ซินเจนทา เปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” 0 9230

ซินเจนทา ร่วมมือกับกลุ่มร้านค้าทั่วประเทศไทย เปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ชูหลัก 5 ช. ตั้งเป้าสร้างความเข้ารู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกรใช้ปัจจัยการเพาะปลูกอย่างถูกต้อง
หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา ซินเจนทา ยึดหลักดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และได้มอบหมายให้ หมอพืช หรือ Stewardship เป็นผู้ที่คอยวิเคราะห์ ตรวจสอบ ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถดูแล ป้องกัน และรักษาผลผลิต สร้างผลกำไร ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สำหรับแผนงานครึ่งปีหลัง ได้จัดแผนรณรงค์ส่งเสริมความรู้อย่างครบวงจร โดยเปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ประจำภาคใต้ ภายใต้ความร่วมมือกับกลุ่มร้านค้าผลิตภัณฑ์และบริการเกษตรกรรม

“ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ดำเนินการให้ความรู้โดย หมอพืช ซินเจนทา นำหลักปฎิบัติมาตรฐาน 5 ช. เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจ และจดจำได้ง่าย ประกอบด้วย 1) ชัวร์ อ่านและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ 2) ใช้ กระบวนการขนส่ง ผสม พ่น และจัดเก็บ ต้องระมัดระวัง 3) เช็ค ดูแลอุปกรณ์และเครื่องพ่นให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 4) ชุด สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่เหมาะสมและถูกต้อง 5) ชำระ ปฎิบัติตนให้มีสุขอนามัยดีอยู่เสมอ

ทั้งหมดนี้ เป็นหนึ่งโครงการในแผนการเติบโตอย่างยั่งยืน (Good Growth Plan) ของซินเจนทา ภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) คาดว่า พื้นที่เกษตรกรรมไทยอย่างน้อย 50 ล้านไร่ หรือร้อยละ 33 จากพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมด 149 ล้านไร่ จะเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการเพาะปลูก ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เกษตรกรมีสุขอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

“เป้าหมายสำคัญของการเปิดศูนย์เรียนรู้ฯ ครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจต่อการใช้ปัจจัยการเพาะปลูกอย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อสุขภาพ (Health & Safety) โดยเริ่มต้นจากกลุ่มร้านค้ารายใหญ่ 80 ราย ขยายผลไปอีก 1,600 สาขาย่อยทั่วประเทศ และสามารถส่งต่อความรู้ไปยังกลุ่มเกษตรกรได้ถึง 500,000 ราย กลยุทธ์สำคัญของแผนงานนี้คือ กลุ่มร้านค้าพันธมิตร เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นช่องทางการกระจายปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนคู่คิดเกษตรกร จึงเป็นการง่ายในการถ่ายทอดความรู้ ใช้ภาษาเดียวกันในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรรายย่อยทั่วภูมิภาค และสร้างความมั่นใจในวิธีการใช้สารฯ อย่างไร จึงจะมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย” หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ กล่าวสรุป

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

สำนักงาน กปร. ชวนเขียนโครงการชิงเงินรางวัล 2 แสนเตรียมค่าย RDPB Camp รุ่น 11 0 1085

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) จัดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB Camp) รุ่นที่ 11 ด้วยการเชิญชวนน้องๆ ระดับอุดมศึกษาล่องใต้ร่วมเรียนรู้ สืบสาน ปณิธานของพ่อ โดยเริ่มต้นด้วยการเชิญชวนส่งผลงานเขียนโครงการภายใต้หัวข้อ “จัดการน้ำ รักษาป่า พัฒนาอาชีพสู่ความพอเพียง” ส่งให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ชิงถ้วยรางวัลองคมนตรี และทุนการศึกษามูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 200,000 บาท โดยสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สิ้นสุดการส่งผลงานในวันที่ 15 มีนาคม 2564

หลักการที่ กปร. จัดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB Camp) รุ่นที่ 11 เพื่อเป็นการขยายผลการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวพระราชดำริ พระราชกรณียกิจการพัฒนาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านโครงการพัฒนาพื้นที่ปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช แก่เยาวชนจากสถาบันการศึกษา ซึ่งจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี และฝึกปฏิบัติเป็นการได้รับความรู้เชิงบูรณาการผสมผสานกับการเรียนรู้จากพื้นที่จริง ทำให้การถ่ายทอดการเรียนรู้อย่างถูกต้อง อีกทั้งจะเป็นการจุดประกายความคิดที่จะสามารถนำผลสำเร็จของโครงการฯ ไปประยุกต์ปฏิบัติได้จริงทั้งต่อการศึกษา และการดำรงชีวิตให้เกิดความมั่นคง และยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ที่ กปร. ตั้งไว้นั้น

1.เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริการพัฒนาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดไปสู่เยาวชน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ

2.เพื่อให้เยาวชนได้รับความรู้ในมุมมองใหม่ หรือการสร้างนวัตกรรมต่างๆ มากยิ่งขึ้นในมุมมองหรือบริบทของตนเอง

3.เพื่อให้เยาวชนเป็นเครือข่ายในการเผยแพร่และสืบสาน รักษา ต่อยอดขยายผลแนวพระราชดำริได้อย่างกว้างขวางและถูกต้องยิ่งขึ้น

4.เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ของเยาวชนที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการ RDPB Camp ของสำนักงานฯ ในรุ่นที่ผ่านมา

ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB Camp) รุ่นที่ 11 สามารถส่งผลงานเขียนโครงการภายใต้หัวข้อ “จัดการน้ำ รักษาป่า พัฒนาอาชีพสู่ความพอเพียง” ไปได้ที่ E-mail : rdpbcamp11@gmail.com หรือดูรายละเอียดที่ http://www.rdpb.go.th 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสราวุฒิ เศรษฐโกมล โทร 089-684-1333 / คุณวาสนา ก้อนเพชร โทร 064-130-8999 / คุณประทีป ศรีคำ โทร 092-854-5298

ด่วน 🚨 LINE MAN เปิดรับคนขับเพิ่ม รับมือ C0VID-19 ในอยุธยา 0 1148

• จากการระบาดของ C0VID-19 ระลอกใหม่ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ส่งอาหารเดลิเวอรี่จึงเป็นกำลังสำคัญในการส่งอาหารถึงบ้านโดยที่ผู้สั่งไม่ต้องออกไปไหน

• โดย LINE MAN ในจังหวัดอยุธยา ยังเปิดรับคนขับส่งอาหารจำนวนมาก มีรายได้สูงสุดถึง 26,000.-ต่อเดือน (ขึ้นกับปริมาณงานและพื้นที่ให้บริการ) ผู้สนใจสามารถสมัครได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มงานได้ทันทีในวันถัดไป ทางแอพ LINE MAN Rider จาก Google Play Store ในช่วง C0VID-19 ยังมีอินเซนทีฟพิเศษ และยังได้เสื้อแจ็คเก็ตกับกล่องส่งอาหารอีกด้วย

• นอกจากนี้ ทาง LINE MAN ยังมีมาตรการดูแลคนขับในช่วงแพร่ระบาดของ C0VID-19 ตามเงื่อนไขของบริษัท โดยในกรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวสูงสุด 14 วัน จะได้เงินเยียวยารวม 2,800.- หากตรวจพบเชื้อ จะได้รับเงินเยียวยาทันที 2,000.- และได้รับเงินเยียวยาในระหว่างพักรักษาตัวสูงสุด 9,000.- เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะอยู่เคียงข้างและดูแลทั้งผู้สั่ง ร้านอาหาร และคนขับ

• LINE MAN ยังคงเน้นย้ำมาตรการรับมือโควิดเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า ร้านค้า ผู้ส่งอาหาร ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น คุมเข้มความปลอดภัยของผู้ส่งอาหาร และส่งเสริมให้ลูกค้าจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์แทนการใช้เงินสด เพื่อให้ทุกคนมีความสบายใจว่าการสั่งอาหารมาส่งที่บ้านยังมีความปลอดภัยเต็มที่

📌 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครคนขับได้ที่ https://lineman.freshdesk.com/support/solutions/19000103179 

📌 หรือสมัครได้ผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN Rider บน Play Store (รองรับเฉพาะ Android) กดดาวน์โหลดได้ที่https://riderapp.onelink.me/7tkQ/43152d11