เปิดตัวงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์เสมือนจริง TILOG VE 2021 - PR Matter

เปิดตัวงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์เสมือนจริง TILOG VE 2021 0 1107

DITP หนุนธุรกิจโลจิสติกส์ไทยสู่ตลาดโลก เชิญชวนผู้ประกอบการเข้าชมงานเสวนาออนไลน์เปิดตัวงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์เสมือนจริง TILOG VE 2021

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) เตรียมจัดงานเสวนาออนไลน์เปิดตัวงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์เสมือนจริง (TILOG Virtual Exhibition : TILOG VE 2021) ครบวงจรครั้งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน บนแพลตฟอร์ม tilog-ve.com เชื่อมโยงผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยเข้ากับตลาดโลก ภายใต้แนวคิด “Connecting your business with digital logistics : ASEAN’s first logistics virtual exhibition” ในวันที่ 4 สิงหาคม 2564

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านโลจิสติกส์อย่าง ดร. ปิยะนุช สัมฤทธิ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย และรองนายกสมาคมธุรกิจคลังสินค้าไซโลและห้องเย็น และนายวิฑูรย์ สันติบุญญรัตน์ นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ที่จะมาร่วมแบ่งปันมุมมองภาพรวมและสถานการณ์ธุรกิจโลจิสติกส์ รวมถึงโอกาสของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยในงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์เสมือนจริง TILOG VE 2021 ที่ช่วยขยายเครือข่ายให้กับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยเปิดประตูสู่ตลาดโลก เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงทางการค้าในปัจจุบันที่เข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับฟังเสวนาในครั้งนี้ได้ตั้งแต่เวลา 10.00 – 11.00 น. ผ่านทาง Facebook สำนักข่าวไทย และ DITP.Logistics

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

6 ทางรอดธุรกิจยุคโควิด 0 529

ผลสำรวจ “ASEAN SME Transformation Study 2020 ชี้ ธุรกิจให้ความสำคัญในการลงทุนด้านเทคโนโลยี จะช่วยธุรกิจในช่วงโควิด คิดเป็น ร้อยละ 64 ธุรกิจ SMEs ในภูมิภาคอาเซียน ส่วนไทย สูงถึงร้อยละ 71 

ถึงเวลาแล้ว ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัลอย่างเป็นการเร่งด่วน (Digital Transformation – DX) เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้อยู่รอดแต่ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังวิกฤตการณ์ครั้งนี้

นางสาวสิรินันท์ จิรดิลก ผู้อำนวยการอาวุโส Digital Engagement & FinTech Innovation ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

ทั้งนี้ การลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญ แต่เอสเอ็มอีต้องแน่ใจว่าฟังก์ชันทางธุรกิจทั้งหมดพร้อมแล้วสำหรับกระบวนการปรับสู่ดิจิทัล แม้ว่าจะสามารถนำระบบอัตโนมัติต่างๆ เข้ามาแทนกระบวนการทำงานที่ต้องทำด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงจะต้องปรับใช้แนวคิดที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีและโซลูชันด้านดิจิทัลต่างๆ มาใช้ได้อย่างรวดเร็ว 

ล่าสุด รายงานของ Digital Transformation: Reshaping The Way  We Work[2]  โดยธนาคารยูโอบี  ร่วมกับ Digital Reality บริษัทให้คำปรึกษาและบริหารจัดการธุรกิจดิจิทัล จึงได้แนะนำเอสเอ็มอีในการเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจดิจิทัลด้วยกรอบแนวคิด ‘ASSESS’ประกอบด้วย 

  1. Ascertain the problem(s): ตรวจสอบปัญหา อันดับแรก เอสเอ็มอีจะต้องระบุปัญหา/ความท้าทายที่สำคัญที่องค์กรกำลังเผชิญอยู่ และวิเคราะห์ว่ามีขั้นตอนหรือกระบวนการไหนบ้างที่พนักงานใช้เวลามากเกินไปในดำเนินการ

 2.   Set goals:  กำหนดเป้าหมาย จากนั้น เอสเอ็มอีจะต้องกำหนดเป้าหมายและระบุส่วนงาน / กระบวนการที่ต้องการปรับปรุงเพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล  เพื่อช่วยให้เอสเอ็มอียังคงขีดความสามารถด้านการแข่งขันในตลาดได้อย่างเหมาะสม

3. Select partners : ค้นหาพันธมิตรทางธุรกิจ หลังจากที่กำหนดเป้าหมายแล้ว เอสเอ็มอีจะต้องเลือกพันธมิตรเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล ซึ่งมาจากหลากหลายกลุ่ม ขึ้นอยู่กับขอบเขตการปรับองค์กรสู่ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรที่เป็นบริษัทผู้จัดหาเทคโนโลยีหรือดิจิทัลโซลูชันโดยตรง นอกจากนี้การเป็นพันธมิตรกับ อาทิ ธนาคาร อาจช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงไปถึงการขอรับสิทธิประโยชน์ / เงินช่วยเหลือจากภาครัฐเพราะการเลือกพันธมิตรที่ได้รับการยอมรับจากภาครัฐ จะยิ่งเป็นโอกาสที่ดีในการได้รับการสนับสนุนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

4.   Empower employees: เสริมสร้างขีดความสามารถให้กับพนักงาน เมื่อเอสเอ็มอีจะปรับตัว ฟันเฟืองขับเคลื่อนองค์กรชิ้นสำคัญอย่างพนักงานจึงต้องมีความพร้อมในการก้าวสู่ดิจิทัลด้วยเช่นกัน เอสเอ็มอีจึงต้องจัดฝึกอบรม ให้ความรู้ให้แก่พนักงาน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทักษะ เพื่อเตรียมพร้อมและให้เห็นประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลที่จะช่วยให้ชีวิตการทำงานของพวกเขาดีขึ้น

5.   Streamline processes: เพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการทำงาน เนื่องจากการปรับเปลี่ยนเอสเอ็มอีสู่ดิจิทัลอาจสร้างแรงกดดันให้กับพนักงานที่ไม่คุ้นเคยกับความเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ดังนั้นจึงควรรวมพนักงาน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการนำโซลูชัน หรือเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาทดลองใช้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ที่องค์กรนำเข้ามาใช้ จะช่วยแก้ปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่อย่างไร นอกจากจะทำให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขาอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลง ก็จะเห็นถึงประโยชน์และยอมรับได้ง่ายขึ้น

6.   Support forward-thinking ideas: สนับสนุนไอเดียที่ก้าวล้ำ: เอสเอ็มอีจำเป็นที่จะต้องเปิดกว้างยอมรับนวัตกรรมและไอเดียใหม่ๆ  สภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนการคิดค้นและเสนอแนะสิ่งใหม่ๆ จะช่วยให้เอสเอ็มอีประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล

หนึ่งในทางลัดที่ช่วยสนับสนุนเอสเอ็มอีให้ปรับองค์กร คือโครงการ Smart Business Transformation (SBTP)  ดำเนินการโดย ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และเดอะ ฟินแล็บ นับตั้งแต่ปี 2562 เป็นโครงการที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถนำเครื่องมือทางธุรกิจและดิจิทัลโซลูชันไปใช้ได้ตรงกับความต้องการของธุรกิจ ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ต้นทุนลดลง ตลอดจนปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจต่างๆ รวมถึงสร้างทัศนคติและความคิดดิจิทัลให้เกิดขึ้นในองค์กร 

ที่สำคัญ ยังช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงข้อมูลและแหล่งเงินทุนในการนำเทคโนโลยีมาใช้อีกด้วย
ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดส่งผลกระทบในระยะยาว การปรับตัวธุรกิจแบบเดิมสู่ระบบดิจิทัล จึงเป็นทางออกสำคัญที่จะให้ธุรกิจอยู่รอด ยั่งยืน และแข่งขันได้ ใครปรับก่อน ย่อมได้เปรียบ 

สำหรับเอสเอ็มอีที่สนใจปรับเปลี่ยนสู่ธุรกิจดิจิทัล เยี่ยมชมรายละเอียดหรือลงทะเบียนได้ที่ https://thefinlab.com/thailand/


ผลการสำรวจ “ASEAN SME Transformation Study 2020 : The survey was conducted among 1,000 small businesses with annual turnover of $20 million and below before and during the COVID-19 pandemic, in the third quarter of 2019 and May 2020 respectively. Small businesses across five ASEAN markets – Indonesia, Malaysia, Singapore, Thailand and Vietnam – were surveyed.https://www.uobgroup.com/industry-insights/reshaping-the-way-we-work.page

ชุดตรวจโควิด-19 แบบ PCR สุดล้ำ ใช้เวลาเพียง 5 นาที โดย Si-Gene Biotech 0 556

Si-Gene Biotech นำเสนอชุดตรวจโควิด-19 แบบ PCR สุดล้ำเพิ่มจำนวนดีเอ็นเอที่ใช้ตรวจหาโรคได้ในเวลาเพียง 5 นาทีหวังช่วยจัดการกับการแพร่ระบาด 

อย่างที่ทราบกันว่า การตรวจจับกรดนิวคลีอิกเป็น “มาตรฐานทองคำ” ในการตรวจหาไวรัสโคโรนา ทั้งยังมีความไวและความจำเพาะสูงในการวินิจฉัยตั้งแต่ต้น ๆ วิธีการที่นิยมที่สุดในการตรวจหาลำดับกรดนิวคลีอิกเจาะจงไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้นคือเทคนิค polymerase chain reaction (PCR) ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญที่สุดแต่ใช้เวลานานเมื่อทำด้วยเทคนิคแบบทั่วไป โดยใช้เวลาตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงไปจนถึงหลายชั่วโมง อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีสุดล้ำจาก Si-Gene Biotech จะเข้ามาช่วยลดเวลาตรงนี้ลงได้อย่างมาก

เมื่อไม่นานมานี้ Shanghai Si-Gene Biotech Co., Ltd(Si-Gene) ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวแรกของบริษัทอย่าง Micro-nano Chip Variable Temperature Nucleic Acid Amplification Analyzer ซึ่งนอกจากจะมีความไวและความจำเพาะสูงแบบที่พบได้ในเทคนิค PCR แล้ว ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังใช้เทคนิคชิปซิลิคอน เพื่อลดเวลาในการเพิ่มจำนวนดีเอ็นเอด้วยวิธี PCR ให้ถึง 40 รอบ จากเดิมที่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 5 นาที ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นเทคโนโลยีตรวจจับกรดนิวคลีอิกแบบรวดเร็วเกรดการแพทย์ชั้นนำของโลก

Si-Gene Biotech ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Shanghai Industrial Technology Research Institute (SITRI) เป็นบริษัทนวัตกรรมไฮเทคที่มุ่งใช้เทคนิคชิปเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อให้บริการอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และวงการสุขภาพในภาพรวม โดย Micro-nano Chip Variable Temperature Nucleic Acid Amplification Analyzer เป็นโปรเจกต์ฉุกเฉินของแผนวิจัยและพัฒนาที่มุ่งเน้นในระดับประเทศ เมื่อโรคระบาดลุกลามในวงกว้าง SITRI ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับสถาบันวิจัยชั้นนำในระดับสากลหลายแห่ง (IMEC) และประสบความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มทดสอบด้วยเทคนิค PCR ที่ทำงานได้เร็วเป็นพิเศษในระดับพลิกวงการเช่นนี้

ปัจจุบัน Micro-nano Chip Variable Temperature Nucleic Acid Amplification Analyzer ได้รับเครื่องหมาย CE และจดทะเบียนกับ FDA แล้ว

ในอนาคตอันใกล้ Si-Gene Biotech จะยึดมั่นกับแนวคิดนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง และอุทิศตนให้กับการนำเทคโนโลยีชิปมาประยุกต์ใช้ในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์อุปกรณ์การแพทย์ที่มีความโดดเด่น รวมถึงนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุดล้ำในรูปแบบโซลูชันวินิจฉัยระดับโมเลกุล ทำลายขีดจำกัดในการทดสอบกรดนิวคลีอิก โซลูชันทดสอบกรดนิวคลีอิกที่ทำงานได้รวดเร็วรองรับกรณีการใช้งานทั่วไปและทั้งหมด เหมาะกับการใช้งานในคลินิกไข้และห้องฉุกเฉิน เช่นเดียวกับสถานดูแลสุขภาพพื้นฐาน ศุลกากร สนามบิน รวมถึงจุดตรวจสอบสัตว์และพืช

Shanghai Si-Gene Biotech Co., Ltd.

อีเมล: info@si-gene.com

Linkedin: https://www.linkedin.com/company/si-gene/

เว็บไซต์: www.si-gene.com