ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลาง TWO WHEELS แห่งเอเชีย 0 8666

เอกชนไทยและต่างชาติ ลงนามความร่วมมือยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเดินทางโดยพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าแห่งภูมิภาคเอเชีย จัดงาน ทู วีลส์ เอเชีย หรือ TWO WHEELS ASIA 2019 ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด หรือ เก็คส์ บริษัทชั้นนำระดับนานาชาติด้านการจัดงานนิทรรศการแสดงสินค้า การประชุม และสัมมนา ในกลุ่มประเทศ CLMV เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าของเอเชียมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาการจราจร การขยายตัวของชุมชนเมือง และปัญหามลภาวะ ทำให้พาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้า ซึ่งได้แก่ มอเตอร์ไซค์-มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, จักรยาน-จักรยานไฟฟ้า กลายเป็นรูปแบบการเดินทางที่กำลังได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย

ในปี 2017 ที่ผ่านมา ตลาดการส่งออกมอเตอร์ไซค์ของโลก มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 24.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศไทยมีการส่งออกสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ รองจากประเทศจีนซึ่งมีการส่งออกเป็นดันดับ 1 ด้วยมูลค่าการส่งออกกว่า 6.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ อันดับ 2 ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่นมีมูลค่าการส่งออกกว่า 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และอันดับ 3 ได้แก่ประเทศเยอรมัน มีมูลค่าการส่งออกรวม 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ หากนับรวมเฉพาะกลุ่มประเทศ ตลาดเอเชียมีการส่งออกมอเตอร์ไซค์คิดเป็นอัตราร้อยละ 60 ของตลาดการส่งออกมอเตอร์ไซค์โลก

นอกจากนี้ ในปี 2018 คาดการณ์ว่า จะมีการผลิตมอเตอร์ไซค์ออกจำหน่ายทั่วโลกรวมกว่า 132.4 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยกลุ่มประเทศผู้ใช้งานหลักจะอยู่ในทวีปเอเชีย อาทิเช่น จีน อินเดีย และกลุ่มประเทศ CLMVT โดยสินค้าที่มีบทบาทสำคัญและมีส่วนในการผลักดันการเติบโตของตลาด ได้แก่ กลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฮบริด มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์

โดยเฉพาะกลุ่มสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในเอเชีย คาดการณ์ว่า จะเข้ามามีส่วนแบ่งการครองตลาดรวมกว่า 85% คิดเป็นมูลค่า 19,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6.9% ภายในปี 2025 โดยเหตุผลสำคัญมากจาก ความต้องการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เสียค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาน้อย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ คือ แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการส่งอาหารสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นพาหนะหลัก

สำหรับประเทศไทย มีการผลิตมอเตอร์ไซค์และส่งออก คิดเป็นร้อยละ 15 ของการผลิตทั้งหมด ในด้านของผลิตภัณฑ์ และรุ่นสินค้า มอเตอร์ไซค์ในรูปแบบ Moped หรือ มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กมีอัตราการเติบโตลดลงเฉลี่ย 5-6% ต่อปี ในขณะที่ มอเตอร์ไซค์เพื่อการกีฬาและการแข่งขันที่มีขนาดใหญ่ กลับมีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 4-5% ต่อปี อย่างต่อเนื่อง โดยทิศทางการผลิตเพื่อการส่งออกของประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนรูปแบบจากมอเตอร์ไซค์ประกอบสำเร็จ (Completely built-up หรือ CBU) ไปสู่รูปแบบการส่งชิ้นส่วนเพื่อไปประกอบในประเทศผู้ใช้งาน (Completely knocked-down หรือ CKD)

ตลาดจักรยานโลก คาดว่า ใน 5 ปีข้างหน้า ตลาดจักรยานจะมีมูลค่ากว่า 62 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 37% โดยจักรยานไฟฟ้าจะเข้ามามีบทบาทต่อการเติบโตของกลไกตลาดจักรยานโลก มีส่วนแบ่งตลาดที่ 38% มูลค่าตลาด 25 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2024

สำหรับตลาดจักรยานในประเทศไทย คาดว่าปัจจุบันมีมูลค่าตลาดลดลงเหลือเพียง 5,000-5,500 ล้านบาท โดย 80% ของมูลค่าตลาดเป็นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ที่เหลือเป็นการผลิตและส่งออกจากโรงงานในประเทศไปยังกลุ่มประเทศในแถบยุโรป โดยปัจจุบันผู้นำเข้าจักรยาน รวมถึงผู้ประกอบการที่มีตราสินค้าเป็นของคนเอง เริ่มหาช่องทางการกระจายสินค้าและให้ความสำคัญกับตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะเวียดนาม โดยใช้ความได้เปรียบด้านเขตพื้นที่การขายและสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายสินค้าเป็นหลัก

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นช่องทางการทำตลาดด้านอุตสาหกรรมพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าในกลุ่มประเทศ CLMVT ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 240 ล้านคน ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตของหลายอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังถือเป็นกลุ่มประเทศที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ทางธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

สำหรับการจัดงาน TWO WHEELS ASIA 2019 หรือ งานแสดงสินค้าและสัมมนาธุรกิจพาหนะสองล้อ และพาหนะไฟฟ้าแห่งเอเชีย ในครั้งนี้ เป็นการจับมือร่วมกันระหว่าง บริษัท Global Exhibition and Convention Service จำกัด ประเทศไทย และ บริษัท AVANZA จำกัด ประเทศไต้หวัน โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานจาก สถาบันการเดินและการจักรยานไทย (TWCI) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล (เครือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) Bicycle United Magazine Asia และ Cycling Malaysia Magazine เพื่อยกระดับภาคการผลิต-การส่งออกอุตสาหกรรมพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าของประเทศไทย อาทิเช่น มอเตอร์ไซค์-มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า , จักรยาน-จักรยานไฟฟ้า รวมถึง อะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง จนถึงบริการด้านการดูแลรักษา การซ่อมแซม ให้กลายเป็นศูนย์กลางของธุรกิจในภูมิภาคเอเชียในอนาคต

นอกจากนี้ ยังถือเป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้เกิดการเดินทางโดยพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าเชื่อมโยงสอดคล้องกันทั้งภูมิภาคอีกด้วย เพื่อเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ บริษัทฯ จึงจัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเดินทางโดยพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าแห่งภูมิภาคเอเชีย

สำหรับงาน TWO WHEELS ASIA 2019 หรือ งานแสดงสินค้าและสัมมนาธุรกิจพาหนะสองล้อ และพาหนะไฟฟ้าแห่งเอเชีย ประกอบไปด้วย กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมแสดงงานมากกว่า 150 บริษัท มีผู้เข้าชมงานกว่า 7,000 คน จากทั่วโลก สร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท

ภายในงานดังกล่าว ยังมีส่วนสัมมนาระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันการเดินและการจักรยานไทย (TWCI) สมาชิกภายใต้ European Cycling Federation ในหัวข้อต่างๆ อาทิเช่น “Sustainable Development Goals & Sustainable Transport in Asia and Thailand” หรือ “I am not SUPERHERO, But I Can SAVE LIVES” หรือ “Stop Global Warming”

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมแสดงงาน กรุณาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณอาทิตย์ สองจันทึก ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด โทร. 02-0263583 หรือ อีเมล artit@gecsasia.com หรือ www.twowheelsasia.com

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

La-Z-Boy Asia ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เตรียมสยายปีกทั่วเอเชีย 0 573

บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด ในฐานะผู้นำธุรกิจเก้าอี้ปรับเอน La-Z-Boy ซึ่งได้รับความไว้วางใจในการดูแลผู้แทนจำหน่ายกว่า 18 ประเทศ ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จัดงาน “La-Z-Boy Asia Virtual Conference 2020” การประชุมสดพร้อมกันทั่วเอเชีย-แปซิฟิก ผ่านโลกออนไลน์ครั้งแรกของตลาดเก้าอี้ปรับเอน เพื่อประกาศกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ในการสร้างโชว์รูมเสมือนจริง (La-Z-Boy Virtual Gallery) สำหรับเลือกชมสินค้าผ่านสมาร์ทโฟน และแว่นสามมิติ (VR) พร้อมแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซ ขยายตลาดสู่ช่องทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ผสานนวัตกรรม พร้อมเพิ่มกำลังการผลิต และ 4 แคมเปญเด่น ตอบสนองผู้บริโภคในวิถีใหม่ ภายใต้คอนเซ็พท์ “Beyond the Recliner” ส่งมอบประสบการณ์ให้เหนือกว่าเก้าอี้ปรับเอนทั่วไปที่คุณเคยสัมผัส

งาน “La-Z-Boy Asia Virtual Conference 2020” ครั้งนี้ นำโดย 3 แม่ทัพใหญ่ แห่ง La-Z-Boy ภายใต้คอนเซ็พท์ “A Visionary of Now, New, Next” พร้อมด้วยทีม La-Z-Boy Asia ที่ผนึกกำลังกันเพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ธุรกิจเก้าอี้ปรับเอน และตอกย้ำความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจ การผลิต การส่งมอบสินค้า และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในทุกๆ ด้านให้แก่ผู้แทนจำหน่าย นับเป็นการประชุมใหญ่ประจำปี ที่ผู้ร่วมงานร้อยกว่าคนสามารถประชุมสดพร้อมกันทั่วเอเชียผ่านโลกออนไลน์บนเว็บไซต์พิเศษ www.lazboyasiaconf.com ได้อย่างยิ่งใหญ่ ไม่แพ้การจัดงานรูปแบบเดิมในปีที่ผ่านมา

มร.คีท วิลสัน ประธานกรรมการบริหารสากล เล-ซี-บอย อินคอร์เปอเรท กล่าวว่า “สถานการณ์ COVID-19 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น และซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทาง La-Z-Boy International จึงมีการปรับกลยุทธ์เพื่อการเติบโตของธุรกิจ โดยให้ความสำคัญทั้งในด้านการสร้างนวัตกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์ กำลังการผลิต กลยุทธ์การตลาด รวมถึงบุคลากรในองค์กรของเราทั่วโลก การที่ La-Z-Boy เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และได้รับความเชื่อมั่นอย่างยาวนาน ทำให้เราเป็นแบรนด์แรกๆ ในใจของผู้บริโภค เราจึงมั่นใจว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง”

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เล-ซี-บอย (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด กล่าวเสริมว่า “แม้เราจะได้รับผลกระทบในด้านการจัดส่งไปยังต่างประเทศในช่วงแรกของสถานการณ์ COVID-19 ไปบ้าง แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และมีความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากตลาดทั่วโลก ปัจจุบันเราจึงขยายกำลังการผลิตในไทยเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เรายังมีแผนขยายกำลังการผลิตภายใน 3 ปี ให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ตารางเมตร ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตสูงขึ้นอีกกว่า 30% โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทางศูนย์พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Innovation Center) ในเมือง เดย์ตั้น เทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สร้างสรรค์ แผงควบคุม USB แบบใหม่ พร้อมรีโมทคอนโทรลไร้สาย สำหรับเก้าอี้ปรับเอนไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่การบริหารจัดการด้านประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในด้านการทำงาน หรือ การผลิตเท่านั้น แต่เรายังให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า รวมถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ดังจะเห็นได้จากการปรับกลยุทธ์ และสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์โดยทีมการตลาดของ La-Z-Boy Asia ที่มุ่งมั่น ลงทุน ทดสอบ และพัฒนาระบบต่างๆ จนสมบูรณ์แบบ ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากประเทศฟิลิปปินส์ และพร้อมส่งต่อความสำเร็จนี้ไปทั่วเอเชีย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในวิถีใหม่ ที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจของเราเจริญเติบโตในก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน และภาคภูมิใจเช่นกัน”

นายรัฐรุจน์ มนัสวัชรพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า “La-Z-Boy เป็นแบรนด์ระดับโลก ซึ่งเป็นทั้งผู้นำในธุรกิจ และเป็นเสมือนตำนานที่มีมายาวนานกว่าร้อยปี ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมส่งมอบความสะดวกสบายที่สัมผัสได้สู่ทั่วโลก สำหรับ La-Z-Boy Asia เราต่อยอดจากความเข้มแข็ง และความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยคอนเซ็พท์ “Beyond the Recliner” ที่สื่อถึงแบรนด์เราได้อย่างชัดเจน ในการส่งมอบประสบการณ์ให้เหนือกว่าเก้าอี้ปรับเอนทั่วไปที่คุณเคยสัมผัส พร้อมด้วย 4 แคมเปญเด่น ที่เราตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อผู้แทนจำหน่ายคนสำคัญของเรา ประกอบไปด้วย “Stay Safe Stay Comfort” ในช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมา “Relax and Comfort” ที่มุ่งหวังให้ทุกคนผ่อนคลายจากสถานการณ์อันตึงเครียดในช่วงนี้ และนับจากนี้ เราได้เตรียมแคมเปญ “Happiness” สำหรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี พร้อมทั้งแคมเปญ “Wellness” สำหรับปีหน้า เพื่อร่วมเสริมสร้างความสะดวกสบาย และสุขภาวะที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มคุณแม่ผู้กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า La-Z-Boy จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชีย

และนับเป็นครั้งแรกในธุรกิจเก้าอี้ปรับเอน ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำตลาด ทางทีมได้สร้าง “La-Z-Boy Virtual Gallery” เป็นการสร้างโอกาสในวิกฤต สถานการณ์ COVID-19  ตอบรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดย Virtual Gallery นี้ จะเสมือนยกโชว์รูมมาไว้ที่บ้าน ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงแบบ 360 องศา ชมสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางสมาร์ทโฟน หรือแว่น VR โดยสามารถเลือกรุ่น ขนาด และสีต่างๆ ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อกับทางผู้แทนจำหน่าย สะดวกสบาย ได้รับข้อมูลครบถ้วนไม่แพ้การชมจากโชว์รูมจริง ทดแทนการเดินทาง ลดการสัมผัส และลดต้นทุนในการสต็อกสินค้าสำหรับผู้แทนจำหน่าย

อีกทั้งยังมอบหมายให้ทีมการตลาด นำโดย ศรินธร ภูริญรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาค สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ รองรับการทำธุรกรรมผ่านทางเว็บไซต์ และเพิ่มการสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย “LazboyAsia” ใน Facebook และ  Instagram ให้มากขึ้น นอกเหนือไปกว่านั้น เรายังเตรียมแผนสร้างแบรนด์ และพัฒนาโชว์รูมใหม่ ภายใต้คอนเซ็พท์ “One Global One Brand” เพื่อให้แน่ใจว่า La-Z-Boy Asia ในแต่ละประเทศจะมีภาพลักษณ์ระดับโลก ทันสมัย เป็นเอกลักษณ์ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ปีนี้มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เราทำยอดขายได้ดีในไตรมาสแรกของปี แม้จะในช่วงโควิดจะมีการชะงักลง แต่ในปัจจุบัน ทีม La-Z-Boy Asia ได้ทำงานอย่างหนัก และปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถรักษาระดับของอัตราการเติบโตได้ไม่แพ้เป้าหมายของปีที่แล้ว และจะส่งผลดีไปยังปีต่อไป ขอให้เราจดจำไว้เสมอว่า ท่ามกลางความยากลำบาก จะมีโอกาสอยู่ในนั้นเสมอ เพียงเรามาร่วมกันสร้างโอกาส และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อเติบโตไปด้วยกัน”

สำหรับท่านที่สนใจสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.lazboyasiaconf.com หรือ ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ของ La-Z-Boy Asia ได้ทาง www.facebook.com/LazboyAsia และ www.Instagram.com/LazboyAsia

เกี่ยวกับ บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด

บริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2007 จัดจำหน่ายสินค้าเก้าอี้ปรับเอนนอน ภายใต้แบรนด์ La-Z-Boy ในปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าใน 18 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และมีแผนที่จะขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยสินค้าที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบ และความสะดวกสบาย ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในสินค้าและยกให้ La-Z-Boy เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งเสมอมา

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับโครงการ Smart MOM จัดเวิร์คช้อปเพื่อการเรียนรู้สำหรับคุณแม่ในยุค 4.0 0 1225

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับโครงการ Smart MOM จัดเวิร์คช้อปเพื่อการเรียนรู้สำหรับคุณแม่ในยุค 4.0 ในหัวข้อ “เรียนรู้ธรรมชาติลูกรักปฐมวัย และใช้ให้เป็นช่วงเวลาทอง” โดย ครูหวาน – ธิดา พิทักษ์สินสุข อุปนายกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย และกรรมการนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัย พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Smart Mom นวัตกรรมห้องเรียนออนไลน์สำหรับคุณแม่ยุคใหม่เข้าใจพัฒนาการเด็กปฐมวัย เพื่อการดูแลเด็กเล็กผ่านกิจวัตรประจำวันที่ทำตามได้ง่ายในชีวิตจริง และร่วมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับครอบครัวผ่านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับแม่และผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563  เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เปิดรับคุณแม่ที่สนใจสมัครเข้าร่วมเวิร์คช้อปได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพียง 50 ท่านแรกเท่านั้น ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://docs.google.com/forms/d/14Avjwjf48PlJwWqemJ7Wi4SegTgfec78vl_p3WBxgQc/viewform?edit_requested=true หรือ

โทร. 080 064 1782, 081 453 4997