ล้ำไปอีก Seagate® BarraCuda® SSD ความจุ 2TB บาง 7 มม. เร็วสุดขีด 0 10407

“The Seagate® BarraCuda® SSD” พร้อมทุกงาน ด้วยความจุแน่น ประมวลผลไว ไดร์ฟที่สายเกม สายเพลง และสายภาพต้องมีไว้ในครอบครอง
“SEAGATE” ใส่ใจลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้รุดหน้าตอบสนองผู้ใช้ยุค 4.0 อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และโซลูชั่นสำหรับจัดเก็บข้อมูลชั้นนำของโลกมายาวนานกว่า 40 ปี โดยล่าสุดเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็ว ว่องไว และ แม่นยำ ทั้งในด้านการประมวลผล ค้นหา และยังจัดเก็บข้อมูล ภาพ หรือเพลงได้อย่างเต็มที่ จนเกิดเป็น “The Seagate® BarraCuda® SSD” ไดร์ฟที่จะช่วยอัพเกรดคอมพิวเตอร์เครื่องโปรดของคุณ ให้มีประสิทธิภาพการประมวลผล และเรียกค้นข้อมูลได้อย่างว่องไว และมั่นใจได้มากขึ้น ด้วยความจุตั้งแต่ 250 GB ถึง 2 TB แต่มีขนาดเล็กเพียง 2.5 นิ้ว บาง 7 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี จึงมั่นใจได้ในความทนทาน แถมทำงานได้ไวกว่าที่เคย พร้อมด้วยเทคโนโลยี SSD (Solid State Drive) ที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประมวลผลไว โดยให้ความเร็วในการอ่าน และเขียนข้อมูลได้สูงสุดถึง 560/540* MB/วินาที (*ความเร็วขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ)

นอกเหนือจากนวัตกรรม และความว่องไวเหนือคู่แข่ง ที่จะนำคุณทะยานไปสู่ความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล โหลดเกม เปิดแอพพลิเคชัน ทำงานได้หลายอย่างพร้อมกัน หรือ ถ่ายโอนไฟล์ได้อย่างรวดเร็วเพียงหลักวินาทีแล้ว “The Seagate® BarraCuda® SSD” ยังรับประกันสินค้าถึง 5 ปีเต็ม สำหรับท่านที่สนใจ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้แล้ววันนี้ที่ ร้านไอทีชั้นนำ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และ Shopee

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ Call Center ซึ่งรองรับคนไทยผ่านเบอร์ 1800-294-289 (โทรฟรี) ได้แล้ววันนี้ หรือหากมีปัญหาทางด้านผลิตภัณฑ์สามารถติดต่อศูนย์บริการ Seagate Seacare ได้ที่ อาคาร Fortune Town ชั้น 4 ถนนพระรามเก้า

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Taiwan Green Products Pavilion โชว์นวัตกรรมรักษ์โลก 0 4398

สำนักงานโครงการการค้าสีเขียว (Green Trade Project Office : GTPO) ของไต้หวัน กำหนดจัดแสดง ซุ้มผลิตภัณฑ์สีเขียวของไต้หวัน (Taiwan Green Products Pavilion) ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

โดย GTPO เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยสำนักงานการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าและเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวของไต้หวันซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1) โซลูชั่นเมืองอัจฉริยะและอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อตอบโจทย์ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 2) วัสดุก่อสร้างสีเขียวเพื่อการสร้างเมืองสีเขียว 3) เทคโนโลยีการประหยัดพลังงานและการป้องกันสิ่งแวดล้อม

เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นตลาดที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียน และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ยั่งยืนในช่วงปี พ.ศ. 2561-2562 จากการใช้นโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐบาล รวมถึงการพัฒนาสิบอุตสาหกรรม S-Curve นอกจากนี้ ยังมีแนวทางส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนต้นทุนต่ำ ดังนั้นอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวจึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบาย Thailand 4.0

อุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวของไต้หวันเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่รัฐบาลไต้หวันให้การสนับสนุนในแผน “5+2 Industrial Innovation Plan” โดยแผนนี้เป็นการพัฒนาและการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวในไต้หวันที่มีรากฐานแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของไต้หวันยังมีคุณภาพสูง สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ด้วยการ บูรณาการบริการประสิทธิภาพสูงจากไต้หวัน จะสามารถช่วยให้ประเทศไทยสร้างเมืองฉัจริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นได้

ซุ้มผลิตภัณฑ์สีเขียวของไต้หวันจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากบริษัทชั้นนำของไต้หวัน 12 บริษัท ได้แก่ บริษัท Delta Electronics, TSEC, Eterbright, LinkCom, A team, Cameo, Evergreen Timber, GlobalGBN, Aberdeen Decoration, SD Optoelectronics, Genmoor Technology, ECOVE และ Cheng-long Energy โดยผลิตภัณฑ์หลักที่นำมาจัดแสดง อาทิ โคมไฟแอลอีดีสำหรับอุตสาหกรรม เซลล์และโมดูลพลังงานแสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงชนิดต่างๆ สวิตช์หรี่ไฟไร้สายระบบบลูทูธ BLE และเซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศสำหรับแอปพลิเคชั่น IoT นอกจากนี้ยังมีวัสดุก่อสร้างสีเขียว ผลิตภัณฑ์และวิศวกรรมที่ช่วยประหยัดพลังงาน

ใครๆ ก็ทำโมบายแอพได้แล้ว “Thunkable X” โปรแกรม DIY พร้อมใช้ 0 5160

Thunkable แพลตฟอร์มที่ทำให้ทุกคนสามารถสร้างโมบายแอพพลิเคชั่นเป็นของตัวเองในรูปแบบเนทีฟ แอพ (native app) ได้ประกาศเปิดตัว Thunkable X ในวันนี้

Thunkable X เป็นโปรแกรมสร้างแอพที่สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์ม นั่นหมายความว่า ทุกแอพที่พัฒนาด้วย Thunkable X จะสามารถทำงานได้ทั้งบนอุปกรณ์มือถือระบบแอนดรอยด์และ iOS

“แต่เดิม การสร้างแอพหนึ่งแอพต้องใช้เงินนับแสนดอลลาร์ และทีมวิศวกรสองทีม ทีมหนึ่งสำหรับระบบแอนดรอยด์ ส่วนอีกทีมสำหรับระบบ iOS แต่ขณะนี้ non-coders ก็สามารถพัฒนาแอพของตนเองบนแพลตฟอร์มหนึ่งได้อย่างง่ายดาย และแอพเหล่านี้จะทำงานได้ทั้งบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ ไอโฟน และไอแพด” นายอรุณ ไซกาล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Thunkable กล่าว

ข้อมูลของฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช พบว่า ตลาดสำหรับแพลตฟอร์มแบบ low code/non code จะมีมูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2020 และในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ Thunkable ก็พร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดโลกในการสร้างแอพด้วยฝีมือตัวเอง

ปัจจุบัน มีผู้ใช้แพลตฟอร์ม Thunkable มากกว่า 500,000 รายที่สร้างแอพมากกว่า 1 ล้านแอพแล้ว และแอพที่ถูกพัฒนาขึ้นบน Thunkable นั้น มีจำนวนผู้เข้าใช้งานเป็นประจำทุกเดือน (MAU) มากกว่า 16 ล้านรายใน 195 ประเทศ

สิ่งที่ทำให้ Thunkable โดดเด่นในแวดวง no-code/low-code คือโปรแกรมลากและวางแบบวิชวล รวมทั้งภาษาที่ง่าย ไม่ว่าใครก็ใช้ได้ แต่ก็ยังทรงอานุภาพ และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ จึงเหมาะสำหรับการสร้างแอพที่แตกต่างไปจากแอพอื่น ๆ ที่พัฒนาโดยวิศวกรซอฟต์แวร์ โดยวิธีการนี้ได้รับการคิดค้นโดยคณะนักวิจัยของกูเกิล และ MIT ซึ่งเป็นสถาบันที่บ่มเพาะและให้กำเนิด Thunkable

“ผู้คนหลายพันล้านคนมีสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มีวิศวกรเพียงแค่หยิบมือที่สามารถสร้างโปรแกรมในสมาร์ทโฟนได้ เราจึงมุ่งเน้นในการทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกคนมีอำนาจในการสร้างเทคโนโลยีบนมือถือของตนเองได้” นายเหว่ยหัว เจมส์ ลี ผู้ร่วมก่อตั้งและซีทีโอของ Thunkable กล่าว

ผู้ใช้ Thunkable สามารถเลือกลูกเล่นและการรวมระบบที่หลากหลายสำหรับแอพของพวกเขา ซึ่งรวมถึง Google Maps, Microsoft Image Recognition, ระบบจ่ายเงินผ่าน Stripe และ API อื่น ๆ

จนถึงปัจจุบัน Thunkable สามารถระดมทุนได้ 3.3 ล้านดอลลาร์จาก Lightspeed Venture Partners, NEA, SV Angel, Y Combinator, PJC, Mandra Capital, Joe Montana’s Liquid 2 Ventures และ ZhenFund