ซินเจนทา สนองมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีเกษตร 0 6988

ซินเจนทา คิกออฟลงพื้นที่อบรมเกษตรกร พร้อมผนึกหน่วยงานต่างๆ วางแผนอบรมเกษตรกรร่วมกัน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ซินเจนทา ประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากกรมวิชาการเกษตรได้จัดอบรมวิทยากร (ครู ข) หลักสูตร “การใช้วัตถุอันตราย 3 สาร ให้ถูกต้องและปลอดภัย” เพื่อให้ครู ข ลงพื้นที่อบรมเกษตรกรทั่วประเทศ 1.5 ล้านคนในการได้รับสิทธิ์ซื้อสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยบริษัท ซินเจนทา ครอปโปรเทคชั่น จำกัด บริษัทชั้นนำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร ได้ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้กับเกษตรกรมาโดยตลอด จึงได้นำพนักงานเกือบ 100 คน เข้ารับการอบรมการเป็นวิทยากรครู ข กระทั่งผ่านการอบรมเป็นวิทยากรได้สำเร็จ

วิทยากรของซินเจนทา ได้ลงพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศ อบรมเกษตรกรตามาตรการจำกัดการใช้ สำหรับผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด ไม้ผล ตลอดเดือนที่ผ่านมา มีเกษตรกรให้ความสนใจเข้ารวมแล้วกว่า 5,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับทราบข่าวสารมาบ้างแล้วว่าต่อไปจะต้องมีการขึ้นทะเบียน เข้ารับการอบรม และทดสอบ เพื่อได้รับสิทธิ์ในการซื้อสารเคมีทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ระยะแรกนี้จำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รับทราบ และปฏิบัติได้ถูกต้อง โดยบริษัทฯ จะเร่งสร้างความเข้าใจและอบรมการใช้สารฯ ให้กับเกษตรกรในพืชอื่น ๆ เช่น อ้อย ยางพารา และปาล์มน้ำมันในลำดับต่อไป

นอกจากการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องมาตรการจำกัดการใช้ฯ กับกลุ่มเกษตรกรแล้ว เนื่องจากปัจจุบันได้มีการระบาดของหนอนกระทู้ลายจุดข้าวโพด (Fall army worm) ในข้าวโพดอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย บริษัทจึงได้มีมาตรการเร่งด่วนลงให้ความรู้เรื่องการจัดการหนอนกระทู้ลายจุดข้าวโพด (Fall army worm) ให้กับเกษตรกร และร้านค้าผู้แทนจำหน่าย ในพื้นที่ ลพบุรี สุพรรณบุรี สระแก้ว นครราชสีมา เพื่อให้ร้านค้า และเกษตรกรมีความรู้ในการควบคุมโดยใช้วิธีการหลากหลายวิธี และถ้าหากต้องใช้สารเคมี ต้องมีการใช้อย่างถูกต้องไม่เกิดปัญหาความต้านทาน  

นางสาววัชรีภรณ์ กล่าวในตอนท้ายว่า หลังจากที่เกษตรกรได้รับการอบรมในครั้งนี้ไปแล้ว เชื่อว่าเกษตรกรจะนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารฯ ไปเข้ารับการสอบ เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการซื้อและสามารถใช้สารฯ ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้วางแผนลงพื้นที่อบรมเกษตรกรในหลายพื้นที่ โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยกระทรวงเกษตรฯ อบรมเกษตรกร จำนวน 150,000 คน โดยซินเจนทาจะขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กลุ่มโรงงานน้ำตาล สมาพันธ์ชาวสวนปาล์ม สมาคมชาวสวนยาง กลุ่มผู้รวบรวมข้าวโพดหวาน กลุ่มผู้รับซื้อพืชอาหารสัตว์ เพื่อหารือและวางกรอบแนวทางร่วมกันในการอบรมเกษตรกร และเร็วๆนี้ ซินเจนทาจะได้นำเทคโนโลยีแบบดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อให้สามารถขยายขีดความสามารถในการอบรมเกษตรกรได้คราวละจำนวนมาก ซินเจนทาตระหนักถึงหน้าที่และจรรยาบรรณในการดูแลผลิตภัณฑ์ หรือ Product stewardship ด้วยความรับผิดชอบมาอย่างยาวนานมากกว่า 30 ปี ตามที่เราได้ให้คำมั่นสัญญาต่อองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ

สำหรับเกษตรกรที่มีความประสงค์เข้ารับการสอบ สามารถสมัครเข้าสอบด้วยตนเองได้ที่ http:// chem.doae.go.th  หรือผ่านแอปพลิเคชัน FARMBOOK ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเลือกวันและวิธีการอบรมได้เองตามความสมัครใจ รวมทั้ง สามารถสแกน QR Code หรือไปที่ http://bit.ly/farmersafe เพื่อศึกษาการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยด้วยตนเอง

เกี่ยวกับซินเจนทา

บริษัทซินเจนทาหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีพนักงานซินเจนทากว่า 28,000 คนในประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก โดยมีพันธกิจ “นำศักยภาพของพืชสู่ชีวิต” (Bringing Plant Potential to Life) ภายใต้การคิดค้นวิจัยชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าให้สามารถเพิ่มผลผลิต ปกป้องสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.co.th 
Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กลุ่มแกนนำเกษตรกร ผิดหวังพรรคภูมิใจไทย โต้กลับ รมช.​ โลกสวย ไม่ทำการบ้านก่อนฟันธงนโยบายแบนสารเคมี 0 6609

สมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย และเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กลุ่มโครงการราชบุรีประชารัฐ พืชผักและผลไม้ปลอดภัย ทวงสัญญานโยบายพรรคภูมิใจไทย “ทวงคืนกำไรให้เกษตรกร” หลังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกนโยบายฝันหวาน-โลกสวย เรื่องสารเคมี

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากการออกนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยเรียกคะแนนจากกลุ่มเกษตรกรทั่วไทยว่า จะสร้างกำไรให้เกษตรกร ในผลผลิตมันสำปะหลัง (ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4 บาท) อ้อย (ไม่ต่ำกว่าตันละ 1,200 บาท)  ปาล์ม (ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 5 บาท) ยางพารา (เป้าหมายกิโลกรัมละ 70 บาท) เพียงทำงานไม่กี่วัน นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เตรียมเดินเรื่องแบนสารเคมี ทั้งพาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส โดยไม่ศึกษาข้อมูลมาก่อนว่าข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างไร ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นอย่างไร  แถมแนะให้เกษตรกรใช้สารเคมีอีกชนิด “กลูโฟซิเนต” ที่มีราคาแพงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่า “ไม่ทราบเพราะเหตุใด” ซึ่งแนวทางดังกล่าวขัดแย้งกับนโยบายสร้างกำไรให้แก่เกษตรกร เนื่องจากเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต และสร้างผลกระทบให้แก่ผู้บริโภคมากกว่าเดิม

“NGO ไทยให้แบนพาราควอต (จ่ายไร่ละ 44 บาท) ไปใช้กลูโฟซิเนต (ไร่ละ 324 บาท) ที่ NGO อังกฤษ บอกว่าก่อมะเร็งและทำลายประสาท แทนครับ” ข้อมูลจากเฟซบุ๊ค Jessada Denduanfboripant อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมอธิบายเหตุผลไว้ที่ https://www.facebook.com/jessada.denduangboripant/posts/1566768650120430

นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กลุ่มโครงการราชบุรีประชารัฐ พืชผักและผลไม้ปลอดภัย กล่าวเสริมว่า ผลการตรวจสารเคมีตกค้างในพืชผลทางการเกษตรตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของกลุ่ม  ไม่พบสารพาราควอต ไกลโฟเซต แต่ทำไม รมช. เกษตรฯ ที่เข้ามาทำงานเพียงไม่กี่วัน ถึงมีความพยายามแบนอย่างผิดสังเกต หรือเพราะกลุ่มสนับสนุนกัญชาเสรีของท่าน เป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มที่พยายามแบนสารเคมี  ยืนยันว่าปัจจุบัน ยังไม่มีสารใดสามารถทดแทนพาราควอตได้ ทั้งในด้านราคา ประสิทธิภาพ แม้ก่อนหน้านี้ กรมวิชาการเกษตรได้เสนอสารชีวภัณฑ์มาให้เกษตรกรใช้ กลับพบว่า สารดังกล่าวก็มีส่วนผสมของสารเคมีเช่นเดิม นอกจากนี้ทางเครือข่ายฯ ได้ทำหนังสือขอเข้าพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งแต่เดือนที่แล้ว เพื่อนำเสนอข้อมูลความจริงอีกด้านให้พิจารณา แต่ไม่ยอมให้เกษตรกรเข้าพบ และ รมช โลกสวย ยังออกมาฟันธงจะแบนสารเคมีอีก จึงไม่แน่ใจว่าพรรคภูมิใจไทยต้องการดูแลความเดือดร้อนของเกษตรกรจริงหรือไม่

ด้านนายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ นายกสมาคมเกษตรปลอดภัย นำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสารพาราควอตในมิติต่าง ๆ เข้าพบ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ควรให้การอบรมเกษตรต่อเนื่องในทุกสารเคมีเกษตร ไม่ควรจำกัดการใช้ จำกัดปริมาณที่สวนทางกับความเป็นจริง เหตุทำให้สินค้าขาดตลาด ก่อให้เกิดปัญหาสินค้าปลอม การนำเข้าผิดกฎหมาย สินค้าราคาสูงขึ้น สิ่งสำคัญทุกภาคส่วนต้องให้ความรู้แก่เกษตรกร ใช้ให้เป็น ใช้ให้ถูก อย่าไปโทษสารเคมี ทุกตัวอันตรายหมด สองปีที่ผ่านมาเกษตรกรเป็นผู้รับเคราะห์มาตลอด ตั้งแต่ข้อเสนอแบนสารเคมีของกระทรวงสาธารณสุข องค์กรอิสระ โดยท้ายสุดก็มีมติจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่าข้อมูลต่างๆ มีหลักฐานไม่เพียงพอ และยังไม่มีสารใดมาทดแทนสารพาราควอตได้ แต่เกษตรกรก็ยังได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการต่างๆ ของกรมวิชาการเกษตรจนถึงทุกวันนี้ “ผมหวังว่า ท่าน รมช พรรคภูมิใจไทย และกรมวิชาการเกษตรจะทำในสิ่งที่ถูกต้องต่อพี่น้องเกษตรกร และไม่สร้างปัญหาซ้ำเติมให้เกษตรกร”

รมว. เกษตรฯ เฉลิมชัย ศรีอ่อน กล่าวสรุปกับนายกสมาคมเกษตรปลอดภัยว่า การอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรจะดำเนินการต่อเนื่อง โดยหาแนวทางให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงการอบรมได้ง่าย มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งจะพิจารณามอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการอบรมความรู้ ตามมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร ส่วนการใช้สารเคมียังคงยึดนโยบายเดิมคือ จำกัดการใช้สารเคมีหรือควบคุมการใช้สารเคมี ยังไม่มีมติอื่นใด

ท้ายที่สุด แกนนำเกษตรกรดังกล่าว จึงอยากขอให้ รมช. มนัญญา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย ไปทำการบ้านให้รอบครอบ ท่านอย่างฟังเพียงคนกลุ่มเดียว พรรคภูมิใจไทยจึงต้องไตร่ตรองและทบทวนในการให้ข่าว และตรวจสอบข้อมูลผลดีผลเสียอย่างรอบด้านก่อนพิจารณาหรือตัดสินใจ เพราะนโยบายที่ท่านกำลังทำ และทุกสิ่งที่ท่านพูด กำลังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในวงกว้าง ทั้งในแง่ต้นทุน การนำเข้าสารเคมีผิดกฎหมาย การฉวยโอกาสจากพ่อค้าคนกลาง วอนหยุดสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกร และหันมาทำตามคำสัญญาเสียที

ชวนเที่ยวงาน มหกรรมวัฒนธรรมงานศิลป์ เลิศล้ำวัฒนธรรม 0 6087

กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และสมุทรปราการ ขอเชิญร่วมงาน “มหกรรมวัฒนธรรมงานศิลป์ เลิศล้ำวัฒนธรรม” ระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคม 2562
ณ ลานโปรโมชั่นชั้น 2 ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต

ภายในงาน ได้ช้อปและชิมสุดยอดอาหาร เลือกซื้อสินค้าทางภูมิปัญญาของกลุ่มจังหวัดฯ มากมายกว่า 100 รายการ รับชมและร่วมลงมือทำ การสาธิตวิถีชีวิตและภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่น เพลิดเพลินไปกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ร่วมด้วย สุนารี ราชสีมา รุ่งสุริยา และ เต้ย จักรินทร์ ไมค์ทองคำ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 702 9256