ฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ ครั้งที่ 26 การกลับมาของโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้พบกับสินค้าและบริการระดับพรีเมี่ยมจากทั่วโลก 0 7318

ยิ่งใหญ่ด้วยพื้นที่การจัดงานที่เพิ่มขึ้น 20% ทำให้ฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและบริการระดับพรีเมี่ยมที่ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค พร้อมเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้เชื่อมความสัมพันธ์กับผู้นำในอุตสาหกรรม
งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 กลับมาอีกเป็นครั้งที่ 26 โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2561 พร้อมยังคงความยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาคในฐานะงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและโรงแรมพรีเมี่ยมนานาชาติ ในปีนี้พบกับรูปแบบใหม่ของการจัดงานที่รวมพื้นที่ 3 ฮอลล์จัดงานเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้น 20% รองรับผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยมจากผู้ร่วมจัดแสดงงานกว่า 400 ราย รวมทั้งพบกับกิจกรรมและงานสัมมนาใหม่สำหรับผู้เข้าร่วมชมงานและการดำเนินธุรกิจ

เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยและภูมิภาค งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 จึงได้มีการขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา เป็น 18,000 ตารางเมตร เต็มพื้นที่การจัดงาน 3 ฮอลล์ (102-104) ของศูนย์ไบเทค บางนา ภายในงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยมกว่า 1,500 แบรนด์ ที่รอให้ค้นพบ ผู้ร่วมชมงานจะสามารถสร้างความสัมพันธ์และพบกับผู้นำในธุรกิจอาหารและโรงแรมมืออาชีพในและต่างประเทศกว่า 400 ราย จาก 33 ประเทศ กับ 7 พาวิลเลี่ยนนานาชาติ ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจประกอบด้วย จีน อิตาลี ญี่ปุ่น (x3) โปแลนด์ และแอฟริกาใต้

นอกจากนั้นภายในงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ ยังมีการประชุมเกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรมและเคล็ดลับในการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ อาทิ งานประชุมสภาอุตสาหกรรมโรงแรมไทยครั้งที่ 20 การแข่งขันเชฟชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งที่ 24 งานสัมมนาสมาคมภัตตาคารไทย การแข่งขันวาดลวดลายศิลปะบนถ้วยกาแฟ การประกวดไวน์ครั้งที่ 14 และ สัมมนาไวน์ 2018 การแข่งขันผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ฝรั่งเศสและไวน์ไทย 2018 พร้อมพบกับ 5 กิจกรรมใหม่ที่พลาดไม่ได้ ทั้งการอบรมการทำไอศกรีมเจลาโต้โดย Carpigiani Gelato University การแข่งขันการสร้างสรรค์เครื่องดื่มจากกาแฟผสมแอลกอฮอลล์ 2019 การสอนเชิงสาธิต คลาสสาเกและวิสกี้โดยสมาคมเครื่องดื่มมืออาชีพแห่งภูมิภาคอาเซียน และงานสัมมนาเรื่องการจัดการเรื่องการแพ้อาหารสำหรับธุรกิจอาหารและการจัดเลี้ยง

การกลับมาของงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 ครั้งนี้นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยกำลังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง โดยคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในปีนี้จะสูงถึง 3 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 30 ล้านคน หรือ เพิ่มขึ้น13.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 30% จาก 3.5 ล้านคน เป็น 1.6 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งสนใจที่จะท่องเที่ยวทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง

“ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นและมีการใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความต้องการมีการเติบโตพร้อมไปกับแนวโน้มในการพัฒนาและโอกาสทางธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มอาหารและโรงแรมที่สามารถขยายตัวจนเกิดเป็นธุรกิจใหม่ ซึ่งงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 ถือเป็นผู้นำในการจัดงานแสดงสินค้าอาหารและบริการพรีเมี่ยมระดับนานาชาติ และ ถือเป็นงานที่มีกานนำเสนอแนวคิดและแนวทางใหม่ๆ สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องมีการมองและก้าวไปข้างหน้าเพื่อการเติบโตและการพัฒนาในธุรกิจ” นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เรารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ มีบทบาทสำคัญในการช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยมีการเติบโต และ ยังสร้างพื้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจกทั้งในและต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด และ แนวทางการดำเนินธุรกิจตามแนวโน้มและเทคโนโลยีล่าสุด”

งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2561 เวลา 10.00-18.00 น. ฮอลล์ 102-104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมการจัดงานได้ที่ www.foodhotelthailand.com

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านอาหารพร้อมกันที่กรุงเทพฯ ผลักดันนวัตกรรม สร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ 0 3701

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม หรือ Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF) ว่า “ความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ช่วยกระตุ้นการขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทยเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 6 ต่อปี ปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตอาหารและการเกษตร”

นายไนออล โอ คอนเนอร์ (Niall O’Connor) ผู้อำนวยการกลาง สถาบันสิ่งแวดล้อมกรุงสตอกโฮล์ม เปิดเผยว่า “นวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาห่วงโซ่แห่งคุณค่า (value chain) รวมทั้งจำเป็นสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร สำหรับงานสัมมนา RBF ครั้งนี้ ได้รวบรวมแนวทางการจัดการปัญหาอย่างยั่งยืนในกระบวนการผลิต การเก็บรักษา และการจัดการของเสียในอุตสาหกรรมอาหาร ขณะเดียวกัน นำเสนอแนวทางลดการใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ สารเคมี และปุ๋ย เพื่อให้ตลอดกระบวนการผลิตนั้น สามารถผลิตอาหารให้มีคุณภาพสูงและมีการสูญเสียน้อยที่สุดตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่า”

งานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรมครั้งที่ 6 ได้รับความสนใจจากผู้มีอำนาจใจการตัดสินใจในอุตสาหกรรมอาหาร เกษตรกรรม และโภชนาการ มากกว่า 400 ราย เข้าร่วมเสวนา เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในด้านงบประมาณและระดับนวัตกรรมที่เหมาะสมในภาคอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร นายโทนี่ เกอร์เลย์ (Tony Gourlay) กรรมการผู้จัดการ โกลบอล อินนิชิเอทีฟ กล่าวว่า “RBF เป็นเวทีสำคัญสำหรับภาคธุรกิจ ภาครัฐ องค์กรระดับนานาชาติ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และองค์กรไม่แสวงผลกำไร ในการประสานความร่วมมือและช่วยให้สามารถดำเนินงานร่วมกันอย่างรวดเร็ว เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมโลก”

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรไทยและต่างประเทศ ได้ร่วมแบ่งปันแนวทางการบริหารโครงการต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ตลอดระยะเวลา 2 วัน รวมทั้ง แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาโครงการร่วม ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินงานที่มีความท้าทายผ่านห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตัวอย่างองค์กรชั้นนำ เช่น Global Agribusiness Alliance, Grow Asia, US-Aid และ Croplife Asia

ภายในงาน ยังมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน (Sustainable Rice Landscapes) ระหว่างสมาชิกสถาบัน ได้แก่ สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (WBCSD) องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UN Environment) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization) สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (International Rice Research Institute) และ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit หรือ GIZ) นายวิน เอลลิส (Wyn Ellis) ผู้ประสานงาน โครงการมาตรฐานการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน (Sustainable Rice Platform หรือ SRP) กล่าวว่า “SRP และพันธมิตรระดับสถาบัน 100 ราย มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือครั้งนี้ เป้าหมายสำคัญ คือ การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ผลักดันให้เกิดการยอมรับในวงกว้างของเทคโนโลยีจัดการสภาพภูมิอากาศที่ชาญฉลาด กระบวนการผลิตข้าวยั่งยืน ด้วยการใช้เครื่องชี้วัดและมาตรฐานการผลิตข้าวอย่างยั่งยืนมาตรฐานแรกของโลก”

การลงนามนี้ แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานร่วมกันในการสร้างและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมาตรฐานการผลิตข้าวยั่งยืน ด้วยการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า และผู้ดูแลในระดับนโยบาย เพื่อให้เกิดการยอมรับ ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตที่ได้รับการรับรองและมีประสิทธิภาพ

งานสัมมนา RBF จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศไทยประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2562 โดยรวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกด้านอาหาร ร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของอาเซียนประจำปีนี้ที่ว่า “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Regina Cheah ผู้จัดการ โกลบอล อินนิชิเอทีฟ อีเมล regina.cheah@globalinitiatives.com

ผู้นำในภาคอุตสาหกรรม

วิทยากรหลัก การสัมมนาครั้งนี้ ได้แก่

  • Diane Holdorf, Managing Director, Food & Nature, World Business Council for Sustainable Development (WBCSD)
  • Noppadol Dej-Udom, Chief Sustainability Officer, Charoen Pokphand Group
  • Hendro Poedjono, Director, Corporate Affairs, AMEA, FrieslandCampina
  • Siang Hee Tan, Executive Director, CropLife Asia
  • Tod Gimbel, Senior Vice President, Global Government Affairs, Herbalife
  • Jeffrey Spence, Deputy Mission Director, Regional Development Mission for Asia, USAID
  • Kundhavi Kadiresan, Assistant Director-General and Regional Representative, APAC, Food and Agriculture Organisation of the United Nations (FAO)
  • Bruce Blakeman, Vice President, Corporate Affairs, Cargill
  • Brad Ridoutt, Principal Research Scientist, Agriculture and Food, CSIRO
  • Christy Owen, Chief of Party, USAID Green Invest Asia
  • Ruth Thomas, Director, Global Agribusiness Alliance
  • Niall O’Connor, Director, Asia Centre, Stockholm Environment Institute
  • Elizabeth Hernandez, Head of Government and Industry Affairs, APAC, Corteva Agriscience
  • Kamel Chida, Deputy Director, Private Sector Partnership Development for Nutrition, Bill and Melinda Gates Foundation

พันธมิตรหลักการจัดงาน ได้แก่

Corteva
FrieslandCampina
Herbalife
WBCSD
CropLife Asia
USAID
Green Invest Asia
Winrock
GrowAsia
CSIRO
FAO
Food Innopolis
Ministry of Commerce
Ministry of Science and Technology
Stockholm Environment Institute (SEI)
Thai Food Processors Association
USAID
Oceans
Whapow
WWF

ติดตามรายละเอียดกำหนดการจัดงาน คลิก ที่นี่

เตรียมจัด งานสัมมนาระดับนานาชาติด้านอาหารและการเกษตรครั้งที่ 6 0 4106

โกลบอล อินนิชิเอทีฟ (Global Initiatives) เตรียมจัด งานสัมมนาระดับนานาชาติด้านอาหารและการเกษตรครั้งที่ 6 หรือ 6th Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF) ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน กรุงเทพฯ

การจัดงานครั้งนี้ ได้รวบรวมผู้บริหารระดับสูงและผู้มีอำนาจใจการตัดสินใจในอุตสาหกรรมอาหาร เกษตรกรรม และโภชนาการ มากกว่า 400 ราย เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน สร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ โดยการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นและนวัตกรรม จะมีการเพิ่มขึ้นอย่างเท่าตัวในอุตสาหกรรมการเกษตร เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการอาหารของประชากรโลกภายในปี 2050 ทั้งนี้ กระบวนการผลิตจากเกษตรกรจนถึงผู้บริโภค นวัตกรรมจะเข้าไปมีบทบาทตลอดทั้งระบบ ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการแปรรูป การบรรจุภัณฑ์ จนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค

การสนับสนุนจากพันธมิตรในประเทศไทย อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส (Food Innopolis) รวมทั้ง ยังมีคณะผู้บริหารจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพันธมิตรระดับนานาชาติ อาทิ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (the World Business Council for Sustainable Development (WBCSD))

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำ จะมาร่วมแบ่งปันแนวทางการบริหารและจัดการด้านนวัตกรรมและงบประมาณ เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและภาคการเกษตร ตัวอย่างองค์กรชั้นนำ เช่น CP Group, Syngenta, FrieslandCampina, Corteva, Olam International, Golden Agri-Resources, Bayer, PepsiCo, ING, PwC, Deloitte, Hilton, Sodexo, Metabolic, AgUnity, AVT McCormick Ingredients, BNP Paribas, Betagro, Kellogg, KC Fresh

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานทั้งภายในและต่างประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.responsiblebusiness.com/forum/responsible-business-forum-on-food-agriculture-2019/type/overview/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Regina Cheah อีเมล regina.cheah@globalinitiatives.com