กระทรวงพาณิชย์ เทรนนักออกแบบไทยเท่าทัน 5 เทรนด์โลก ดันโกอินเตอร์ บุกตลาด CLMV 0 1466

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ อาคารเคเอ็กซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นางสาวประอรนุช ประนุช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงลึก ภายใต้แนวคิด Design Service Transformation  เพื่อให้นักออกแบบไทยเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวโดยไม่ตกยุค  เปิดมุมมองให้เท่าทัน 5 เทรนด์โลกที่น่าจับตามอง อีกทั้งผลักดันนักออกแบบไทยเป็นสินค้าบริการโกอินเตอร์ บุกตลาด CLMV หรือประเทศในกลุ่ม ASEAN ที่มีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง อาทิ เมียนมาและเวียดนาม ซึ่งทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของโครงการ Design Service Society ที่กรมการค้าระหว่างประเทศ จัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015

“โครงการ Design Service Society จัดมาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราจัดอบรมเชิงลึกในแง่มุมต่างๆ ให้กับนักออกแบบหน้าใหม่ไปแล้วกว่า 100 คน ซึ่งมีประมาณ 10 % ที่ได้ลงสนามทำงานจริงร่วมกับผู้ประกอบการคนไทยไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการนี้ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มให้เกิดการแมทชิ่งและทำงานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการคนไทยภาคธุรกิจส่งออกกับกลุ่มนักออกแบบหน้าใหม่ ที่นำความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบไปช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าส่งออกของไทย ซึ่งเป็นอะไรที่มากกว่าการออกแบบบรรจุภัณฑ์ แต่นักออกแบบจะต้องทำงานแบบเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้เกิด New Idea จริงๆ โดยเป้าหมายของกรมฯ ตั้งไว้ 2 ประการด้วยกันคือ สร้างนักออกแบบมืออาชีพที่มีคุณภาพมาช่วยผลักดันอุตสกรรมการส่งออกไทย  ขณะเดียวกันก็ปั้นกลุ่มนักออกแบบไทยขึ้นมาเป็นสินค้าบริการสำหรับส่งออกงานบริการด้านการออกแบบไปยังต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) 4 ประเทศ ประกอบไปด้วย กัมพูชา , สปป.ลาว , เวียดนาม และเมียนมา โดยเฉพาะเมียนมาและเวียดนาม ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงมาก ซึ่งในเดือนมีนาคมนี้จะพานักออกแบบไทยไปให้บริการด้านการออกแก่กับผู้ประกอบการที่เมียนมาเป็นที่แรก ถือเป็น Business Matching รูปแบบหนึ่ง” นางสาวประอรนุช กล่าวถึงภาพรวมของโครงการฯ

ทางด้าน รศ.ดร.โชคอนันต์ บุษราคัมภากร นายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ Industrial Designers Society (IDS) ซึ่งทำหน้าจัดการอบรมเชิงลึกในครั้งนี้ได้กล่าวว่า “ภายใน 2 ปีนี้คำว่า Transformation คือสิ่งที่ผู้ประกอบการจะหลีกหนีไม่ได้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง หากไม่มีการปรับตัวก็จะต้องล่มสลายหรือตกยุคไป  เช่นเดียวกับนักออกแบบอุตสหกรรม เป้าหมายไม่ใช่แค่การออกแบบให้ผลิตภัณฑ์สวยงามเท่านั้นแต่ต้องเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ด้วย ดังนั้นการอบรมเชิงลึกภายใต้ แนวคิด Design Service Transformation ในวันนี้จะเน้นเรื่องของ การปฏิรูปการทำงานให้เท่าทันยุคดิจิทัล ตัวอย่างเช่นการศึกษา 5 เทรนด์การออกแบบโลกที่น่าจับตามองเพื่อหลีกหนีคำว่า นักออกแบบตกยุค”

สำหรับ 5 เทรนด์การออกแบบโลกที่น่าจับตามองนั้น ได้แก่ 1. Transformative &Disruptive Technologies หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ที่นำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาให้บริการ เช่น การนำโดรนมาใช้ในการบริการส่งอาหารสด  ตู้อัตโนมัติในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพ หรือแม้แต่หุ่นยนต์ทำอาหาร 2. Advanced  Data-Driven Design การออกแบบที่นำข้อมูลหรือ Data ไปประมวลผล แล้วนำผลที่ได้ไปใช้ในการออกแบบ 3. End-to-End Customer Journey Experience แนวคิดการออกแบบ  “Circular Economy” หรือ “ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน” กล่าวคือ การออกแบบต้องคำนึงถึงตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ การผลิตเป็นสินค้า โดยทุกกระบวนการปราศจากของเสียสามารถหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่โดยไม่รู้จับ 4. Not Just Impression and Implementation, but IMPACT การออกแบบที่ลดการสร้าง “ผลกระทบทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม” เช่น บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse หรือ Recycle) เพราะแนวโน้มบรรจุภัณฑ์จะเลิกใช้พลาสติกและหันมาใช้วัสดุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วัตถุดิบที่ใช้จะต้องไม่ใช่ขยะ และสามารถนำกลับมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตได้อีกด้วย  และ 5. Not Just Mass Customisation, but Personalisation การออกแบบที่เน้นสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ “ประสบการณ์ส่วนบุคคล” เช่น เสื้อผ้าที่สามารถตอบโจทย์เรื่อง Health Tech หรือการออกแบบการออกกำลังกายเฉพาะตามกรุ๊ปเลือด เป็นต้น

นอกจากนั้นแล้วในการอบรมเชิงลึก ภายใต้แนวคิด Design Service Transformation ซึ่งจัดโดย DITP ในครั้งนี้ ยังได้เชิญวิทยากรที่เป็นนักออกแบบอุตสหกรรมมืออาชีพมากมาย มาร่วมถ่ายทอดความรู้ให้นักออกแบบหน้าใหม่ในหัวข้อต่างๆ อาทิ การเปลี่ยนจากการออกแบบอุตสาหกรรมไปสู่การออกแบบดิจิทัล, กลยุทธ์การริเริ่มธุรกิจการบริการออกแบบยุคใหม่, กระบวนการบริการออกแบบเพื่อพิชิตใจลูกค้า และเคล็ดลับการบริหารธุรกิจการบริการออกแบบสู่สากล  

อย่างไรก็ตาม โครงการ Design Service Society มีเป้าหมายในการสร้างแพลตฟอร์ม หรือ เวทีสร้างความรู้จักระหว่างนักออกแบบอุตสหกรรมกับผู้ประกอบการ ที่อาจจะร่วมมือกันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคต ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา  ในการสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีฝีมือการออกแบบอย่างมืออาชีพตอบโจทย์เศรษฐกิจดิจิทัล ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.idsocietythailand.org หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่email : idsocietythai@gmail.com  Facebook Fanpage : idsocietythai

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

องค์กรเกษตรทั่วโลก ประกาศจุดยืน เน้นนวัตกรรมและสร้างเครือข่าย เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการให้แก่ประชาคมโลก 0 6663

องค์กรเกษตรทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประกาศจุดยืนนำนวัตกรรมการและเทคโนโลยีตลอดกระบวนการผลิตอาหารและการเกษตรในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม ครั้งที่ 6 หรือ The 6th Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF)

องค์กรเกษตรร่วมพัฒนานวัตกรรมโมเดลธุรกิจ Uberfarm ให้บริการด้านการเพาะปลูก โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาปรับปรุงผลผลิตและการตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการในอนาคต

นายมัลคอล์ม เพรสตัน ศาสตราจารย์อาวุโส วิทยาลัยการจัดการเคลล็อก และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าวในพิธีปิดงานว่า “ความเชื่อมั่นและความร่วมมือเป็นสิ่งจำเป็น แต่ละองค์กรจำเป็นต้องเชื่อมั่นในเทคโนโลยีใหม่ และเชื่อมั่นในการประสานความร่วมมือระหว่างกันของพันธมิตร”

นางกันธวี คาธิเรสาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไป ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ กล่าวถึงความจำเป็นของนวัตกรรม อันเป็นความท้าทายในกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนว่า “ทุกหน่วยงาน ต้องนำนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า เริ่มตั้งแต่ฟาร์มจนถึงบนโต๊ะอาหารของผู้บริโภค”

ตลอดระยะเวลาการจัดงาน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ได้แบ่งปันแนวคิดและแนวทางในการจัดการปัญหาหลากหลายด้าน ครอบคลุมอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร อาทิ การตรวจสอบและติดตาม นวัตกรรมการบริหารเงิน การบริหารความสูญเสียของอาหาร สิทธิมนุษยชน เสริมพลังสตรี และความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการสนทนาพิเศษใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์นม ประมง ผักและผลไม้

งานสัมมนา RBF จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศไทยประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2562 โดยรวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกด้านอาหาร ร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของอาเซียนประจำปีนี้ที่ว่า “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

นายอัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) กล่าวทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลได้มุ่งมั่นดำเนินงานผ่านโครงการ เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งภูมิภาคอาเซียน”

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Regina Cheah ผู้จัดการ โกลบอล อินนิชิเอทีฟ อีเมล regina.cheah@globalinitiatives.com

องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านอาหารพร้อมกันที่กรุงเทพฯ ผลักดันนวัตกรรม สร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ 0 5314

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม หรือ Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF) ว่า “ความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ช่วยกระตุ้นการขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทยเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 6 ต่อปี ปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตอาหารและการเกษตร”

นายไนออล โอ คอนเนอร์ (Niall O’Connor) ผู้อำนวยการกลาง สถาบันสิ่งแวดล้อมกรุงสตอกโฮล์ม เปิดเผยว่า “นวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาห่วงโซ่แห่งคุณค่า (value chain) รวมทั้งจำเป็นสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร สำหรับงานสัมมนา RBF ครั้งนี้ ได้รวบรวมแนวทางการจัดการปัญหาอย่างยั่งยืนในกระบวนการผลิต การเก็บรักษา และการจัดการของเสียในอุตสาหกรรมอาหาร ขณะเดียวกัน นำเสนอแนวทางลดการใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ สารเคมี และปุ๋ย เพื่อให้ตลอดกระบวนการผลิตนั้น สามารถผลิตอาหารให้มีคุณภาพสูงและมีการสูญเสียน้อยที่สุดตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่า”

งานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรมครั้งที่ 6 ได้รับความสนใจจากผู้มีอำนาจใจการตัดสินใจในอุตสาหกรรมอาหาร เกษตรกรรม และโภชนาการ มากกว่า 400 ราย เข้าร่วมเสวนา เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในด้านงบประมาณและระดับนวัตกรรมที่เหมาะสมในภาคอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร นายโทนี่ เกอร์เลย์ (Tony Gourlay) กรรมการผู้จัดการ โกลบอล อินนิชิเอทีฟ กล่าวว่า “RBF เป็นเวทีสำคัญสำหรับภาคธุรกิจ ภาครัฐ องค์กรระดับนานาชาติ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และองค์กรไม่แสวงผลกำไร ในการประสานความร่วมมือและช่วยให้สามารถดำเนินงานร่วมกันอย่างรวดเร็ว เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมโลก”

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรไทยและต่างประเทศ ได้ร่วมแบ่งปันแนวทางการบริหารโครงการต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ตลอดระยะเวลา 2 วัน รวมทั้ง แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาโครงการร่วม ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินงานที่มีความท้าทายผ่านห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตัวอย่างองค์กรชั้นนำ เช่น Global Agribusiness Alliance, Grow Asia, US-Aid และ Croplife Asia

ภายในงาน ยังมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน (Sustainable Rice Landscapes) ระหว่างสมาชิกสถาบัน ได้แก่ สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (WBCSD) องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UN Environment) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization) สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (International Rice Research Institute) และ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit หรือ GIZ) นายวิน เอลลิส (Wyn Ellis) ผู้ประสานงาน โครงการมาตรฐานการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน (Sustainable Rice Platform หรือ SRP) กล่าวว่า “SRP และพันธมิตรระดับสถาบัน 100 ราย มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือครั้งนี้ เป้าหมายสำคัญ คือ การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ผลักดันให้เกิดการยอมรับในวงกว้างของเทคโนโลยีจัดการสภาพภูมิอากาศที่ชาญฉลาด กระบวนการผลิตข้าวยั่งยืน ด้วยการใช้เครื่องชี้วัดและมาตรฐานการผลิตข้าวอย่างยั่งยืนมาตรฐานแรกของโลก”

การลงนามนี้ แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานร่วมกันในการสร้างและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมาตรฐานการผลิตข้าวยั่งยืน ด้วยการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า และผู้ดูแลในระดับนโยบาย เพื่อให้เกิดการยอมรับ ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตที่ได้รับการรับรองและมีประสิทธิภาพ

งานสัมมนา RBF จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศไทยประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2562 โดยรวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกด้านอาหาร ร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของอาเซียนประจำปีนี้ที่ว่า “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Regina Cheah ผู้จัดการ โกลบอล อินนิชิเอทีฟ อีเมล regina.cheah@globalinitiatives.com

ผู้นำในภาคอุตสาหกรรม

วิทยากรหลัก การสัมมนาครั้งนี้ ได้แก่

  • Diane Holdorf, Managing Director, Food & Nature, World Business Council for Sustainable Development (WBCSD)
  • Noppadol Dej-Udom, Chief Sustainability Officer, Charoen Pokphand Group
  • Hendro Poedjono, Director, Corporate Affairs, AMEA, FrieslandCampina
  • Siang Hee Tan, Executive Director, CropLife Asia
  • Tod Gimbel, Senior Vice President, Global Government Affairs, Herbalife
  • Jeffrey Spence, Deputy Mission Director, Regional Development Mission for Asia, USAID
  • Kundhavi Kadiresan, Assistant Director-General and Regional Representative, APAC, Food and Agriculture Organisation of the United Nations (FAO)
  • Bruce Blakeman, Vice President, Corporate Affairs, Cargill
  • Brad Ridoutt, Principal Research Scientist, Agriculture and Food, CSIRO
  • Christy Owen, Chief of Party, USAID Green Invest Asia
  • Ruth Thomas, Director, Global Agribusiness Alliance
  • Niall O’Connor, Director, Asia Centre, Stockholm Environment Institute
  • Elizabeth Hernandez, Head of Government and Industry Affairs, APAC, Corteva Agriscience
  • Kamel Chida, Deputy Director, Private Sector Partnership Development for Nutrition, Bill and Melinda Gates Foundation

พันธมิตรหลักการจัดงาน ได้แก่

Corteva
FrieslandCampina
Herbalife
WBCSD
CropLife Asia
USAID
Green Invest Asia
Winrock
GrowAsia
CSIRO
FAO
Food Innopolis
Ministry of Commerce
Ministry of Science and Technology
Stockholm Environment Institute (SEI)
Thai Food Processors Association
USAID
Oceans
Whapow
WWF

ติดตามรายละเอียดกำหนดการจัดงาน คลิก ที่นี่