เปิดเผยว่า
“ในปัจจุบัน ITE มีการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจพื้นฐานหลักของอิตัลไทยวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ Substation มีการเดินหน้าเข้าประมูลกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวงมาโดยตลอด ในส่วนธุรกิจ Power Generation ธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้า ธุรกิจพลังงานทางเลือก ทางอิตัลไทยวิศวกรรมก็เข้าไปมีส่วนร่วมประมูลในโครงการต่างๆ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวกับ Building Utility ทางเราได้โฟกัสไปที่ Office Building , Luxury Condominium , โรงพยาบาล และ Healthcare นอกจากนี้ยังมีธุรกิจก่อสร้างโรงงาน , งานระบบไฟฟ้าเครื่องกลของกลุ่มปิโตรเคมิคอล และ Oil & Gas ที่ยังคงรุกตลาดและสร้างผลงานมาอย่างต่อเนื่อง

บริษัทได้มีการขยายธุรกิจใหม่ๆ เพื่อขยายขีดความสามารถและรองรับ โครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาระบบของประเทศ อย่างเช่น ธุรกิจ Smart Grid ที่เกี่ยวข้องกับ Smart Substation , Micro Grid รวมถึงระบบดิจิทัลต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบการจ่ายไฟของทางการไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าภูมิภาค โดยอิตัลไทยวิศวกรรม ได้มีการเซ็นสัญญาร่วมกับการไฟฟ้าภูมิภาค เกี่ยวกับ Smart Grid ไปแล้วหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการนำร่องโครงการแรกของการไฟฟ้าภูมิภาค

และในปี 2561 เราได้เดินหน้าอย่างเต็มตัวเพื่อที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านธุรกิจ Smart Grid โดยบริษัทได้ขยายตัวมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่ธุรกิจนี้ตั้งแต่ปี 2560 นอกจากนี้เรามี Business Partner ที่แข็งแกร่งจากประเทศจีน (Beijing Sifang Automation) ซึ่งจะทำให้เราสามารถเข้าสู่ธุรกิจ Smart Grid ได้อย่างเต็มตัวในปี 2561 และปีต่อๆ ไป

นายสกล กล่าวต่อไปว่า “นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของธุรกิจ High Rise Building ซึ่งทางเราได้โฟกัสไปที่โครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่ อาทิ โครงการ One Bangkok, โครงการ The Forestier หรือ โครงการ The Trust City ที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท อีกทั้งมีแผนรับงานที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลและ Healthcare มากยิ่งขึ้น เราได้มีการเตรียมทีมงานและบุคลากร เพื่อเข้าไปรับงานในกลุ่มระบบการขนส่งมวลชนต่างๆ เช่น โครงการ Signaling & Communication ของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมถึงงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ของโครงการรถไฟฟ้า ที่อยู่ภายใต้การดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (MRTA) อีกด้วย และกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ธุรกิจการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ของแต่ละจังหวัด เช่น หาดใหญ่ พัทยา เป็นต้น”

สำหรับการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ นายสกล ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “สำหรับแผนการเข้าไปลงทุนก่อสร้าง ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านนั้น โดยหลักๆ แล้วจะโฟกัสไปที่ธุรกิจ Building Utility งานอาคารสูง Substation และ Power Distribution การก่อสร้างโรงงานทุกประเภท โดยเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา เราได้เข้าไปตั้งบริษัทที่ประเทศเมียนมา เพื่อรองรับงานในด้านดังกล่าว และได้มีโครงการที่เซ็นสัญญาไปแล้วกับบริษัท Sahadharawat ในประเทศเมียนมา ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ได้เข้าประมูลโครงการใหญ่ๆ ในประเทศเมียนมาอีกหลายโครงการ เช่น โครงการ Landmark ที่มีการลงทุนร่วมจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเมียนมา หรือโครงการสร้างโรงเบียร์ของกลุ่ม ThaiBev มูลค่างานกว่า 2,500 ล้านบาท หรือประมูลงานระบบไฟฟ้า ประปาและแอร์ ของโรงแรมเพนนินซูล่า เป็นต้น และยังได้ร่วมประมูลกับโรงพยาบาล และHealthcare ต่างๆ อีกด้วย ทั้งนี้ เรายังได้เริ่มศึกษาตลาดของประเทศลาวและกัมพูชา เพื่อหาโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคตอันใกล้นี้”

ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีรายได้อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท มาจากกลุ่ม Power Generation ธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้า 30% กลุ่ม Substation 20% กลุ่ม Office Building , Luxury Condominium อย่างละ 20% และอื่น ๆ อีก 10% และคาดว่าในปี 2561 นี้ ภาพรวมธุรกิจดีขึ้น บริษัทฯ จึงได้ตั้งเป้าไว้ที่ 6,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มี Backlog แล้วกว่า 9,000 ล้านบาท

นายสกล กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากการดำเนินธุรกิจหลักที่กำลังเติบโตดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว นโยบายหนึ่งที่สำคัญที่สุดของบริษัทเรา คือ ต้องดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์
ต่อสังคม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต โดยเราได้ตระหนักดีว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำไรของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงการคืนกำไรในทิศทางที่ดีสู่สังคมควบคู่ไปด้วย อีกทั้งบริษัทดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ และปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานความปลอดภัยที่ใช้อยู่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อแหล่งชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่บริเวณนั้นๆ ให้น้อยที่สุด โดยในปีนี้ได้วางแผนการทำกิจกรรม CSR อยู่ 2 แนวทาง คือ โครงการที่พัฒนาสังคม และโครงการรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท และจะทำขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง”

“บริษัทได้ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 50 ปี จึงเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในแวดวงธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมานาน ทั้งด้านมาตรฐานในการทำงานสูงและมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบ ที่ทำให้เรามีศักยภาพในการดึงดูดพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพเข้ามาร่วมงานกับเราได้ ทุกวันนี้เรามีบุคลากรทั้งฝ่ายเทคนิคและการตลาดที่เต็มไปด้วยศักยภาพ และเรายังมีผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องรับประกันคุณภาพงานของเรา ทั้งนี้เรายังมีระบบการบริหารจัดการโครงการที่ได้มาตรฐานสากล และระบบการตรวจสอบตามมาตรฐาน ISO รวมถึงทำงานตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานด้านชีวอนามัย ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพันธะสัญญาในการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานสากลอย่างดีตลอดมา ที่ทำให้เป็นปัจจัยหลักส่งผลต่อธุรกิจให้เติบโตและสร้างผลงานอย่างยั่งยืน” นายสกล กล่าวปิดท้าย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรเวียดนามโตเร็ว ชวนไทยขยายตลาดและลงทุน เปิดช่องทางพิเศษ HORTEX Vietnam 2019 0 3018

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ งานประชุมและนิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับนานาชาติด้านพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ ครั้งที่ 2 หรือ ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม (HORTEX Vietnam 2019) ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ เวียดนาม ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม พ.ศ. 2562 หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานครั้งแรกเมื่อต้นปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

คณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชน สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยผู้ประกอบการชั้นนำด้านพืชสวนและดอกไม้ของเวียดนามและไทย ได้ร่วมเปิดวิสัยทัศน์ โอกาสการค้าและการลงทุนในเวียดนาม จุดเด่นและสิทธิประโยชน์ในการเข้าร่วมงาน ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม หรือ HORTEX Vietnam 2019

ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม หรือ HORTEX Vietnam เป็นงานระดับนานาชาติเพียงหนึ่งเดียวในเวียดนามที่จัดแสดงนวัตกรรมและการประชุมด้านพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อต้นปีพ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา โดย บริษัท มินห์ วี เอ็กซิบิชั่น แอนด์ แอดเวอร์ไทซิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด ประเทศเวียดนาม ร่วมกับ บริษัท โนวา เอ็กซิบิชั่นส์ จำกัด ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้ ได้รับการตอบรับเข้าร่วมจัดงานเป็นอย่างดีจาก 110 บริษัทจาก 20 ประเทศทั่วโลก และมีผู้สนใจเข้าร่วมงาน 4,530 ราย ส่วนใหญ่จากเวียดนาม และประเทศอื่น ๆ อาทิ กัมพูชา ไทย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เกาหลี ออสเตรเลีย จีน สหรัฐอเมริกา และอินเดีย

นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด หรือ เก็คส์ เปิดเผยว่า “HORTEX Vietnam จัดขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งออกผักและผลไม้จาก 349 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2552 เพิ่มเป็น 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2560 และในปีนี้ ครึ่งปีแรก สามารถส่งออกได้ถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.70 เป็นไปตามแผนของกระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชนเวียดนาม ซึ่งต้องการให้อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ เติบโตขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

“การจัดงาน HORTEX Vietnam เป็นการรวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเพาะปลูก โรงเรือน ระบบถนอมอาหาร ระบบคัดแยก ระบบเก็บเกี่ยว ระบบแปรรูปผักและผลไม้ บริการด้านการตลาดในเวียดนาม บริการจัดจำหน่ายและส่งออกผัก ผลไม้ และดอกไม้ ผลสำเร็จของการจัดงานครั้งแรก HORTEX Vietnam 2018 ร้อยละ 92 ของบริษัทที่ร่วมจัดแสดงงานพึงพอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้รับความสนใจจากนักธุรกิจทั่วโลกเข้ามาเจรจาซื้อขาย และจะมาร่วมแสดงงานอีกครั้ง โดยเพิ่มพื้นที่จัดแสดงขึ้นสองเท่าจากเดิม เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก” นางลัดดา กล่าวสรุป

HORTEX Vietnam 2019 ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชนเวียดนาม ศูนย์ส่งเสริมการลงทุนและการค้า การท่องเที่ยวลามดอง สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งเวียดนาม (วิน่า ฟรุ๊ต) สมาคมดอกไม้ดาลัด และสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำเวียดนาม

สำหรับการจัดงานในวันนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย คณะผู้จัดงานได้นำเสนอไฮไลท์และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากการเข้าร่วมจัดงาน HORTEX Vietnam 2019 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอกาสการลงทุนภายใต้นโยบายการค้าเวียดนาม ภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมผัก ผลไม้ และดอกไม้เวียดนาม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจในเวียดนาม โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชน สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยผู้ประกอบการชั้นนำด้านพืชสวนและดอกไม้ของไทย

ลงทะเบียนฟรี! เปิดทางลัด โอกาสทองนักธุรกิจไทย ลุยตลาดความงามในเวียดนาม 0 6416

ทูตการค้า สถานทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมกับ โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส และ โซลเมสเซ่ เกาหลีใต้ เปิดโอกาส สิทธิพิเศษและสิทธิประโยชน์เพื่อนักธุรกิจไทย ลุยตลาดธุรกิจความงามในเวียดนาม พร้อมเผยข้อมูลตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค ชี้ช่องธุรกิจ รับสิทธิพิเศษและประโยชน์จากเวียดนาม พิเศษ! บริการจดทะเบียนสินค้าความงาม จัดหาผู้ร่วมลงทุนและจัดจำหน่ายในเวียดนาม

เสวนา เปิดทางลัด โอกาสทองนักธุรกิจไทย ลุยตลาดความงามในเวียดนาม

1. ภาพรวมตลาดและธุรกิจความงามในประเทศเวียดนาม

2. โอกาสและการลงทุนธุรกิจความงามในประเทศเวียดนาม

3. พฤติกรรมผู้บริโภคเวียดนาม

  • a. ระดับความรู้ รายได้ ทัศนคติ และความเชื่อเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการความงาม
  • b. ความสามารถในการซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์และบริการความงาม
  • c. ผลิตภัณฑ์และบริการที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเวียดนาม

4. ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจความงามสำหรับนักธุรกิจไทยในเวียดนาม

5. สิ่งที่ ”ควรและไม่ควรปฏิบัติ” ในธุรกิจความงามในเวียดนาม

6. “ช่องทางลัด” ในการดำเนินธุรกิจความงามในเวียดนาม

7. โอกาสทองธุรกิจความงามในประเทศอื่นๆ ได้แก่ กัมพูชา และเมียนมา

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เวลา 09.45 – 11.00 น. ห้องบอร์ดรูม 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

เวลา 09.45 น. ลงทะเบียน จำกัดจำนวน 30 ท่าน ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าคลิก  
เวลา 10.00 น. เสวนา เปิดทางลัด โอกาสทองนักธุรกิจไทย ลุยตลาดความงามในเวียดนาม
• นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส
• นางจาง ไท ทัน ทูตการค้า สถานทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำประเทศไทย
•ดร. สิทธิชัย แดงประเสริฐ เลขาธิการกลุ่มฯ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหารเสริม และรองประธานกลุ่มฯ สมุนไพร สภาอุตสาหกรรม
• นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธาน คลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย
• พญ. นฤมล สิทธิ์บูรณะ Board of Dermatology และ American Board of Anti-Aging and Regenerative Medicine
เวลา 11.00 น. เสร็จสิ้นพิธีการ

วันนี้ วันเดียวเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณสุรีรัตน์ โทร. 084-559-4441 ผู้แทนคณะจัดงานจากเวียดนาม
หรือ Line Id. @prmatter หรือสแกน QR Code ด้านล่าง