รมต. ไฟเขียว โครงการราชบุรีโมเดล ต้นแบบเกษตร GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย สนับสนุนวันอาหารโลก 0 8514

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมาย กรมวิชาการเกษตร เริ่มโครงการราชบุรีประชารัฐ ประสานงานร่วมกับเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรกรราชบุรี พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมทุกภาคส่วน เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรกรรมคุณภาพมาตรฐาน GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ให้ความสำคัญกับเกษตรกร ผู้ผลิตอาหาร เพื่อประชากรโลก ตามแนวคิดขององค์การสหประชาชาติ ต้อนรับ วันอาหารโลก

วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานที่ประชุม “โครงการราชบุรีประชารัฐ พืชผักและผลไม้ปลอดภัย นำไทยสู่ครัวโลก” มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรกรราชบุรี ในการทำงานร่วมกัน พร้อมจัดตั้งคณะทำงานจากทุกภาคส่วน ภาครัฐจากกรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานเกษตร และอาหารแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภาคเอกชนจากบริษัทผู้ผลิตสารฯ บริษัทรับซื้อผักผลไม้ และภาคประชาชน นำไปสู่การใช้โครงการราชบุรีประชารัฐเป็นต้นแบบในการจัดการพื้นที่อื่นต่อไป ตั้งเป้าเริ่มดำเนินงานภายในเดือนตุลาคมนี้

นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เปิดเผยว่า “โครงการราชบุรีประชารัฐ พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นพื้นที่ต้นแบบของการผลิตผักและผลไม้ด้วยการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย รวมทั้งให้มีการศึกษาผลกระทบจากการปฏิบัติจริง หลังจากเกษตรกรได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี โดยใช้หลักการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยการตรวจสุขภาพของเกษตรในเขตจังหวัดราชบุรี ควบคู่ไปกับการตรวจสอบสารตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน แล้วนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบความแตกต่าง และนำมาสรุปผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและยืนยันว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ ได้แก่ สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบ เนื่องจากกระแสข่าวเรื่องสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรกรตกต่ำ จนทำให้เกษตรกรขาดทุน เป็นหนี้สินจำนวนมาก และปัจจุบัน เกิดการกักตุนสารเคมี ทำให้ราคาพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ของประเทศและการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมในระยะยาว

โครงการราชบุรีประชารัฐ พืชผักและผลไม้ปลอดภัย นำไทยสู่ครัวโลก สอดคล้องกับแนวคิดหลักขององค์การสหประชาชาติ ในการประกาศให้วันที่ 16 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันอาหารโลก” ในการยกระดับโภชนาการและมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชากรโลก ด้วยการปรับปรุงสมรรถนะการผลิตและการกระจายผลิตผลการเกษตร ส่งเสริมการพัฒนา ปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชน นำไปสู่การขจัดความหิวโหย หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ นั่นคือ การส่งเสริมการลงทุนในการเกษตร ถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร ส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และการผสานความร่วมมือจากส่วนต่าง ๆ ในการถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการ นำไปสู่การประยุกต์ปฏิบัติใช้ได้อย่างแท้จริง จะเห็นได้ว่า ส่วนสำคัญของแนวคิดคือ เกษตรกร อันเป็นกลจักรหลักในการผลิต สร้างอาหารมาเลี้ยงประชากรทั้งโลก นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาคมโลก

“สำหรับประเทศไทย การพัฒนาภาคการเกษตรกรรม คงต้องยึดหลักผสมผสานอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบ สอดคล้องกับความเป็นจริง ทั้งการเกษตรอินทรีย์และการเกษตร GAP เพราะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ เกษตรปลอดภัยแต่ด้วยวิธีการที่ต่างกัน ดังนั้น นโยบายภาครัฐต้องสร้างมาตรฐานทั้งสองแบบ สำหรับเกษตร GAP นี้ ก็เป็นเครื่องยืนยันผลผลิตการเกษตรถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และเหมาะสมต่อการบริโภค ด้วยการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดีกว่าการแบนหรือยกเลิกใช้สารเคมี และปราศจากทางออกที่ยั่งยืน เช่นนั้น ควรแบนหรือยกเลิก สุรา และบุหรี่ ออกจากระบบตลาดของไทยด้วยเช่นกัน” ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวสรุป

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เรื่องแซ่บๆ ของ KFC #แซ่บออนไอซ์ จะคาวหรือหวาน ต้องลอง 0 4969

เคเอฟซี เปิดตัวเมนูไอติมสุดว้าว “แซ่บออนไอซ์” ครั้งแรกของไอติมรสเผ็ด จะเด็ดโดนใจหรือไม่ ต้องมาลอง 4 – 24 ตุลาคมนี้เท่านั้น

ฤดูกาลแห่งความท้าทายใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนาว หลังจากหลายคนสมหวัง สะใจ แดดิ้น และยกธงขาวยอมแพ้ให้กับเมนูชุดไก่ใจเด็ดกับตัวเลือกซอสเผ็ดดุดันกันแล้ว เรียกได้ว่าตอนนั้น เคเอฟซีสร้างปรากฏการณ์ทอล์กออฟเดอะทาวน์ และขึ้นชื่อเป็นแบรนด์ร้านอาหารไก่ทอดสุดครีเอทไปในตัว แล้วก็ถึงคราวที่เคเอฟซีจะปฏิวัติวงการอาหารด้วยความเผ็ดแซ่บซี้ดอีกครั้ง ด้วยการประกาศนำเสนอความแซ่บรูปแบบใหม่ “แซ่บออนไอซ์” (Zabb on Ice) ถือเป็นครั้งแรกของไทยกับการสร้างสรรค์เมนูไอศกรีมรสเผ็ดจัดจ้าน สุดยอดเมนูตัวใหม่แกะกล่องที่แฟนเคเอฟซีพลาดไม่ได้

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เราบริโภคความแปลกใหม่มากกว่าความอร่อยเพียงอย่างเดียว เพราะการทำอาหารให้มีรสชาติดีมันไม่ยากเท่าไรแล้วในยุคนี้ แต่คนที่จะทำของอร่อยแล้วทำให้คนกินรู้สึกเซอร์ไพรส์ ตื่นตาตื่นใจ หรือต้องยอมอดทนต่อคิวรอคอยนานแค่ไหนก็ไม่หวั่นนั้น ต้องยกนิ้วให้เคเอฟซีที่ลุกขึ้้นมาครีเอทเมนูอาหารใหม่ไม่จบไม่สิ้น เพิ่งจะปิดฉากชุดไก่ใจเด็ดซอสเผ็ดดุดันไปไม่นาน เคเอฟซีก็ขยันออกเมนูแนวเผ็ดต่อเนื่องอีกแล้ว แต่คราวนี้กล้าแหวกตลาด อาจหาญฉีกขนบวิถีการกิน นำความไม่เข้ากันของ “ของคาว” มาผสมกับ “ของหวาน” สร้างสรรค์เป็นเมนูไอศกรีมที่มีความเซอร์ไพรส์และอร่อยลงตัวสุดๆ…“แซ่บออนไอซ์” (Zabb on Ice) ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเคลือบช็อคโกแลตแท้รสเข้มข้น โรยด้วยผงรสเผ็ดแซ่บแบบฉบับเคเอฟซี พร้อมใส่ความกรุบกรอบของเกร็ดมันฝรั่งแฝงรสเค็มปะแล่มๆ ลงไป ทำให้ทุกคนสนุกกับการกินไอศกรีมมากขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

ไอศกรีมแซ่บออนไอซ์ถือเป็นนวัตกรรมที่แสนภาคภูมิใจของเคเอฟซี หลังจากทดลองตลาด ขายเพียงไม่กี่สาขาเมื่อหลายเดือนก่อนก็ได้รับฟีดแบคในแง่บวกถึงความมหัศจรรย์ที่แฝงมาพร้อมกับความอร่อย จนมีคนร้องว้าว อยากมาลองกันมากมาย และถูกบอกต่อในโลกออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็ก #แซ่บมากจนอยากบอกต่อ #ของมันต้องลอง เลยทีเดียว ในทางตรงข้ามก็ยังมีคนที่ยังไม่พอใจกับรสชาติ เคเอฟซีเลยนำทุกคอมเม้นต์มาปรับปรุงแล้วออกไอศกรีมตัวนี้ขึ้นมาใหม่ จึงกล้าการันตีรสชาติกลมกล่อมถูกอกถูกใจอย่างแน่นอน และมั่นใจว่าแค่ 39 บาทก็พร้อมเปลี่ยนทัศนคติเดิมๆ ของคุณในเรื่องของหวานไปได้ทันทีเช่นกัน

เมื่อเคเอฟซีกล้าคิดกล้าทำขนาดนี้ แล้วคุณล่ะกล้าลองไหม อย่าเพิ่งตัดสินหรือปฏิเสธจากความไม่น่าจะเข้ากัน จนปิดประตูโอกาสของตัวเอง เราอยากท้าทายให้คุณไปลิ้มลอง เปิดโลกเปิดใจกับไอศกรีมรสเผ็ดนี้ แต่มีเวลาให้ตื่นเต้นบันเทิงกับเมนูนี้เพียง 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 4 – 24 ตุลาคมนี้เท่านั้นนะ ถ้าอยากคุยกับเขารู้เรื่อง ก็ต้องไม่พลาด “แซ่บออนไอซ์” เพราะถ้าพลาดคราวนี้ ต้องรออีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้

#KFC #ของมันต้องลอง #thingmusttry #ZabbOnIce #แซ่บออนไอซ์

กลุ่มเกษตรกรปลูกผัก ขอบคุณ นายกฯ ประยุทธ์ เข้าใจวิถีเกษตร พร้อมประสานภาครัฐเปิด ราชบุรีโมเดล พิสูจน์ปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย 0 8271

เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ยื่นหนังสือขอบคุณ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในการพิจารณาอย่างรอบคอบ ที่จำกัดการใช้ 3 สารเคมี พร้อมประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เปิด “ราชบุรีโมเดล” พิสูจน์การปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย

นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เปิดเผยว่า “หลังจากที่ได้มีมติจำกัดการใช้ 3 สารเคมีได้แก่ สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย สำหรับการพิจารณาอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูลทางวิชาการ ห้องปฏิบัติการกลางที่มีเครื่องมือตรวจสอบและได้รับมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประสบการณ์จริงของเกษตรที่ไม่เคยประสบปัญหาด้านสุขภาพตามข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ผลการตรวจสอบวิเคราะห์ดินและน้ำากหนองบัวลำภู โดยความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู ไม่พบการตกค้างของสารพาราควอต จึงไม่อยากให้ผู้บริโภคตื่นตระหนก ที่สำคัญ เกษตรกร ก็คือ ผู้บริโภคคนหนึ่งเหมือนกัน”


นอกจากนี้ เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ได้ประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์พิษวิทยา สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดตั้ง ราชบุรีโมเดล เพื่อทำการศึกษาผลกระทบจากการปฏิบัติจริง หลังจากเกษตรกรได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามมาตรการจำกัดการใช้ โดยใช้หลักการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยการตรวจสุขภาพและเลือดของเกษตรในเขตจังหวัดราชบุรี ควบคู่ไปกับการตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประจำทุกเดือนต่อเนื่อง แล้วนำผลที่ได้รับมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบดูความแตกต่าง และนำมาสรุปผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ส่งผลกระทบหรือไม่ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม


“เกษตรกร 5 ล้านครอบครัว และเกษตรกรรายย่อย 17-20 ล้านคน เชื่อว่ามีความยินดีและพร้อมที่จะดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี แต่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากทุกภาคส่วน ถึงเวลาแล้วที่จะเดินไปพร้อมกับเกษตรกร และให้เกษตรกรได้เรียนรู้ถึงการเกษตรที่ดีและปลอดภัย (GAP) ดีกว่า การแบนหรือยกเลิกและปราศจากทางออกที่ยั่งยืน” ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวสรุป