ซินเจนทา เปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” 0 5824

ซินเจนทา ร่วมมือกับกลุ่มร้านค้าทั่วประเทศไทย เปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ชูหลัก 5 ช. ตั้งเป้าสร้างความเข้ารู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกรใช้ปัจจัยการเพาะปลูกอย่างถูกต้อง
หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา ซินเจนทา ยึดหลักดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และได้มอบหมายให้ หมอพืช หรือ Stewardship เป็นผู้ที่คอยวิเคราะห์ ตรวจสอบ ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถดูแล ป้องกัน และรักษาผลผลิต สร้างผลกำไร ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สำหรับแผนงานครึ่งปีหลัง ได้จัดแผนรณรงค์ส่งเสริมความรู้อย่างครบวงจร โดยเปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ประจำภาคใต้ ภายใต้ความร่วมมือกับกลุ่มร้านค้าผลิตภัณฑ์และบริการเกษตรกรรม

“ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ดำเนินการให้ความรู้โดย หมอพืช ซินเจนทา นำหลักปฎิบัติมาตรฐาน 5 ช. เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจ และจดจำได้ง่าย ประกอบด้วย 1) ชัวร์ อ่านและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ 2) ใช้ กระบวนการขนส่ง ผสม พ่น และจัดเก็บ ต้องระมัดระวัง 3) เช็ค ดูแลอุปกรณ์และเครื่องพ่นให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 4) ชุด สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่เหมาะสมและถูกต้อง 5) ชำระ ปฎิบัติตนให้มีสุขอนามัยดีอยู่เสมอ

ทั้งหมดนี้ เป็นหนึ่งโครงการในแผนการเติบโตอย่างยั่งยืน (Good Growth Plan) ของซินเจนทา ภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) คาดว่า พื้นที่เกษตรกรรมไทยอย่างน้อย 50 ล้านไร่ หรือร้อยละ 33 จากพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมด 149 ล้านไร่ จะเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการเพาะปลูก ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เกษตรกรมีสุขอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

“เป้าหมายสำคัญของการเปิดศูนย์เรียนรู้ฯ ครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจต่อการใช้ปัจจัยการเพาะปลูกอย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อสุขภาพ (Health & Safety) โดยเริ่มต้นจากกลุ่มร้านค้ารายใหญ่ 80 ราย ขยายผลไปอีก 1,600 สาขาย่อยทั่วประเทศ และสามารถส่งต่อความรู้ไปยังกลุ่มเกษตรกรได้ถึง 500,000 ราย กลยุทธ์สำคัญของแผนงานนี้คือ กลุ่มร้านค้าพันธมิตร เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นช่องทางการกระจายปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนคู่คิดเกษตรกร จึงเป็นการง่ายในการถ่ายทอดความรู้ ใช้ภาษาเดียวกันในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรรายย่อยทั่วภูมิภาค และสร้างความมั่นใจในวิธีการใช้สารฯ อย่างไร จึงจะมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย” หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ กล่าวสรุป

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 0 3115

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 สอดรับองค์การสหประชาชาติ มุ่งสร้างอาหารปลอดภัยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ซินเจนทา ตอกย้ำจุดยืนตามแนวคิดองค์การสหประชาชาติ เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรผลิตอาหารปลอดภัยป้อนประชากรโลก ควบคู่กับการดูแลรักษาโลก พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการสร้างอุดมการณ์เดียวกัน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา บริษัทชั้นนำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทฯ วางแนวทางการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร และเทคโนโลยีการอารักขาพืชส่งเสริมและสนับสนุนให้กับภาคการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง เหมาะสม เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้ดีขึ้น อาทิ คุณภาพดินและน้ำ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ที่ได้ดำเนินงานไปในปีที่ผ่านมา นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในปีนี้อีกด้วย

สำหรับแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ของซินเจนทา ประกอบด้วย 6 ด้าน ดังนี้ 1. การเพิ่มศักยภาพผลผลิต โดยการใช้พื้นที่และน้ำเท่าเดิม 2. การรักษาพื้นที่เพาะปลูกให้มีความอุดมสมบูรณ์ 3. การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้มีสภาพสมบูรณ์ 4.การเพิ่มความสามารถแก่เกษตรกรรายย่อย 5. การให้ความรู้แก่เกษตรกรให้ใช้สารฯ อย่างปลอดภัย 6. การดูแลสวัสดิการของแรงงานทางภาคการเกษตร

หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวต่อว่า จากแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีนี้ ยังได้สอดรับกับเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติด้วยเช่นกัน เพื่อพัฒนาให้ครบทุกมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยทางซินเจนทาเอง มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า แผนการดำเนินงานดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารปลอดภัยให้เพียงพอกับความต้องการของประชากรโลกได้เท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องรักษาโลกของเราให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเกษตรกรต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

“ในปีนี้ เราได้วางแผนที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการอาหาร ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร องค์กรไม่แสวงผลกำไร และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างอุดมการณ์ร่วมกันในการพัฒนาภาคการเกษตร อีกทั้งยังพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ในการพัฒนาภาคการเกษตรให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาโลกต่อไป” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป

ไททา จับคู่เกษตรกรสวนผลไม้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งเพื่อผึ้งปลอดภัย อัดฉีดความรู้ ผลักดันสารวัตรเกษตร 0 5331

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เดินหน้าโครงการ ผึ้งปลอดภัย พร้อมร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาความรู้เกษตรกรสวนผลไม้และผู้เลี้ยงผึ้ง และเพิ่มความเข้มข้นร่วมมือกับสารวัตรเกษตรตรวจสอบสินค้าเกษตรปลอม ด้อยคุณภาพและผิดกฏหมาย

ดร. วรณิกา นาควัชระ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เปิดเผยถึงพันธกิจสำคัญของ ไททา ว่า จะมุ่งเน้นพัฒนาความรู้เกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอย่างน้อย ร้อยละ 30 ใช้ทรัพยากรน้อยลงแต่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ใช้ต้นทุนน้อยลงแต่ได้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ปี พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย 3 แผนงานหลัก ได้แก่ โครงการผึ้งปลอดภัย โครงการอบรมความรู้เกษตรกรด้านการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้อง และโครงการตรวจเข้มปัจจัยการผลิตปลอม

โครงการ ผึ้งปลอดภัย เป็นการส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อให้การอยู่ร่วมกันของเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งกับเกษตรกรสวนผลไม้เป็นไปอย่างสมานสามัคคี อีกทั้งยังผลในการเพิ่มผลผลิตและผึ้งปลอดภัย ผลผลิตที่ได้ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือน้ำผึ้งจะมีคุณภาพดีขึ้น ผลผลิตสูงขึ้นและที่สำคัญที่สุดคือมีความปลอดภัยสูง ผึ้งหรือแมลงผสมเกสรอื่นๆ มีบทบาทสำคัญสำหรับการผสมเกสรของพืช ช่วยสร้างและเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร ทั้งนี้ น้ำผึ้งคุณภาพสูง ปลอดสารเคมี เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน น้ำผึ้งของไทย ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพ และปริมาณการผลิต เตรียมประสานงานกับกรมวิชาการเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความรู้และส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งและเกษตรกรสวนผลไม้จำนวน 100 คู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน และจันทบุรี สามารถทำการเกษตรของตนร่วมกันอย่างสมานสามัคคีนำผลผลิตปลอดภัยสู่ตลาดไทยและต่างประเทศ

การส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรให้ลดต้นทุนการผลิต ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพิ่มขึ้น นอกจากการบริหารจัดการที่ดี เช่น ปลูกพืชเหมาะสมกับสภาพดิน หรือแหล่งน้ำเพียงพอแล้ว ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดวัชพืช ซึ่งจะต้องมีคุณภาพ เกษตรนำมาใช้ในอัตราส่วนที่ถูกต้อง เหมาะสมกับพืช ดังนั้น โครงการอบรมความรู้เกษตรกรด้านการใช้ปัจจัยการผลิต จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับ โครงการตรวจเข้มปัจจัยการผลิตปลอม ทั้งสองโครงการ เป็นการประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร ในการอบรมความรู้และฝึกปฏิบัติให้เกษตรกรให้สามารถใช้ ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพต่อเกษตรกร ผู้บริโภค ตั้งเป้าพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อไปต่อยอดอบรมเกษตรกร ในแนวคิด Train the Trainer คาดว่าจะผลิต Trainer ได้มากถึง 1,000 รายทั่วประเทศ รวมทั้ง ร่วมดำเนินการและผลักดันบทบาท สารวัตรเกษตร ให้มีความเข้มข้นและจริงจัง เพื่อตรวจสอบปัจจัยการผลิตตามร้านค้าและสถานประกอบการ และหากพบ ปุ๋ย และสารเคมีกำจัดวัชพืชที่มีการปลอมแปลง หมดอายุ หลบเลี่ยงกฎหมาย ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งหมดนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ ไททา ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เป็นหนึ่งในองค์กรสนับสนุนความรู้ทางวิชาการและบุคคลากรในกิจกรรมต่าง ๆ ด้านการฝึกอบรมและการเผยแพร่ความรู้สู่เกษตรกร และเชื่อมั่นว่า แผนการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2562 จะประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีผ่านความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเกษตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุเป้าหมายระดับประเทศตามยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ของไทยที่ว่า “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน” ดร. วรณิกา กล่าวสรุป