“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ลุยเปิดสาขาใหม่ บางกรวย-ไทรน้อย 0 5715

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) บุกตลาดย่านบางกรวย-ไทรน้อย ปักธงสโตร์ที่ 29 อัดงบหนักขยายโซนกรุงเทพฯ ตะวันตก หวังกระตุ้นยอดไตรมาส 4 รองรับความต้องการสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านของลูกค้า ตอกย้ำแนวคิด “มาที่เดียวครบ จบ คุ้ม”

นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด เปิดเผยว่า “ปีนี้เราได้เปิดสาขาใหม่ บางกรวย-ไทรน้อย ซึ่งตั้งอยู่ใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นสาขาลำดับที่ 29 ด้วยงบลงทุน 480 ลบ. บนพื้นที่ร่วม 7,000 ตร.ม. ภายในเทสโก้ โลตัส ซึ่งสาขานี้นับเป็นแห่งที่ 4 ที่ร่วมกับ เทสโก้ โลตัส หลังจากเปิดที่ มหาชัย, นครสวรรค์ และแจ้งวัฒนะ

สำหรับนนทบุรีนับเป็นเมืองธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูง มีการขยายตัวอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร แบ่งเป็น คอนโดฯ 397 โครงการ 142,686 ห้องชุด และบ้านจัดสรร 1,406 โครงการ 290,127 หลัง และยังมีโครงการใหม่ทุกเดือน เดือนละ 5-6 โครงการ และรัฐบาลได้มีการลงทุนสาธารณูปโภคหลายด้าน ทั้งทางหลวงพิเศษ ทางหลวงตัดใหม่ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา รถไฟฟ้าสายสีม่วง ขณะเดียวกันรถไฟฟ้าสายสีชมพูอยู่ระหว่างดำเนินการ มีเรือด่วนที่สามารถสัญจรไปยังกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงโครงการมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี

บริษัทฯ จึงเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจ และเชื่อว่าสาขาใหม่นี้จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทั้ง บ้าน-คอนโด ลูกค้าบริษัท และกลุ่มนักธุรกิจ รวมถึงผู้ที่ย้ายเข้ามาทำงานในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสาขาบางกรวย-ไทรน้อย มีจุดเด่นทำเลที่ตั้งอยู่บนจุดตัดถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก และ ถนนบางกรวย- ไทรน้อย ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ครบครันที่สุด (Transportation Hub) สามารถเชื่อมต่อทุกเส้นทาง เข้าด้วยกัน อาทิ รถไฟฟ้าสายสีม่วง, ถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก, ท่าเรือ, ทางด่วน และระบบขนส่งมวลชน เดินทางสะดวกเข้าออกได้หลายเส้นทาง”

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาบางกรวย-ไทรน้อย เปิดบริการอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิดจุดหมายใหม่แห่งเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ที่ครบครันใหม่ที่สุดในย่านนี้ ด้วยสินค้าที่ครบครันทั้งเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้ภายในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า หลากฟังก์ชันหลายดีไซน์ กว่า 10,000 รายการ บนพื้นที่ขนาด 7,000 ตร.ม. แบ่งเป็น 2 ชั้น ซึ่งชั้น 1 ประกอบด้วยสินค้าของแต่งบ้าน-ของใช้ภายในบ้าน, เฟอร์นิเจอร์-อุปกรณ์สำหรับการจัดเก็บภายในบ้าน (Storage Solutions & Home Organization), “Baby Journey” เฟอร์นิเจอร์-อุปกรณ์และของใช้สำหรับเด็ก, เครื่องใช้ไฟฟ้า “POWER ONE” และโซนที่นอน “MATTRESS”

ส่วนชั้น 2 ประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์ แบรนด์ อินเด็กซ์ เฟอร์นิเจอร์ (Index Furniture), วินเนอร์ เฟอร์นิเจอร์ (Winner Furniture), ชุดครัว (Kitchen), ทีมดีไซน์เนอร์ (Designer Specialist) บริการออกแบบห้องด้วยโปรแกรม 3D, Home Service ครบทุกบริการสำหรับคนรักบ้าน และ ยูนีค (Younique) เฟอร์นิเจอร์ สั่งตัด 4.0 ซึ่งทำให้อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เป็น One Stop Shopping เรื่องบ้านอย่างครบวงจร สามารถตอบโจทย์สูงสุดทุกความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน มั่นใจจะสามารถทำยอดขายได้เฉลี่ย 17 ลบ. ต่อเดือน

สำหรับรายได้รวมของกลุ่มอินเด็กซ์ ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2561 เท่ากับ 4,889.53 ลบ. หรือเพิ่มขึ้น +4.19% เทียบกับช่วง 6 เดือนของปี 2560 สัดส่วนยอดขายหลักมาจากการค้าปลีก 80% และจากสาขาใน หัวเมืองหลัก อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา เพราะเป็นสาขาที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด มียอดบิลเฉลี่ยสูงถึง 18,000 บาทต่อบิล ส่วนกรุงเทพฯและปริมณฑลยอดขายยังไปได้ดี เพราะรองรับกลุ่มลูกค้ามีรายได้ประจำ ขณะที่มีจำนวนสมาชิกบัตร JOY CARD ของ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ในไทยกว่า 1.1 ล้านราย โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“นอกจากแผนการขยายสาขาใหม่แล้ว กลยุทธ์ด้านสินค้าและบริการ รวมถึงแคมเปญทางการตลาดจะยังคงมีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีทั้งด้านสินค้าและบริการนั้น ปีนี้ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้เปิด “ยูนีค” (Younique) เฟอร์นิเจอร์สั่งตัดตามใจ Customized Furniture 4.0 เพิ่มเติมในสาขาใหม่ บางกรวย-ไทรน้อย เป็นสาขาที่ 6 จากเดิมที่เปิดให้บริการแล้วที่สาขาพระราม 2, บางนา, เกษตร-นวมินทร์, ราชพฤกษ์ และรังสิต โดยมีแฟล็กชิพสโตร์ ที่ใหญ่ที่สุด คือ สาขาบางนา ด้วยพื้นที่ 900 ตร.ม. พร้อมเตรียมเปิดสาขาเพิ่มเติมในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักอีก 2 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตสังคม 4.0 รวมทั้งมีแผนผนึกพันธมิตรอสังหาฯ ชั้นนำของไทยเสริมแกร่งต่อยอดธุรกิจ ชูจุดขายคุณค่าที่มากกว่าแค่ Personalize เพราะ Customize ปรับพื้นที่จาก 35 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยเทียบเท่า 53 ตร.ม. จัดสรรพื้นที่ได้ทั้งแนวราบ แนวดิ่ง ด้วยการยืด ย่อ หด ขยาย ผ่านเทคโนโลยที่ละเอียดขั้นมิลลิเมตร รายเดียวในไทย ยืนยันจากเสียงลูกค้าจริงค่ะ”

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4287

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4857

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561