หลักสูตรอบรมฟรี : Digital Marketing Trend / Surviving and Successful Guide / OMNI Media Revolution 0 10886

ฟิลลิป คอตเลอร์ กล่าวว่า ภายใน 5 ปี หากคุณยังคงดำเนินธุรกิจแบบเดิมเหมือนปัจจุบัน ธุรกิจของคุณก็ยากที่จะตามทันคู่แข่ง เช่นเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภค รูปแบบและเครื่องมือการสื่อสารก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น นักสื่อสารจำเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์และบริบทที่เปลี่ยนไป เพื่อสร้าง-รักษา-พัฒนาเป้าหมายขององค์กรได้อย่างดีที่สุด

ฟรีอบรมสัมมนา ปิดรับสมัคร 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

วันสัมมนา
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
เวลา 14.00-15.00 น.
ณ ฮอลล์ 98 บริเวณ N10
ศูนย์การประชุมและนิทรรศการไบเทค บางนา

ปี 2019 กับ เทรนด์ด้านดิจิทัลมาร์เกตติ้ง หากไม่เตรียมรับมือ โอกาสจะกลายเป็นวิกฤต
1. เทรนด์น่าจับตามองในปี 2019 พลิกตัวตนธุรกิจบนโลกออนไลน์
2. เราจะอยู่รอดได้อย่างไร ในยุคที่แข่งขันกันด้วยงบโฆษณา
3. กลเม็ดเด็ดมัดใจลูกค้ากับยุคที่การตลาดทำกันเองอัตโนมัติ

วิทยากร คุณณัฐวีร์ ตันติสัจธรรม, ผู้ก่อตั้ง สถาบันพัฒนาทักษะทางด้านดิจิตอล และที่ปรึกษา วิทยากร นักเขียน ทางด้าน Digital Marketing – STEPS Academy

วันสัมมนา
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
เวลา 14.00-15.00 น.
ณ ฮอลล์ 98 บริเวณ N10
ศูนย์การประชุมและนิทรรศการไบเทค บางนา

ธุรกิจการพิมพ์ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก : แนวทางการอยู่รอดและประสบความสำเร็จ

วิทยากร อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย, ผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์การตลาด – คอลัมนิสต์นิตยสาร BrandAge

วันสัมมนา
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
เวลา 14.00-15.00 น.
ณ ฮอลล์ 98 บริเวณ N10
ศูนย์การประชุมและนิทรรศการไบเทค บางนา

OMNI Media Revolution การปฎิวัติสื่อสู่ทศวรรษหน้า รุกคาดธุรกิจยุคดิจิทัล

วิทยากร คุณบัญชา ชุมชัยเวทย์, นักวิเคราะห์และรายงานข่าวเศรษฐกิจ – BTimes ช่อง 3

 

หัวข้อเหล่านี้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ คลิก
ฟรีอบรมสัมมนา ปิดรับสมัคร 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจนิส เขมาชฎากร โทรศัพท์ 098 816 7896
หรือสแกน QR หรือ แอดไลน์ได้ที่ @prmatter

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เกษตร และอาหารของโลก หนุนรัฐ มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ช่วยโรงพยาบาลสู้โควิด ผ่านไปด้วยกัน 0 2973

กลุ่มบริษัท ซินเจนทา ประจำประเทศไทย ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เกษตร และอาหารของโลก ทั้งธุรกิจอารักขาพืช เมล็ดพันธุ์  สถานีวิจัย และโรงงานผลิต ร่วมผ่านวิกฤตโควิดพ้นโควิดไปด้วยกัน มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ให้กับ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลทหาร สังกัดกองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อใช้ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา พนักงาน และคู่ค้าของบริษัท ส่งมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทางการแพทย์ (PPE : Personal Protective Equipment) ที่จำเป็นในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย ชุดคลุมทั้งตัวคัดกรองโรค หน้ากากกันเชื้อโรค N95 หน้ากากสำหรับแพทย์ผ่าตัด  (Surgical Mask) ถุงมือแพทย์ หมวกคลุมผม แว่นตานิรภัย ชุดกันเปื้อน และหน้ากากป้องกันใบหน้า (Face Shield)  ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 32 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก จำนวน 5 แห่ง รวมทั้งสิ้น 37 โรงพยาบาล รวมถึงบุคคลกรของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)  มากกว่า 20,000 ชุด มูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาท

เนื่องจากในเวลานี้มีความยากลำบากในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ให้เพียงพอสำหรับบุคคลากรทางการแพทย์ ประกอบกับบริษัทได้มีอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE เพื่อใช้ในการอบรมเกษตรกรในการใช้สารเคมีทางการเกษตรให้ถูกต้องและปลอดภัย หรือ safe use training อยู่แล้ว เช่น หน้ากาก N95 ถุงมือ เสื้อป้องกันสารเคมี แว่นตา และหน้ากากป้องกันใบหน้า ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้เช่นกัน การสนับสนุนจากซินเจนทาในครั้งนี้ จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ซินเจนทา ตระหนักถึงความสำคัญของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้สถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซินเจนทา ขอขอบคุณในความเสียสละ ความทุ่มเท ทั้งแรงกายและใจของบุคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนที่กำลังปฏิบัติตามมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ โดย ซินเจนทา พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในยามวิกฤตเช่นนี้ และขอต่อสู้ เพื่อให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน” นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน กล่าวสรุป

มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ซินเจนทา ลงนามความร่วมมือสร้างอาณาจักรความหลากหลายทางชีวภาพ 0 2301

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา ร่วมมือพัฒนาโครงการ “รักษ์ผึ้ง” (Bee love project) บนพื้นที่เกือบ 20 ไร่ เน้นการศึกษา วิจัยและพัฒนา เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้ง และแมลงผสมเกสร หวังเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องธรรมชาติของชุมชน และขยายเป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงนิเวศในอนาคต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ แพทย์หญิง มนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี และ รศ. ดร. จรูญโรจน์ โชติวิวัฒนกุล ฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับ นายธนัษ อภินิเวศ ผู้อำนวยการ และนางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ณ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้ง และแมลงผสมเกสร ส่งเสริมนักศึกษา และชุมชนให้มีส่วนร่วมในการสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยผึ้ง ชันโรง และแมลงผสมเกสร โดยมีระยะเวลาดำเนินการร่วมกัน 3 ปี

แพทย์หญิง มนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวคิดสำคัญของรูปแบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยเฉพาะในหลักสูตรเกษตรกรปราดเปรื่อง หรือ Smart Farmer นั่นคือ “ผลิตได้ ขายเป็น ปลอดภัย และยั่งยืน” ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ที่ต้องการสร้างความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร สิ่งแวดล้อมและฐานทรัพยากร สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสเรียนรู้ พัฒนา และปฏิบัติจริง ก่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผึ้ง และแมลงผสมเกสร มีผลผลิตที่ปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่จะเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรม ผลการวิจัยใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการวิจัย ไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบายและสาธารณะได้ต่อไป

“องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้ชี้แจงว่าร้อยละ 75 ของพืชผลบนโลกที่มนุษย์นำมาบริโภคนั้น เกิดจาการผสมเกสรของผึ้ง จึงเป็นหน้าที่ของประชาคมโลกที่จะต้องหันมาสนใจปกป้องและอนุรักษ์ผึ้ง” รศ. ดร. จรูญโรจน์ โชติวิวัฒนกุล กล่าวเสริมว่า “หนึ่งในปัญหาสำคัญของการทำการเกษตรในปัจจุบัน คือ สภาวะโลกร้อน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้มีผลต่อความหลากหลายทางชีวิภาพ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น การใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างไม่ถูกต้องและเกินความจำเป็น การเกิดโรคไวรัสในผึ้ง ปัจจัยเหล่าทำให้เกิดผลกระทบกับผึ้งและแมลงผสมเกสร โครงการรักษ์ผึ้ง จึงเป็นการดำเนินงานที่บูรณาการองค์ความรู้อย่างรอบด้าน เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยภาคเกษตรกรรม และสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

อาจารย์สิทธิพงษ์ วงศ์วิลาศ นักวิชาการศึกษา โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ กล่าวสรุปแผนการดำเนินงานของสองกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ อย่างแรก คือ การพัฒนาพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ของมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ บูรณาการองค์ความรู้อย่างรอบด้านเข้าไปในหลักสูตรการเรียนและการสอน ทั้งในด้านการเลี้ยง การเพิ่มผลผลิต การแปรรูปจากผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดกิจกรรมอบรมและค่ายความรู้ความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่กลุ่มชุมชนและนักเรียนที่สนใจได้เข้ามาศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาโครงการ พัฒนาองค์ความรู้เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ในอนาคตจะสร้างพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดนครสวรรค์ และอย่างที่สอง คือ มุ่งเน้นให้ความรู้ แนวทางการปฏิบัติ สร้างเครือข่ายเกษตรกรกับผู้เลี้ยงผึ้ง ปลุกจิตสำนึกในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อลดอัตราการสูญเสียของผึ้ง และ แมลงผสมเกสร เพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่ม มีมูลค่าจากการเลี้ยงผึ้งเพิ่มมากขึ้น”

“โครงการรักษ์ผึ้ง เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของซินเจนทา ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยจะนำนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร มาร่วมวิจัย เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง เกษตรกรชาวสวนผลไม้ อุตสาหกรรมจากผึ้ง และคนในชุมชนดำเนินงานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เกิดการพึ่งพาและเอื้อประโยชน์ต่อกัน รวมทั้งเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร โดยอาศัยผึ้ง ชันโรง และแมลงผสมเกสร นับเป็นการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืนอีกด้วย” นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา กล่าวเสริม

สำหรับเกษตรกร นักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจเข้าร่วมโครงการรักษ์ผึ้ง ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 088-445-6406 หรือ https://na.mahidol.ac.th/academic/

เกี่ยวกับซินเจนทา

บริษัทซินเจนทาหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีพนักงานซินเจนทากว่า 28,000 คนในประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก โดยมีพันธกิจ “นำศักยภาพของพืชสู่ชีวิต” (Bringing Plant Potential to Life) ภายใต้การคิดค้นวิจัยชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าให้สามารถเพิ่มผลผลิต ปกป้องสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.co.th