fbpx

วธ. MOU 7 องค์กรเอกชน ดันผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทยโตยั่งยื่น

กระทรวงวัฒนธรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ ๗ องค์กรเอกชนเพื่อร่วมกันส่งเสริมตลาดผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย พร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการและขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ชุมชนสร้างรายได้อย่างยั่งยืน หลังบรรลุเป้าหมายงาน CCPOT GRAND EXPOSITION ผลตอบรับดีเกินคาด สร้างมูลค่าการค้าสูงถึง ๖๐๐ ล้าน

วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๕ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าวผลการดำเนินงาน “โครงการกระตุ้นและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย” (CCPOT) สู่สากล และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย โดยมีนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร องค์กรเอกชน ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ชุมชนวัฒนธรรมและสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องแกลเลอรี่ ๕ ชั้น ๑ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า โครงการกระตุ้นและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย โดยดำเนินโครงการงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย CCPOT GRAND EXPOSITION ที่จัดไปเมื่อวันที่ ๑๖ – ๒๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งผลของการจัดงานดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เกิดการเจรจาธุรกิจมากกว่า ๒๖๐ คู่ สามารถสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า ๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งมูลค่าที่เกิดขึ้นนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหภาค นอกจากนี้กระทรวงวัฒนธรรมยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กรเอกชนรายใหญ่มาช่วยต่อยอดขยายตลาดผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชน ทำให้ชุมชนมีงานทำ มีรายได้ เศรษฐกิจชุมชนสามารถดำรงต่อไปได้อย่างยั่งยืน นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีของกระทรวงวัฒนธรรมที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ๗ องค์กรเอกชนที่จะร่วมกันส่งเสริมตลาดผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทยให้สัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือหลักที่จะดำเนินการร่วมกันจะอยู่ในกรอบระยะเวลา ๓ ปี ได้แก่ การส่งเสริมกิจกรรมความรู้พัฒนาศักยภาพตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายรวมถึงความร่วมมือกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทยให้เป็นที่รู้จักผ่านสื่อในช่องทางต่าง ๆ และสนับสนุนพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับความร่วมมือดังกล่าวกระทรวงฯ และองค์กรเอกชนจะร่วมกันดำเนินการ แก้ไขปัญหา/อุปสรรค เพื่อร่วมกันผลักดันให้โครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ให้โครงการนี้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่าจากการหารือกับ ๗ องค์กรเอกชน เบื้องต้นได้รับคำ แนะนำว่าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทยกำลังเป็นที่จับตามองจากตลาดต่างประเทศ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ที่หาได้ยากเป็นงานฝีมือที่มีคุณค่า ซึ่งภาคเอกชนมีความสนใจและต้องการที่จะซื้อผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทยเป็นจำนวนมาก เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคนำไปจำหน่ายในช่องทางการตลาดของตนเองที่เป็นการตลาดที่จำหน่ายสินค้าในพื้นที่จริง (offline) และตลาดออนไลน์ (online) โดยเน้นว่าผลิตภัณฑ์จะต้องมีเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมและแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของชุมชน สำหรับองค์กรเอกชนทั้ง ๗ หน่วยงานที่ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงกับทางกระทรวงวัฒนธรรมในวันนี้ ได้แก่

๑. สมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย (THTA) และ สมาคมส่งเสริมและพัฒนาหัตถกรรมอาเซียน (AHPADA)

๒. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมหัตถกรรมสร้างสรรค์ (Creative Craft Industry Club)

๓. สมาคมการค้าเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกร (CASA Association) สนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการเพื่อขยายตลาดสู่ประเทศจีน

๔. Thai Pavilion Corporate Co., Ltd. ตัวแทนการค้ารายใหญ่เพื่อนำสินค้าไทยไปจำหน่ายในประเทศจีนในหลากหลายช่องทางรวมถึงสนามบิน

๕. บริษัท เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ดำเนินการร้านใบเมี่ยง ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพรายใหญ่

๖. บริษัท บางกอก อินสตรูเม้นท์ เซ็นเตอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจนำสินค้าจากผู้ประกอบการเข้าสู่ห้างค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศ

๗. บริษัท ครีเอทีฟ สเปซชิพ จำกัด บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ในประเทศจีนและฮ่องกงมากว่า ๑๐ ปี อาทิ ALIBABA.COM TMALL.COM TAOBAO WEIBO.COM GOOD ROUGTHER

“ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นเพียงก้าวแรกของการดำเนินงานในโครงการกระตุ้นและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทยสู่สากล นับจากนี้ต่อไปกระทรวงวัฒนธรรมยังมีแผนที่จะขยายไลน์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนจากที่ทำอยู่ในปัจจุบันในกลุ่ม ผ้าทอ งานจักสาน ของที่ระลึก งานหัตถกรรม อาหารแปรรูป ต่าง ๆ จะขยายไปสู่ไลน์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงการสานต่อความร่วมมือกับภาคเอกชนรายใหญ่อื่น ๆ เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการฐานราก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินการตามนโยบายการนำวัฒนธรรมมาสร้างเศรษฐกิจด้วยการพัฒนายกระดับสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่อุตสาหกรรมวัฒนธรรม และขยายตลาดสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมทั้งในและต่างประเทศ และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและทรัพย์สินทางปัญญาบนหลักการของโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG นั่นเอง”

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.)

Author

  • PR Matter

    เบื้องหลังบทความคุณภาพทุกชิ้นบน พีอาร์แมทเทอร์ (PR Matter Editorial Team) คือ ทีมกองบรรณาธิการที่รวมตัวกันจากนักเขียน นักข่าว นักพีอาร์ และครีเอทีฟผู้มีประสบการณ์จริงในวงการสื่อสาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    ด้วยความมุ่งมั่นในการ “อัปเดตองค์ความรู้ เชื่อมโยงกลยุทธ์ สร้างแรงบันดาลใจ” ให้กับนักสื่อสาร นักพีอาร์ นักการตลาด และผู้นำองค์กรทั่วประเทศ พวกเราจึงใส่ใจในทุกถ้อยคำ ตรวจสอบทุกข้อมูล และเขียนทุกบทความด้วยหัวใจของมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญของทีม ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ การสื่อสารองค์กร การจัดการวิกฤต ไปจนถึงการเล่าเรื่องแบบเจาะลึก ทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงสร้างสรรค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *