ชวนเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน 5 แห่งไฮไลท์ ห้ามพลาด 0 4897

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดแคมเปญใหม่ ชูแหล่งท่องเที่ยวสไตล์วิถีชุมชน สุดฮิป ที่คนรุ่นใหม่ไม่ควรพลาดจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ชุมชนบ้านบุ่งเข้ นครนายก ชุมชนบ้านวัดตาลเหนือ อ่างทอง ชุมชนบ้านปากคลอง ประจวบคีรีขันธ์ ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน สุพรรณบุรี และชุมชนบ้านศาลาดิน นครปฐม

ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสการท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านบุ่งเข้ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

สัมผัสเสน่ห์ไทยพวน ชมประเพณีกำฟ้า ความงดงามของการฟ้อนไทยพวน ชวนไปกินปลาดู อาหารขึ้นชื่อของชุมชน และชมทัศนียภาพรอบอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 081 761 2560

 

ท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านวัดตาลเหนือ  อำเภอป่าโมกข์  จังหวัดอ่างทอง

ชุมชนคนอาร์ต เรียนรู้วิถีชีวิตไทยผ่านงานปั้น เสน่หืงานศิลป์แผ่นดินจากตุ๊กตาชาววัง สู่บ้านทรงไทยจำลอง ภูมิปัญญาล้ำค่าของบรรพบุรุษที่ส่งต่อถึงคนรุ่นหลัง มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 086 130 1049

ท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านปากคลอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ชมหมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงเสน่ห์ของวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ลงเรือชมเกาะทะลุและทัศนียภาพของเมืองสามอ่าว ตื่นตาตื่นใจกับทริปล่องเรือชมปะการัง ฟังเสียงคลื่น และช้อปอาหารทะเลแปรรูปจากชุมชน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 098 302 0613

ท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

สัมผัสธรรมชาติของป่าชุมชน ปั่นจักรยานชมทัศนียภาพรอบอ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดพุน้ำร้อน มรดกทางวัฒนธรรมอายุกว่า 4000 ปี มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 092 493 3833

ท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านศาลาดิน อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

ล่องเรือชมทัศนียภาพชุมชนสองฝั่งคลองมหาสวัสดิ์ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนบ้านศาลาดิน ชมนาบัว และอิ่มอร่อยกับสุดยอดอาหารพื้นบ้าน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากเกษตรอินทรีย์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 081 498 6340

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

นกสกู๊ตสยายปีกเปิดเส้นทางตลาดญี่ปุ่น บินตรงสู่โอซาก้า 0 5469

สายการบินนกสกู๊ต สยายปีกบุกตลาดประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเส้นทางบินที่สอง บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้า หลังจากที่ได้เปิดเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เส้นทางบิน สู่โอซาก้านั้นสอดคล้องกับแผนการเดินหน้าเข้าสู่ตลาดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงตลาดการท่องเที่ยวของชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

นกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนระหว่างสายการบินนกแอร์ ของคนไทย และสายการบินสกู๊ต จากประเทศสิงคโปร์ เดินหน้าเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงจากสนามบินนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ สู่สนามบินนานาชาติคันไซ เมืองโอซาก้า ถึง 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยจะเริ่มเที่ยวปฐมฤกษ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ตุลาคมเป็นต้นไป

“นกสกู๊ตพร้อมแล้วที่จะเปิดเส้นทางบินไปยังโอซาก้า เมืองฮิตเป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์อันน่าค้นหา อาหารการกินที่เลื่องชื่อ และแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากมาย”

“นอกจากสนามบินนานาชาติคันไซจะเป็นประตูไปสู่โอซาก้าแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ทางตะวันตกของญี่ปุ่นอย่าง เกียวโตและโกเบได้อีกด้วย ในปี พ.ศ. 2555 โอซาก้าได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปถึง 9.4 ล้านคน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเกือบ 33.33% จากปีที่แล้ว” คุณยอดชาย กล่าวเสริม

“ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้ให้บริการบินบนเส้นทางนี้ถึง 4 สายการบินแล้วก็ตาม นกสกู๊ตเชื่อว่าเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ สู่เมืองโอซาก้ายังสามารถเติบโตเพิ่มมากขึ้น และการเปิดเที่ยวบินครั้งนี้ จะเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยราคาที่คุ้มกว่า บนเครื่องบินที่สบายกว่า” คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต
กล่าว

โอซาก้า เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวคนไทยนิยมไปเป็นอันดับสองรองจากเมืองโตเกียว โดยมีจำนวนการเดินทางบนเส้นทางบินระหว่างกรุงเทพฯ – โอซาก้าประมาณ 850,000 เที่ยวบินต่อปี จากสถิติขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) พบว่าในปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปยังญี่ปุ่นมีจำนวนเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นสำหรับคนไทยในปี พ.ศ. 2556 นั่นเอง

โอซาก้าเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) แลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียง และห่างออกไปเพียง40 นาที ก็จะพบกับปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ปราสาทที่สวยงามจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อีกแห่งที่ต้องนึกถึงคือย่านช้อปปิ้งโดทมโบริ (Dotombori) ถนนที่เต็มไปด้วยแสงสีจากป้ายไฟโฆษณาต่างๆ ที่ทุกคนต้องเช็คอินและถ่ายรูป และที่พลาดไม่ได้คือสวนสนุกยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอส์ เจแปน (Universal Studios Japan) ปิดท้ายด้วยโอซาก้า อควาเรียม ไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีโด่งดังของเมืองโอซาก้า

ส่วนอีกเมืองหนึ่งที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นคือ “เกียวโต” อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาถึงได้จากเมืองโอซาก้าทางรถไฟ โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

นกสกู๊ต หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “บิ๊กเบิร์ด” ให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้าด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 415 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ 24 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 391 ที่นั่ง

นกสกู๊ต พร้อมให้บริการบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้า ราคาเริ่มต้นเพียง 3,599 บาท ต่อเที่ยวบินรวมภาษีสำหรับที่นั่งชั้นประหยัด (Fly) ซึ่งสามารถสำรองที่นั่งโปรโมชั่นได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 กันยายน 2561 และสามารถเดินทางได้ตั้งตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2561 – 30 มีนาคม 2562

สายการบินสกู๊ต หนึ่งในสองสายการบินผู้ถือหุ้นหลักของสายการบินนกสกู๊ต มีบริการเส้นทางบินสู่ โอซาก้า เป็นจำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเที่ยวบินร่วมของทั้งสกู๊ต และนกสกู๊ต จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการเดินทางที่ไร้รอยต่อให้กับผู้เดินทางด้วยตารางบินตรงสู่ โอซาก้าทุกวัน นอกจากนี้ ทั้งสองสายการบินยังมีเที่ยวบินตรง จากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ สู่ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น วันละ 2 เที่ยวบิน

ตารางเที่ยวบิน

เที่ยวบิน ออก ถึง เวลาเดินทาง เวลาถึงปลายทาง วันเดินทาง
XW112 กรุงเทพฯ

(ดอนเมือง)

โอซาก้า
ญี่ปุ่น
23:50 07:10 (+1) จันทร์, พุธ, ศุกร์, อาทิตย์
XW111 โอซาก้า ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ

(ดอนเมือง)

08:30 12:45 จันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี, เสาร์,

*เวลาเดินทางตามท้องถิ่น

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี เนรมิตรสวนดอกไม้ 3 ฤดู บานสะพรั่งกลางศูนย์การค้า 0 4705

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี ร่วมกับ ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองแจระแม จัดงาน A Sense of Flora : มหัศจรรย์สวนดอกไม้ เพื่อตอกย้ำการเป็นเซ็นเตอร์อ็อฟไลฟ์ ศูนย์การกลางใช้ชีวิตของจังหวัด ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี และขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับสวนดอกไม้ 3 ฤดู พร้อมตลาดจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ และกิจกรรมอีกมากมาย

ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับมหัศจรรย์สวนดอกไม้ 3 ฤดู ประกอบด้วย สวนฤดูฝน สัมผัสบรรยากาศใบไม้หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ใบมอญ ใบหางหมาก ต้นเดฟ ต้นเฟิร์น และทุ่งดอกกระเจียวสัญลักษณ์ของดอกไม้ฤดูฝน สวนฤดูร้อน สัมผัสความร้อนแรงด้วยโทนสีที่สดใสจากดอกกล้วยไม้ตัดช่อจากเชียงใหม่ หลากหลายโทนสี อาที สีส้ม สีเหลือง สีแดง สีม่วง สีชมพู และสวนฤดูหนาว กับดอกไม้สดนำเข้า อาทิ ดอกคาร์เนชั่นสีขาว ดอกแคสเปียร์ ผสมกับมอสจากธรรมชาติ ตกแต่งในโทนสีขาวและเทา พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย ได้แก่

· การประกวดจัดดอกไม้ จากนักจัดดอกไม้ทั่วประเทศ ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลรวมกว่า 20,000 บาท

· การแข่งขัน แสดงความสามารถ Kid’s Fancy ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 15,000 บาท

· ตื่นตากับ Fashion Show นำทีมโดย ดาว และเดือน นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี และเหล่านายแบบ นางแบบชื่อดังในอุบลราชธานี

· ตลาดนัดจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ และของตกแต่งบ้านจากร้านค้าชื่อดังในจังหวัดอุบลราชธานี

ร่วมสัมผัสมหัศจรรย์ความงามในงาน A Sense of Flora ระหว่างวันที่ 12-17 กันยายน 2561 บริเวณ ชั้น 1 ลานอะควาเรียมและลานน้ำตกแสงจันทร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี