fbpx

เปลือกทุเรียนไม่ใช่แค่ขยะ! MUW แฟชั่นสายมูสุดเท่ที่โลกต้องเหลียวมอง

หากเอ่ยถึง “เปลือกทุเรียน” คนส่วนใหญ่มักนึกถึงขยะเปียก กลิ่นแรง หรือสิ่งที่ควรถูกโยนทิ้งหลังจากได้ลิ้มรสเนื้อทุเรียนหวานมัน แต่สำหรับ ดร.อุษา ประชากุล ดุษฎีบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปลือกทุเรียนคือโอกาสทองในการพลิกวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นนวัตกรรมแห่งแฟชั่นระดับประเทศ

จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสานกับความตั้งใจอันแน่วแน่ บวกกับสายตาเฉียบคมของนักสร้างสรรค์ ดร.อุษา ได้สร้างสรรค์สิ่งทอหมุนเวียนจากเปลือกทุเรียนครั้งแรกในไทย พร้อมเปิดตัวแบรนด์ MUW.OFFICIAL ที่หยิบยกแนวคิด Soft Power ไทย มาผสานกับความเชื่อ สายมู และความหรูหราของแฟชั่นสมัยใหม่ได้อย่างงดงาม

เปลือกทุเรียน

เศษขยะหนึ่งชิ้น = หนึ่งโอกาสทางเศรษฐกิจ

ทุเรียนไทยคือสินค้าส่งออกอันดับต้นของประเทศ มีทั้งผลสดและแปรรูป แต่ก็ทิ้ง “เปลือก” เอาไว้ถึง 146 ล้านกิโลกรัมต่อปีขยะจำนวนนี้ถูกเผาหรือฝังกลบ จนกลายเป็นมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

แล้วจะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถ “เปลี่ยนของไร้ค่า” ให้กลับมามีชีวิต?

ดร.อุษา เริ่มต้นการทดลองในระดับปริญญาเอกด้วยคำถามเล็กๆ และความอยากรู้ ก่อนจะค่อยๆ กลั่นกรองออกมาเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง โดยอาศัยเซลลูโลสธรรมชาติที่พบในเปลือกทุเรียนมากถึง 30% ซึ่งมีคุณสมบัติเชิงกลคล้ายเส้นใยฝ้ายและป่าน นั่นจึงเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การสร้าง “เส้นใย”.

จากครัวสู่แคทวอล์ค: เปลือกทุเรียนที่กลายเป็นเสื้อผ้าสุดหรู

เปลือกทุเรียน

กว่าจะได้เป็นผืนผ้าที่ระบายอากาศดีและต้านเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.92% เส้นทางของนวัตกรรมนี้ไม่ง่ายเลย เพราะในช่วงแรกเส้นใยที่ได้ยังแข็งและกรอบเกินจะใช้งานได้

แต่ความล้มเหลวไม่เคยทำให้ความมุ่งมั่นลดลง ดร.อุษาเดินทางไปยังแหล่งทุเรียนใหญ่ของไทยในจันทบุรี และได้เรียนรู้เทคนิคดั้งเดิมของการ “แช่เปลือกทุเรียนในน้ำเปล่า” เพื่อรักษาสภาพของเส้นใย ก่อนจะนำมาปั่นเป็นด้ายและทอเป็นผ้าโดยใช้ภูมิปัญญาชุมชน.

ผลลัพธ์คือผ้าไหมผสมใยทุเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าไหมแท้ ทั้งในด้านการระบายอากาศและสุขอนามัย เหมาะกับคนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

แฟชั่นสายมู ที่ไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อ

แบรนด์ MUW ไม่ได้มีแค่ผ้า แต่เป็นปรัชญาชีวิต มุมมองแฟชั่น และพลังของความเชื่อ ดร.อุษาได้นำ “สัตว์มงคล 9 แบบ” มาใช้เป็นลวดลายบนผืนผ้า อาทิ มังกร (โชคลาภ), สิงโต (อำนาจ), หงส์ (เจริญรุ่งเรือง), กวาง (มั่งมีศรีสุข) ซึ่งแต่ละลายล้วนแฝงความหมายลึกซึ้ง.

สำหรับคนที่เชื่อในพลังจักรวาล นี่คือแบรนด์ที่ “ตอบทุกจุด” ทั้งความสวยงาม ความมู ความยั่งยืน และความลึกซึ้งในมิติของวัฒนธรรมไทยที่ถูกถ่ายทอดผ่านเส้นใยธรรมชาติ

ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ – สวยแบบมีสตอรี่

ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้เลือกแค่ความสวย แต่เลือก “คุณค่า” MUW จึงโดดเด่นในตลาดแฟชั่นสำหรับคนรุ่นใหม่ (Gen Y) ที่มีอายุระหว่าง 27-42 ปี พวกเขาทำงานหนัก ฝันไกล แต่ก็ต้องการบางสิ่งที่จะ “ยึดเหนี่ยว” ให้พลังใจ และทำให้รู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

สินค้าจาก MUW เป็นมากกว่าการแต่งตัว แต่คือ “จิตวิญญาณ” ของความตั้งใจดี การมีสไตล์ และความรับผิดชอบต่อสังคม

เปลือกทุเรียน

เมื่อชุมชนคือหัวใจของนวัตกรรม

สิ่งทอเปลือกทุเรียนนี้ยังเป็นโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่สมบูรณ์แบบ โดยชาวบ้านในจังหวัดจันทบุรีมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการแยกเส้นใย ย้อมสี จนถึงการทอด้วยมือ

นอกจากจะลดปัญหาขยะในชุมชนแล้ว ยังสร้างรายได้ ส่งเสริมภูมิปัญญา และยกระดับทักษะของช่างฝีมือในท้องถิ่นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมระดับประเทศ

เปลือกที่ไม่เหลือเปล่า – พลิกเกมเศรษฐกิจไทยด้วย Soft Power

แนวคิดการพัฒนาเส้นใยจากเปลือกทุเรียนนี้ไม่ได้หยุดแค่ความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังเป็นแบบอย่างของ Soft Power ไทย ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเชื่อ วัฒนธรรม และศิลปะ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมส่งออกความคิดสร้างสรรค์ไทยสู่ระดับโลก

และนั่นคือสิ่งที่แบรนด์ MUW ยืนยันได้อย่างภาคภูมิ ด้วยการคว้ารางวัลระดับนานาชาติ ทั้งจากงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 และเวทีแฟชั่นที่เกาหลีใต้.

อยากสัมผัสผ้าเปลือกทุเรียน? ต้องลองเอง!

สำหรับคนที่อยากลองสัมผัสเสน่ห์ของเส้นใยทุเรียน สามารถตามไปที่เพจ Facebook, TikTok หรือ Instagram ของแบรนด์ได้ที่ @muw.official หรือจะไปดูสินค้าตัวจริงได้ตามบูธแสดงแฟชั่นที่จัดขึ้นเป็นระยะ

ลองหยิบขึ้นมาสวมใส่ แล้วจะรู้ว่า…ความมูไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่คือความงามที่จับต้องได้

เปลือกทุเรียน

FAQs: เปลือกทุเรียนไม่ใช่แค่ขยะ! MUW แฟชั่นสายมูสุดเท่ที่โลกต้องเหลียวมอง

Q1: MUW คือแบรนด์อะไร?
A1: MUW คือแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ของไทยที่ผลิตจากเส้นใยเปลือกทุเรียนโดยใช้กระบวนการยั่งยืน ผสานความเชื่อสายมู ศิลปะไทย และแฟชั่นร่วมสมัย.

Q2: แบรนด์นี้ใช้เปลือกทุเรียนอย่างไร?
A2: MUW ใช้เซลลูโลสจากเปลือกทุเรียนมาสกัดเป็นเส้นใย แล้วปั่นเป็นด้ายและทอเป็นผืนผ้า เพื่อนำไปผลิตเป็นเสื้อผ้าและของใช้แฟชั่นต่าง ๆ.

Q3: คุณสมบัติเด่นของผ้าเปลือกทุเรียนคืออะไร?
A3: ระบายอากาศดีกว่าไหมแท้ถึงเกือบเท่าตัว และต้านเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึง 99.92% ทำให้เหมาะกับการสวมใส่ในสภาพอากาศร้อนชื้น.

Q4: จุดเด่นของการออกแบบแบรนด์ MUW คืออะไร?
A4: การออกแบบเน้นลวดลายสัตว์มงคล 9 ชนิด ผสมผสานความเชื่อสายมูเพื่อเสริมสิริมงคลให้ผู้สวมใส่ พร้อมเทคนิค Kinetic Textile เพิ่มมิติลวงตาให้รูปร่างดูสมส่วน.

Q5: กลุ่มเป้าหมายของ MUW คือใคร?
A5: กลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Y) อายุ 27-42 ปี ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เชื่อในพลังของความมงคล และชื่นชอบแฟชั่นมีเอกลักษณ์.

Q6: การผลิตของแบรนด์นี้ยั่งยืนอย่างไร?
A6: MUW ใช้เศษเหลือทิ้งทางการเกษตรมาสร้างมูลค่า และร่วมมือกับชุมชนในการผลิตผ้าแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นตัวอย่าง Circular Economy.

Q7: นวัตกรรมนี้ได้รับการยอมรับระดับไหน?
A7: ได้รับรางวัลดีเด่นด้านสิ่งแวดล้อมและ Soft Power จากงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 และรางวัล Excellence Award ที่เกาหลีใต้.

Q8: MUW มีสินค้าประเภทใดบ้าง?
A8: เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, เครื่องประดับ, ของตกแต่งบ้าน ทุกชิ้นผลิตด้วยกรรมวิธีธรรมชาติและการทอมือจากชุมชน.

Q9: หากสนใจซื้อผลิตภัณฑ์ MUW ต้องติดต่ออย่างไร?
A9: สามารถติดต่อผ่าน Facebook, TikTok, Instagram: @muw.official และ LINE OA ได้โดยตรง.

Q10: นวัตกรรมนี้ต่อยอดได้ในอนาคตอย่างไร?
A10: มีศักยภาพในการขยายผลสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม ลดการนำเข้าเส้นใยจากต่างประเทศ และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในหลายพื้นที่ของไทย.


Author

  • PR Matter

    เบื้องหลังบทความคุณภาพทุกชิ้นบน พีอาร์แมทเทอร์ (PR Matter Editorial Team) คือ ทีมกองบรรณาธิการที่รวมตัวกันจากนักเขียน นักข่าว นักพีอาร์ และครีเอทีฟผู้มีประสบการณ์จริงในวงการสื่อสาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    ด้วยความมุ่งมั่นในการ “อัปเดตองค์ความรู้ เชื่อมโยงกลยุทธ์ สร้างแรงบันดาลใจ” ให้กับนักสื่อสาร นักพีอาร์ นักการตลาด และผู้นำองค์กรทั่วประเทศ พวกเราจึงใส่ใจในทุกถ้อยคำ ตรวจสอบทุกข้อมูล และเขียนทุกบทความด้วยหัวใจของมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญของทีม ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ การสื่อสารองค์กร การจัดการวิกฤต ไปจนถึงการเล่าเรื่องแบบเจาะลึก ทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงสร้างสรรค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *