fbpx

ถ้าโลกพัง พอร์ตคุณรอดไหม? คำตอบอยู่ที่ทองคำในปี 2569

ปี 2568 ที่ผ่านมา ทองคำไม่ได้แค่ปรับตัวขึ้น แต่ “พุ่งทะยาน” อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า 50 ครั้ง และสร้างผลตอบแทนมากกว่า 60% ต่อปี สูงที่สุดนับตั้งแต่ระบบ Bretton Woods ล่มสลายในปี 2514 ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติในหน้ากราฟราคา หากแต่เป็นสัญญาณเตือนบางอย่างเกี่ยวกับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างลึกซึ้ง

รายงาน World Gold Council’s 2026 Gold Outlook ไม่ได้พยายามทำนายราคาทองคำแบบเส้นตรง หากแต่ตั้งคำถามเชิงโครงสร้างว่า “โลกกำลังเดินไปในทิศทางใด” และหากโลกไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาด ทองคำจะทำหน้าที่อะไรในพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนและในระบบการเงินโลก

นี่ไม่ใช่รายงานเชิงเทคนิคสำหรับนักเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นกรอบคิดสำหรับนักลงทุน รัฐบาล และธนาคารกลางที่ต้องตัดสินใจท่ามกลางความไม่แน่นอนเชิงระบบ

ราคาทองคำที่พุ่งแรง ไม่ได้สะท้อน “ความโลภ” แต่สะท้อน “ความกลัวเชิงเหตุผล”

การปรับตัวขึ้นของทองคำในปี 2568 ไม่ได้เกิดจากกระแสเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว หากแต่มาจาก “ความกลัวเชิงโครงสร้าง” (structural fear)

  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เคยคลี่คลาย
  • เศรษฐกิจโลกที่เปราะบางจากหนี้สาธารณะระดับสูง
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่กระจุกตัวอยู่กับหุ้น AI เพียงไม่กี่ตัว
  • ตลาดพันธบัตรที่ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้เหมือนเดิม

เมื่อเครื่องมือดั้งเดิมในการกระจายความเสี่ยงเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพ ทองคำจึงกลับมาทำหน้าที่ “เสาหลักของความมั่นคง” อีกครั้ง

นี่คือเหตุผลว่าทำไมธนาคารกลางทั่วโลกยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง และทำไมความต้องการทองคำในประเทศไทยจึงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญที่เพิ่มขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี

ทองคำ

คุณเซาไก ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก ได้วิเคราะห์ 3 สถานการณ์สำหรับทองคำ โดยครอบคลุมผลกระทบทั้งในเชิงบวกปานกลาง เชิงบวกสูง และเชิงลบ

ทองคำ

สามฉากทัศน์ของปี 2569: ไม่ใช่คำทำนาย แต่คือกรอบคิด

รายงานของ World Gold Council นำเสนอ 3 ฉากทัศน์ที่ไม่ได้แข่งขันกันเอง หากแต่สะท้อน “ความเป็นไปได้” ของโลกที่กำลังแตกแขนง

1. เศรษฐกิจชะลอตัวเล็กน้อย: โลกอ่อนแรง แต่ไม่ล้ม

ในฉากทัศน์นี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว ตลาดแรงงานอ่อนแอ การใช้จ่ายผู้บริโภคลดลง และธนาคารกลางสหรัฐฯ จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาด

ผลลัพธ์คืออะไร?
ไม่ใช่วิกฤต แต่คือ “บรรยากาศแห่งความระมัดระวัง”

ทองคำในบริบทนี้ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ค้ำยันพอร์ต (portfolio stabilizer) ราคามีแนวโน้มปรับขึ้น 5–15% ซึ่งอาจฟังดูไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับปี 2568 แต่ในโลกการลงทุน ผลตอบแทนระดับนี้ภายใต้ความเสี่ยงที่ต่ำกว่านั้น “ไม่ธรรมดาเลย”

2. Doom Loop: วิกฤตของโลก แต่โอกาสของทองคำ

ฉากทัศน์ที่รุนแรงที่สุด และย้อนแย้งที่สุด
เศรษฐกิจโลกชะลอตัวรุนแรง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ปะทุซ้ำซ้อน การค้าโลกแตกเป็นเสี่ยง ๆ และความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินสั่นคลอน

ในโลกเช่นนี้ เงินไม่ได้มองหาผลตอบแทนสูงสุด แต่มองหา “ที่หลบภัย”

การลดดอกเบี้ยเชิงรุก ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ร่วงลง คือสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์ต่อทองคำอย่างยิ่ง ราคามีโอกาสพุ่งขึ้น 15–30% ภายในปีเดียว

กองทุน ETF ทองคำ ซึ่งในปี 2568 มีเงินไหลเข้าแล้วกว่า 7.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จะกลายเป็นประตูหลักที่เงินทุนทั่วโลกไหลเข้ามา

3. Reflation: เศรษฐกิจฟื้นจริง ทองคำถูกกดดัน

นี่คือฉากทัศน์ที่นักลงทุนทองคำ “ไม่อยากให้เกิด”
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวแรง นโยบายเศรษฐกิจได้ผล ตลาดหุ้นกลับมาคึกคัก ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง และดอลลาร์แข็งค่า

ในโลกที่ความเสี่ยงดูน่าดึงดูดกว่าความปลอดภัย ทองคำย่อมเสียเปรียบ ราคาอาจปรับลดลง 5–20% และเงินทุนไหลออกจาก ETF ทองคำอย่างต่อเนื่อง

แต่คำถามเชิงบรรณาธิการคือ:
โลกในปี 2569 มีโอกาสฟื้นตัวแบบไร้แรงเสียดทานจริงหรือ?

ทองคำ

ปัจจัยผันผวนที่ตลาดมองข้าม: ธนาคารกลางและการรีไซเคิลทองคำ

สิ่งที่น่าสนใจในรายงานนี้ คือการชี้ให้เห็น “ความไม่แน่นอนที่ไม่อยู่ในกราฟราคา”

  • การซื้อทองคำของธนาคารกลางไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยราคา แต่ด้วยนโยบายและความมั่นคง
  • หากธนาคารกลางชะลอการซื้อ ผลกระทบอาจรุนแรงกว่าที่ตลาดคาด
  • การรีไซเคิลทองคำยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะทองคำถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันทางการเงินมากขึ้น

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าอุปทานทองคำไม่ได้ยืดหยุ่นอย่างที่หลายคนเข้าใจ และราคาจึงตอบสนองต่อความกลัวได้รวดเร็ว

ทองคำไม่ใช่คำตอบเดียว แต่คือ “ประกันความผิดพลาดของโลก”

บทเรียนสำคัญจากรายงานนี้ไม่ใช่การเลือกฉากทัศน์ใดฉากทัศน์หนึ่ง แต่คือการยอมรับว่า โลกมีโอกาสผิดพลาดสูงกว่าที่แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์คาด

ในบริบทนี้ ทองคำไม่ได้เป็นสินทรัพย์เพื่อ “ชนะตลาด” แต่เป็นสินทรัพย์เพื่อ “อยู่รอดจากความผิดพลาดของระบบ”

สำหรับนักลงทุนไทย ซึ่งต้องเผชิญทั้งความผันผวนเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท และความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ทองคำจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือเก็งกำไร แต่คือ “หลักประกันเชิงกลยุทธ์”

ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีแห่งผลตอบแทนหวือหวาแบบ 2568
แต่จะเป็นปีที่ถามเราว่า
คุณออกแบบพอร์ตเพื่อโลกในอุดมคติ หรือเพื่อโลกจริงที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน?

และในโลกจริงนั้น ทองคำยังคงมีที่ยืน — ไม่ใช่ในฐานะฮีโร่ แต่ในฐานะ “ผู้พิทักษ์ความมั่นคง”

หรือกล่าวให้เข้าใจได้ง่ายคือ

แล้วสุดท้าย…ปี 2569 เราควรลงทุนในทองคำ “เพิ่ม” หรือไม่?

บทบรรณาธิการฉบับนี้ไม่ได้เสนอให้ “ทุ่มทองคำ”
แต่เสนอให้ ประเมินบทบาทของทองคำใหม่

สำหรับนักลงทุนไทย ปี 2569 อาจเป็นปีที่เหมาะกับการ:

  • ใช้ทองคำเป็น แกนกระจายความเสี่ยง (risk anchor)
  • เพิ่มสัดส่วนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อราคาปรับฐาน
  • มองทองคำในฐานะ เครื่องมือบริหารความไม่แน่นอน ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไร

เพราะในโลกที่ความผิดพลาดเชิงนโยบาย ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และหนี้สาธารณะ กลายเป็น “เรื่องปกติใหม่”
การไม่มีทองคำเลย อาจเป็นความเสี่ยงที่สูงกว่าการถือทองคำเสียอีก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

รายงานแนวโน้มปี 2569 ฉบับเต็ม World Gold Council’s 2026 Gold Outlook ของ สภาทองคำโลก

สภาทองคำโลก เป็นองค์กรสมาชิกที่สนับสนุนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นองค์กรผู้สร้างอนาคตห่วงโซ่อุปทานทองคำที่มีความรับผิดชอบสำหรับทุกภาคส่วน ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราสร้างความเข้าใจผ่านการศึกษากรณีตัวอย่าง (Use Case) และความเป็นไปได้ของสินทรัพย์ทองคำ ผ่านการวิจัย บทวิเคราะห์ ความเห็น และข้อมูลเชิงลึกที่มีความน่าเชื่อถือ เราขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ก้าวหน้า ผลักดันนโยบาย และสร้างมาตรฐานสำหรับตลาดทองคำที่มั่นคงและยั่งยืน 


FAQs: ถ้าโลกพัง พอร์ตคุณรอดไหม? คำตอบอยู่ที่ทองคำในปี 2569

Q1: “โลกพัง” ในบริบทของบทความนี้หมายถึงอะไร

A1: หมายถึงภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวรุนแรงพร้อมกัน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ ตลาดการเงินผันผวน และนโยบายการเงินไม่สามารถสร้างเสถียรภาพได้ตามคาด

Q2: ทำไมปี 2569 ความเสี่ยงเชิงระบบจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ

A2: เพราะโลกยังเผชิญทั้งหนี้สาธารณะสูง ดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยนทิศทางเร็ว และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทำให้ตลาดผิดพลาดจากสมมติฐานได้ง่าย

Q3: ทองคำช่วยให้พอร์ต “รอด” ได้อย่างไรเมื่อเกิดวิกฤต

A3: ทองคำทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ลดความผันผวนของพอร์ต และไม่พึ่งพาความสำเร็จของนโยบายเศรษฐกิจหรือผลประกอบการของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

Q4: หากเกิดวิกฤตจริง ราคาทองคำมีโอกาสไปได้แค่ไหน

A4: ตามกรอบวิเคราะห์ของ WGC ในฉากทัศน์วิกฤตรุนแรง ราคาทองคำอาจปรับเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 15–30% ภายในปี 2569

Q5: แล้วถ้าโลกไม่พัง แต่เศรษฐกิจแค่ชะลอตัว ทองคำยังจำเป็นหรือไม่

A5: ยังจำเป็น เพราะในภาวะเศรษฐกิจชะลอ ทองคำยังช่วยค้ำพอร์ตและมีโอกาสให้ผลตอบแทนเชิงบวกประมาณ 5–15%

Q6: มีกรณีใดบ้างที่ทองคำอาจไม่ช่วยพอร์ต

A6: หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแรง ดอกเบี้ยสูง และตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนโดดเด่น ทองคำอาจเผชิญแรงกดดันด้านราคาและให้ผลตอบแทนติดลบได้

Q7: บทความนี้แนะนำให้ “ทุ่มทองคำ” หรือไม่

A7: ไม่ บทความนี้เสนอให้มีทองคำ “มากพอ” เพื่อบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่เพิ่มสัดส่วนแบบสุดโต่งเพื่อเก็งกำไร

Q8: นักลงทุนไทยควรให้ความสำคัญกับทองคำต่างจากนักลงทุนโลกหรือไม่

A8: นักลงทุนไทยเผชิญทั้งความผันผวนเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท และปัจจัยการเมืองภายในประเทศ ทำให้ทองคำมีบทบาทเป็นสินทรัพย์ค้ำความเสี่ยงมากขึ้น

Q9: ทองคำในปี 2569 ควรถูกมองเป็นการลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว

A9: ควรถูกมองเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ระยะกลางถึงยาว เพื่อกระจายความเสี่ยง มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น

Q10: สรุปแล้ว ถ้าโลกพังจริง พอร์ตที่ไม่มีทองคำจะเสี่ยงแค่ไหน

A10: พอร์ตที่ไม่มีทองคำเลยมีความเสี่ยงต่อความผันผวนสูง เพราะขาดสินทรัพย์ที่ทำหน้าที่ป้องกันความผิดพลาดเชิงระบบของเศรษฐกิจโลก


Author

  • PR Matter

    เบื้องหลังบทความคุณภาพทุกชิ้นบน พีอาร์แมทเทอร์ (PR Matter Editorial Team) คือ ทีมกองบรรณาธิการที่รวมตัวกันจากนักเขียน นักข่าว นักพีอาร์ และครีเอทีฟผู้มีประสบการณ์จริงในวงการสื่อสาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    ด้วยความมุ่งมั่นในการ “อัปเดตองค์ความรู้ เชื่อมโยงกลยุทธ์ สร้างแรงบันดาลใจ” ให้กับนักสื่อสาร นักพีอาร์ นักการตลาด และผู้นำองค์กรทั่วประเทศ พวกเราจึงใส่ใจในทุกถ้อยคำ ตรวจสอบทุกข้อมูล และเขียนทุกบทความด้วยหัวใจของมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญของทีม ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ การสื่อสารองค์กร การจัดการวิกฤต ไปจนถึงการเล่าเรื่องแบบเจาะลึก ทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงสร้างสรรค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *