“โรบินสันสานฝันให้น้อง” ครบ 1 ทศวรรษ ตอกย้ำความเป็น “ผู้ให้” ตอบแทนสังคม! 0 307

จากปัญหาห่างไกลความเจริญของโรงเรียนในท้องถิ่นทุรกันดารที่ยังคงรอคอยความช่วยเหลือ ทาง “โรบินสัน” เป็นองค์กรหนึ่งที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพทางด้านการศึกษาของเยาวชนไทยต่อเนื่อง ปีนี้เดินหน้าสานต่อ “โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” เพื่อตอกย้ำความเป็น “ผู้ให้” ซึ่งเดินหน้าสานต่อความฝันให้เยาวชนไทย มาครบรอบ 1 ทศวรรษ

“โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2550 สำหรับ“โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เขียนเรียงความ บอกเล่าถึงความฝันที่น้องๆ ต้องการช่วยเติมความสุข ภายในโรงเรียนและเติมรอยยิ้มให้กับเพื่อนๆ ซึ่งจากการจัดกิจกรรมดังกล่าวตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดี มีน้องๆ เขียนความฝันเข้าร่วมประกวดฯ กว่า 10,000 ฉบับ และมีโรงเรียนทั่วประเทศไทย ที่ได้รับทุนในการสนับสนุนไปแล้ว จำนวน 845โรงเรียน และมีนักเรียนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ มากกว่า 120,000 คน โดยใช้เงินสนับสนุนไปทั้งสิ้นกว่า 15 ล้านบาท

ในปีนี้ พ.ศ. 2560 โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง ยังคงเดินหน้าขยายความช่วยเหลือแก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนทุนทรัยพย์ในด้านต่างๆ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนเพิ่มเติมให้ครอบคลุม เพิ่มมากขึ้นถึง 34 จังหวัด เพิ่มโควต้าในการกระจายความช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน ไว้จำนวน 34 โรงเรียนทั่วประเทศ (ในจังหวัดที่มีโรบินสันตั้งอยู่) ยกเว้น สาขาใน กรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมเพิ่มงบประมาณในการสนับสนุน จากเดิมโรงเรียนละ 15,000 บาท เพิ่มเป็นโรงเรียนละ 30,000 บาท

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกจดหมายของน้องๆ ที่ส่งเข้ามาประกวดฯ และคาดว่าจะสามารถประกาศผลรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกได้ภายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ โดยจะสามารถทำกิจกรรมส่งมอบโครงการฯ ได้ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2561….

สามารถติดตามผลการตัดสินได้ ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 26 สาขา และ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ 19 สาขา ทั่วไทย และพิเศษเฉพาะช่วงแคมเปญ RobinsOn Gifts ระหว่างวันที่ 6 ธันวาคม 2560-2 มกราคม 2561 นี้

ทุก 3%จากยอดการซื้อบัตร ”โรบินสัน กิฟต์การ์ด” จะนำไปสมทบทุนมอบให้ “โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” ปีที่ 10 ที่จะสานต่อความฝันของเด็กนักเรียนจากโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั่วประเทศ ที่ส่งจดหมายเข้ามาประกวดฯ ชิงทุนการศึกษา

โรบินสัน จะคัดเลือกและประกาศโรงเรียนที่ชนะการประกวด 34 โรงเรียน มอบทุนการศึกษา มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท เพื่อสานต่อความฝันให้น้องๆ ให้กลายเป็นจริง โดยจะลงมือปฏิบัติร่วมกับชุมชน และจิตอาสาภาคประชาชน โดยจะก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมกับชุมชน อย่างยั่งยืน ต่อไปอีกด้วย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา สร้างแนวคิดไอเดียใหม่ ปล่อยจินตนาการสู่กิจกรรม 0 8006

เพิ่งจบไปไม่นานสำหรับการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา ประจำปี 2561 รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 1-3 ตุลาคม เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศของการ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) กรมพลศึกษา โดยกลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน สำนักนันทนาการ จึงได้สานต่อจัดรุ่นที่ 2 ขึ้น เมื่อวันที่ 8-10 ตุลาคม 2561 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีน้องๆ เยาวชน รวมไปถึงครูผู้สอนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 300 คน ทั้ง 2 รุ่น

อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า คอนเซ็ปต์ของการจัดกิจกรรมเป็นไปในรูปแบบ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มาเพิ่มเติมประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงองค์ความรู้และแนวทางจากโซนบูธกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้นำเหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปยัง “มินิมูร่าห์ ฟาร์ม” ซึ่งเป็นฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Farm) เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรกรรมแบบครบวงจรและยั่งยืน และยังเป็นแหล่งนันทนาการเชิงเกษตรที่ปรับประยุกต์กิจกรรมนันทนาการให้สอดคล้องกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อเพิ่มมูลค่าการเรียนรู้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง / นอกสถานที่ ทุกคนได้พบกับควายนม สายพันธุ์ “มูร่าห์” ที่ว่ากันว่าให้น้ำนมดีและมีคุณภาพสูงสุดในบรรดาควายแม่น้ำ รวมถึงได้สัมผัสกระบวนการผลิตวัตถุดิบต่างๆ ทั้งน้ำนมมูร่าห์ ชีสมอซซ่าเรลล่า ผักและไข่ไก่สด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย

สิ่งสำคัญของกระบวนการนันทนาการ ก็คือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมลงมือทำ เมื่อได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีแล้ว ก็ถึงช่วงที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำพิซซ่า ได้นำจินตนาการหรือความคิดใส่ลงไปอาหาร สูตรแต่ละคนไม่มีถูกหรือผิด ใครอยากได้รสชาติไหนก็เติมเสริมแต่งกันไป เรียกได้ว่า แต่ละคนรังสรรค์พิซซ่าออกมาได้อย่างน่ารับประทานเป็นที่สุด

เรียกได้ว่า ประโยชน์จากการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้มีแนวคิดทางกิจกรรมนันทนาการใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำไปปฏิบัติ ได้นำจินตนาการและปลดปล่อยอารมณ์สร้างสรรค์ออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อทุกคนจะได้ต่อยอดความสำเร็จจากกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วย

แนะนำสองกองทุนน่ามองของธนชาต กองทุน T-SmartBeta และ T-PrimePlusAI 0 7984

บลจ.ธนชาต เปิดขาย 2 กองทุนแนวใหม่อีกครั้ง กองทุน T-SmartBeta เน้นลงทุนได้ทุกสภาวะ และกองทุน T-PrimePlusAI ที่ได้สิทธิประกันเพิ่ม ชูเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่นักลงทุนในช่วงตลาดผันผวน วันนี้ -5 ตุลาคม 2561
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนค่อนข้างมาก เห็นได้จากช่วงไตรมาสแรกของปี ตลาดหุ้นไทยสามารถไปแตะระดับสูงสุดที่ 1,850 จุด และปรับไปแตะจุดต่ำสุดที่เกือบ 1,580 จุด ในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งจะเห็นว่าแกว่งตัวในกรอบที่กว้างมาก ทำให้ผู้ลงทุนหลายคนเริ่มมีความกังวลว่า หุ้นจะยังน่าลงทุนในช่วงนี้หรือไม่ ประกอบกับตราสารหนี้ก็ยังคงผันผวนเช่นกัน ดังนั้น การหลีกเลี่ยงไม่ลงทุนในหุ้นน่าจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ประกอบกับสัญญานการเลือกตั้งที่ชัดเจนน่าจะทำให้หุ้นไทยทำผลงานได้ดี

จากสถานการณ์ดังกล่าว บลจ.ธนชาต จึงขอแนะนำกองทุน T-SmartBeta ซึ่งเป็นกองทุนหุ้น เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีค่า Beta ไม่เกิน 1.4 โดยใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Smart Beta เป็นการผสมผสานระหว่างหุ้น Low Beta (ค่า Beta ไม่เกิน 1) และ Mid Beta (ค่า Beta 1-1.4) ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วง และการคัดสรรหุ้นแบบ Mid Beta ยังช่วยให้กองทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนจำนวนมาก มีผู้สนใจลงทุนกว่า 4,855 ล้านบาท (ณ วันที่ 28 ก.ย.61, บลจ.ธนชาต)

นอกจากนี้ ในช่วงเดียวกัน บลจ.ธนชาต ยังเปิดขายกองทุน T-PrimePlusAI ซึ่งเป็นกองทุนหุ้น เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง ผลประกอบการดี มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ ส่วนมากเป็นบริษัทขนาดใหญ่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่เกิน 40 บริษัท ซึ่งหุ้นประเภทนี้มีแนวโน้มได้รับผลตอบแทนสอดคล้องกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองประกันชีวิต 10,000 บาท และความคุ้มครองประกันสุขภาพ จากบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประกันชั้นนำของเมืองไทย หากลงทุนตามเงื่อนไข

สำหรับกองทุน T-SmartBeta ผู้ลงทุนสามารถลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป และครั้งต่อไป 1,000 บาท ผู้ลงทุนสามารถรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติไม่เกิน 12 ครั้งต่อปี และกองทุน T-PrimePlusAI ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป และครั้งต่อไป 1,000 บาท โดยทั้ง 2 กองทุน มีรอบการเปิดขาย วันนี้ -5 ตุลาคม 2561

โดยกองทุน T-PrimePlusAI มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง ที่ผ่านมากองทุนมีประวัติการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 0.5 บาท/หน่วยครั้งที่ 1 (20 ก.พ. 61) จำนวน 0.25 บาท/หน่วย และครั้งที่ 2 (6 มิ.ย. 61) จำนวน 0.25 บาท/หน่วย โดยกองทุน T-PrimePlusAI ทำผลงานตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (27 ก.ย. 60) ได้ 3.36% เทียบกับ SET50 Index ที่ทำผลงานได้ 11.16% (ณ วันที่ 27 ก.ย. 61, บลจ.ธนชาต)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทรศัพท์ 0-2126-8399 กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร. 1770 หรือผู้สนับสนุนการขาย หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง www.thanachartfund.com