เปิดตัว Design Service Society เปิดสอนสร้างแบรนด์ฟรี! นำร่องในงาน ThaiFex พร้อมจัดใหม่เดือนนี้ 0 3654

ผู้ประกอบการกว่า 50 ราย เข้าปรึกษา Design Service Society หวังสร้างคุณค่าแบรนด์ในงาน THAIFEX 2018 และเตรียมจัดอบรมอีกครั้งเดือนนี้

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผนึกกำลังส่งเสริมอุตสาหกรรมการบริการออกแบบไทย จัดโครงการ Design Service Society 2018 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมาแล้วจากงาน STYLE 2018 ที่ผ่านมา และเพื่อตอกย้ำว่าทางรอดเดียวของธุรกิจในยุคนี้ต้องมาจาก “การออกแบบ” จึงจัดบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการไทยอีกครั้ง ในงานแสดงสินค้า THAIFEX – WORLD OF FOOD ASIA 2018 ภายใต้แนวคิด Strategic Design Thinking in Tasty Experience ทั้งนี้สมาคมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทยได้ดึงผู้เชี่ยวชาญด้าน”บรรจุภัณฑ์” มาให้คำปรึกษาด้านออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะ การออกแบบประสบการณ์ร้านค้า การออกแบบแบรนด์ เครื่องหมายทางการค้า และฟู้ดสไตลิสต์ (Food Stylist) ซึ่งเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการด้านอาหารของไทยได้เข้ารับคำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ชี้ให้มองลึกถึงการสร้างคุณค่า (Value Creation) แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ แบรนด์ บริการ และ/หรือ ผลิตภัณฑ์ ด้วยการสร้าง Design Value โดยอาศัย “กลยุทธ์คิดออกแบบ”

ทั้งนี้ งานแสดงสินค้า THAIFEX – WORLD OF FOOD ASIA 2018 ที่ผ่านมา บูธของโครงการ Design Service Society 2018 ได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง Strategic Design Thinking in Tasty Experience ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้มารับคำปรึกษาจำนวนมากกว่า 50 ราย อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เป็นต้น ให้ความสนใจมาขอรับคำปรึกษาการออกแบบครั้งนี้ด้วย

ผู้ที่พลาดการเข้ารับคำปรึกษาเพื่อสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ใน งาน THAIFEX 2018 ที่ผ่านมาโครงการ Design Service Society 2018 ยังมี Workshop กิจกรรมส่งเสริมความรู้ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ อีกหนึ่งครั้ง ภายใต้แนวคิด ‘@ Master Studio’ นั่นคือให้เกิดการเรียนรู้อย่างมาสเตอร์ในสภาพแวดล้อมของสถานที่ บรรยากาศ และ/หรือ การจำลองวิธีคิด เทคนิค กระบวนการ และ/หรือ สถานการณ์จริง โดยเนื้อหาของกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ภายใต้แนวคิด ‘Strategic Design Thinking’ การคิดเชิงการออกแบบคือกลยุทธ์ทางธุรกิจ เปิดมุมมองของกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ให้บริการด้านการออกแบบ และผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ/นักออกแบบทั่วไป ว่าจะมีกระบวนการคิดในการสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจร่วมกันเพื่อการปฏิรูปธุรกิจอย่างไร โดยมีการสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้แบบ ‘@ Master Studio’

สำหรับผู้ให้บริการด้านการออกแบบ ก็เช่น COTH Design Studio, ONGA Design Studio, Prompt Design Studio, Cor Design Studio, Jacob Jansen Design Studio, TEAK Research โดยทีมประสบการณ์ จาก The Cell Unit ซึ่งจะจัดอบรมกันทั้งหมด 7 หัวข้อ เริ่มวันที่ 19 มิถุนายนนี้ไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคม นักออกแบบ, ผู้ให้บริการด้านการออกแบบ และ/หรือ ผู้ประกอบการ, นักธุรกิจ ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับใบสมัครได้ที่ คุณพิษณุ ไชยวงศ์ (คุณบี) โทร 063-334-9009 หรือ ติดตามสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม www.idsocietythailand.org หรือ Facebook Fanpage idsocietythai

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ใครๆ ก็ทำโมบายแอพได้แล้ว “Thunkable X” โปรแกรม DIY พร้อมใช้ 0 3932

Thunkable แพลตฟอร์มที่ทำให้ทุกคนสามารถสร้างโมบายแอพพลิเคชั่นเป็นของตัวเองในรูปแบบเนทีฟ แอพ (native app) ได้ประกาศเปิดตัว Thunkable X ในวันนี้

Thunkable X เป็นโปรแกรมสร้างแอพที่สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์ม นั่นหมายความว่า ทุกแอพที่พัฒนาด้วย Thunkable X จะสามารถทำงานได้ทั้งบนอุปกรณ์มือถือระบบแอนดรอยด์และ iOS

“แต่เดิม การสร้างแอพหนึ่งแอพต้องใช้เงินนับแสนดอลลาร์ และทีมวิศวกรสองทีม ทีมหนึ่งสำหรับระบบแอนดรอยด์ ส่วนอีกทีมสำหรับระบบ iOS แต่ขณะนี้ non-coders ก็สามารถพัฒนาแอพของตนเองบนแพลตฟอร์มหนึ่งได้อย่างง่ายดาย และแอพเหล่านี้จะทำงานได้ทั้งบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ ไอโฟน และไอแพด” นายอรุณ ไซกาล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Thunkable กล่าว

ข้อมูลของฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช พบว่า ตลาดสำหรับแพลตฟอร์มแบบ low code/non code จะมีมูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2020 และในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ Thunkable ก็พร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดโลกในการสร้างแอพด้วยฝีมือตัวเอง

ปัจจุบัน มีผู้ใช้แพลตฟอร์ม Thunkable มากกว่า 500,000 รายที่สร้างแอพมากกว่า 1 ล้านแอพแล้ว และแอพที่ถูกพัฒนาขึ้นบน Thunkable นั้น มีจำนวนผู้เข้าใช้งานเป็นประจำทุกเดือน (MAU) มากกว่า 16 ล้านรายใน 195 ประเทศ

สิ่งที่ทำให้ Thunkable โดดเด่นในแวดวง no-code/low-code คือโปรแกรมลากและวางแบบวิชวล รวมทั้งภาษาที่ง่าย ไม่ว่าใครก็ใช้ได้ แต่ก็ยังทรงอานุภาพ และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ จึงเหมาะสำหรับการสร้างแอพที่แตกต่างไปจากแอพอื่น ๆ ที่พัฒนาโดยวิศวกรซอฟต์แวร์ โดยวิธีการนี้ได้รับการคิดค้นโดยคณะนักวิจัยของกูเกิล และ MIT ซึ่งเป็นสถาบันที่บ่มเพาะและให้กำเนิด Thunkable

“ผู้คนหลายพันล้านคนมีสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มีวิศวกรเพียงแค่หยิบมือที่สามารถสร้างโปรแกรมในสมาร์ทโฟนได้ เราจึงมุ่งเน้นในการทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกคนมีอำนาจในการสร้างเทคโนโลยีบนมือถือของตนเองได้” นายเหว่ยหัว เจมส์ ลี ผู้ร่วมก่อตั้งและซีทีโอของ Thunkable กล่าว

ผู้ใช้ Thunkable สามารถเลือกลูกเล่นและการรวมระบบที่หลากหลายสำหรับแอพของพวกเขา ซึ่งรวมถึง Google Maps, Microsoft Image Recognition, ระบบจ่ายเงินผ่าน Stripe และ API อื่น ๆ

จนถึงปัจจุบัน Thunkable สามารถระดมทุนได้ 3.3 ล้านดอลลาร์จาก Lightspeed Venture Partners, NEA, SV Angel, Y Combinator, PJC, Mandra Capital, Joe Montana’s Liquid 2 Ventures และ ZhenFund

VIVO ชวนออกสเต็ป ฉลองแข่งขันฟุตบอลโลก อวดลีลาที่ #PassTheSwag 0 3030

Vivo แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก รวมแฟนฟุตบอลและแฟนเพลงทั่วโลกเป็นหนึ่งเดียว ผ่านการออกสเต็ปท่าเต้นเพื่อสร้างโมเมนต์สนุกและน่าจดจำประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

Vivo แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโลก Vivo #PassTheSwag ที่จะเชิญชวนแฟนฟุตบอลและแฟนเพลงจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมกันสร้างสรรค์ท่าเต้น พร้อมสร้างช่วงเวลาน่าประทับใจสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

แคมเปญนี้จะนำผู้คนมารวมกันเป็นหนึ่งผ่านการเต้น ซึ่งถือเป็นภาษาสากล โดยออกสเต็ป วาดลวดลายตามท่วงทำนองสุดเร้าใจของเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย อย่าง ‘Live it Up’ ซึ่งได้ Nicky Jam, Will Smith และ Era Istrefi มาร่วมกันขับร้อง Vivo หวังว่าจะช่วยให้แฟน ๆ ได้เก็บเกี่ยวความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน และแสดงความเป็นตัวตนผ่านทาง Vivo #PassTheSwag ในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของแบรนด์ในการสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับระบบเสียงคุณภาพ ประสบการณ์การถ่ายภาพที่ดีที่สุด และเทคโนโลยีล้ำสมัย

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวแคมเปญดังกล่าว Vivo ขอเชิญชวนแฟน ๆ จากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมกันแชร์คลิปวิดีโอของตัวเองในขณะกำลังวาดลวดลาย #PassTheSwag ประกอบเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกลงบนสื่อสังคมอออนไลน์ ขณะเดียวกัน แฟน ๆ ที่รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกแบบสด ๆ ถึงขอบสนาม ยังสามารถโชว์ลีลา #PassTheSwag ระหว่างการแสดง Vivo Super DJ Show ซึ่งจะจัดขึ้นในการแข่งขันทั้ง 64 นัดตลอดทัวร์นาเมนต์ด้วย

ไมเคิล ชาง ผู้อำนวยการแบรนด์ ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศของ Vivo กล่าวถึงการเปิดตัวแคมเปญดังกล่าวว่า “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ คือสังเวียนการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลโลก อีกทั้งยังเป็นงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ที่นำผู้คนจากทั่วโลกมารวมกัน ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2018 เราจึงขอเชิญชวนแฟนบอลมาร่วมสนุก โดยนอกจากเป็นผู้ชมแล้ว ทุกคนยังสามารถเป็นผู้มีส่วนร่วมและเป็นผู้สร้างสรรค์ช่วงเวลาอันแสนพิเศษ พร้อมแบ่งปันให้เห็นและตราตรึงในความทรงจำตลอดไป”

“เราได้เห็นกันอยู่แล้วว่า เพลงและการแสดงสามารถไปด้วยกันได้กับกีฬา และเมื่อสองสิ่งนี้มาเข้าคู่กัน ก็จะสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่ง #PassTheSwag ก็จะทำให้แคมเปญ ‘My Time, My FIFA World Cup’ ของเรามีชีวิตชีวาขึ้น ด้วยการสร้างความตื่นเต้นให้กับทุกคน และเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลโลก ผ่านความสนุกสนานและการออกสเต็ปที่สะดุดสายตา” ชางกล่าวเสริม

Vivo #PassTheSwag เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Vivo Super Time ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมดนตรีอย่าง Vivo Super DJ Show ในทุกแมตช์การแข่งขัน และ Vivo Super Time ระหว่างการแสดงประกอบเพลงประจำการแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศ รวมไปถึงโครงการภาพถ่าย Vivo Super Fan ที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลที่ผ่านการคัดเลือกได้เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศถึงขอบสนาม ในสนาม และระหว่างการฝึกซ้อมอุบอุ่นร่างกาย พร้อมแบ่งปันช่วงเวลาสุดพิเศษเหล่านี้กับแฟนบอลทั่วโลก ทั้งนี้ Vivo Super Time เป็นส่วนของแคมเปญฟุตบอลโลก “My time, My FIFA World Cup” ของแบรนด์ Vivo ด้วยเช่นกัน