Taiwan Excellence Smart Transportation Forum 0 7012

Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์สะท้อนคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมของผลิตภัณฑ์จากไต้หวัน จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญที่อัดแน่นข้อมูลความรู้ธุรกิจด้านนวัตกรรมการคมนาคมขนส่งอัจฉริยะ Taiwan Excellence Smart Transportation Forum เพื่อส่งเสริมและแนะนำนวัตกรรมเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจากไต้หวัน ในการพัฒนาการคมนาคมขนส่งในประเทศไทยให้ก้าวสู่ระบบอัจฉริยะอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต ณ งานไต้หวันเอ็กซ์โป ในวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม เวลา 10.00 – 12.00 น. ห้อง Silk 1 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) เป็นผู้จัดหลักของงานสัมมนา ร่วมกับกระทรวงเศรษฐกิจ (the Ministry of Economic Affairs) พร้อมด้วยศูนย์ส่งเสริมการค้ารัฐบาลไต้หวัน (Taiwan Trade Centre)

งานสัมมนา Taiwan Excellence Smart Transportation Forum ดำเนินรายการโดยพิธีกรมากความสามารถ พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร และได้รับเกียรติจาก วอลเตอร์ เย่ รองประธานบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เป็นผู้กล่าวในพิธีเปิดด้วยตนเอง จากนั้น ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมรับฟังข้อมูลที่น่าสนใจด้านการพัฒนาคมนาคมขนส่งของไทยสู่ระบบอัจฉริยะ โดยศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ได้รับการประกาศเกียรติคุณ ไอเซนฮาวร์ เฟลโลว์ชิพ (Eisenhower Fellowships) ในฐานะผู้นำยุคใหม่ด้านวิศวกรรมเทคโนโลยี จากมูลนิธิประธานาธิบดี ดไวท์ ไอเซนฮาวร์ แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา

การนำเสนอเทคโนโลยีอันชาญฉลาดจากบริษัทไต้หวันชั้นนำ ครอบคลุมเรื่องระบบควบคุมการจราจร โซลูชั่นการเดินทางสมาร์ทบัส มาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน และการใช้ซอฟต์แวร์ในระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

ดร.เชง-ฟาง โล ประธานกรรมการ บริษัทจีโอแซทแอโร่เสปซแอนด์เทคโนโลยี (GEOSAT Aerospace & Technology) นำเสนอนวัตกรรมโดรนเชิงพาณิชย์เพื่อเมืองอัจฉริยะ “เราภูมิใจเสนอนวัตกรรม อากาศยานไร้คนขับ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและสามารถใช้ในการบริหารจัดการและติดตามภัยพิบัติ อาทิสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว เหตุการณ์ท่อแก๊สระเบิดในเมืองเกาสง หรือ การตรวจวินิจฉัยและบำบัดโรคในนิคมน้ำมันปาล์มในมาเลเซีย นวัตกรรมนี้ สามารถใช้ประเมินความเสียหายได้อย่างทันท่วงทีเอื้อให้เกิดการกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

นิคม เดชขุนทด ผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้าองค์กรใหญ่ จากบริษัทแอ็ดวานซ์เทค ประเทศไทย (Advantech Corporation (Thailand)) นำเสนอเหตุผลทำไมและเมื่อไหร่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการยกระดับ ซิตี้บัส ด้วยระบบการออกตั๋วและระบบจัดการรถอัจฉริยะ “การเปลี่ยนแปลงการคมนาคมอัจฉริยะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ภาคส่วนอุตสาหกรรมทั้งหมดต่างต้องการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี บริษัทแอ็ดวานซ์เทคสามารถตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามีโซลูชั่นในการบริหารจัดการรถบัสขนส่งที่สามารถควบคุมรถบัสได้หลายพันคัน ไม่เพียงแค่ระบบการออกตั๋ว แต่ครอบคลุมการบริหารจัดการทั้งหมดเต็มรูปแบบเพื่อมอบการบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าชาวไทย และการันตีได้ถึงความปลอดภัยและระบบการจัดการที่มีประสิทธภาพอย่างแท้จริง”

ไรอัน ชู ผู้จัดการอาวุโส จากบริษัทฟอร์เวิร์ด อิเล็กทรอนิกส์ (Forward Electronics) นำเสนอประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยี V2X หรือ Vehicle-to-everything กล่าวว่า “ด้วยการใช้ระบบการสื่อสารทางใกล้ หรือที่เรียกว่าโซลูชั่น DSRC ยานพาหนะสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกับยานพาหนะอื่น สัญญาณไฟจราจร สัญญาณสำหรับคนข้ามถนน หรือติดต่อสื่อสารกับรถฉุกเฉิน ความสามารถในการเชื่อมต่อนี้สามารถช่วยลดอุบัติเหตุ ลดปัญหารถติด รวมถึงยิ่งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบคมนาคมอัจฉิรยะที่ดียิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้”

อนันต์ อินทร์ทรง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอคเซียมเทค ประเทศไทย (Axiomtek (Thailand)) นำเสนอ กล่อง Axiomtek’s tBOX500-510-FL กล่องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยประกอบด้วยระบบไร้ใบพัดที่ทรงพลัง มอบคุณสมบัติในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ I/O Modules เพื่อการควบคุมติดตามระยะไกล ที่จะสามารถตอบโจทย์หลากหลายความท้าทายที่พบเจอในการคมนาคมขนส่ง

งานสัมมนา Taiwan Excellence Smart Transportation Forum เปิดให้ร่วมรับฟังเฉพาะผู้ได้รับเชิญเท่านั้น ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาครั้งสำคัญนี้ ยังสามารถเข้าเยี่ยมชมโซนผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน Taiwan Excellence และโซนอื่นๆในงานไต้หวันเอ็กซโป 2018 ไม่เพียงได้สำรวจนวัตกรรมสินค้าไฮเทคและไลฟสไตล์จากไต้หวันอันโดดเด่นที่มีความหลากหลายตอบโจทย์ได้ทุกอุตสาหกรรม แต่ยังรับทราบข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าจากอุตสาหกรรมของไต้หวันที่สามารถเอื้อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

งานสัมมนา Taiwan Excellence Smart Transportation Forum และ โซนผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน Taiwan Excellence ณ ไต้หวันเอ็กซ์โป สปอนเซอร์โดย กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ

งานไต้หวันเอ็กซ์โป จัดแสดงสินค้านวัตกรรมจากไต้หวัน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนาระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2561

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เรื่องแซ่บๆ ของ KFC #แซ่บออนไอซ์ จะคาวหรือหวาน ต้องลอง 0 4697

เคเอฟซี เปิดตัวเมนูไอติมสุดว้าว “แซ่บออนไอซ์” ครั้งแรกของไอติมรสเผ็ด จะเด็ดโดนใจหรือไม่ ต้องมาลอง 4 – 24 ตุลาคมนี้เท่านั้น

ฤดูกาลแห่งความท้าทายใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนาว หลังจากหลายคนสมหวัง สะใจ แดดิ้น และยกธงขาวยอมแพ้ให้กับเมนูชุดไก่ใจเด็ดกับตัวเลือกซอสเผ็ดดุดันกันแล้ว เรียกได้ว่าตอนนั้น เคเอฟซีสร้างปรากฏการณ์ทอล์กออฟเดอะทาวน์ และขึ้นชื่อเป็นแบรนด์ร้านอาหารไก่ทอดสุดครีเอทไปในตัว แล้วก็ถึงคราวที่เคเอฟซีจะปฏิวัติวงการอาหารด้วยความเผ็ดแซ่บซี้ดอีกครั้ง ด้วยการประกาศนำเสนอความแซ่บรูปแบบใหม่ “แซ่บออนไอซ์” (Zabb on Ice) ถือเป็นครั้งแรกของไทยกับการสร้างสรรค์เมนูไอศกรีมรสเผ็ดจัดจ้าน สุดยอดเมนูตัวใหม่แกะกล่องที่แฟนเคเอฟซีพลาดไม่ได้

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เราบริโภคความแปลกใหม่มากกว่าความอร่อยเพียงอย่างเดียว เพราะการทำอาหารให้มีรสชาติดีมันไม่ยากเท่าไรแล้วในยุคนี้ แต่คนที่จะทำของอร่อยแล้วทำให้คนกินรู้สึกเซอร์ไพรส์ ตื่นตาตื่นใจ หรือต้องยอมอดทนต่อคิวรอคอยนานแค่ไหนก็ไม่หวั่นนั้น ต้องยกนิ้วให้เคเอฟซีที่ลุกขึ้้นมาครีเอทเมนูอาหารใหม่ไม่จบไม่สิ้น เพิ่งจะปิดฉากชุดไก่ใจเด็ดซอสเผ็ดดุดันไปไม่นาน เคเอฟซีก็ขยันออกเมนูแนวเผ็ดต่อเนื่องอีกแล้ว แต่คราวนี้กล้าแหวกตลาด อาจหาญฉีกขนบวิถีการกิน นำความไม่เข้ากันของ “ของคาว” มาผสมกับ “ของหวาน” สร้างสรรค์เป็นเมนูไอศกรีมที่มีความเซอร์ไพรส์และอร่อยลงตัวสุดๆ…“แซ่บออนไอซ์” (Zabb on Ice) ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเคลือบช็อคโกแลตแท้รสเข้มข้น โรยด้วยผงรสเผ็ดแซ่บแบบฉบับเคเอฟซี พร้อมใส่ความกรุบกรอบของเกร็ดมันฝรั่งแฝงรสเค็มปะแล่มๆ ลงไป ทำให้ทุกคนสนุกกับการกินไอศกรีมมากขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

ไอศกรีมแซ่บออนไอซ์ถือเป็นนวัตกรรมที่แสนภาคภูมิใจของเคเอฟซี หลังจากทดลองตลาด ขายเพียงไม่กี่สาขาเมื่อหลายเดือนก่อนก็ได้รับฟีดแบคในแง่บวกถึงความมหัศจรรย์ที่แฝงมาพร้อมกับความอร่อย จนมีคนร้องว้าว อยากมาลองกันมากมาย และถูกบอกต่อในโลกออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็ก #แซ่บมากจนอยากบอกต่อ #ของมันต้องลอง เลยทีเดียว ในทางตรงข้ามก็ยังมีคนที่ยังไม่พอใจกับรสชาติ เคเอฟซีเลยนำทุกคอมเม้นต์มาปรับปรุงแล้วออกไอศกรีมตัวนี้ขึ้นมาใหม่ จึงกล้าการันตีรสชาติกลมกล่อมถูกอกถูกใจอย่างแน่นอน และมั่นใจว่าแค่ 39 บาทก็พร้อมเปลี่ยนทัศนคติเดิมๆ ของคุณในเรื่องของหวานไปได้ทันทีเช่นกัน

เมื่อเคเอฟซีกล้าคิดกล้าทำขนาดนี้ แล้วคุณล่ะกล้าลองไหม อย่าเพิ่งตัดสินหรือปฏิเสธจากความไม่น่าจะเข้ากัน จนปิดประตูโอกาสของตัวเอง เราอยากท้าทายให้คุณไปลิ้มลอง เปิดโลกเปิดใจกับไอศกรีมรสเผ็ดนี้ แต่มีเวลาให้ตื่นเต้นบันเทิงกับเมนูนี้เพียง 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 4 – 24 ตุลาคมนี้เท่านั้นนะ ถ้าอยากคุยกับเขารู้เรื่อง ก็ต้องไม่พลาด “แซ่บออนไอซ์” เพราะถ้าพลาดคราวนี้ ต้องรออีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้

#KFC #ของมันต้องลอง #thingmusttry #ZabbOnIce #แซ่บออนไอซ์

กลุ่มเกษตรกรปลูกผัก ขอบคุณ นายกฯ ประยุทธ์ เข้าใจวิถีเกษตร พร้อมประสานภาครัฐเปิด ราชบุรีโมเดล พิสูจน์ปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย 0 8043

เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ยื่นหนังสือขอบคุณ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในการพิจารณาอย่างรอบคอบ ที่จำกัดการใช้ 3 สารเคมี พร้อมประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เปิด “ราชบุรีโมเดล” พิสูจน์การปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย

นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เปิดเผยว่า “หลังจากที่ได้มีมติจำกัดการใช้ 3 สารเคมีได้แก่ สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย สำหรับการพิจารณาอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูลทางวิชาการ ห้องปฏิบัติการกลางที่มีเครื่องมือตรวจสอบและได้รับมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประสบการณ์จริงของเกษตรที่ไม่เคยประสบปัญหาด้านสุขภาพตามข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ผลการตรวจสอบวิเคราะห์ดินและน้ำากหนองบัวลำภู โดยความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู ไม่พบการตกค้างของสารพาราควอต จึงไม่อยากให้ผู้บริโภคตื่นตระหนก ที่สำคัญ เกษตรกร ก็คือ ผู้บริโภคคนหนึ่งเหมือนกัน”


นอกจากนี้ เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ได้ประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์พิษวิทยา สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดตั้ง ราชบุรีโมเดล เพื่อทำการศึกษาผลกระทบจากการปฏิบัติจริง หลังจากเกษตรกรได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามมาตรการจำกัดการใช้ โดยใช้หลักการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยการตรวจสุขภาพและเลือดของเกษตรในเขตจังหวัดราชบุรี ควบคู่ไปกับการตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประจำทุกเดือนต่อเนื่อง แล้วนำผลที่ได้รับมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบดูความแตกต่าง และนำมาสรุปผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ส่งผลกระทบหรือไม่ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม


“เกษตรกร 5 ล้านครอบครัว และเกษตรกรรายย่อย 17-20 ล้านคน เชื่อว่ามีความยินดีและพร้อมที่จะดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี แต่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากทุกภาคส่วน ถึงเวลาแล้วที่จะเดินไปพร้อมกับเกษตรกร และให้เกษตรกรได้เรียนรู้ถึงการเกษตรที่ดีและปลอดภัย (GAP) ดีกว่า การแบนหรือยกเลิกและปราศจากทางออกที่ยั่งยืน” ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวสรุป