“โรบินสันสานฝันให้น้อง” ครบ 1 ทศวรรษ ตอกย้ำความเป็น “ผู้ให้” ตอบแทนสังคม! 0 89

จากปัญหาห่างไกลความเจริญของโรงเรียนในท้องถิ่นทุรกันดารที่ยังคงรอคอยความช่วยเหลือ ทาง “โรบินสัน” เป็นองค์กรหนึ่งที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพทางด้านการศึกษาของเยาวชนไทยต่อเนื่อง ปีนี้เดินหน้าสานต่อ “โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” เพื่อตอกย้ำความเป็น “ผู้ให้” ซึ่งเดินหน้าสานต่อความฝันให้เยาวชนไทย มาครบรอบ 1 ทศวรรษ

“โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2550 สำหรับ“โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เขียนเรียงความ บอกเล่าถึงความฝันที่น้องๆ ต้องการช่วยเติมความสุข ภายในโรงเรียนและเติมรอยยิ้มให้กับเพื่อนๆ ซึ่งจากการจัดกิจกรรมดังกล่าวตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดี มีน้องๆ เขียนความฝันเข้าร่วมประกวดฯ กว่า 10,000 ฉบับ และมีโรงเรียนทั่วประเทศไทย ที่ได้รับทุนในการสนับสนุนไปแล้ว จำนวน 845โรงเรียน และมีนักเรียนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ มากกว่า 120,000 คน โดยใช้เงินสนับสนุนไปทั้งสิ้นกว่า 15 ล้านบาท

ในปีนี้ พ.ศ. 2560 โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง ยังคงเดินหน้าขยายความช่วยเหลือแก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนทุนทรัยพย์ในด้านต่างๆ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนเพิ่มเติมให้ครอบคลุม เพิ่มมากขึ้นถึง 34 จังหวัด เพิ่มโควต้าในการกระจายความช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน ไว้จำนวน 34 โรงเรียนทั่วประเทศ (ในจังหวัดที่มีโรบินสันตั้งอยู่) ยกเว้น สาขาใน กรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมเพิ่มงบประมาณในการสนับสนุน จากเดิมโรงเรียนละ 15,000 บาท เพิ่มเป็นโรงเรียนละ 30,000 บาท

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกจดหมายของน้องๆ ที่ส่งเข้ามาประกวดฯ และคาดว่าจะสามารถประกาศผลรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกได้ภายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ โดยจะสามารถทำกิจกรรมส่งมอบโครงการฯ ได้ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2561….

สามารถติดตามผลการตัดสินได้ ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 26 สาขา และ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ 19 สาขา ทั่วไทย และพิเศษเฉพาะช่วงแคมเปญ RobinsOn Gifts ระหว่างวันที่ 6 ธันวาคม 2560-2 มกราคม 2561 นี้

ทุก 3%จากยอดการซื้อบัตร ”โรบินสัน กิฟต์การ์ด” จะนำไปสมทบทุนมอบให้ “โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” ปีที่ 10 ที่จะสานต่อความฝันของเด็กนักเรียนจากโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั่วประเทศ ที่ส่งจดหมายเข้ามาประกวดฯ ชิงทุนการศึกษา

โรบินสัน จะคัดเลือกและประกาศโรงเรียนที่ชนะการประกวด 34 โรงเรียน มอบทุนการศึกษา มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท เพื่อสานต่อความฝันให้น้องๆ ให้กลายเป็นจริง โดยจะลงมือปฏิบัติร่วมกับชุมชน และจิตอาสาภาคประชาชน โดยจะก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมกับชุมชน อย่างยั่งยืน ต่อไปอีกด้วย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชวนบริจาคมือถือเก่า เปลี่ยนเป็น เครื่องมือทางการแพทย์ 0 7095

ประเทศไทยมีมือถือเก่าที่อยู่ในครัวเรือนประมาณ 200 ล้านเครื่อง!!!! ใครมีมือถือเก่าไม่ใช้แล้ว เอามาบริจาคกันค่ะ เมื่อเอามาบริจาคเราจะเอาไปขายให้โรงงานที่รับซื้อขยะอิเล็คทรอนิกส์ แล้วนำรายได้ทั้งหมดมอบให้กับโรงพยาบาล 30 แห่งสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลน ส่งมือถือเก่ามาได้ด้วยตัวเอง ที่เจมาร์ท หรือไปรษณีย์ทั่วประเทศได้ค่ะ

เริ่มแล้ว “โครงการ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เฟส 2” เปิดรับบริจาคโทรศัพท์มือถือเก่า เป้าหมาย 5 ล้านเครื่อง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาล 30 แห่งทั่วประเทศ

โครงการ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เฟส 2 เริ่มแล้ว ภายใต้แนวคิด “มือถือเก่าไป เครื่องมือแพทย์ใหม่มา” มุ่งหวังประชาชนคนไทยเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมลดมลภาวะจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือนและสร้างบุญเพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส โดยมีเป้าหมายรับบริจาคมือถือเก่าจากประชาชนอีก 5 ล้านเครื่อง ซึ่งรายได้จากโครงการเฟสที่ 2 นี้ ส่งมอบให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ 30 แห่งทั่วประเทศและในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยมีกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดเตรียม อาสาสมัครในหน่วยงานทั่วประเทศ รวมประมาณ 1.12 ล้านคน เข้ามาช่วยจัดเก็บมือถือเก่าร่วมกับจิตอาสาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิมเพื่อ ให้สามารถรับบริจาคมือถือเก่าได้ตามเป้าหมาย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถบริจาคมือถือเก่าได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 61 ที่จิตอาสาประจำโครงการ 2 หมื่นคนทั่วประเทศและที่โรงพยาบาลส่งเสริมคุณภาพตำบล (รพ.สต.) หรือสถานีอนามัยทั่วประเทศ , ศูนย์ ทสม.ประจำตำบลทั่วประเทศ , ที่ทำการไปรษณีย์ ทั่วประเทศ , ร้านเจมาร์ท ทุกสาขา โดยสามารถติดตามรายละเอียด และกิจกรรมต่างๆของโครงการฯได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/recycleandreduce/ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา หรือ ส่งไปรษณีย์มาที่ ศูนย์ประสานงานจิตอาสาโครงการมือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เลขที่ 333 ถ.สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110

ทั้งนี้โครงการ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เฟส 1 ได้รับบริจาคมือถือเก่าจากประชาชนทั่วประเทศจำนวนถึง 1.7 ล้านเครื่อง และนำรายได้ที่เกิดจากการรีไซเคิลในครั้งนี้ไปมอบให้กับ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อร่วมสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษาและมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อร่วมสร้างอาคารสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

IsAmAre รุกตลาดโซเชียล ชู Viral Solution Company ตอบโจทย์องค์กรอยากสร้างกระแส 0 7055

บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด เดินหน้ารุกกตลาดโซเชี่ยลเปิดตัวโปรแกรม “ Blastmetric” ตอบโจทย์การทำตลาด Viral Marketing แบบครบวงจร ตั้งเป้าขึ้นแท่นเบอร์ 1 ด้าน Viral Solution Company ของไทยภายในปี 2562 เผยผลประกอบการปี 2560 เติบโตจากปีก่อนแบบก้าวกระโดดถึง 197% เป็น 100 ล้านบาท

นายจักรพันธ์ พวงแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด (IsAmAre) เปิดเผยว่า จากคอนเซ็ปต์ Viral Solution ทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนางานบริการของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่มาของโปรแกรมที่เรียกว่า “ Blastmetric” ซึ่งเป็นสุดยอดเครื่องมือเสริมกลยุทธ์ทางการตลาดไวรัล และโซเชี่ยลมีเดียครั้งแรกของไทย เพื่อสร้างแต้มต่อความได้เปรียบทางธุรกิจ กลายเป็นสูตรสำเร็จทางการตลาดที่สามารถวัดผลได้จริง และรับประกันความพึงพอใจ จนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าบริษัทชั้นนำ

โดยบริษัทฯ มีความโดดเด่นในการให้บริการด้าน Viral Marketing แบบ One-stop Service ที่ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ในการทำตลาด มีการใช้ทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตสื่อ รวมไปถึงการใช้เครื่องมือในการวางแผนการสร้างสรรค์สื่อเพื่อทำตลาดบนโซเชี่ยลมีเดียและโลกออนไลน์ และการใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนโลกออนไลน์ หรือผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่คุ้มค่าแก่ลูกค้า จุดนี้ทำให้เราแตกต่างจากรายอื่นๆ เพราะเราไม่ใช่แค่รับ บรีฟงานมาแล้วทำเลย แต่เราให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ในการทำสื่อเพื่อให้ออกมาโอเคที่สุด บวกกับสิ่งที่เราโฟกัสคือ การมีระบบ Social Media Tracking Tool ซึ่งเราได้ร่วมมือกับบริษัท IT Partner เพื่อนำระบบ Blastmetric มาช่วยวางแผนและจัดการการใช้สื่อออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับโปรแกรม “ Blastmetric ” ที่บริษัทได้ทำระบบและเก็บข้อมูลขึ้นมา พร้อมทดลองใช้มากว่า 1 ปี สามารถช่วยรับประกันงาน Viral ว่าสามารถจะ Go Viral ได้จริง เพราะช่วยทำงาน 3 ด้านหลัก คือ 1. Facebook Media Planning 2. Campaign Monitoring & Optimization Real-time 3. Reporting โดยระบบนี้สามารถวัดผลได้จริง ลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ ทำให้เกิดความพึงพอใจกับลูกค้า

ส่วนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการทำ Viral Marketing หรือกลุ่มที่ต้องการความคุ้มค่าของงบประมาณที่ลงไป รวมไปถึงกลุ่มเอเจนซี่ที่มีงาน TVC ,Viral VDO ,Web Film ที่ต้องการลง Social Media แต่ไม่มั่นใจกับผลที่จะได้รับ และกลุ่มลูกค้า SMEs ที่มีงบการตลาดประมาณ 3 – 15 ล้านบาท ซึ่งกลยุทธ์การทำ

ตลาดที่เป็นจุดแข็งแตกต่างจากคู่แข่ง คือ เป็นบริษัทเดียวในประเทศไทย ที่กล้าประกาศตัวเป็น Viral Guarantee Company และเราจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความแข็งแกร่งโดยเฉพาะกับ Influencers Companies

“บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งได้รับผลประกอบการที่ดีมาก มีการเติบโตจากปีแรก 34 ล้านบาท และในปี 2560 นี้ คาดว่าจะโตจากปีที่ผ่านมาถึง 197% หรือ 100 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าภายในปี 2562 บริษัทจะขึ้นเป็นผู้นำด้าน Viral Solution Company เป็นเบอร์ 1 ของไทยได้อย่างแน่นอน ด้วยภายใต้แนวคิด Viral Guarantee ที่เป็นจุดแข็งสำคัญ ” นายจักรพันธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าภาพรวมตลาดของธุรกิจดิจิทัล เอเจนซี่ ในปัจจุบันและอีก 2-3 ปีข้างหน้า งาน Above the Line จะหดตัวลงแน่นอน สวนทางกับงาน Online จะเติบโตขึ้นอีกมาก ซึ่ง Viral Marketing จะกลายมาเป็น New Generation TVC โดย E-Commerce จะเติบโตอย่างมาก และMicro Influencers จะมีผลกับตลาดนี้มาก และเติบโตไปด้วยกัน อีกทั้งจะมีการปรับตัวขนานใหญ่ของ Agency Service & Staffs

สำหรับผลงานที่ทำให้บริษัทฯ เป็นที่รู้จักและได้รับกระแสตอบรับที่ดีในโลกออนไลน์ ได้แก่ ครีมแต้มสิว Tomei ของบริษัท TC Pharma ทั้ง 2 ภาค ที่มียอดวิวการเข้าชมรวมกันมากกว่า 30 ล้านวิว , NZen Gel ที่มียอดวิวรวมกันมากกว่า 13 ล้านวิว , Kindness Cream ที่มียอดวิวรวมกันกว่า 10 ล้านวิว ตลอดจน MV ช้างศึก ของแบรนด์เถ้าแก่น้อย ซึ่งได้ทำขึ้นมาเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับทีมชาติไทย และแฟนบอลชาวไทย