ผู้ประกอบการทั่วโลก แห่ตอบรับร่วมงาน ASIA PRINT EXPO 2019 พร้อมเปิดไฮไลท์สัมมนา การแข่งขัน และสาธิตธุรกิจแฟชั่น 0 5285

สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า เตรียมพร้อมนำผู้ประกอบการทั่วโลกในอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล การพิมพ์บนสิ่งทอ และป้ายโฆษณา ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมสู่โลกการพิมพ์แห่งอนาคต ใน Asia Print Expo หรือ เอเชีย ปริ้นท์ เอ็กซ์โป โดย เฟสป้า ระหว่างวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ตลอดสามวันของการจัดงาน เอเชีย ปริ้นท์ เอ็กซ์โป 2019 ท่านจะได้พบกับผู้ประกอบการธุรกิจด้านการพิมพ์และป้าย รวมทั้งสินค้า บริการ และเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการพิมพ์มากกว่า 50 บริษัท

นางสาวเจนิส เขมาชฎากร ผู้จัดการโครงการเฟสป้า ประจำประเทศไทย เปิดเผยถึงไฮไลท์การจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นงานที่รวบรวมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการพิมพ์ได้อย่างครบถ้วน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เริ่มตั้งแต่เครื่องจักร หมึก อุปกรณ์ชิ้นส่วน โปรแกรมการพิมพ์ อุปกรณ์ควบคุม จนถึงการออกแบบ การนำไปใช้ การบริการเสริมพิเศษต่าง ๆ รวมทั้งผลการศึกษาของเฟสป้า พบว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมการพิมพ์บนเครื่องนุ่งห่ม จะเป็นที่นิยมและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 12 ภายในปี ค.ศ. 2020 เฟสป้า จึงได้จัดแสดงสาธิตธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้า หรือ Print Make Wear Asia ขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อนำเสนอแนวคิดและสินค้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบ จนถึงเสร็จสิ้นเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแฟชั่น โดยมีผู้สนับสนุนหลักคือ VASTEX สาธิตเทคโนโลยีการพิมพ์สกรีนแบบใหม่ แห้งเร็ว และ Easiway Systems สาธิตการใช้อุปกรณ์ล้างหมึกพิมพ์สกรีน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาธุรกิจแฟชั่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ของทุกวัน บริเวณเวที N20 จะจัดให้มีการประชุมสัมมนาและสาธิตจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในและต่างประเทศ นำความรู้และประสบการณ์ความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ในหัวข้อหลากหลายเกี่ยวกับการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล การพิมพ์บนผ้า เรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยส่วนหนึ่งของคณะวิทยากรชั้นนำ ได้รับเกียรติจากสมาคมการพิมพ์สกรีนไทย

นางประภาพร ณรงค์ฤทธิ์ นายกสมาคมการพิมพ์สกรีนไทย กล่าวสนับสนุนว่า ตลาดการพิมพ์และสกรีนไทย เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปีอย่างต่อเนื่อง ตามภาคเศรษฐกิจ เป็นผลจาก 18 อุตสาหกรรมล้วนพึ่งพาระบบการพิมพ์และสกรีนในภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็น กีฬา เซรามิก เครื่องใช้ไฟฟ้า และวงจรไฟฟ้า เป็นต้น โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์และสิ่งทอ เติบโตสูงที่สุด ดังนั้น การเตรียมความพร้อมทั้งในด้านเทคนิค นวัตกรรมเทคโนโลยี และการบริหารธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์อนาคตการพิมพ์ให้มีความพิเศษและน่าสนใจ สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ตัวอย่างหัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจ แนวโน้มการตลาดดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย โดยวิทยากรชั้นนำด้านการตลาดดิจิทัล คุณณัฐวีร์ ตันติสัจจธรรม ผู้ก่อตั้ง STEPS Academy ที่ปรึกษาแบรนด์สินค้าดังระดับโลก ตลอดจน สัมมนาพิเศษจากวิทยากรชื่อดังด้านธุรกิจสตาร์ทอัพ เพื่อเปิดโลกทัศน์การบริหารธุรกิจการพิมพ์ให้เติบโตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่องทางและโอกาสทางการตลาดใหม่ในยุคดิจิทัล ติดตามหัวข้อเพิ่มเติมได้ที่ www.asiaprintexpo.com/conference

นอกจากนี้ การแข่งขันหุ้มยานยนต์ระดับโลก World Wrap Masters เฟสป้า ได้แต่งตั้งให้ นายภีมวัชช์ นุชพุ่ม นักห่อหุ้มยานยนต์ชั้นนำของไทย เป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินการแข่งขัน World Wrap Masters Asia เพื่อคัดเลือกผู้ชนะเลิศแห่งภูมิภาคเอเชียไปแข่งขันในรอบสุดท้ายในงาน FESPA Global Print Expo ณ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.asiaprintexpo.com/world-wrap-masters-asia

นายภีมวัชช์ กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดห่อหุ้มยานยนต์ทั่วโลก 1.62 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5 หมื่นล้านบาท โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 25 และมีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าภูมิภาคอื่น การเติบโตในธุรกิจโฆษณาเคลื่อนที่ รูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่ต่ำลง เป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดห่อหุ้มยานยนต์จะมีอนาคตสดใสมากในปีหน้า สำหรับการแข่งขันดังกล่าว จะได้พบผู้เชี่ยวชาญด้านการหุ้มยานยนต์จากทั่วโลก จะมาอวดฝีมือและความชำนาญในการหุ้มรถยนต์ – ฮอนด้า ซิตี้ และหุ้มวัสดุอื่นๆ ในการแข่งขัน เช่น หมวกกันน็อค Decken โดยการใช้ไวนิล HEXIS ซึ่งที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก”

ขณะเดียวกัน เฟสป้า ได้ลงทุนพัฒนาความรู้และสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจไปทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพ และในปีนี้ จะมีการมอบรางวัล FESPA AWARD ให้แก่องค์กรที่มีความสามารถและจัดการธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม โดยผู้ประกอบการที่สนใจส่งผลงาน ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.fespa.com

พิเศษสุด ผู้เข้าชมงานสามารถจองเที่ยวบินกับสายการบินไทย ผู้สนับสนุนการจัดงาน เอเชีย ปริ้นท์ เอ็กซ์โป โดยใช้รหัส TG1902008 ผ่านเว็บไซต์ www.thaiairways.com/en/mice/index.page

เฟสป้า ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมชมงาน ประชุมและสัมมนา ผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM901 ได้ที่ www.asiaprintexpo.com

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลฯ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน เตรียมอบรม ใช้พาราควอตและไกลโฟเซตให้กับโรงงานอ้อยทั่วประเทศ 0 4847

สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมปูพรม ผนึกกำลังทุกฝ่าย ลงอบรมให้ความรู้การใช้สารพาราควอตและไกลโฟเซต ให้กับเกษตรกรของโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ ก่อนมาตรการจำกัดการใช้ฯ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ตุลาคมพ.ศ.  2562 นี้

นายกิตติ ชุณวงศ์ นายกสมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องมาตรการจำกัดการใช้สารพาราควอตและไกลโฟเซต โดยให้เกษตรกรขึ้นทะเบียน ผ่านการอบรมและสอบเรื่องการใช้สารฯ อย่างถูกต้องและปลอดภัยตามหลักสูตรของกรมวิชาการเกษตรและมาตรการจำกัดการใช้ เมื่อผ่านการทดสอบแล้ว เกษตรกรจึงมีสิทธิ์ไปซื้อและใช้สารกำจัดวัชพืชดังกล่าวที่ร้านค้าได้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 20 ตุลาคม 2562 นี้ สมาคมฯ จึงได้ร่วมกับ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลแห่งชาติ สมาคมเกษตรปลอดภัย และบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด จัดทำ “โครงการอบรมการใช้สารพาราควอตและไกลโฟเซตตามมาตรการจำกัดการใช้” ให้กับผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอ้อยทั่วประเทศ

โครงการอบรมการใช้สารพาราควอตและไกลโฟเซตตามมาตรการจำกัดการใช้ มีเป้าหมายให้กลุ่มโรงงานน้ำตาลได้ช่วยเหลือเกษตรกรที่อยู่ภายในเครือข่ายเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติตามมาตรการจำกัดการใช้ เพื่อลดผลกระทบต่อระบบผลิตและผลผลิตอ้อย เนื่องจากเกษตรกรที่ไม่ผ่านการอบรมและทดสอบจะไม่มีสิทธิ์ซื้อและใช้สารเคมีดังกล่าวได้ ส่งผลต่อการเพาะปลูก ทั้งในแง่ปริมาณที่จะลดลงและคุณภาพที่ไม่ได้ตามมาตรฐาน อันส่งผลต่อระบบห่วงโซ่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในที่สุด นอกจากนี้ ยังเป็นการให้ความรู้แก่เกษตรกรเพื่อป้องกันตัวเอง และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม ได้จัดเตรียมวิทยากรและเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมและรับรองจากกรมวิชาการเกษตร เพื่อไปอบรมให้แก่หน่วยงาน โรงงาน หรือสมาคม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ขอให้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์การบรรยาย และอาหารสำหรับเกษตรกรผู้เข้าอบรม และจะได้ประสานไปทางกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อดำเนินการจัดสอบ ณ สถานปฎิบัติการของท่าน ทั้งนี้ สมาคมฯ พร้อมให้บริการลงพื้นที่อบรมตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมเป็นต้นไป” นายกิตติ กล่าวสรุป

สำหรับหน่วยงาน โรงงาน หรือสมาคมที่สนใจ สามารถแจ้งความประสงค์มาได้ที่ คุณวาสินี มั่นคง โทร. 061-646-2963  โทรสาร 02-201-4949 อีเมล k.wasinee@hotmail.co.th ภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2562

กลุ่มยางพารา วอน ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่านค้านหยุดเล่นเกมการเมือง หันช่วยเหลือเกษตรกรจริงจัง 0 4943

เกษตรกรกลุ่มยางพารา ไม่เห็นด้วยกับมาตรการประกันราคายาง แถมสูตรคำนวณต้นทุนสวนทางกับความเป็นจริง วอนขอให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ หยุดปั่นกระแส 3 สาร หนุนนายทุน สร้างภาระและความยากจนให้เกษตรกร

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการประชุมโครงการประกันราคาเกษตรกรชาวสวนยาง ประสบปัญหาล้มเหลว เนื่องจากสูตรคำนวณต้นทุนการผลิตเกษตรกรสวนยางของปีนี้ แจ้งว่า ต้นทุนการผลิตต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 55 บาท ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริง ต้นทุนการผลิตต่อกิโลกริมอยู่ที่ 65.65 บาท ซึ่งเป็นการประเมินเมื่อ 5 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2557) ดังนั้น ต้นทุนการผลิตไม่มีทางลดลงเหลือ 55 บาทอย่างแน่นอน ด้วยการเพิ่มขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากนโยบาย ภาวะเงินเฟ้อ ราคาปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ดังนั้น มาตรการประกันราคายางที่ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม จึงไม่สะท้อนราคาที่แท้จริง

ขณะเดียวกัน คลางแคลงใจกับนโยบายพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกพรรคต่างประกาศสงครามกับความจน ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ให้ประชาชนและเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ แต่กลับเอื้อกลุ่มนายทุน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม การปั่นกระแสข่าวการแบน 3 สารเคมีกำจัดศัตรูพืช พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส เพื่อเปิดทางให้สารเคมีของนายทุนพรรคการเมือง กลูโฟซิเนต ที่ราคาแพงและมีอันตรายเหมือนกัน เป็นที่น่าสังเกตุอย่างยิ่ง หากภาครัฐต้องการเลิกใช้สารเคมีจริงๆ ทำไมจึงห้ามใช้สารเคมีตัวหนึ่ง และแนะนำสารเคมีอีกตัวหนึ่งให้เกษตรกรแทน แบบนี้ควรแบนสารเคมีให้หมดทุกตัว จะได้ไม่มีวาทะกรรมแผ่นดินอาบสารพิษ จากกลุ่มต่อต้านการใช้สารเคมี ที่มากดดันเกษตรกร

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศแบน 3 สารเคมีฯ ส่งผลให้เกิดการลักลอบนำเข้าปุ๋ย-สารเคมีกำจัดศัตรูพืชผิดกฎหมายและไม่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศมาตามชายแดนไทย-ลาว พม่า กัมพูชา โดยภาครัฐไม่สามารถควบคุมได้ อีกทั้งเปิดโอกาสการคอร์รัปชั่นและหาผลประโยชน์จากกลุ่มผู้มีอิทธิพล

“แนวทางการจัดการที่เหมาะสมที่สุด คือ การวางแผนและจัดการเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ใช่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ โดยไม่มีการวางแผนหรือไตร่ตรองไว้อย่างรอบคอบถึงผลกระทบในทุกมิติ รวมทั้ง ประเด็น 3 สารเคมีฯที่ชอบบอกว่า มีพิษสูง ทำให้อวัยวะภายใน ตับ ไต ล้มเหลว นั่นก็เพราะมีคนเอาไปกินใช่หรือไม่ แบบนี้เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ใช่หรือไม่ เพราะสารเคมีเกษตร พาราคตวอตมีไว้กำจัดหญ้า ถ้าจะมีปัญหาสุขภาพนั่นก็ต้องไปดูว่ามีการใช้อย่างไร ถูกต้องไหม อย่าเหมารวม เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่มีประสบการณ์ใช้มายาวนาน ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่เป็นข่าว และหากแนะนำสารเคมีตัวใหม่ และเกิดมีข้อกล่าวหาด้านสุขภาพอีก รมว. รมช. เกษตรฯ และคุณหมอ จะมารับผิดชอบต่อผลเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรไหม” นายอุทัย กล่าวสรุป