นกสกู๊ตสยายปีกเปิดเส้นทางตลาดญี่ปุ่น บินตรงสู่โอซาก้า 0 5607

สายการบินนกสกู๊ต สยายปีกบุกตลาดประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเส้นทางบินที่สอง บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้า หลังจากที่ได้เปิดเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เส้นทางบิน สู่โอซาก้านั้นสอดคล้องกับแผนการเดินหน้าเข้าสู่ตลาดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงตลาดการท่องเที่ยวของชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

นกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนระหว่างสายการบินนกแอร์ ของคนไทย และสายการบินสกู๊ต จากประเทศสิงคโปร์ เดินหน้าเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงจากสนามบินนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ สู่สนามบินนานาชาติคันไซ เมืองโอซาก้า ถึง 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยจะเริ่มเที่ยวปฐมฤกษ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ตุลาคมเป็นต้นไป

“นกสกู๊ตพร้อมแล้วที่จะเปิดเส้นทางบินไปยังโอซาก้า เมืองฮิตเป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์อันน่าค้นหา อาหารการกินที่เลื่องชื่อ และแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากมาย”

“นอกจากสนามบินนานาชาติคันไซจะเป็นประตูไปสู่โอซาก้าแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ทางตะวันตกของญี่ปุ่นอย่าง เกียวโตและโกเบได้อีกด้วย ในปี พ.ศ. 2555 โอซาก้าได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปถึง 9.4 ล้านคน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเกือบ 33.33% จากปีที่แล้ว” คุณยอดชาย กล่าวเสริม

“ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้ให้บริการบินบนเส้นทางนี้ถึง 4 สายการบินแล้วก็ตาม นกสกู๊ตเชื่อว่าเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ สู่เมืองโอซาก้ายังสามารถเติบโตเพิ่มมากขึ้น และการเปิดเที่ยวบินครั้งนี้ จะเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยราคาที่คุ้มกว่า บนเครื่องบินที่สบายกว่า” คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต
กล่าว

โอซาก้า เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวคนไทยนิยมไปเป็นอันดับสองรองจากเมืองโตเกียว โดยมีจำนวนการเดินทางบนเส้นทางบินระหว่างกรุงเทพฯ – โอซาก้าประมาณ 850,000 เที่ยวบินต่อปี จากสถิติขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) พบว่าในปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปยังญี่ปุ่นมีจำนวนเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นสำหรับคนไทยในปี พ.ศ. 2556 นั่นเอง

โอซาก้าเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) แลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียง และห่างออกไปเพียง40 นาที ก็จะพบกับปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ปราสาทที่สวยงามจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อีกแห่งที่ต้องนึกถึงคือย่านช้อปปิ้งโดทมโบริ (Dotombori) ถนนที่เต็มไปด้วยแสงสีจากป้ายไฟโฆษณาต่างๆ ที่ทุกคนต้องเช็คอินและถ่ายรูป และที่พลาดไม่ได้คือสวนสนุกยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอส์ เจแปน (Universal Studios Japan) ปิดท้ายด้วยโอซาก้า อควาเรียม ไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีโด่งดังของเมืองโอซาก้า

ส่วนอีกเมืองหนึ่งที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นคือ “เกียวโต” อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาถึงได้จากเมืองโอซาก้าทางรถไฟ โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

นกสกู๊ต หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “บิ๊กเบิร์ด” ให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้าด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 415 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ 24 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 391 ที่นั่ง

นกสกู๊ต พร้อมให้บริการบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้า ราคาเริ่มต้นเพียง 3,599 บาท ต่อเที่ยวบินรวมภาษีสำหรับที่นั่งชั้นประหยัด (Fly) ซึ่งสามารถสำรองที่นั่งโปรโมชั่นได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 กันยายน 2561 และสามารถเดินทางได้ตั้งตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2561 – 30 มีนาคม 2562

สายการบินสกู๊ต หนึ่งในสองสายการบินผู้ถือหุ้นหลักของสายการบินนกสกู๊ต มีบริการเส้นทางบินสู่ โอซาก้า เป็นจำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเที่ยวบินร่วมของทั้งสกู๊ต และนกสกู๊ต จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการเดินทางที่ไร้รอยต่อให้กับผู้เดินทางด้วยตารางบินตรงสู่ โอซาก้าทุกวัน นอกจากนี้ ทั้งสองสายการบินยังมีเที่ยวบินตรง จากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ สู่ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น วันละ 2 เที่ยวบิน

ตารางเที่ยวบิน

เที่ยวบิน ออก ถึง เวลาเดินทาง เวลาถึงปลายทาง วันเดินทาง
XW112 กรุงเทพฯ

(ดอนเมือง)

โอซาก้า
ญี่ปุ่น
23:50 07:10 (+1) จันทร์, พุธ, ศุกร์, อาทิตย์
XW111 โอซาก้า ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ

(ดอนเมือง)

08:30 12:45 จันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี, เสาร์,

*เวลาเดินทางตามท้องถิ่น

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

หมอพืช ซินเจนทา สนับสนุนนโยบายรัฐ สานฝัน วันอาหารโลก 0 7791

ซินเจนทา ขอบคุณ เกษตรกรไทยทุกคน ผู้ผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งโลก พร้อมเคียงข้างเกษตรกรไทย นำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน จัดการฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรผลิตอาหารได้อย่างยั่งยืน

อาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา กล่าวเนื่องใน วันอาหารโลก ประจำปี พ.ศ. 2561 ว่า “ซินเจนทา ในฐานะเป็นองค์กรชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์พืช และส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอต่อความต้องการ และต้องทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าอาหารที่บริโภคนั้นมีความปลอดภัย ตั้งแต่ระบบการผลิตวัตถุดิบจากแปลงเกษตรกร จนถึงอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ด้วยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่อาหาร”

ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความกังวลใจเรื่องสารตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร แต่เมื่อนำหลักวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD มาประเมินความเสี่ยงร่วมกับการบริโภคอาหารแต่ละชนิดในแต่ละวันตลอดชั่วอายุขัยของคนไทยแล้ว พบว่าค่ามาตรฐาน MRLs หรือ ค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุดที่สามารถมีได้ กำหนดไว้ต่ำกว่าจุดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็น 100 เท่าในผู้ใหญ่ และ 1,000 เท่าในเด็ก

กรณีที่พบว่า ผลผลิตมีสารตกค้างเกินค่า MRLs ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า ค่าตัวเลขที่เกินนั้น เกินจุดที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ และบริโภคผลผลิตนั้นซ้ำหรือต่อเนื่องทุกวันหรือไม่ ทั้งนี้ สามารถนำตัวเลขที่ตรวจพบมาวิเคราะห์และพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ในประเทศไทย ก็มีหน่วยงานภาครัฐที่คอยติดตาม กำกับ ดูแล เฝ้าระวัง พืชผัก อาหาร ผลไม้ และประเมินความเสี่ยงต่อการบริโภคของคนไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพบว่า ปัจจุบัน ยังสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้คนในสังคมและวิทยาศาสตร์

ขณะเดียวกัน การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกในการใช้สารฯ อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสูงสุด เป็นวิธีการปฏิบัติที่ทุกประเทศทั่วโลกยอมรับว่า จะช่วยลดปริมาณการใช้สารฯ ลดความเสี่ยงและอันตรายต่าง ๆ รวมถึง จะช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคได้ด้วย

“ซินเจนทา พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้ากับทุกภาคส่วน เพื่อใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างความมั่นคง ความปลอดภัยทางอาหาร ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริมเกษตรไทยให้เข้มแข็งต่อไป ดังคำกล่าวขององค์การสหประชาชาติ ที่กล่าวว่า “We can’t have a secure future of food if we don’t support our farmers. They are our hero” เกษตรกร คือ วีรบุรษตัวจริงของวันอาหารโลก” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป

กิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา สร้างแนวคิดไอเดียใหม่ ปล่อยจินตนาการสู่กิจกรรม 0 8007

เพิ่งจบไปไม่นานสำหรับการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา ประจำปี 2561 รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 1-3 ตุลาคม เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศของการ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) กรมพลศึกษา โดยกลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน สำนักนันทนาการ จึงได้สานต่อจัดรุ่นที่ 2 ขึ้น เมื่อวันที่ 8-10 ตุลาคม 2561 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีน้องๆ เยาวชน รวมไปถึงครูผู้สอนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 300 คน ทั้ง 2 รุ่น

อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า คอนเซ็ปต์ของการจัดกิจกรรมเป็นไปในรูปแบบ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มาเพิ่มเติมประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงองค์ความรู้และแนวทางจากโซนบูธกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้นำเหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปยัง “มินิมูร่าห์ ฟาร์ม” ซึ่งเป็นฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Farm) เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรกรรมแบบครบวงจรและยั่งยืน และยังเป็นแหล่งนันทนาการเชิงเกษตรที่ปรับประยุกต์กิจกรรมนันทนาการให้สอดคล้องกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อเพิ่มมูลค่าการเรียนรู้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง / นอกสถานที่ ทุกคนได้พบกับควายนม สายพันธุ์ “มูร่าห์” ที่ว่ากันว่าให้น้ำนมดีและมีคุณภาพสูงสุดในบรรดาควายแม่น้ำ รวมถึงได้สัมผัสกระบวนการผลิตวัตถุดิบต่างๆ ทั้งน้ำนมมูร่าห์ ชีสมอซซ่าเรลล่า ผักและไข่ไก่สด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย

สิ่งสำคัญของกระบวนการนันทนาการ ก็คือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมลงมือทำ เมื่อได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีแล้ว ก็ถึงช่วงที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำพิซซ่า ได้นำจินตนาการหรือความคิดใส่ลงไปอาหาร สูตรแต่ละคนไม่มีถูกหรือผิด ใครอยากได้รสชาติไหนก็เติมเสริมแต่งกันไป เรียกได้ว่า แต่ละคนรังสรรค์พิซซ่าออกมาได้อย่างน่ารับประทานเป็นที่สุด

เรียกได้ว่า ประโยชน์จากการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้มีแนวคิดทางกิจกรรมนันทนาการใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำไปปฏิบัติ ได้นำจินตนาการและปลดปล่อยอารมณ์สร้างสรรค์ออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อทุกคนจะได้ต่อยอดความสำเร็จจากกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วย