Social Craft Network กับการสร้างโอกาส และเวทีการค้า ด้วยผลิตภัณฑ์นวัตศิลป์ ตอนที่ 3 0 5019

เพิ่มมูลค่าสินค้า ต่อยอดการขาย สร้างกำไร ด้วยไอเดียใหม่จาก งาน Crafts Bangkok 2018 หากใครยังคิดไม่ออกจากทำสินค้าหรือบริการเดิมๆ ของเราให้โดดเด่นอย่างไร มางานนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

การสร้างโอกาสเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้กับงานคราฟต์ด้วยการพัฒนาแนวคิดและกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ร่วมกันของกลุ่มคนที่รักงานคราฟต์ เพื่อนำไปสู่การใช้งานที่ร่วมสมัย และพัฒนาไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืน งาน Crafts Bangkok 2018 ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้รวบรวมคนในวงการคราฟต์ที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน

คุณได้อะไรจากการเข้าร่วมชมงาน Crafts Bangkok 2018 และ Social Craft Network หรือ หัตถศิลป์ไร้พรมแดน มีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้กับคุณได้อย่างไร

สินค้าที่ตัวเองชอบเป็นงานที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว การไปงานครั้งนี้ก็สามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองได้สร้างแรงบันดาลใจให้เราได้มีการต่อยอดและพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ที่เราศึกษาอยู่ในขณะนี้ได้ เนื่องจากเราได้เห็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทำให้เรารู้สึกอยากที่จะต่อยอดผลิตภัณฑ์ ทำให้มันกลายเป็นธุรกิจในอนาคตได้ค่ะ

นางสาวพรไพลิน กมลสุนทร
นักศักษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

“พวกเราได้แนวคิดใหม่ ๆ และได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นกับชิ้นงานในอนาคต” สำหรับงาน Craft Bangkok 2018 ที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ร่วมออกบูธในโซน Crafts The Future ซึ่งเป็นโอกาสให้พวกเราที่ได้แชร์ประสบการณ์ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับเพื่อนต่างคณะและต่างสถาบัน ได้มีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปครับ

กลุ่มนักศึกษา
ชนะเลิศการประกวด โครงงาน “เยาวชนนวัตศิลป์” Crafts The Future
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ได้เห็นถึงความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ของงานที่ผสมผสานศิลปะต่าง ๆ ทำให้เห็นถึงงานหัตถศิลป์ไทยที่นำมาประยุกต์เป็นชิ้นงานที่สวยงามและแปลกใหม่่ อย่างเช่น เครื่องประดับที่ทำจากเปลือกไข่นกกระทาจากหินบางชนิดที่หายาก รวมถึงผ้าไทยที่นำมาทำเครื่องประดับด้วย สำหรับตัวน้ำเองจะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในงานมากกว่า เพราะเชื่อว่าเมื่อเราสนับสนุนงานหัตถกรรมไทย จะทำให้งานนั้นได้มีการพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ

สำหรับการสร้างโอกาสนั้นน้ำมองว่าที่ทำการไปรษณีย์ที่น้ำทำงานอยู่จะมีมุมที่นำเอาสินค้าผลิตภัณฑ์
ของคนไทยเข้ามาจัดแสดงด้วย ซึ่งในอนาคตเราอาจจะมีความร่วมมือระหว่างกันในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์
ให้เข้าจัดมาแสดงชิ้นงาน และนั่นจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสให้กับคนไทยในพื้นที่ห่างไกลหรือผู้คนทั่วโลกได้เห็นและชื่นชมผลิตภัณฑ์ของไทยเหล่านี้ด้วยค่ะ

คุณปริษา ปานะนนท์
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ด้านการตลาด)
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

งาน Crafts Bangkok 2018 ที่จัดขึ้นโดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ภายใต้แนวคิด Social Craft Network หรือ หัตถศิลป์ไร้พรมแดน มุ่งเน้นการสร้างเครือข่าย สร้างคุณค่า และสร้างโอกาส เพื่อเป็นเวทีพบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะฝีมือ ความชำนาญ ตลอดจนการสร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ของผู้ทำงานหัตถศิลป์ ทั้งจากไทยและจากต่างชาติ ให้เกิดการต่อยอดในเชิงพาณิชย์สู่ระดับสากล เป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดเจนว่า งานคราฟต์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราทุกๆ คน (Today Life’s Crafts) แล้วพบกันอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2562 กับงาน Crafts Bangkok 2019

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4287

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4857

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561