ซินเจนทา คว้า 2 รางวัลใหญ่ 0 994

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบรางวัลแห่งเกียรติยศสูงสุด อุตสาหกรรมดีเด่นประจำปี 2563 (Prime Minister’s Industry Award 2020) ประเภทบริหารงานคุณภาพ และนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม มอบรางวัล มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR-DIW Award) ให้บริษัทซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด โดยมี นายจารีต เจริญสุข ผู้จัดการโรงงาน ธุรกิจอารักขาพืช ประจำประเทศไทย เป็นผู้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

นายจารีต เจริญสุข ผู้จัดการโรงงาน ธุรกิจอารักขาพืช ประจำประเทศไทย  เปิดเผยว่า ซินเจนทา ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุด อุตสาหกรรมดีเด่นต่อเนื่องสองปีซ้อน ในด้านการเพิ่มผลผลิต (ปี พ.ศ. 2562) และบริหารงานคุณภาพ (ปี พ.ศ. 2563) รวมทั้ง ได้รับรองมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมจากกระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มในปีนี้ด้วย เป็นการตอกย้ำความเป็นเลิศอย่างครบวงจร ตั้งแต่การควบคุมการผลิต การบริหารจัดการคุณภาพ มาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขภาพอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม การส่งมอบสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่ลูกค้า จนถึงมีความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการส่งเสริมและสร้างการมีความส่วนร่วมในชุมชนโดยรอบให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการสำคัญที่ทำให้ซินเจนทาได้รับรางวัลสุดยอด มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม ครั้งนี้ ได้แก่ “คอนโดเกษตรกรรม” การสร้างฟาร์มปลูกพืชและผักแนวตั้ง (vertical farming) ใช้พื้นที่อย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คนในเมืองสามารถปลูกผักรับประทานเองได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่เราต้องมีอาหารสำรองไว้ในบ้าน เรานำวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในแต่ละด้านมาให้ความรู้ จัดทำพื้นที่สาธิต และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านในชุมชน อาทิ นักเรียน แม่บ้าน พ่อค้า และผู้ที่สนใจได้มาเรียนรู้ ร่วมทำฟาร์ม โดยอาศัยพื้นที่วัดและอาคารที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อได้ผลผลิตแล้วก็นำมาจัดจำหน่าย สร้างอาหารและรายได้ให้แก่ชุมชนได้ด้วย

นางสาววัชรีภรณ์  พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนทางธุรกิจ กล่าวสรุปว่า “เป้าหมายสำคัญของซินเจนทา ในส่วนของโรงงานผลิตบางปู สมุทรปราการ ต้องการจะเป็นผู้นำด้านการผลิตอัจฉริยะ ภายในปี พ.ศ. 2568  หรือ Smart Manufacturing 2025 โดยนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อบริหารจัดการโรงงานทั้งระบบคุณภาพ อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม รวมถึงลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทย และนี่คือหนึ่งในแผนพัฒนาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของซินเจนทา (Good Growth Plan)  ที่มุ่งมั่นในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาช่วยเหลือเกษตรกร และภาคการเกษตรของไทย ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบในการดูแลติดตามผลิตภัณฑ์ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และปกป้องสิ่งแวดล้อม”

เกี่ยวกับซินเจนทา

ซินเจนทาเป็นบริษัทชั้นนำของโลกด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประกอบด้วย หน่วยธุรกิจซินเจนทาอารักขาพืชและซินเจนทาเมล็ดพันธุ์ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชากรโลกให้มีอาหารปลอดภัยพร้อมไปกับการดูแลโลก ด้วยการนำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ระดับสากล มาแก้ปัญหาด้านเกษตรกรรม เทคโนโลยีของซินเจนทา จะช่วยให้เกษตรกรหลายล้านคนทั่วโลกได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางการเกษตรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ดีขึ้น ซินเจนทาอารักขาพืช และซินเจนทาเมล็ดพันธุ์ เป็นส่วนหนึ่งของซินเจนทากรุ๊ป มีพนักงานกว่า 49,000 คน ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ที่กำลังร่วมมือกันทำงานช่วยเหลือเกษตรกร ภายใต้แผนการเจริญเติบโตเชิงบวก (Good Growth Plan) โดยซินเจนทาจะเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อเกษตรกรและธรรมชาติ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมให้ทุกคนปลอดภัย และมีสุขภาพดี รวมถึงให้ความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและมีความยั่งยืน

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.com และ www.goodgrowthplan.com

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

มหิดล และซินเจนทา ขยายเครือข่าย “รักษ์ผึ้ง” สร้างความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน 0 525

สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” โดยปีนี้ มีแนวคิดสำคัญคือ “เราทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการขจัดปัญหาอย่างยั่งยืน” (We’re part of the solution.) สอดคล้องกับแผนการเติบโตเชิงบวก (Good Growth Plan) ของซินเจนทา ที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ นำไปสู่การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงที่ดีอย่างยั่งยืน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา เปิดเผยว่า หนึ่งในแผนงานสำคัญตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพขององค์การสหประชาชาติ ซินเจนทาได้ร่วมกับโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการ “รักษ์ผึ้ง” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โดยจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ และพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเครือข่ายการเรียนรู้ “รักษ์ผึ้ง” ผ่านงานวิจัยและการอบรมส่งเสริมให้แก่กลุ่มเกษตรกร โรงเรียน และชุมชนรอบพื้นที่เกษตรกรรมภาคกลางและภาคตะวันออก เพื่อเผยแพร่ความรู้ และสร้างความตระหนัก ในการรักษาระบบนิเวศ ดูแลแมลงผสมเกสร ตลอดจนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

ดร. สิทธิพงษ์ วงศ์วิลาศ นักวิชาการศึกษา โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ “รักษ์ผึ้ง” กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ของมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ ได้จัดเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องผึ้งและความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ BEE LAND เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนและการสอน เรื่องการเลี้ยง การเพิ่มผลผลิต และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง รวมทั้งได้ประสานกับโรงเรียนระดับมัธยม เพื่อสร้างโรงเรียนเครือข่ายการเรียนรู้ “รักษ์ผึ้ง” ในเบื้องต้นมี 10 แห่งในจังหวัดนครสวรรค์ และ 5 แห่งในจังหวัดจันทบุรี เข้าร่วมเป็นโรงเรียนต้นแบบ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรกร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนลำไยและผู้เลี้ยงผึ้งได้ประสานความร่วมมือ เพื่อรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพโดยได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างสมดุลทั้งชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้ง

นายอานพ วนามี เจ้าของฟาร์มผึ้งสอยดาว เป็นประธานศูนย์ประสานงานโครงการ “รักษ์ผึ้ง” อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญของโครงการ คือ ซินเจนทาและมหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้ามาสร้างความเข้าใจและตอบสนองความต้องการระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งกับผู้ปลูกผลไม้ให้ได้ผลผลิตอย่างปลอดภัยตามระบบ GAP เพราะการดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ โดยเฉพาะกลุ่มลำไย ซึ่งต้องการให้ผึ้งมาช่วยในการผสมเกสรดอก ยิ่งได้รับการผสมเกสรมากเท่าใด ผลก็ยิ่งติดลูกมากเท่านั้น การใช้ผึ้งช่วยผสมเกสรสามารถเพิ่มอัตราการติดดอกได้เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 30 ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง ต้องการนำรังผึ้งไปวางในสวนต่าง ๆ เพื่อนำน้ำหวานจากเกสรดอกลำไยมาผลิตน้ำผึ้ง ซึ่งน้ำผึ้งจากดอกลำไยเป็นที่นิยมในตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เพราะมีกลิ่นหอมและหวาน ดังนั้น หากเจ้าของสวนและผู้เลี้ยงผึ้งมีความรู้และความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ก็จะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยกับผู้บริโภคมากขึ้น ปัจจุบันได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งประมาณ และชาวสวนลำไยเกือบ 100 ราย โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

นางสาวกมลชนก บุญฤทธิ์ ครูผู้สอนวิชาชีววิทยา โรงเรียนเซนต์โยเซฟนครสวรรค์ หนึ่งในโรงเรียนต้นแบบในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า การดำเนินงานในโรงเรียนต้นแบบเครือข่ายการเรียนรู้ “รักษ์ผึ้ง” จะนำองค์ความรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยาการเลี้ยงผึ้ง เข้าไปอยู่ในวิชาหมวดการงานอาชีพของนักศึกษาระดับมัธยมปลายในโรงเรียนเป้าหมาย โดยนักวิชาการจากซินเจนทาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลจะไปร่วมถ่ายทอดความรู้เชิงทฤษฎีและเปิดโอกาสให้ฝึกปฏิบัติจริงในหลายด้าน อาทิ การศึกษาสภาพแวดล้อม ชีววิทยาและพฤติกรรมของผึ้งต่าง ๆ การบริหารจัดการรังผึ้งและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเกิดความเข้าใจจากการปฏิบัติจริง แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้มีการปรับรูปแบบเป็นการเรียนออนไลน์แทน

เช่นเดียวกับ โรงเรียนมะขามสรรเสริญ นายสุพร พงศ์วิฑูรย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนและที่ปรึกษาโครงการโรงเรียนต้นแบบในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรี กล่าวสนับสนุนว่า โครงการ “รักษ์ผึ้ง” สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาที่ว่า “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เป็นการเสริมความรู้และทักษะการประกอบสัมมนาอาชีพที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยโครงการดังกล่าว ให้ทั้งความรู้และแนวทางการปฏิบัติ อีกยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ปัจจุบันมีโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเข้าร่วมเป็นโรงเรียนต้นแบบแล้ว 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดวังจะอ้าย โรงเรียนวัดหนองสลุด โรงเรียนวัดมะทาย โรงเรียนบ้านมะขาม และโรงเรียนมะขามสรรเสริญ รวมทั้งมีแผนจะขยายไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ทั่วตะวันออกในอนาคต

“ความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ โรงเรียนต้นแบบเครือข่าย และศูนย์เครือข่ายทั้งหมดนี้ เป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของซินเจนทา ในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาช่วยเหลือเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย โดย โครงการรักษ์ผึ้ง เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการผสมผสานวิถีแห่งธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมการเลี้ยงผึ้งและการบริหารการเพาะปลูกผลไม้ได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ ทำให้สามารถดูแลและรักษาผลผลิต สร้างผลกำไร ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกรและชุมชนโดยรอบได้อีกด้วย” นางสาววัชรีภรณ์ กล่าวสรุป

สำหรับเกษตรกร โรงเรียน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “รักษ์ผึ้ง” ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 088-445-6406 หรือ https://na.mahidol.ac.th/academic/

เกี่ยวกับซินเจนทา
ซินเจนทาเป็นบริษัทชั้นนำของโลกด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประกอบด้วย หน่วยธุรกิจซินเจนทาอารักขาพืช และซินเจนทาเมล็ดพันธุ์ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชากรโลกให้มีอาหารปลอดภัยพร้อมไปกับการดูแลโลก ด้วยการนำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ระดับสากล มาแก้ปัญหาด้านเกษตรกรรม เทคโนโลยีของซินเจนทา จะช่วยให้เกษตรกรหลายล้านคนทั่วโลกได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางการเกษตรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ดีขึ้น ซินเจนทาอารักขาพืช และซินเจนทาเมล็ดพันธุ์ เป็นส่วนหนึ่งของซินเจนทากรุ๊ป มีพนักงานกว่า 49,000 คน ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ที่กำลังร่วมมือกันทำงานช่วยเหลือเกษตรกร ภายใต้แผนการเจริญเติบโตเชิงบวก (Good Growth Plan) โดยซินเจนทาจะเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อเกษตรกรและธรรมชาติ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมให้ทุกคนปลอดภัย และมีสุขภาพดี รวมถึงให้ความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและมีความยั่งยืน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.com และ www.goodgrowthplan.com

สลิงชอท จับมือผู้กำกับร้อยล้าน สร้างหนัง “Storytelling The Movie” 0 587

บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผู้นำและองค์กร ร่วมมือกับ ยอร์ช ฤกษ์ชัย โปรดิวเซอร์มือโปรและผู้กำกับร้อยล้าน ปฏิวัติการเรียนรู้สู่หนังออนไลน์ เปิดตัวหนังสั้น “Storytelling The Movie” นวัตกรรมการเรียนรู้ Movie Learning รายแรกในไทย สอดรับกระแสการเรียนรู้รูปแบบใหม่

คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา ผู้ก่อตั้ง บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “สลิงชอท กรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผู้นำและองค์กรอย่างยาวนานกว่า 16 ปี เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านการพัฒนาบุคลากรและองค์กร โดยเฉพาะมิติของการนำ “เทคโนโลยี” มาปรับใช้กับระบบการเรียนรู้มากขึ้น เพื่อเป็นโอกาสในช่วงวิกฤตการณ์ระบาดของ COVID-19 ทำให้ภาคธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างไม่สะดุด และไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเรียนรู้และเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย สลิงชอท กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผู้นำและองค์กรแห่งแรกในประเทศไทยที่นำหลักสูตร “Storytelling for Leaders” (การเล่าเรื่องอย่างผู้นำ) เข้ามาพัฒนาผู้บริหาร ตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2557 ซึ่งได้รับการตอบรับและประสบความสำเร็จอย่างมาก และพบว่าการนำวิธีการเล่าเรื่องอย่างผู้นำมาปรับใช้ในองค์กรได้รับความสนใจจากผู้นำองค์กรที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจผ่านเรื่องเล่า จุดนี้จึงเป็นความท้าทายให้ สลิงชอท กรุ๊ป คิดสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้แนวใหม่ภายใต้รูปแบบของหนังที่ถูกออกแบบมาเฉพาะ หรือ “Movie Learning” ซึ่งสอดรับกับเทรนด์ใหม่ที่ผู้คนชอบการเรียนรู้ผ่านหนังมากกว่าการเรียนรู้ในห้องเรียน โดยได้รับเกียรติจากโปรดิวเซอร์มือโปรและผู้กำกับหนังร้อยล้าน ยอร์ช ฤกษ์ชัย มาร่วมสร้างผลงานหนังเพื่อการเรียนรู้ การันตีด้วยผลงานกำกับหนังชื่อดังมากกว่า 10 เรื่อง อาทิ พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า สุดเขตเสลดเป็ด ไบค์แมน ศักรินทร์ ตูดหมึก และ อีเรียมซิ่ง เป็นต้น

“หนัง “Storytelling The Movie” จัดทำขึ้นทั้งหมด 9 ตอน ตอนละ 4-5 นาที ถือเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาบุคลากรแนวใหม่ ช่วยแก้ปัญหาการเรียนแบบเดิมที่น่าเบื่อ มุ่งเน้นการสื่อเนื้อหาของหลักสูตรให้ผู้เรียนเข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย ไม่มีความซับซ้อน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของการทำงาน แต่แอบแฝงแง่คิดและวิธีการแก้ไขปัญหาของผู้นำระดับองค์กรเข้าไปในนั้น ซึ่งสิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับจากการชมหนัง “Storytelling The Movie” คือ การกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เพิ่มทักษะด้านขบวนการคิด การวางแผนงานอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์ปัญหา การทำงานเป็นทีม ทัศนคติในการทำงาน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับสถานการณ์จริงที่เกิดขี้นในองค์กร หลักสูตรนี้จึงถือว่ามีความสำคัญในการต่อยอดการทำงานไปสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไวรัส COVID-19 จะส่งผลกระทบให้กับทุกภาคส่วนทั้งการศึกษา เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของผู้คนบนโลกนี้ แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่งได้สร้างอัตราเร่งในการปฏิรูป “วงการการเรียนรู้” ทั่วโลกครั้งใหญ่เช่นกัน  สำหรับ สลิงชอท กรุ๊ป จะยังคงค้นหาหลักสูตรและเครื่องมือที่ทันยุคสมัย เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำไทยให้ก้าวไกลสู่สากล เพื่อประเทศไทยและเพื่อสังคมโลกของเรา”

ด้าน คุณฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ (ยอร์ช) ผู้กำกับหนังร้อยล้าน เปิดเผยว่า “หนัง นับเป็นสื่อที่สำคัญและมีอิทธิพลอย่างยิ่งในการเข้าถึงผู้คนจำนวนมากอย่างรวดเร็ว สามารถถ่ายทอดเรื่องราวทั้งความบันเทิงสนุกตื่นเต้น ทั้งสาระความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจได้ในขณะเดียวกัน และยังเป็นสื่อที่นำเสนอภาพรวมของสินค้าและบริการต่าง ๆ ช่วยต่อยอดธุรกิจและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ดังที่  สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และอินเดีย ที่ใช้หนังเป็นตัวนำในการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรม สินค้าและบริการของประเทศเข้ามาสู่บ้านเราโดยค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปอย่างตั้งใจและไม่ตั้งใจ เช่นเดียวกันกับ Storytelling The Movie ที่ถ่ายทอดในรูปแบบของหนังสั้นเพื่อการเรียนรู้ ถือเป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งของหนังไทยในการสร้างสรรค์ไอเดียจนตกผลึกเป็นหนังเรื่องนี้ โดยเนื้อหาสาระของเรื่องจะสะท้อนผ่านเรื่องราวของตัวละครที่ใกล้เคียงกับการใช้ชีวิตจริงในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นการเล่าเรื่องให้คนดูรู้สึกคล้อยตาม รู้สึกสนุกและได้รับความรู้ไปโดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดจนเกินไป ถือเป็นการนำเอาศาสตร์และศิลป์มารวมกันได้อย่างลงตัว นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิดของการเรียนรู้แบบ Movie Learning ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์กรในประเทศไทยต่อไป”

ด้าน คุณสุกฤษฎิ์ ปัญจพันธ์พงศ์ ผู้อำนวยการ – การตลาดและดิจิทัลโซลูชั่น บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลวิจัยการเรียนรู้หลังเกิดโรคระบาดโควิด-19 ว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค   COVID-19 นั้น ส่งผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในทุกภาคส่วน จากข้อมูลวิจัยการเรียนรู้หลังโรค COVID-19 พบว่ามีนักเรียนนักศึกษากว่า 1.6 พันล้านคนทั่วโลก เรียนออนไลน์แทนการไปโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ธุรกิจองค์กรทั่วโลกกว่า 88% ให้พนักงาน Work From Home และยังพบอีกว่าคนส่วนใหญ่ใช้เวลาเฉลี่ยมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันกับการดู Content Streaming ต่างๆ บนอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ จากสถิติดังกล่าวทำให้การเรียนรู้ในยุคที่เรียกว่า New Normal นี้จำเป็นต้องก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของสื่อดิจิทัล และตระหนักถึงวิธีการพัฒนาการเรียนรู้รูปแบบใหม่ให้เหมาะกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

สำหรับหนังสั้นเพื่อการเรียนรู้ “Storytelling The Movie” ท่านสามารถติดตามรับชมหนังตัวอย่างและข่าวสาร สลิงชอท กรุ๊ป ได้ที่ LINE Official : @SlingshotGroup Facebook: Slingshot Group และ YouTube:  Slingshot Group และหากต้องการดูหนัง “Storytelling The Movie” หรือซื้อหลักสูตร Storytelling ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ www.slingshot.co.th

——————————————-

เกี่ยวกับ บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด 

บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติไทย ให้บริการด้านการพัฒนาศักยภาพผู้นำและองค์กรสู่ระดับสากล อย่างยาวนานกว่า 16 ปี มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาศักยภาพผู้นำมามากกว่า 100,000 คน กว่า 1,000 องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำในประเทศไทย ปัจจุบันให้บริการครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ (1) Training & Development – การฝึกอบรมและการพัฒนาศักยภาพพนักงานที่เป็นผู้นำองค์กรในระดับต่าง ๆ  (2) Executive Coaching & Mentoring  – การโค้ชและการเป็นพี่เลี้ยงผู้บริหาร (3) Human Resource and Organization Development Consulting – การให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาบุคลากรและองค์กร (4) Leadership Wellness – การพัฒนาเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้นำองค์กร