VinFast แบรนด์รถน้องใหม่สัญชาติเวียดนาม ช็อคสายตาที่ ปารีส มอเตอร์ โชว์ 0 9450

รถยนต์ไทยอยู่ไหน เมื่อ VinFast แบรนด์รถน้องใหม่สัญชาติเวียดนาม ช็อคสายตาที่ ปารีส มอเตอร์ โชว์ คว้าแขน เดวิด เบ็คแฮม สไตล์ไอคอนและดาวดังระดับโลก มาร่วมงานเปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกของโลก ณ กรุงปารีส พร้อมเผยโฉมรถ VinFast สองรุ่นแรกที่มีดีไซน์สะท้อนรสนิยมและความโก้หรูสไตล์อิตาเลียน

เดวิด เบ็คแฮม ดาวดังแห่งวงการกีฬาและสไตล์ไอคอนระดับโลก ร่วมงานเปิดตัวรถยนต์สองรุ่นแรกของ VinFast บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากเวียดนาม ที่งานมหกรรม 2018 Mondial de l’Auto ในกรุงปารีส

กองทัพนักข่าวต่างตบเท้าเข้าร่วมงานเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ ที่มหกรรมปารีส มอเตอร์ โชว์ พร้อมเป็นสักขีพยานในการเผยโฉมรถซีดาน รุ่น LUX A2.0 และรถเอสยูวี รุ่น LUX SA2.0 ซึ่งเป็นการเปิดตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกของโลก

David Beckham joined new Vietnamese car brand, VinFast, at the Paris Motor Show for the official unveiling of its first two cars.

Trần Tiểu Vy คนดังชาวเวียดนาม เจ้าของตำแหน่ง Miss Vietnam 2018 ได้ร่วมปรากฏตัวบนเวทีในขณะที่รถยนต์ทั้งสองคันได้ถูกขับเคลื่อนมาอวดโฉมต่อหน้านักข่าว ช่างภาพและช่างถ่ายวิดีโอจำนวนมาก

เบ็คแฮมได้กล่าวต่อฝูงชนที่มารวมตัวกันในโอกาสการเปิดตัวรถยนต์ทั้งสองรุ่นว่า “เวียดนามเป็นประเทศที่สวยงาม และผมสัมผัสได้ว่า ทีมออกแบบของ VinFast สามารถนำความสวยงามและมีชีวิตชีวามาสู่รถยนต์รุ่นใหม่ที่แสนน่าทึ่งเหล่านี้”

“ผมคลั่งไคล้รถยนต์มาแต่ไหนแต่ไร จึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้มาเยือนกรุงปารีสแห่งนี้ เพื่อเฉลิมฉลองการเข้าร่วมจัดแสดงยานยนต์ของผู้ผลิตรถยนต์หน้าใหม่บนเวทีระดับโลกเช่นนี้” เขากล่าวเพิ่มเติม “ความหลงใหลที่ทีมงานของ VinFast มีต่อรถยนต์เหล่านี้ ยังส่งต่อไปยังใครหลายคน ตลอดจนเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งตัวผมเองรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานเปิดตัว VinFast ครั้งนี้”

Le Thi Thu Thuy ประธานหญิงของ VinFast ได้กล่าวเปิดงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “ชาวเวียดนามจะรู้สึกภาคภูมิใจ เป็นเกียรติ และตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างทั้งสองท่านนี้ มาร่วมงานเปิดตัวรถรุ่นแรกจากเวียดนาม ในมหกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่างปารีส มอเตอร์ โชว์ ทั้งคู่เป็นตัวแทนที่สื่อถึงความตั้งใจของ VinFast ในการที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่ประสบความสำเร็จทั้งในเวียดนามและต่างประเทศ”

David Beckham joined new Vietnamese car brand, VinFast, at the Paris Motor Show for the official unveiling of its first two cars.

“ด้วยแผนการอันมุ่งมั่นของเราที่ต้องการนำยานยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ออกสู่ตลาดภายในช่วงเวลาอันสั้น การเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมสร้างผลลัพธ์ทันตาเห็น จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อพวกเรา ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว” เธอกล่าวเสริม

หลังจากที่เปิดโอกาสให้ชาวเวียดนามได้ร่วมโหวตเลือกภาพร่างแบบรถยนต์ที่ชื่นชอบจากตัวเลือกหลากหลายเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ในที่สุดรถยนต์ทั้งสองรุ่นก็ได้ปรากฏเป็นรูปเป็นร่าง โดยเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของเวียดนาม ผสานดีไซน์อิตาลี เทคโนโลยีจากยุโรป และได้รับการพัฒนาสู่มาตรฐานระดับนานาชาติ การเข้าร่วมงานปารีส มอเตอร์ โชว์ จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ ก่อนเปิดขายจริงที่เวียดนาม ในเดือนกันยายน 2562

David Beckham joined new Vietnamese car brand, VinFast, at the Paris Motor Show for the official unveiling of its first two cars.

นอกจากรถยนต์สองรุ่นที่กำลังจัดแสดงในกรุงปารีสแล้ว VinFast ยังอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนายานยนต์รุ่นอื่น ๆ และวางแผนที่จะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในปีต่อ ๆ ไป

ในฐานะธุรกิจที่เป็นความภาคภูมิใจของเวียดนามและมีวิสัยทัศน์ระดับโลกอย่างแท้จริง VinFast กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการออกแบบ วิศวกรรม และเทคโนโลยีการผลิตชั้นนำจากยุโรป เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากล และตรงตามความต้องการของลูกค้าทั้งในแง่ของการออกแบบ คุณภาพ พลศาสตร์ ตลอดจนคุณสมบัติพรีเมียมต่าง ๆ เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้เป็นเจ้าของ

นอกจากนี้ VinFast ยังได้ว่าจ้างผู้บริหารอาวุโสจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งในฐานะที่เป็นน้องใหม่ของวงการนี้ การลงทุนดังกล่าวจะช่วยวางรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับบริษัทเพื่อให้มั่นใจว่า VinFast จะสร้างความสำเร็จในธุรกิจยานยนต์ได้ตั้งแต่เริ่มต้นภายในระยะเวลาอันน่าทึ่ง

VinFast เป็นบริษัทในเครือ Vingroup ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดของเวียดนามที่มีผลประโยชน์และความสนใจอยู่ในหลายตลาด ได้แก่ การค้าปลีก การก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และการศึกษา

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงรูปภาพความละเอียดสูง และวิดีโอไฮไลท์จากงานปารีส มอเตอร์ โชว์ ได้ที่ http://www.vinfastmedia.com

เกี่ยวกับ VinFast

VinFast เป็นบริษัทในเครือของ Vingroup ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 25 ปี Vingroup ตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระดับโลก โดย VinFast เป็นแบรนด์แรกที่บริษัทได้เปิดตัวภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว

VinFast จะเริ่มส่งมอบรถยนต์สองรุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งได้แก่ รถยนต์ซีดาน และ รถเอสยูวี ในเวียดนามตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ขณะเดียวกัน VinFast อยู่ระหว่างพัฒนารถยนต์ประเภทอื่น ๆ อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า รถซิตี้คาร์ รถบัสไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ทั้งยังมีแผนที่จะส่งออกรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ไปยังตลาดต่างประเทศในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

รถยนต์ของ VinFast จะถูกผลิตขึ้นที่โรงงานทันสมัยขนาด 335 เอเคอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในกั๊ตไฮ เมืองไฮฟอง ทางตอนเหนือของเวียดนาม

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เปิดหลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ ครั้งแรกในประเทศไทย 0 1025

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย หรือ GCNT จัดหลักสูตร “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ” สำหรับภาคธุรกิจ

โดยมีบริษัทชั้นนำ เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 20 บริษัท ซึ่งมีเนื้อหาเจาะลึกความเชื่อมโยงระหว่างการเคารพสิทธิมนุษยชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิบัติการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย การจัดทำนโยบาย และบูรณาการหลักการของสิทธิมุนษยชนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ (Policy and Embedment) กระบวนการประเมินความเสี่ยง และการตรวจสอบรอบด้าน พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme – UNDP) และองค์กรธุรกิจต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสมาชิกของ GCNT ร่วมเป็นวิทยากร ทั้งนี้ หลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ เป็นหนึ่งในภารกิจของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ในการติดอาวุธการดำเนินธุรกิจควบคู่หลักสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรในภาคธุรกิจของไทย พร้อมสร้างเครือข่ายและส่งเสริมความร่วมมือจากผู้บริหารในทุกภาคส่วน ในการยกระดับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจของไทย

ไทยพัฒนาหัตถกรรมไทยให้เติบโตสู่ตลาดโลก 0 1147

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดย ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ  และ สมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย  โดย ดร.สุรภีร์  โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน ในการร่วมกันพัฒนาบุคลากรและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง ให้มีความเข้มแข็งใน 3 มิติ ทั้งคุณภาพ (quality) รูปแบบที่ทันสมัย (creative) และความต้องการของตลาด (marketing) เพื่อเตรียมพร้อมก้าวไปสู่ Thailand 4.0 สอดคล้องตามในโยบายภาครัฐบาลที่ได้วางไว้

ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทยที่มีความสําคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากประกอบด้วยอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดย่อยจํานวนมากมีกระบวนการผลิตที่ครบวงจร มีทําเลตั้งอยู่ในศูนย์กลางของอาเซียน รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ที่พร้อม โดยสามารถสร้างมูลค่าการค้าปีละมากกว่า 200,000 ล้าน สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ตระหนักถึงความจำเป็นของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย ที่ต้องแข่งขันในวันข้างหน้า จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน กับสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย ในครั้งนี้ ด้วยทั้ง 2 องค์กร มีแนวทางการดำเนินงานบนแนวทางดียวกัน ที่มุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก”

“ความร่วมมือกันในครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อสร้างการประยุกต์องค์ความรู้ และพัฒนาบุคลากรของทั้งสองฝ่ายรวมถึงสมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่ายในเรื่องผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของไทย สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและแฟชั่น และเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอ พื้นเมืองให้มีคุณภาพ (Quality)  มีรูปแบบที่ทันสมัย (Creative) ตอบสนองความ ต้องการของตลาด ก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและยอดจำหน่ายให้มากขึ้น (Marketing) และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) สอดคล้อง กับนโยบายภาครัฐในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 ในอนาคตอันใกล้นี้”

ด้านดร.สุรภีร์ โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย กล่าวว่า “การขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยอย่างเป็นรูปธรรมนั้น ต้องอาศัยการดําเนินการแบบบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน มีการพัฒนาอย่างชัดเจนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งต้องมีการกํากับดูแลเพื่อให้การดําเนินงานมีผลสัมฤทธิ์ สมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากร สมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย”

“โดยแนวทางและขอบเขตที่จะร่วมกันพัฒนานั้น ทั้งสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย และ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จะจัดให้มีการฝึกอบรมบุคลากร สมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย ในหัวข้อที่เหมาะสม รวมทั้งการสนับสนุนวิทยากรหรือสถานที่ฝึกอบรมซึ่งกันและกัน นอกเหนือจากนี้ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาข้อกำหนดฉลากคุณภาพสำหรับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอมือและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง เช่น ด้านคุณภาพ ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการใช้งานและ ความสวยงาม เป็นต้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอมือและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง และเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์จะร่วมกันพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงคนรุ่นใหม่และตอบสนองความต้องการของตลาด”

เพื่อตอกย้ำให้ชัดเจนถึงศักภาพและฝีมือของคนไทย ทั้ง 2องค์กรได้จัดให้มีการแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบของกลุ่มผู้ผลิตผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการ “พัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงผ้าไทยว่าสามารถนำมาพัฒนาให้มีรูปแบบที่ทันสมัยด้วยแนวคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ และสมาคมฯ ยังได้นำผลิตภัณฑ์ของสมาชิกที่มีความปราณีตสวยงามมาร่วมสมทบเพื่อจัดแสดงในงานนี้ด้วย งานนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ การสร้างสรรค์ของหัตถกรรมไทยทัดเทียมนานาประเทศ พร้อมจะพัฒนาแฟชั่นไทยให้เป็นศูนย์กลางในอาเซียน และเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป