VinFast แบรนด์รถน้องใหม่สัญชาติเวียดนาม ช็อคสายตาที่ ปารีส มอเตอร์ โชว์ 0 6783

รถยนต์ไทยอยู่ไหน เมื่อ VinFast แบรนด์รถน้องใหม่สัญชาติเวียดนาม ช็อคสายตาที่ ปารีส มอเตอร์ โชว์ คว้าแขน เดวิด เบ็คแฮม สไตล์ไอคอนและดาวดังระดับโลก มาร่วมงานเปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกของโลก ณ กรุงปารีส พร้อมเผยโฉมรถ VinFast สองรุ่นแรกที่มีดีไซน์สะท้อนรสนิยมและความโก้หรูสไตล์อิตาเลียน

เดวิด เบ็คแฮม ดาวดังแห่งวงการกีฬาและสไตล์ไอคอนระดับโลก ร่วมงานเปิดตัวรถยนต์สองรุ่นแรกของ VinFast บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากเวียดนาม ที่งานมหกรรม 2018 Mondial de l’Auto ในกรุงปารีส

กองทัพนักข่าวต่างตบเท้าเข้าร่วมงานเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ ที่มหกรรมปารีส มอเตอร์ โชว์ พร้อมเป็นสักขีพยานในการเผยโฉมรถซีดาน รุ่น LUX A2.0 และรถเอสยูวี รุ่น LUX SA2.0 ซึ่งเป็นการเปิดตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกของโลก

David Beckham joined new Vietnamese car brand, VinFast, at the Paris Motor Show for the official unveiling of its first two cars.

Trần Tiểu Vy คนดังชาวเวียดนาม เจ้าของตำแหน่ง Miss Vietnam 2018 ได้ร่วมปรากฏตัวบนเวทีในขณะที่รถยนต์ทั้งสองคันได้ถูกขับเคลื่อนมาอวดโฉมต่อหน้านักข่าว ช่างภาพและช่างถ่ายวิดีโอจำนวนมาก

เบ็คแฮมได้กล่าวต่อฝูงชนที่มารวมตัวกันในโอกาสการเปิดตัวรถยนต์ทั้งสองรุ่นว่า “เวียดนามเป็นประเทศที่สวยงาม และผมสัมผัสได้ว่า ทีมออกแบบของ VinFast สามารถนำความสวยงามและมีชีวิตชีวามาสู่รถยนต์รุ่นใหม่ที่แสนน่าทึ่งเหล่านี้”

“ผมคลั่งไคล้รถยนต์มาแต่ไหนแต่ไร จึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้มาเยือนกรุงปารีสแห่งนี้ เพื่อเฉลิมฉลองการเข้าร่วมจัดแสดงยานยนต์ของผู้ผลิตรถยนต์หน้าใหม่บนเวทีระดับโลกเช่นนี้” เขากล่าวเพิ่มเติม “ความหลงใหลที่ทีมงานของ VinFast มีต่อรถยนต์เหล่านี้ ยังส่งต่อไปยังใครหลายคน ตลอดจนเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งตัวผมเองรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานเปิดตัว VinFast ครั้งนี้”

Le Thi Thu Thuy ประธานหญิงของ VinFast ได้กล่าวเปิดงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “ชาวเวียดนามจะรู้สึกภาคภูมิใจ เป็นเกียรติ และตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างทั้งสองท่านนี้ มาร่วมงานเปิดตัวรถรุ่นแรกจากเวียดนาม ในมหกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่างปารีส มอเตอร์ โชว์ ทั้งคู่เป็นตัวแทนที่สื่อถึงความตั้งใจของ VinFast ในการที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่ประสบความสำเร็จทั้งในเวียดนามและต่างประเทศ”

David Beckham joined new Vietnamese car brand, VinFast, at the Paris Motor Show for the official unveiling of its first two cars.

“ด้วยแผนการอันมุ่งมั่นของเราที่ต้องการนำยานยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ออกสู่ตลาดภายในช่วงเวลาอันสั้น การเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมสร้างผลลัพธ์ทันตาเห็น จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อพวกเรา ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว” เธอกล่าวเสริม

หลังจากที่เปิดโอกาสให้ชาวเวียดนามได้ร่วมโหวตเลือกภาพร่างแบบรถยนต์ที่ชื่นชอบจากตัวเลือกหลากหลายเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ในที่สุดรถยนต์ทั้งสองรุ่นก็ได้ปรากฏเป็นรูปเป็นร่าง โดยเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของเวียดนาม ผสานดีไซน์อิตาลี เทคโนโลยีจากยุโรป และได้รับการพัฒนาสู่มาตรฐานระดับนานาชาติ การเข้าร่วมงานปารีส มอเตอร์ โชว์ จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ ก่อนเปิดขายจริงที่เวียดนาม ในเดือนกันยายน 2562

David Beckham joined new Vietnamese car brand, VinFast, at the Paris Motor Show for the official unveiling of its first two cars.

นอกจากรถยนต์สองรุ่นที่กำลังจัดแสดงในกรุงปารีสแล้ว VinFast ยังอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนายานยนต์รุ่นอื่น ๆ และวางแผนที่จะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในปีต่อ ๆ ไป

ในฐานะธุรกิจที่เป็นความภาคภูมิใจของเวียดนามและมีวิสัยทัศน์ระดับโลกอย่างแท้จริง VinFast กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการออกแบบ วิศวกรรม และเทคโนโลยีการผลิตชั้นนำจากยุโรป เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากล และตรงตามความต้องการของลูกค้าทั้งในแง่ของการออกแบบ คุณภาพ พลศาสตร์ ตลอดจนคุณสมบัติพรีเมียมต่าง ๆ เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้เป็นเจ้าของ

นอกจากนี้ VinFast ยังได้ว่าจ้างผู้บริหารอาวุโสจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งในฐานะที่เป็นน้องใหม่ของวงการนี้ การลงทุนดังกล่าวจะช่วยวางรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับบริษัทเพื่อให้มั่นใจว่า VinFast จะสร้างความสำเร็จในธุรกิจยานยนต์ได้ตั้งแต่เริ่มต้นภายในระยะเวลาอันน่าทึ่ง

VinFast เป็นบริษัทในเครือ Vingroup ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดของเวียดนามที่มีผลประโยชน์และความสนใจอยู่ในหลายตลาด ได้แก่ การค้าปลีก การก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และการศึกษา

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงรูปภาพความละเอียดสูง และวิดีโอไฮไลท์จากงานปารีส มอเตอร์ โชว์ ได้ที่ http://www.vinfastmedia.com

เกี่ยวกับ VinFast

VinFast เป็นบริษัทในเครือของ Vingroup ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 25 ปี Vingroup ตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระดับโลก โดย VinFast เป็นแบรนด์แรกที่บริษัทได้เปิดตัวภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว

VinFast จะเริ่มส่งมอบรถยนต์สองรุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งได้แก่ รถยนต์ซีดาน และ รถเอสยูวี ในเวียดนามตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ขณะเดียวกัน VinFast อยู่ระหว่างพัฒนารถยนต์ประเภทอื่น ๆ อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า รถซิตี้คาร์ รถบัสไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ทั้งยังมีแผนที่จะส่งออกรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ไปยังตลาดต่างประเทศในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

รถยนต์ของ VinFast จะถูกผลิตขึ้นที่โรงงานทันสมัยขนาด 335 เอเคอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในกั๊ตไฮ เมืองไฮฟอง ทางตอนเหนือของเวียดนาม

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไททา จับคู่เกษตรกรสวนผลไม้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งเพื่อผึ้งปลอดภัย อัดฉีดความรู้ ผลักดันสารวัตรเกษตร 0 5329

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เดินหน้าโครงการ ผึ้งปลอดภัย พร้อมร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาความรู้เกษตรกรสวนผลไม้และผู้เลี้ยงผึ้ง และเพิ่มความเข้มข้นร่วมมือกับสารวัตรเกษตรตรวจสอบสินค้าเกษตรปลอม ด้อยคุณภาพและผิดกฏหมาย

ดร. วรณิกา นาควัชระ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เปิดเผยถึงพันธกิจสำคัญของ ไททา ว่า จะมุ่งเน้นพัฒนาความรู้เกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอย่างน้อย ร้อยละ 30 ใช้ทรัพยากรน้อยลงแต่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ใช้ต้นทุนน้อยลงแต่ได้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ปี พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย 3 แผนงานหลัก ได้แก่ โครงการผึ้งปลอดภัย โครงการอบรมความรู้เกษตรกรด้านการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้อง และโครงการตรวจเข้มปัจจัยการผลิตปลอม

โครงการ ผึ้งปลอดภัย เป็นการส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อให้การอยู่ร่วมกันของเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งกับเกษตรกรสวนผลไม้เป็นไปอย่างสมานสามัคคี อีกทั้งยังผลในการเพิ่มผลผลิตและผึ้งปลอดภัย ผลผลิตที่ได้ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือน้ำผึ้งจะมีคุณภาพดีขึ้น ผลผลิตสูงขึ้นและที่สำคัญที่สุดคือมีความปลอดภัยสูง ผึ้งหรือแมลงผสมเกสรอื่นๆ มีบทบาทสำคัญสำหรับการผสมเกสรของพืช ช่วยสร้างและเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร ทั้งนี้ น้ำผึ้งคุณภาพสูง ปลอดสารเคมี เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน น้ำผึ้งของไทย ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพ และปริมาณการผลิต เตรียมประสานงานกับกรมวิชาการเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความรู้และส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งและเกษตรกรสวนผลไม้จำนวน 100 คู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน และจันทบุรี สามารถทำการเกษตรของตนร่วมกันอย่างสมานสามัคคีนำผลผลิตปลอดภัยสู่ตลาดไทยและต่างประเทศ

การส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรให้ลดต้นทุนการผลิต ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพิ่มขึ้น นอกจากการบริหารจัดการที่ดี เช่น ปลูกพืชเหมาะสมกับสภาพดิน หรือแหล่งน้ำเพียงพอแล้ว ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดวัชพืช ซึ่งจะต้องมีคุณภาพ เกษตรนำมาใช้ในอัตราส่วนที่ถูกต้อง เหมาะสมกับพืช ดังนั้น โครงการอบรมความรู้เกษตรกรด้านการใช้ปัจจัยการผลิต จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับ โครงการตรวจเข้มปัจจัยการผลิตปลอม ทั้งสองโครงการ เป็นการประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร ในการอบรมความรู้และฝึกปฏิบัติให้เกษตรกรให้สามารถใช้ ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพต่อเกษตรกร ผู้บริโภค ตั้งเป้าพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อไปต่อยอดอบรมเกษตรกร ในแนวคิด Train the Trainer คาดว่าจะผลิต Trainer ได้มากถึง 1,000 รายทั่วประเทศ รวมทั้ง ร่วมดำเนินการและผลักดันบทบาท สารวัตรเกษตร ให้มีความเข้มข้นและจริงจัง เพื่อตรวจสอบปัจจัยการผลิตตามร้านค้าและสถานประกอบการ และหากพบ ปุ๋ย และสารเคมีกำจัดวัชพืชที่มีการปลอมแปลง หมดอายุ หลบเลี่ยงกฎหมาย ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งหมดนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ ไททา ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เป็นหนึ่งในองค์กรสนับสนุนความรู้ทางวิชาการและบุคคลากรในกิจกรรมต่าง ๆ ด้านการฝึกอบรมและการเผยแพร่ความรู้สู่เกษตรกร และเชื่อมั่นว่า แผนการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2562 จะประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีผ่านความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเกษตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุเป้าหมายระดับประเทศตามยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ของไทยที่ว่า “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน” ดร. วรณิกา กล่าวสรุป

ไททา ชูนวัตเกษตร ช่วยเกษตรกร สร้างอนาคตเกษตรกรรมไทย 0 6918

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา ประกาศความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนไทย ตั้งเป้าพัฒนาเกษตรกร เพิ่มผลผลิตร้อยละ 30 ด้วยนวัตเกษตร สร้างอนาคตใหม่เกษตรกรรมไทย

ประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับสองของโลก และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฐานะประเทศชั้นนำด้านเกษตรกรรม ดร.เซียง ฮี ตัน ผู้อำนวยการบริหาร ครอปไลฟ์ เอเชีย กล่าวในงานเปิดตัวสมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย “เกษตรกรไทย มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตอาหาร ให้สามารถเลี้ยงดูประชากรทั้งในและต่างประเทศ ส่งเป็นสินค้าออก โดยภายในปี 2020 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีประชากรสูงถึง 60 ล้านราย ครอปไลฟ์ ในฐานะองค์กรไม่แสวงผลกำไร ตระหนักถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น ในการผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงดูประชากร จึงพิจารณาเลือกประเทศไทยให้เป็น “ประเทศต้นแบบของการพัฒนาเกษตรกรรมสมัยใหม่” พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริม เพื่อนำไปสู่การผลิตอาหารได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ดร. วรณิกา นาควัชระ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เปิดเผยว่า “ไททา เป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรด้านนวัตกรรมการเกษตรระดับโลก หนึ่งในสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของครอปไลฟ์ อินเตอร์เนชันแนล มีเป้าหมายหลักในการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถผลิตผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อเป็นอาหารให้ประชากรโลก ด้วยนวัตเกษตรที่เหมาะสม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

โครงการแรกที่ได้ดำเนินการคือ โครงการรักษ์ผึ้งชันโรง ภายใต้แนวคิด “เกษตรกรรม รักษ์โลก เพื่อคน สร้างชุมชน” อันเป็นหนึ่งในโครงการ “รักษ์แมลงผสมเกสร” ซึ่งได้เริ่มโครงการในประเทศอินเดีย ไทย และฟิลิปปินส์ สำหรับในประเทศไทย มีเกษตรกรเข้าร่วมมากกว่า 100 รายจากจังหวัดจันทบุรี สามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึงร้อยละ 23 และกำลังขยายผลไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ เชียงใหม่ แพร่ และน่าน อีกด้วย

แผนการดำเนินงานระยะสั้น 2 ปี (2019-2020) ไททา จะมุ่งเน้นพัฒนาความรู้เกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอย่างน้อย ร้อยละ 30 ใช้ทรัพยากรน้อยลงแต่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ใช้ต้นทุนน้อยลงแต่ได้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่สู่ภาคการเกษตร ในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งและพืชเศรษฐกิจ อาศัยความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ

“ไททา พร้อมที่จะเดินหน้าสู่อนาคตเกษตรกรรมไทยไปกับทุกภาคส่วน ควบคู่กับการนำองค์ความรู้และนวัตเกษตรระดับโลกมาสนับสนุน เพื่อบรรลุเป้าหมายระดับโลก “สร้างความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร” และส่งเสริมยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ของไทยที่ว่า “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน” ดร. วรณิกา กล่าวสรุป