มหิดล และซินเจนทา ขยายเครือข่าย “รักษ์ผึ้ง” สร้างความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน 0 295

สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” โดยปีนี้ มีแนวคิดสำคัญคือ “เราทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการขจัดปัญหาอย่างยั่งยืน” (We’re part of the solution.) สอดคล้องกับแผนการเติบโตเชิงบวก (Good Growth Plan) ของซินเจนทา ที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ นำไปสู่การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงที่ดีอย่างยั่งยืน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา เปิดเผยว่า หนึ่งในแผนงานสำคัญตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพขององค์การสหประชาชาติ ซินเจนทาได้ร่วมกับโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการ “รักษ์ผึ้ง” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โดยจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ และพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเครือข่ายการเรียนรู้ “รักษ์ผึ้ง” ผ่านงานวิจัยและการอบรมส่งเสริมให้แก่กลุ่มเกษตรกร โรงเรียน และชุมชนรอบพื้นที่เกษตรกรรมภาคกลางและภาคตะวันออก เพื่อเผยแพร่ความรู้ และสร้างความตระหนัก ในการรักษาระบบนิเวศ ดูแลแมลงผสมเกสร ตลอดจนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

ดร. สิทธิพงษ์ วงศ์วิลาศ นักวิชาการศึกษา โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ “รักษ์ผึ้ง” กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ของมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ ได้จัดเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องผึ้งและความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ BEE LAND เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนและการสอน เรื่องการเลี้ยง การเพิ่มผลผลิต และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง รวมทั้งได้ประสานกับโรงเรียนระดับมัธยม เพื่อสร้างโรงเรียนเครือข่ายการเรียนรู้ “รักษ์ผึ้ง” ในเบื้องต้นมี 10 แห่งในจังหวัดนครสวรรค์ และ 5 แห่งในจังหวัดจันทบุรี เข้าร่วมเป็นโรงเรียนต้นแบบ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรกร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนลำไยและผู้เลี้ยงผึ้งได้ประสานความร่วมมือ เพื่อรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพโดยได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างสมดุลทั้งชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้ง

นายอานพ วนามี เจ้าของฟาร์มผึ้งสอยดาว เป็นประธานศูนย์ประสานงานโครงการ “รักษ์ผึ้ง” อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญของโครงการ คือ ซินเจนทาและมหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้ามาสร้างความเข้าใจและตอบสนองความต้องการระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งกับผู้ปลูกผลไม้ให้ได้ผลผลิตอย่างปลอดภัยตามระบบ GAP เพราะการดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ โดยเฉพาะกลุ่มลำไย ซึ่งต้องการให้ผึ้งมาช่วยในการผสมเกสรดอก ยิ่งได้รับการผสมเกสรมากเท่าใด ผลก็ยิ่งติดลูกมากเท่านั้น การใช้ผึ้งช่วยผสมเกสรสามารถเพิ่มอัตราการติดดอกได้เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 30 ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง ต้องการนำรังผึ้งไปวางในสวนต่าง ๆ เพื่อนำน้ำหวานจากเกสรดอกลำไยมาผลิตน้ำผึ้ง ซึ่งน้ำผึ้งจากดอกลำไยเป็นที่นิยมในตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เพราะมีกลิ่นหอมและหวาน ดังนั้น หากเจ้าของสวนและผู้เลี้ยงผึ้งมีความรู้และความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ก็จะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยกับผู้บริโภคมากขึ้น ปัจจุบันได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งประมาณ และชาวสวนลำไยเกือบ 100 ราย โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

นางสาวกมลชนก บุญฤทธิ์ ครูผู้สอนวิชาชีววิทยา โรงเรียนเซนต์โยเซฟนครสวรรค์ หนึ่งในโรงเรียนต้นแบบในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า การดำเนินงานในโรงเรียนต้นแบบเครือข่ายการเรียนรู้ “รักษ์ผึ้ง” จะนำองค์ความรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยาการเลี้ยงผึ้ง เข้าไปอยู่ในวิชาหมวดการงานอาชีพของนักศึกษาระดับมัธยมปลายในโรงเรียนเป้าหมาย โดยนักวิชาการจากซินเจนทาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลจะไปร่วมถ่ายทอดความรู้เชิงทฤษฎีและเปิดโอกาสให้ฝึกปฏิบัติจริงในหลายด้าน อาทิ การศึกษาสภาพแวดล้อม ชีววิทยาและพฤติกรรมของผึ้งต่าง ๆ การบริหารจัดการรังผึ้งและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเกิดความเข้าใจจากการปฏิบัติจริง แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้มีการปรับรูปแบบเป็นการเรียนออนไลน์แทน

เช่นเดียวกับ โรงเรียนมะขามสรรเสริญ นายสุพร พงศ์วิฑูรย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนและที่ปรึกษาโครงการโรงเรียนต้นแบบในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรี กล่าวสนับสนุนว่า โครงการ “รักษ์ผึ้ง” สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาที่ว่า “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เป็นการเสริมความรู้และทักษะการประกอบสัมมนาอาชีพที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยโครงการดังกล่าว ให้ทั้งความรู้และแนวทางการปฏิบัติ อีกยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ปัจจุบันมีโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเข้าร่วมเป็นโรงเรียนต้นแบบแล้ว 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดวังจะอ้าย โรงเรียนวัดหนองสลุด โรงเรียนวัดมะทาย โรงเรียนบ้านมะขาม และโรงเรียนมะขามสรรเสริญ รวมทั้งมีแผนจะขยายไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ทั่วตะวันออกในอนาคต

“ความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ โรงเรียนต้นแบบเครือข่าย และศูนย์เครือข่ายทั้งหมดนี้ เป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของซินเจนทา ในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาช่วยเหลือเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย โดย โครงการรักษ์ผึ้ง เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการผสมผสานวิถีแห่งธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมการเลี้ยงผึ้งและการบริหารการเพาะปลูกผลไม้ได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ ทำให้สามารถดูแลและรักษาผลผลิต สร้างผลกำไร ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกรและชุมชนโดยรอบได้อีกด้วย” นางสาววัชรีภรณ์ กล่าวสรุป

สำหรับเกษตรกร โรงเรียน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “รักษ์ผึ้ง” ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 088-445-6406 หรือ https://na.mahidol.ac.th/academic/

เกี่ยวกับซินเจนทา
ซินเจนทาเป็นบริษัทชั้นนำของโลกด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประกอบด้วย หน่วยธุรกิจซินเจนทาอารักขาพืช และซินเจนทาเมล็ดพันธุ์ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชากรโลกให้มีอาหารปลอดภัยพร้อมไปกับการดูแลโลก ด้วยการนำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ระดับสากล มาแก้ปัญหาด้านเกษตรกรรม เทคโนโลยีของซินเจนทา จะช่วยให้เกษตรกรหลายล้านคนทั่วโลกได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางการเกษตรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ดีขึ้น ซินเจนทาอารักขาพืช และซินเจนทาเมล็ดพันธุ์ เป็นส่วนหนึ่งของซินเจนทากรุ๊ป มีพนักงานกว่า 49,000 คน ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ที่กำลังร่วมมือกันทำงานช่วยเหลือเกษตรกร ภายใต้แผนการเจริญเติบโตเชิงบวก (Good Growth Plan) โดยซินเจนทาจะเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อเกษตรกรและธรรมชาติ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมให้ทุกคนปลอดภัย และมีสุขภาพดี รวมถึงให้ความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและมีความยั่งยืน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.com และ www.goodgrowthplan.com

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

จีเอเบิล ประกาศแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการ มุ่งสู่ผู้นำทางด้านดิจิทัลโซลูชัน 0 1054

กลุ่มบริษัทจีเอเบิล ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลโซลูชันชั้นนำ ได้มีมติแต่งตั้ง ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564

นาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทซีดีจี และกลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า “ผมมีความยินดีที่คุณชัยยุทธ เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของกลุ่มบริษัทจีเอเบิล คุณชัยยุทธเป็นผู้บริหารที่มีความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จในหลากหลายอุตสาหกรรมมากว่า 21 ปี ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า คุณชัยยุทธจะสามารถนำพาจีเอเบิล มุ่งสู่เป้าหมายที่วางไว้ในการเป็นผู้นำทางด้านดิจิทัลโซลูชัน และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้”

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทางด้านการเงิน การขายและการกำกับดูแลกิจการ ในกลุ่มธุรกิจการเงิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ในบริษัทชั้นนำที่ติดอันดับ FORTUNE 500 ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย

ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทีมผู้บริหาร และพนักงานของกลุ่มบริษัทจีเอเบิล ด้วยความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะสนับสนุนลูกค้าในการทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ ผมพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และมุ่งมั่นที่จะนำพาจีเอเบิลก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม รวมทั้งสนับสนุนพาร์ทเนอร์และลูกค้าของจีเอเบิล ด้วยกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อนำประสบการณ์อันมีค่ามาสู่ธุรกิจขององค์กร และเพิ่มศักยภาพในการออกผลิตภัณฑ์ของลูกค้าสู่ตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย อีสเทิร์น มิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกาและระดับปริญญาเอก สาขาบริหารธุรกิจ (ธุรกิจระหว่างประเทศ) จากมหาวิทยาลัย ซาราโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทจีเอเบิล

กลุ่มบริษัทจีเอเบิล คือผู้นำในการให้บริการดิจิทัลโซลูชันอย่างครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 32 ปี บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญ ทางด้านการนำเสนอโซลูชันที่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจ ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ จีเอเบิลมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนลูกค้าในการทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวสู่ความสำเร็จขององค์กรตามเป้าหมาย –สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.g-able.com

สถาบันอาศรมศิลป์ จับมือกองทุนสื่อฯ ส่งต่อความรู้สู่ครูหัวใจใหม่ 0 1554

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ เปิดให้ดาวน์โหลดชุดสื่อและหนังสือ “ครูปฐมวัยหัวใจใหม่” ที่ www.holisticteacher.net  นำเสนอ 3 องค์ความรู้ได้แก่ ครูนักออกแบบการเรียนรู้ (Learning Designer)  ครูนักสร้างสรรค์พื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) และครูผู้มองเห็นสภาวะการเรียนรู้ (Visible Learning)  เพื่อการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนาเด็กอย่างเป็น
องค์รวม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

อาจารย์สืบศักดิ์   น้อยดัด อาจารย์ประจำสาขาวิชาทางศึกษาศาสตร์ สถาบันอาศรมศิลป์  กล่าวว่าสื่อชุดนี้ได้ถอดจากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของทีมครูอนุบาลรุ่งอรุณ ที่มีเป้าหมายของการจัดการศึกษามุ่งพัฒนามนุษย์ให้สมบูรณ์อย่างเป็นองค์รวม ทั้งทางด้านจิตใจ (Heart) พฤติกรรม (Hand) และสติปัญญา (Head) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู ที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์ทางการศึกษาปฐมวัย โดยเฉพาะการมีสายตามองเห็นคุณค่าศักยภาพและความแตกต่างแต่ละบุคคล นำพาตนเองเข้าไปเป็นหุ้นส่วนของการจัดการเรียนรู้ของเด็ก เข้าใจธรรมชาติ และการปรับตัว 4 มิติ คือ กาย ใจ ทักษะการเรียนรู้ และทักษะความเป็นมนุษย์ อ่านโลกให้ออก อ่านตนเองให้เป็น สามารถพัฒนาคุณค่าภายในตนอย่างมีสติสัมปชัญญะ เท่าทันต่อความรู้สึกนึกคิด เท่าทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมทำหน้าที่ “แม่ครู” ผู้ให้ความรัก ความเมตตา ความอบอุ่น และความเข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของศิษย์ ด้วยการบูรณาการความรู้สู่ชีวิต เตรียมความพร้อมและปูพื้นฐานทักษะชีวิตที่จำเป็นให้แก่ศิษย์ และเป็นผู้ที่ สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคมไทย

ชุดสื่อ “ครูปฐมวัยหัวใจใหม่” ประกอบด้วย วิดีโอและหนังสือ ที่นำเสนอ 3 องค์ความรู้ ได้แก่ ครูนักสร้างสรรค์พื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) บอกเล่าถึงความสำคัญ ทำไมครูต้องสร้างพื้นที่การเรียนรู้? ดีกับเด็กอย่างไร? แล้วดีกับครูอย่างไร? สภาพแวดล้อมแบบไหนที่ช่วยหล่อหลอมพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กได้? พร้อมแนะ How to การสร้างพื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย ทั้งพื้นที่ในวิถีกิจวัตร พื้นที่ในห้องเรียน และพื้นที่นอกห้องเรียน ครูนักออกแบบการเรียนรู้ (Teacher as a Learning Designer) เปรียบเทียบให้เห็นว่า การที่ครูออกแบบหรือไม่ออกแบบการเรียนรู้นั้น ส่งผลกับครูและเด็กอย่างไร การเรียนรู้แบบไหนที่โดนใจเด็ก แล้วทำอย่างไรครูจึงจะออกแบบการเรียนรู้ที่โดนใจเด็กได้ และ เมื่อครูมองเห็นสภาวะการเรียนรู้ของเด็ก (Visible Learning) เด็กปฐมวัยเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ถ้าครูมีสายตามองเห็นสภาวะการเรียนรู้ของเด็กที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น แล้วพาเขาขยายการเรียนรู้จากเรื่องที่เขากำลังสนใจจะทำให้การเรียนรู้ของเด็กผลิบานอย่างน่ามหัศจรรย์ และทำอย่างไรครูจึงจะมองเห็น Visible Learning ของเด็ก

“สถาบันอาศรมศิลป์ ยินดีที่จะส่งต่อความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยอย่างเป็นองค์รวม นอกจากการพัฒนาชุดสื่อเพื่อเผยแพร่แล้ว ยังอยู่ระหว่างการเตรียมหลักสูตรระยะสั้นสำหรับการฝึกอบรมให้กับโรงเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่สนใจ เพื่อพัฒนาสมรรถนะของครูและผู้ดูแลเด็กเล็กที่เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21” อาจารย์สืบศักดิ์ กล่าวสรุป

ครูปฐมวัย และผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยที่สนใจการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถศึกษาข้อมูลและดาวน์โหลดชุดสื่อครูปฐมวัยหัวใจใหม่ ได้ที่  www.holisticteacher.net  ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และสามารถสอบถามรายละเอียดการอบรมได้โดยตรงที่สาขาวิชาทางศึกษาศาสตร์ สถาบันอาศรมศิลป์ โทร. 02 490 4748-54