สื่อดิจิทัลโต 17,000 ล้านบาท งบเกินครึ่งเทให้ Facebook, Youtube และ Search 0 2144

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ Digital Advertising Association (Thailand) (DAAT) ร่วมกับ กันตาร์ ประเทศไทย บริษัทวิจัยชั้นนำ สำรวจมูลค่าเม็ดเงินลงทุนผ่านสื่อดิจิทัลเป็นประจำทุกปี พบว่าการใช้จ่ายผ่านสื่อดิจิทัลมีมูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านบาทในปี 2561 คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 36% จากมูลค่า 12,400 ล้านบาท ในปี 2560

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (2,361 ล้านบาท) กลุ่มการสื่อสาร (1,925 ล้านบาท) กลุ่มสกินแคร์ (1,454 ล้านบาท) กลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮล์ (1,148 ล้านบาท) และกลุ่มธุรกิจธนาคาร (1,080 ล้านบาท) เป็น 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ลงเงินในการโฆษณาดิจิทัลมากที่สุดในปี 2561 ที่ผ่านมา

ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลเพิ่มเป็นมูลค่าสูงที่สุดในปี 2561 เทียบจากปี 2560 คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีค่าใช้จ่าย 585 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 114% ตามด้วยกลุ่มร้านค้าปลีก ที่มีค่าใช้จ่าย 701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 111%

สำหรับมูลค่าเม็ดเงินลงทุนผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2562 นี้ สมาคมโฆษณาดิจิทัลฯ และ กันตาร์ ประเทศไทย คาดการณ์ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่จะลงทุนในสื่อดิจิทัลมากที่สุด 5 ลำดับแรกนั้นจะยังคงเป็นอุตสาหกรรมเดิม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (2,783 ล้านบาท) กลุ่มการสื่อสาร (2,115 ล้านบาท) กลุ่มสกินแคร์ (1,753 ล้านบาท) กลุ่มธุรกิจธนาคาร (1,396 ล้านบาท) และ กลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ (1,239 ล้านบาท)

อุตสาหกรรมกลุ่มค้าปลีกจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดการณ์ว่าเติมโตขึ้นในอัตราที่สูงที่สุดในปี 2562 โดยจะเติบโตมากขึ้น 47% คิดเป็นเม็ดเงิน 1,029 ล้านบาท ตามด้วยกลุ่มธุรกิจธนาคารที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเติมโตมากขึ้น 29% คิดเป็นมูลค่า 1,396 ล้านบาท

คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ได้ให้ความเห็นว่าการเติบโตของการโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปีที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านทางสื่อดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ที่เพิ่มมากขึ้น และการที่นักการตลาดเห็นโอกาสในการเรียนรู้ถึงความต้องการและพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคผ่านข้อมูลจากช่องทางดิจิทัลต่างๆได้มากขึ้น และนำเอาความรู้นั้นมาใช้ในการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขาย ทำให้สื่อดิจิทัลให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าสำหรับนักการตลาด ทั้งผลตอบแทนเกี่ยวกับการรับรู้ตราสินค้า ความผูกพันธ์ในตราสินค้า และยอดขาย ซึ่งการเติบโตนี้จะยังคงมีความต่อเนื่องไปในปี 2562 อีกด้วย

แพลตฟอร์มระดับโลกอย่างเฟซบุ๊ค (Facebook) ยูทูป (YouTube) และเสิร์ช (Search) ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักที่แบรนด์ต่างๆ เลือกใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภคตามจุดสัมผัส (Touch points) ต่างๆบนช่วงวิถีของผู้บริโภค (Customer Journey) คิดเป็นสัดส่วนเงินลงทุนประมาณร้อยละ 60 ของเงินลงทุนในโฆษณาทั้งหมด

ครีเอทีฟ (Creative) เสิร์ช (Search) และ ไลน์ (Line) เป็นแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ที่เติบโตสูงที่สุดในปี 2561 ที่ผ่านมาในอัตราร้อยละ 60, 61 และ 90 ตามลำดับ

ดร.อาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กันตาร์ อินไซท์ ประเทศไทย ให้ความเห็นว่าการเติมโตของ เสิร์ช (Search) นั้นสอดคล้องกับข้อมูลจากการทำวิจัยของกันตาร์ที่พบว่าผู้บริโภคในปัจจุบันมักจะทำการค้นคว้าหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า และบริการต่างๆ เสิร์ชจึงมีความสำคัญในฐานะแหล่งข้อมูลที่พร้อมเสิร์ฟข้อมูล และสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคตลอดเวลา

คาร์ลอส โดมินเกส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อ กันตาร์ อินไซท์ ประเทศไทย กล่าวว่า การลงทุนในการตลาดดิจิทัลยังคงเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่กลยุทธ์ทางการตลาดปรับเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง จากที่เน้นเรื่องการกระจายข้อมูลเปลี่ยนไปเป็นการสร้างบทสนทนา จาก Lead Generation ไปเป็นการสร้างความสัมพันธ์  ระบบนิเวศน์ดิจิทัลของไทยเดินทางมาถึงจุดที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น ดังนั้นการเชื่อมโยงระหว่างส่วนต่างๆจึงสำคัญยิ่ง ในปี 2561 เราได้เห็นว่านักการตลาดเริ่มเชื่อมต่อกิจกรรมการตลาดดิจิทัลในด้านต่างๆ อย่างครบวงจร

รายงานมูลค่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลเป็นรายงานที่ บริษัท กันตาร์ ทีเอ็นเอส (ประเทศไทย) และ สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกันทำอย่างต่อเนื่องทุกปี ปีละ 2 ครั้ง รายงานมูลค่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล ฉบับต้นปี 2562 นี้ ทำการสำรวจผ่านดิจิทัลเอเยนซี่ชั้นนำของเมืองไทยทั้ง 40แห่ง จะเปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณกับสื่อดิจิทัลของสินค้าและบริการต่างๆ ในหลากหลายมิติต่าง ทั้งมิติของประเภทอุตสาหกรรม มิติของประเภทสื่อดิจิทัล และได้รวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญสื่อดิจิทัลระดับประเทศ และทิศทางของสื่อดิจิทัลในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด นักโฆษณา และผู้ที่สนใจในสื่อดิจิทัล ผู้สนใจรายงานฉบับเต็มพร้อมด้วยข้อมูลดิบสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2562 เป็นต้นไป ที่ www.tnsglobal.com/thailand-digital-ad-spend-report

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เหตุผลที่ทำให้นักพีอาร์หลายๆ คน ขายประเด็นให้นักข่าวไม่ได้ 0 1374

หลังจากที่ได้อ่านบทความ 10 เทคนิคการขายประเด็นข่าวให้สื่อมวลชน ไปแล้ว ก็เป็นแนวทางทำให้นักพีอาร์สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น ในครั้งนี้ จึงขอนำผลการศึกษาจากต่างประเทศมาแบ่งปันให้ได้รับรู้กันถึง เหตุผลที่ทำให้นักพีอาร์หลายๆ คน ขายประเด็นให้นักข่าวไม่ได้

เพราะนักพีอาร์ มีโอกาสในการขายประเด็นข่าวเพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาด้วยหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การสัมภาษณ์ การจัดทำภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว การให้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการวางแผนและกลยุทธ์เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ต้องใช้ความสามารถ ความรู้ คุณสมบัตินักพีอาร์ เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนและประสานงานกับสื่อมวลชนด้วย

ในการนี้  NowSourcing ได้รวบรวมแนวคิด ไอเดีย สำหรับการทำงานกับสื่อมวลชนมาให้พวกเรา โดยสรุปดังนี้

  1. แต่ละวัน สื่อมวลชน ได้อีเมล์เป็นร้อย ดังนั้น การเขียนอีเมล์ แบบไม่เจาะจง จะไม่ work เช่น เรียนพี่สื่อมวลชน หากเป็นไปได้ ระบุชื่อไปเลย และก่อนส่งไปให้สื่อมวลชน ดูให้แน่ใจก่อนว่า เรื่องที่ส่งนั้น อยู่ในขอบข่ายความสนใจหรือรับผิดชอบของเขาไหม ทำการบ้านหน่อยว่าเขาดูอะไร สนใจอะไร มีความจริงใจในการติดต่อสื่อสาร อย่าสตอฯ และอย่าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของสื่อมวลชนมากนัก
  2. ทำ อีเมล์ ของตนให้โดดเด่น อย่างที่ได้แนะนำไปแล้ว 10 เทคนิคการขายประเด็นข่าวให้สื่อมวลชน
  3. การขายประเด็น ควรให้มีลักษณะเป็นการสื่อสารสองทาง ไม่ใช่การสื่อสารทางเดียว รวมทั้งมีเส้นบางๆ ระหว่างการขายแบบทางการ และไม่ทางการ ควรให้เกิดความรู้สึกร่วม และถ่อมตัวในการขายประเด็น อย่าอวดเก่ง อวดรู้เกินงาม
  4. สื่อมวลชน ชอบการขายประเด็นผ่าน อีเมล์ คิดเป็นร้อยละ 89 ผ่านโทรศัพท์ร้อยละ 6 และสื่อสังคมออนไลน์ ร้อยละ 5
  5. อย่าเริ่มต้นด้วยการขายของ เช่น ขอส่งข่าวแจก หรือ มีข้อมูลสำคัญมากบอก หรืออย่าขออภัยพร่ำเพรื่อ และอย่าพิมพ์ผิด พิมพ์ตัวย่อเยอะแยะ
  6. นักพีอาร์ชั้นนำได้ให้คำแนะนำสำคัญไว้5 ประการได้แก่ 1) ขายประเด็นให้ สั้น กระชับ 2) มีตัวตนติดต่อชัดเจน 3) คิดไว้เสมอต้องขายให้ได้ในเวลา 10 วินาที 4) เนื้อหาต้องเด็ดดวง 5) เล่าเรื่องให้น่าสนใจ
  7. สุดท้าย สะกดชื่อสื่อมวลชนให้ถูกต้อง ตอบกลับให้รวดเร็วเมื่อนักข่าวติดต่อกลับ ไตร่ตรองให้ดีเวลาไหนควรส่งประเด็นเพื่อขายข่าว

กลยุทธ์ Social Media สำหรับช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่ 0 1772

ช่วงเทศกาลวันหยุดเป็นสิ่งที่ทุกคนในครอบครัว และฝูงมิตรต่างรอคอย รวมทั้งพวกเราชาวพีอาร์ด้วย แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่พวกเราจะพลาดไม่ได้เช่นกันในการสร้างประสบการณ์ร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย

ดังนั้น การกำหนดกลยุทธ์ในช่วงนี้ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายและองค์กรเกิดความรู้สึกร่วมกัน และมีทัศนคติที่ดีมากยิ่งขึ้น

วันนี้ เลยขอนำเทคนิคเล็กๆ มาจุดประกายไอเดียกันดังนี้

เลือกสื่อหรือช่องทางการสื่อสารให้เหมาะสม

หลายคนมักจะหลงไปกับแสงสีแห่งเทศกาล เลยหมกหมุ่นไปกับการใช้สื่อหรือช่องทางที่หลากหลาย มากมาย หวังครอบคลุมทุกกลุ่ม จริงๆ แล้ว อยากให้องค์กรลองพุ่งเป้าไปยังสื่อหลักๆ ที่องค์กรใช้เป็นประจำและเหมาะกับองค์กรจะดีกว่า โดยการตอบคำถามง่ายๆ ให้ได้ว่า 1. ช่องทางสื่อสารไหนที่เราใช้บ่อยที่สุด และ 2. กลุ่มเป้าหมายของเรานั้นอยู่ที่ไหน

อย่ามัวแต่ยัดเยียดข้อมูลข่าวสารไปเสียทุกช่องทาง เพราะนอกจากจะเสียเงิน เสียงบประมาณ เสียเวลาไปใช่เหตุแล้ว อาจจะไม่เข้าถึงเป้าหมายเสียด้วยซ้ำ จำไว้เสมอว่า ช่วงเวลาที่อันน้อยนิดในแต่ละช่วงเทศกาล จะเป็นการดีกว่าที่โหมโรมรันในสื่อที่เหมาะ เจาะให้โดนกลุ่ม จะเป็นการดีที่สุด

ชัดเจนในถ้อยความที่ต้องการสื่อสาร

หลายองค์กรมักจะหลงทางไปกับสื่อสารในช่วงนี้ จดจำไว้เสมอว่า ลองคิดนอกกรอบแต่นอกกรอบนั้นจะต้องสะท้อนบุคลิกภาพ ภาพลักษณ์ และข้อความหลักขององค์กรให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ข้อความที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่การหลงทาง ยากต่อการจดจำ เพราะทุกองค์กรในช่วงนี้ ต่างต้องการสื่อสารเรื่องที่ใกล้เคียงกันไม่ว่าจะเป็น ความสนุก ความสุข ความรื่นเริง ดังนั้น การตอกย้ำจุดหลักใจความสำคัญขององค์กร จะช่วยทำให้เรื่องราวนั้นๆ แตกต่าง โดดเด้งจากองค์กรอื่นๆ ได้

ตามติดสื่อออนไลน์ เพราะกลุ่มเป้าหมายองค์กรก็ออนไลน์ด้วยเช่นกัน

จำไว้เสมอ ช่วงวันหยุดยาวทีไร กลุ่มเป้าหมายต่างออนไลน์มากขึ้นเท่านั้น เพื่อแสวงหาข้อมูล ข่าวสาร ลองอ่านดูบทความเรื่อง คนวัยไหนใช้เวลาอย่างไรในวันหยุด ดังนั้น เป็นหน้าที่ของนักสื่อสารจะต้องสอดส่อง ตรวจสอบดูพฤติกรรม ทำความเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายใช้สื่อออนไลน์อย่างไรในช่วงดังกล่าว และนำองค์กรเราเข้าไปสู่ใจของกลุ่มเป้าหมายให้ได้อย่างเนียนที่สุด s.

วิธีการที่ดีที่สุดในการศึกษากลุ่มเป้าหมายของคุณ ลองเข้าดูสิว่า เขาเขียนถึงอะไร ตอบคอมเมนต์อย่างไร หรือใช้ชีวิตอย่างไรทุกๆ สองวัน ไม่ต้องนั่งทำทุก 5 นาทีหรอกนะ วิธีนี้ละ จะทำให้คุณเข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

ใส่เงินและงบประมาณไปยังที่ๆ ข้อความหรือเนื้อหาที่คุณต้องการสื่อสาร จะเผยแพร่

Social media กำลังจะกลายเป็นสื่อที่จะต้องจ่ายเพื่อเล่นมากขึ้นเรื่อย โพสต์ข้อความบน Facebook จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระแส และหลายองค์กรจะต้องจ่ายเงินเพื่อโปรโมตแคมเปญและโพสต์มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ Facebook กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ดังที่หลายคนทราบแล้วว่า การโพสต์ของเพจจะปรากฎน้อยลงเรื่อย และต้องใช้งบประมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องอายนะ หากองค์กรจำเป็นต้องโปรโมตโพสต์บ้าง เพราะงบประมาณนั้นก็ยังน้อยอยู่ดีเมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ รวมทั้งใครๆ เขาก็ใช้วิธีนี้ทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตาม การโปรโมตให้สำเร็จและได้ผลดีนั้น จะต้องพิจารณาเลือกลกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมด้วย เพื่อผลสัมฤทธิ์ที่ดีที่สุด

เนียนเข้าไว้ เกี่ยวข้องไว้ก่อน

มีประเด็นต่างๆมากมายให้เล่นในช่วงวันหยุดที่จะถึงนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดสคือ การสื่อสารให้สอดคล้องกับพันธกิจและแบรนด์ขององค์กร บางครั้งการจะสร้างสรรค์ประเด็นใดๆ ก็ตาม หากนึกไม่ออก ลองฟังเสียงจากกลุ่มเป้าหมายดูสิว่า เขาอยากได้อะไร

วิเคราะห์และประเมินผล

การพิจารณาข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น เพศ วัย การศึกษา ความสนใจ จะเป็นข้อมูลที่ดีที่สุดที่เราจะใช้ในการวางแผนในอนาคต ทั้งนี้ สื่อสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LinkedIn, Twitter and YouTube ต่างมีเครื่องมือที่ช่วยให้เราวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงแต่เราลองเปิดและอ่านวิเคราะห์ดูบ้างเท่านั้นเองว่า โพสต์แบบไหน ที่เขาชื่นชอบ ช่วงเวลาไหนที่เขา Hot Hit

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันหยุด ระหว่างที่ทุกคนกำลังรื่นเริง บันเทิงใจ กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ในฐานะนักพีอาร์และนักสื่อสารอย่าลืมโอกาสทองนี้ ที่จะนำองค์กรของเราสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายด้วยละ