Social Craft Network กับการสร้างโอกาส และเวทีการค้า ด้วยผลิตภัณฑ์นวัตศิลป์ ตอนที่ 3 0 5493

เพิ่มมูลค่าสินค้า ต่อยอดการขาย สร้างกำไร ด้วยไอเดียใหม่จาก งาน Crafts Bangkok 2018 หากใครยังคิดไม่ออกจากทำสินค้าหรือบริการเดิมๆ ของเราให้โดดเด่นอย่างไร มางานนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

การสร้างโอกาสเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้กับงานคราฟต์ด้วยการพัฒนาแนวคิดและกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ร่วมกันของกลุ่มคนที่รักงานคราฟต์ เพื่อนำไปสู่การใช้งานที่ร่วมสมัย และพัฒนาไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืน งาน Crafts Bangkok 2018 ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้รวบรวมคนในวงการคราฟต์ที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน

คุณได้อะไรจากการเข้าร่วมชมงาน Crafts Bangkok 2018 และ Social Craft Network หรือ หัตถศิลป์ไร้พรมแดน มีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้กับคุณได้อย่างไร

สินค้าที่ตัวเองชอบเป็นงานที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว การไปงานครั้งนี้ก็สามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองได้สร้างแรงบันดาลใจให้เราได้มีการต่อยอดและพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ที่เราศึกษาอยู่ในขณะนี้ได้ เนื่องจากเราได้เห็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทำให้เรารู้สึกอยากที่จะต่อยอดผลิตภัณฑ์ ทำให้มันกลายเป็นธุรกิจในอนาคตได้ค่ะ

นางสาวพรไพลิน กมลสุนทร
นักศักษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

“พวกเราได้แนวคิดใหม่ ๆ และได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นกับชิ้นงานในอนาคต” สำหรับงาน Craft Bangkok 2018 ที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ร่วมออกบูธในโซน Crafts The Future ซึ่งเป็นโอกาสให้พวกเราที่ได้แชร์ประสบการณ์ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับเพื่อนต่างคณะและต่างสถาบัน ได้มีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปครับ

กลุ่มนักศึกษา
ชนะเลิศการประกวด โครงงาน “เยาวชนนวัตศิลป์” Crafts The Future
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ได้เห็นถึงความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ของงานที่ผสมผสานศิลปะต่าง ๆ ทำให้เห็นถึงงานหัตถศิลป์ไทยที่นำมาประยุกต์เป็นชิ้นงานที่สวยงามและแปลกใหม่่ อย่างเช่น เครื่องประดับที่ทำจากเปลือกไข่นกกระทาจากหินบางชนิดที่หายาก รวมถึงผ้าไทยที่นำมาทำเครื่องประดับด้วย สำหรับตัวน้ำเองจะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในงานมากกว่า เพราะเชื่อว่าเมื่อเราสนับสนุนงานหัตถกรรมไทย จะทำให้งานนั้นได้มีการพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ

สำหรับการสร้างโอกาสนั้นน้ำมองว่าที่ทำการไปรษณีย์ที่น้ำทำงานอยู่จะมีมุมที่นำเอาสินค้าผลิตภัณฑ์
ของคนไทยเข้ามาจัดแสดงด้วย ซึ่งในอนาคตเราอาจจะมีความร่วมมือระหว่างกันในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์
ให้เข้าจัดมาแสดงชิ้นงาน และนั่นจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสให้กับคนไทยในพื้นที่ห่างไกลหรือผู้คนทั่วโลกได้เห็นและชื่นชมผลิตภัณฑ์ของไทยเหล่านี้ด้วยค่ะ

คุณปริษา ปานะนนท์
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ด้านการตลาด)
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

งาน Crafts Bangkok 2018 ที่จัดขึ้นโดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ภายใต้แนวคิด Social Craft Network หรือ หัตถศิลป์ไร้พรมแดน มุ่งเน้นการสร้างเครือข่าย สร้างคุณค่า และสร้างโอกาส เพื่อเป็นเวทีพบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะฝีมือ ความชำนาญ ตลอดจนการสร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ของผู้ทำงานหัตถศิลป์ ทั้งจากไทยและจากต่างชาติ ให้เกิดการต่อยอดในเชิงพาณิชย์สู่ระดับสากล เป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดเจนว่า งานคราฟต์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราทุกๆ คน (Today Life’s Crafts) แล้วพบกันอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2562 กับงาน Crafts Bangkok 2019

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา โชว์ผลงาน พร้อมสนับสนุนงานประชุม International Conference on Biodiversity 2019 0 3667

งานประชุมวิชาการนานาชาติและนิทรรศการทางวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ  (International Conference on Biodiversity) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2562  ณ เซนทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชันเซนเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอผลงานและเทคโนโลยีด้านความหลากหลายทางชีวภาพ นำไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ประเทศไทย ผู้นำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย ซินเจนทา เปิดเผยว่า “วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิศาสตร์เขตร้อน กำลังเป็นที่สนใจไปทั่วโลก เนื่องด้วยเป็นเขตที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แต่ปัจจุบันเกิดการสูญเสีย จากปัจจัยต่างๆมากขึ้น เช่น จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของชุมชน การใช้ปัจจัยทางการเกษตร โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ที่ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง เพราะระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร สูญเสียสมดุล”

การเข้าร่วมจัดงานครั้งนี้ ซินเจนทา ตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะ ผึ้งและแมลงผสมเกสร ที่มีบทบาทหลักในระบบการผลิตอาหารและการเกษตร ร้อยละ 90 ของพืชอาหารทั่วโลก อาศัยการผสมเกสรของแมลงขนาดต่าง ๆ หากการผสมเกสรของพืชไม่เพียงพอ จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง คิดเป็นมูลค่า 17.3 ล้านล้านบาท หรือ 577 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น ซินเจนทา จึงได้วิจัยและพัฒนาโครงการรักษาสมดุล สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ มากถึง 301 โครงการใน 39 ประเทศทั่วโลก ประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้มากกว่า 31,250 ไร่ และอบรมเกษตรกรไปแล้วกว่า 2,500 รายในปีที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย ซินเจนทา ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ และศูนย์ผึ้งจันทบุรี เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรี จัดทำ โครงการรักษ์ผึ้ง (Bee love project)  เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและสร้างความรู้ระหว่างเกษตรกรชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้ง ขยายผลไปยังกระบวนการผลิตทางการเกษตรด้วยการผสมเกสรของผึ้ง การใช้สารเคมีเกษตรได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา ลดผลกระทบต่อสุขภาพผึ้ง ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ขณะเดียวกัน เกษตรกรชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้งต่างก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน มีผลผลิตทางการเกษตรที่สูงขึ้น และน้ำผึ้งมีคุณภาพดีได้มาตรฐาน และในเร็วๆ นี้ ซินเจนทา วางแผนจะก่อตั้งศูนย์เรียนรู้รักษ์ผึ้ง และร่วมกับชุมชนสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและอาหารของผึ้งและแมลงผสมเกสรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและนครสวรรค์

“การแก้ไขปัญหาความหลากหลายทางชีวภาพ จำเป็นต้องใช้เวลา และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซินเจนทา  พร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านเกษตรและอาหาร มาใช้พัฒนาและช่วยเหลือเกษตรกร ควบคู่ไปกับการปกป้องรักษาโลกให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นด้วย” หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ กล่าวสรุป

องค์กรเกษตรทั่วโลก ประกาศจุดยืน เน้นนวัตกรรมและสร้างเครือข่าย เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการให้แก่ประชาคมโลก 0 6663

องค์กรเกษตรทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประกาศจุดยืนนำนวัตกรรมการและเทคโนโลยีตลอดกระบวนการผลิตอาหารและการเกษตรในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม ครั้งที่ 6 หรือ The 6th Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF)

องค์กรเกษตรร่วมพัฒนานวัตกรรมโมเดลธุรกิจ Uberfarm ให้บริการด้านการเพาะปลูก โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาปรับปรุงผลผลิตและการตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการในอนาคต

นายมัลคอล์ม เพรสตัน ศาสตราจารย์อาวุโส วิทยาลัยการจัดการเคลล็อก และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าวในพิธีปิดงานว่า “ความเชื่อมั่นและความร่วมมือเป็นสิ่งจำเป็น แต่ละองค์กรจำเป็นต้องเชื่อมั่นในเทคโนโลยีใหม่ และเชื่อมั่นในการประสานความร่วมมือระหว่างกันของพันธมิตร”

นางกันธวี คาธิเรสาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไป ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ กล่าวถึงความจำเป็นของนวัตกรรม อันเป็นความท้าทายในกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนว่า “ทุกหน่วยงาน ต้องนำนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า เริ่มตั้งแต่ฟาร์มจนถึงบนโต๊ะอาหารของผู้บริโภค”

ตลอดระยะเวลาการจัดงาน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ได้แบ่งปันแนวคิดและแนวทางในการจัดการปัญหาหลากหลายด้าน ครอบคลุมอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร อาทิ การตรวจสอบและติดตาม นวัตกรรมการบริหารเงิน การบริหารความสูญเสียของอาหาร สิทธิมนุษยชน เสริมพลังสตรี และความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการสนทนาพิเศษใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์นม ประมง ผักและผลไม้

งานสัมมนา RBF จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศไทยประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2562 โดยรวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกด้านอาหาร ร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของอาเซียนประจำปีนี้ที่ว่า “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

นายอัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) กล่าวทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลได้มุ่งมั่นดำเนินงานผ่านโครงการ เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งภูมิภาคอาเซียน”

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Regina Cheah ผู้จัดการ โกลบอล อินนิชิเอทีฟ อีเมล regina.cheah@globalinitiatives.com