fbpx

ผลการจัดอันดับพาสปอร์ตทั่วโลกหลังรัสเซียบุกยูเครน

หกสัปดาห์หลังจากรัสเซียบุกยูเครน ผลกระทบที่มีต่ออิสระในการเดินทางและเคลื่อนย้ายเกิดขึ้นรุนแรงกว่าที่นักวิจารณ์ที่มองโลกในแง่ร้ายที่สุดเคยคาดการณ์ไว้ตอนที่สงครามเริ่มเปิดฉากขึ้น โดยผลการศึกษาล่าสุดจากการจัดอันดับดัชนีพาสปอร์ตของเฮนลี่ย์ (Henley Passport Index) ซึ่งเป็นการจัดอันดับหนังสือเดินทางทั่วโลกตามจำนวนจุดหมายปลายทางที่ผู้ถือหนังสือเดินทางนั้นเดินทางไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่ามาก่อน ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลกระทบของสงครามที่รุนแรงและอาจไม่สามารถย้อนกลับได้อีก ซึ่งมีต่ออิสระในการเดินทาง ในขณะที่ “ม่านเหล็กใหม่” กำลังเคลื่อนลงมาปิดกั้นภูมิภาคยุโรป

การบุกยูเครนครั้งนี้ส่งผลให้เกิดวิกฤตผู้ลี้ภัยครั้งเลวร้ายที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยชาวยูเครนกว่า 4 ล้านคนต้องอพยพไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา และประเทศตะวันตกอีกหลายประเทศ ได้ปิดน่านฟ้าห้ามเที่ยวบินจากรัสเซียผ่าน แบนการเดินทางของพลเมืองรัสเซียรายบุคคล และหยุดออกวีซ่า ซึ่งส่งผลให้พาสปอร์ตของรัสเซียอยู่ในสถานะย่ำแย่ในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ

war

ในทางตรงกันข้าม สหภาพยุโรปได้อนุมัติแผนฉุกเฉินเพื่ออนุญาตให้ชาวยูเครนพักอาศัยและทำงานใน 27 ประเทศสมาชิกเป็นเวลานานสูงสุด 3 ปี ขณะที่ประเทศอื่นในยุโรปได้ยกเว้นวีซ่าหรือปรับเปลี่ยนนโยบายวีซ่าเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ถือพาสปอร์ตยูเครน โดยข้อมูลล่าสุดจากดัชนีพาสปอร์ตของเฮนลี่ย์ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association หรือ IATA) ระบุว่า

ปัจจุบัน ยูเครนมีคะแนนการเดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่า (visa-free) หรือขอรับการตรวจลงตราที่ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (visa-on-arrival) อยู่ที่ 143 ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และรั้งอันดับ 34 ในดัชนีดังกล่าว (ไต่ขึ้นมา 26 อันดับ นับตั้งแต่ปี 2555) ขณะที่รัสเซียมีคะแนนอยู่ที่ 117 และรั้งอันดับ 49 ซึ่งระยะห่างนี้มีแนวโน้มกว้างขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

passport

สำหรับประเทศอื่น ๆ นั้น ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ยังคงครองอันดับ 1 ร่วมกัน โดยผู้ถือพาสปอร์ตสามารถเดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศและดินแดนต่าง ๆ ได้ 192 แห่งทั่วโลก ไม่นับรวมข้อจำกัดชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด ส่วนเยอรมนีและเกาหลีใต้ครองอันดับ 2 ร่วมกัน โดยผู้ถือพาสปอร์ตสามารถเดินทางได้ 190 แห่ง ขณะที่ฟินแลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก และสเปน ครองอันดับ 3 ร่วมกัน โดยผู้ถือพาสปอร์ตสามารถเดินทางได้ 189 แห่ง ด้านสหราชอาณาจักร ซึ่งยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับโควิดทั้งหมดเมื่อไม่นานมานี้ รั้งอันดับ 5 ด้วยคะแนน 187 และสหรัฐอเมริกาตามมาเป็นอันดับ 6 ด้วยคะแนน 186 ส่วนอัฟกานิสถานยังรั้งท้ายเช่นเคย โดยผู้ถือพาสปอร์ตสามารถเดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศและดินแดนต่าง ๆ ได้เพียง 26 แห่งเท่านั้น

พาสปอร์ตไทย รั้งอันดับ 66

เท่ากับพาสปอร์ตจีน โบลิเวีย และซาอุดิอารเบีย เดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่าได้ 79 แห่ง
ตรวจสอบข้อมูลพาสปอร์ตได้ที่ https://www.henleyglobal.com/passport-index

Dr. Christian H. Kaelin

ดร. คริสเตียน เอช. เคลิน (Dr. Christian H. Kaelin) ประธานบริษัท เฮนลี่ย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส (Henley & Partners) กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดสะท้อนภาพโลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่พาสปอร์ตของรัสเซียมีค่าลดลงอย่างรวดเร็วและโลกเปิดรับชาวยูเครนมากขึ้น เราเห็นได้ชัดเจนว่าพาสปอร์ตที่เราถือสามารถกำหนดชะตาชีวิตและส่งผลกระทบอย่างมากต่อโอกาสที่เราจะได้รับ แม้เราไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าโลกจะเป็นอย่างไรภายใต้เงาของสงครามเย็นครั้งใหม่ แต่ดัชนีล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่าความแตกแยกระหว่างรัสเซียกับประเทศโลกตะวันตกส่วนใหญ่จะทวีความรุนแรงขึ้น

Dr. Parag Khanna

ดร. ปารัก คันนา (Dr. Parag Khanna) นักเขียนหนังสือขายดีและผู้ก่อตั้งบริษัทฟิวเจอร์แมป (FutureMap) ได้ให้ความเห็นไว้ในรายงานการเดินทางทั่วโลกของเฮนลี่ย์ (Henley Global Mobility Report) ประจำไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้พร้อมกับดัชนีพาสปอร์ตของเฮนลี่ย์ โดยระบุว่า โลกต้องการทางออกที่สร้างสรรค์ในขณะที่การโยกย้ายถิ่นฐานขนานใหญ่กลายเป็นเรื่องปกติ “เมื่อเผชิญกับสงครามหรือปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ คนเราจะมีสัญชาตญาณในการต่อสู้หรือหลบหนี ซึ่งการตอบสนองที่สมเหตุสมผลก็คือการย้ายถิ่นฐานเพื่อหาที่ที่เหมาะสมกว่าเดิม เรากำลังจะกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีการอพยพย้ายถิ่นอีกครั้ง เพราะในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ปัญหาสภาพภูมิอากาศจะทำให้บางภูมิภาคของโลกไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป และประชากรหลายล้านคนหรืออาจมากถึงหลายพันล้านคนจะต้องหาบ้านใหม่”

นอกจากนี้ ผลวิจัยของเฮนลี่ย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส และ ดีป โนวเลจ อนาลิติกส์ (Deep Knowledge Analytics) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอิทธิพลของพาสปอร์ตกับความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเตรียมความพร้อม ยังเผยให้เห็นว่า ประเทศพัฒนาแล้วที่มีความมั่งคั่งและมีพาสปอร์ตแข็งแกร่ง ทำคะแนนได้สูงในด้านความพร้อมรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ขณะที่คุณชาร์ลส์ ฟิลลิปส์ (Charles Phillips) จากบริษัท ออกซ์ฟอร์ด บิสสิเนส กรุ๊ป (Oxford Business Group) กล่าวว่า “เราเห็นความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือสภาพภูมิอากาศกับอิสระในการเดินทางไปทั่วโลก ซึ่งทำให้เราตระหนักถึงความจริงที่ว่าสัญชาติและพาสปอร์ตของเรามีความสำคัญในการบรรเทาความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ”    

Sebastian Mikosz

คุณเซบาสเตียน มิคอสซ์ (Sebastian Mikosz) รองประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของ IATA กล่าวว่า จากการคาดการณ์พบว่าจะมีความต้องการเดินทางของผู้โดยสารราว 1 หมื่นล้านครั้งภายในปี 2593 (เพิ่มขึ้นจากราว 4 พันล้านครั้งก่อนเกิดสถานการณ์โควิด) “ตัวเลขที่เติบโตนี้ส่วนใหญ่จะมาจากผู้โดยสารที่ไม่เคยมีโอกาสบินไปไหนมาก่อน โดยเฉพาะในเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา เรามีหน้าที่แสวงหาทางออกที่ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลังเหล่านี้ เพื่อให้พวกเขาได้เพลิดเพลินและได้รับประโยชน์จากการเดินทางทางอากาศอย่างที่เราทำมาตลอดจนถึงตอนนี้”

Author

  • PR Matter

    เบื้องหลังบทความคุณภาพทุกชิ้นบน พีอาร์แมทเทอร์ (PR Matter Editorial Team) คือ ทีมกองบรรณาธิการที่รวมตัวกันจากนักเขียน นักข่าว นักพีอาร์ และครีเอทีฟผู้มีประสบการณ์จริงในวงการสื่อสาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    ด้วยความมุ่งมั่นในการ “อัปเดตองค์ความรู้ เชื่อมโยงกลยุทธ์ สร้างแรงบันดาลใจ” ให้กับนักสื่อสาร นักพีอาร์ นักการตลาด และผู้นำองค์กรทั่วประเทศ พวกเราจึงใส่ใจในทุกถ้อยคำ ตรวจสอบทุกข้อมูล และเขียนทุกบทความด้วยหัวใจของมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญของทีม ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ การสื่อสารองค์กร การจัดการวิกฤต ไปจนถึงการเล่าเรื่องแบบเจาะลึก ทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงสร้างสรรค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *