fbpx

Lumentum ผนึกกำลังรัฐ-มหาวิทยาลัย สร้างบุคลากรโฟโตนิกส์ ป้อนอุตสาหกรรมอนาคต พร้อมเปิดห้องแล็บมาตรฐานโลกในไทย 

ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วเกินกว่าระบบการศึกษาจะตามทัน Lumentum ยักษ์ใหญ่ด้านโฟโตนิกส์จากสหรัฐอเมริกา ประกาศเดินหน้าสร้าง “คนไทย” ให้ทันกับคลื่นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ขยายฐานการผลิตในประเทศไทยควบคู่กับการลงทุน เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรเฉพาะทาง พร้อมจับมือภาครัฐและมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อวางรากฐานอุตสาหกรรมใหม่ที่จะยกระดับชีวิตแรงงานไทยและศักยภาพประเทศในเวทีโลก

นาย ไมเคิล เออริสตัน ประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการ Lumentum  กล่าวว่า “การขาดแคลนบุคลากรด้านโฟโตนิกส์ คือ อุปสรรคสำคัญ Lumentum ไม่ได้ต้องการเพียงแรงงานผลิต แต่ต้องการสร้างนักออกแบบและนักวิจัยไทย เพื่อให้ประเทศไทยไปไกลกว่าคำว่า Made in Thailand สู่ Designed in Thailand ได้จริง” 

lumentum

ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา Lumentum เพิ่มจำนวนพนักงานจาก 3,000 คนเป็นกว่า 6,000 คน และมีเป้าหมายขยายถึง 11,000 คน ในอนาคตอันใกล้ โดยการจ้างงานเพียงหนึ่งตำแหน่งของบริษัท สามารถสร้างงานในซัพพลายเชนได้เพิ่มอีก 5 ตำแหน่ง นั่นหมายถึงโอกาสทำงานใหม่ๆ รวมกว่า 30,000 ตำแหน่ง สำหรับคนไทย 

นายก๊ก เว่ย ฮู รองประธานอาวุโส Global Factory ของ Lumentum ระบุว่า “เราเห็นศักยภาพของคนไทย แต่สิ่งที่ต้องเร่ง คือ การสร้างทักษะที่เฉพาะทางและลึกพอจะต่อยอดสู่นวัตกรรมในอนาคต” ดังนั้น เพื่อรับมือปัญหาทักษะบุคลากรที่ยังไม่เพียงพอ Lumentum จึงได้จับมือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และมหาวิทยาลัยชั้นนำ ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางด้านโฟโตนิกส์และเทคโนโลยีเลเซอร์ เพื่อสร้างแรงงานคุณภาพสูงตรงกับความต้องการของตลาด 

lumentum

แผนงานสำคัญคือการจัดตั้ง “Lumentum Photonics Lab” ในประเทศไทย ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง (Hands-on Training) ให้แก่นักศึกษาและวิศวกรไทย ได้เข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีระดับเดียวกับที่ใช้ในโรงงานผลิตของโลก นาย ไมเคิล เออริสตัน กล่าวเสริมว่า “เราไม่ได้มาแค่สร้างโรงงาน แต่เรามาเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้และความเชี่ยวชาญใหม่ให้กับประเทศไทย เพื่อให้คนไทยเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมนี้”

ไตรภาคี โมเดลพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน ดร. ปรอง กองทรัพย์โต ผู้อำนวยการอาวุโส และ Chief of Staff & External Affairs เน้นย้ำถึง “ความร่วมมือไตรภาคี” (Tripartite Relationship) ของ Lumentum เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยอุตสาหกรรม ภาครัฐ และสถาบันการศึกษาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่แค่ในเชิงวิชาการ แต่เชื่อมโยงสู่การจ้างงานจริงและอัพสกิล (Upskill) แรงงานในสายการผลิตสู่ตำแหน่งที่สร้างมูลค่าสูงกว่าเดิม เช่น วิศวกรออกแบบและนักวิจัย นอกจากนี้ การขยายตัวของ Lumentum ยังดึงดูดซัพพลายเออร์ในระบบนิเวศ (Ecosystem) เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ทำให้เกิดโอกาสใหม่สำหรับ ผู้ประกอบการ SME ไทย ที่มีความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนความแม่นยำสูงและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเดิมเข้าถึงตลาดโลกได้ยาก 

lumentum

การที่ Lumentum ยกทั้งระบบนิเวศโฟโตนิกส์มาไทยไม่ได้แค่เพิ่ม GDP แต่ยังช่วยกระจายโอกาสไปสู่ท้องถิ่น โรงงานและซัพพลายเออร์ที่ตามมา จะสร้างงานและทักษะใหม่ในหลายจังหวัด เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และยกระดับแรงงานไทยจากผู้ผลิตสินค้าต้นทุนต่ำไปสู่แรงงานเชี่ยวชาญขั้นสูง 

นาย ไมเคิล เออริสตัน กล่าวสรุปว่า การลงทุนของ Lumentum คือก้าวสำคัญของไทยในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป็นการต่อยอดจากอิเล็กทรอนิกส์ยุคเก่าสู่ อุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ ที่จะเป็นหนึ่งใน New S-Curve ของประเทศในอีก 5-10 ปีข้างหน้า แม้การลงทุนและเทคโนโลยีจะเป็นเครื่องยนต์หลัก แต่ “คน” คือหัวใจของความสำเร็จ Lumentum จึงเลือกสร้างรากฐานจากการศึกษาและทักษะ เพื่อทำให้ไทยก้าวไปสู่ประเทศที่ไม่ได้เพียงแค่ผลิต แต่สามารถ ออกแบบ สร้างนวัตกรรม และแข่งขันในตลาดโลก ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน 

lumentum
lumentum

Author

  • PR Matter

    เบื้องหลังบทความคุณภาพทุกชิ้นบน พีอาร์แมทเทอร์ (PR Matter Editorial Team) คือ ทีมกองบรรณาธิการที่รวมตัวกันจากนักเขียน นักข่าว นักพีอาร์ และครีเอทีฟผู้มีประสบการณ์จริงในวงการสื่อสาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    ด้วยความมุ่งมั่นในการ “อัปเดตองค์ความรู้ เชื่อมโยงกลยุทธ์ สร้างแรงบันดาลใจ” ให้กับนักสื่อสาร นักพีอาร์ นักการตลาด และผู้นำองค์กรทั่วประเทศ พวกเราจึงใส่ใจในทุกถ้อยคำ ตรวจสอบทุกข้อมูล และเขียนทุกบทความด้วยหัวใจของมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญของทีม ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ การสื่อสารองค์กร การจัดการวิกฤต ไปจนถึงการเล่าเรื่องแบบเจาะลึก ทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงสร้างสรรค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *