เปิดมหกรรม Power Buy I-TECH World 2018 0 9665

เพาเวอร์บาย ผู้นำธุรกิจศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที แก็ดเจ็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศไทย เปิดงาน Power Buy I-TECH World 2018 เลือกเทคโนโลยีที่เป็นคุณ ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายนนี้ ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

พร้อมตอกย้ำกลยุทธ์ Customer Centricity รู้จักและเข้าใจความรู้สึกของลูกค้า ร่วมมือกับ Advice เปิดตัวบริการใหม่ “Power Buy D.I.Y Computer Powered by Advice” ขายครั้งแรกภายในงานนี้ รุกตลาดเจาะลูกค้ากลุ่มเฉพาะ ไลฟ์สไตล์เลือกไอเทมคอมพิวเตอร์แบบประกอบที่มีส่วนแบ่งยอดขายในตลาดคอมพิวเตอร์กว่า 50% เชื่อมั่นโตได้ 5% ในสินค้ากลุ่มนี้ เตรียมเปิดขายที่สาขาของเพาเวอร์บาย ในกรุงเทพฯ เร็วๆนี้

นายธีรินทร์ คูสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวว่า “เพาเวอร์บาย มองเห็นโอกาสในการพัฒนาคัดเลือกสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มองหาคอมพิวเตอร์แบบประกอบที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ดังนั้น เพาเวอร์บาย จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท แอดไวซ์ ไอที สมาร์ท จำกัด หรือ “Advice” ผู้นำและศูนย์รวมด้านคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมชื่อดัง เตรียมเปิดบริการใหม่ขายคอมพิวเตอร์แบบประกอบ “Power Buy D.I.Y Computer Powered by Advice” ซึ่งเปิดตัวขายครั้งแรกภายในงาน Power Buy I-TECH World 2018 มหกรรมแสดงสินค้าไอที สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แกดเจ็ต เกม กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์เสริมจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย โดยวางเป้าหมายขยายและสร้างความแตกต่างของธุรกิจ ตอบโจทย์รองรับความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มทุกรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะตัวและสนใจเลือกใช้คอมพิวเตอร์ประกอบที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงกว่าสินค้าใน product line ทั่วไป อาทิ นักเล่นเกมหรือเกมเมอร์ที่นิยม CPU ประสิทธิภาพสูง ประมวลผลเร็ว ใช้ VGA หรือที่เรารู้จักกันว่าการ์ดจอที่สามารถแสดงผลภาพได้ในระดับสูงเพื่อรองรับซอฟแวร์เกมในปัจจุบันที่มีการพัฒนาเรื่องกราฟฟิคหรือการแสดงภาพไปอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น SSD รุ่นประสิทธิภาพสูง หรือ Water Cooling System หรือชุดน้ำที่สามารถช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งมักจะไม่ได้ติดตั้งมาในคอมพิวเตอร์ทั่วไป รวมทั้งการออกแบบดีไซน์ Case คอมพิวเตอร์ที่เน้นความสวยงามเป็นลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งไม่สามารถทำได้ใน product line ปรกติ รวมถึงกลุ่มลูกค้านักลงทุน Bitcoin ที่ต้องการ VGA ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการขุด Bitcoin เป็นต้น

เพาเวอร์บาย มีจุดแข็งในด้านจำนวนสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย และช้อปออนไลน์ powerbuy.co.th ที่จะทำให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเข้าถึงสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย ส่งผลให้เพาเวอร์บาย ร่วมมือกับ แอดไวซ์ เปิดบริการใหม่ตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่มองหาคอมประกอบฯ คุณภาพดี พร้อมบริการหลังการขายโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งบริการ Power Buy D.I.Y Computer Powered by Advice เปิดตัวขายครั้งแรกภายในงานนี้พร้อมโปรโมชั่นและของแถมมากมาย เช่น คอมประกอบฯ เริ่มต้นให้คุณเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่ราคา 15,000 บาท ไปจนถึง 50,000 บาท ซึ่งมีของแถมให้ทุกรุ่น ที่สำคัญลูกค้าที่ช้อปคอมประกอบมูลค่า 20,000 บาท ขึ้นไป เราเชิญ Modder ฝีมือระดับโลกด้านการประกอบคอมพิวเตอร์มาออกแบบวางระบบและประกอบคอมพิวเตอร์ให้ภายในงานนี้

“ปัจจุบันยอดขายคอมพิวเตอร์ในตลาดของไทยนั้น กลุ่มที่ 1 คือคอมพิวเตอร์แบบประกอบหรืออุปกรณ์ DIY คอมพิวเตอร์ คิดเป็นประมาณ 50% ของตลาดรวมคอมพิวเตอร์ รองลงมากลุ่มที่2 คือโน๊ตบุ๊คมียอดขาย36 % และกลุ่มที่ 3 คอมพิวเตอร์ประเภท Desktop และ ALL IN ONE PC (AIO) หรือคอมพิวเตอร์เตอร์ประเภทเดสก์ทอป ซึ่งย่อขนาดอุปกรณ์ภายในเครื่องมาบรรจุไว้ด้านหลังหน้าจอแต่มีประสิทธิภาพเท่า PC กลุ่มสินค้านี้มียอดขายอยู่ที่ 14% ทั้งนี้มั่นใจว่า เพาเวอร์บาย จะสามารถตอบโจทย์และมอบบริการด้านคอมฯ ประกอบได้อย่างครบวงจร และมองโอกาสเติบโตในกลุ่มนี้ 5% ต่อปี และเร็วๆนี้จะเริ่มขยายการให้บริการไปในสาขาของเพาเวอร์บายอีกด้วย” นายธีรินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ภายในงาน Power Buy I-TECH World 2018 มีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมจาก Guru หลากหลายแบรนด์ดังจะมานำเสนอฟีเจอร์และแบ่งปันเทคนิคในการถ่ายภาพ และชมมินิคอมเสิร์ตจาก วี-วิโอเล็ต แบรนด์ Ambassador จากแบรนด์ Fuji Film ในวันที่ 2 ก.ย.61 และสายเกมออนไลน์พลาดไม่ได้ การแข่งขัน Power Buy eSports FIFA Online 4 ที่จะมาท้าดวลสาวกเกม FIFA Online จัดแข่งระบบทัวร์นาเม้นต์ 32 ทีม 32 ท่านเท่านั้น เริ่มแข่งรอบคัดเลือก 31 ส.ค. 61 ผู้ชนะรอบคัดเลือก 16 ท่านจะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งรอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท พร้อมแพ็คเกจนักเตะ ในวันที่ 2 ก.ย. 61 ในงาน Power Buy I-Tech World 2018 ชั้น 1 ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิลด์

นอกจากนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ประกอบล้ำๆ ตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิทัลแบบนี้แล้ว เพาเวอร์บายยังให้ลูกค้าได้ช้อปสินค้าในราคาสุดคุ้มพร้อมกับโปรโมชั่นส่วนลดมากมาย อาทิ โปรโมชั่น ลด+รับส่วนลดเพิ่มรวมสูงสุด 45 % สมาชิกบัตร The1Card ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 15% / เฉพาะบัตรเครดิต Central The1 ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 2 เท่า และเลือกผ่อนชำระ 0% กับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการมากมาย และภายในงาน ช้อป 10,000 บาท รับคูปองช้อปต่ออีก 10,000 บาท

ส่วนสาวก iPhone ห้ามพลาด! โปรโมชั่น iPhoneX 64 GB เฉพาะวันที่ 28 ส.ค. วันเดียวเท่านั้น จำนวน 100 เครื่อง ลดราคาจาก 40,500 เหลือ 35,908 บาท

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่ง Pre Order โทรศัพท์มือถือ Oppo F9 กับเพาเวอร์บาย นอกจากจะได้รับสินค้าพรีเมียมมากมาย อาทิ JBL Go, Lumi Combopack, VIP Card, Oppo Smart Bag เป็นต้น เพียงคุณนำไปเสร็จและโทรศัพท์มาลงทะเบียนที่งาน Power Buy I-Tech world ภายในวันที่ 1 กันยายน 2561 วันเดียวเท่านั้น คุณจะได้สิทธิ์ลุ้นเพิ่มจับสลากรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 230,000 บาท ได้แก่

1. OPPO Find X (256 GB, สี Bordeaux Red) ราคา 29,990 บาท จำนวน 1 ชิ้น
2. TOSHIBA TV UHD LED (55,4K,Smart) รุ่น 55U6750VT ราคา 29,990 บาท จำนวน 1 ชิ้น
3. SHARP Air Purifier (21 SQM.) FP-GM30B-B ราคา 7,990 บาท จำนวน 8 ชิ้น
4. JBL ลำโพงไร้สาย (สีดำ) รุ่น HORIZON ราคา 3,990 บาท จำนวน 20 ชิ้น
5. OPPO Box Set (ขาตั้งกล้อง) ราคา 1,700 บาท จำนวน 20 ชิ้น

พบกับงาน “Power Buy I-TECH World 2018” ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายน 2561 เวลา 10.00 – 20.00น. ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามโปรโมชั่นและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2MGLHAT

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เกษตร และอาหารของโลก หนุนรัฐ มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ช่วยโรงพยาบาลสู้โควิด ผ่านไปด้วยกัน 0 4283

กลุ่มบริษัท ซินเจนทา ประจำประเทศไทย ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เกษตร และอาหารของโลก ทั้งธุรกิจอารักขาพืช เมล็ดพันธุ์  สถานีวิจัย และโรงงานผลิต ร่วมผ่านวิกฤตโควิดพ้นโควิดไปด้วยกัน มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ให้กับ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลทหาร สังกัดกองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อใช้ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา พนักงาน และคู่ค้าของบริษัท ส่งมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทางการแพทย์ (PPE : Personal Protective Equipment) ที่จำเป็นในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย ชุดคลุมทั้งตัวคัดกรองโรค หน้ากากกันเชื้อโรค N95 หน้ากากสำหรับแพทย์ผ่าตัด  (Surgical Mask) ถุงมือแพทย์ หมวกคลุมผม แว่นตานิรภัย ชุดกันเปื้อน และหน้ากากป้องกันใบหน้า (Face Shield)  ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 32 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก จำนวน 5 แห่ง รวมทั้งสิ้น 37 โรงพยาบาล รวมถึงบุคคลกรของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)  มากกว่า 20,000 ชุด มูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาท

เนื่องจากในเวลานี้มีความยากลำบากในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ให้เพียงพอสำหรับบุคคลากรทางการแพทย์ ประกอบกับบริษัทได้มีอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE เพื่อใช้ในการอบรมเกษตรกรในการใช้สารเคมีทางการเกษตรให้ถูกต้องและปลอดภัย หรือ safe use training อยู่แล้ว เช่น หน้ากาก N95 ถุงมือ เสื้อป้องกันสารเคมี แว่นตา และหน้ากากป้องกันใบหน้า ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้เช่นกัน การสนับสนุนจากซินเจนทาในครั้งนี้ จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ซินเจนทา ตระหนักถึงความสำคัญของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้สถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซินเจนทา ขอขอบคุณในความเสียสละ ความทุ่มเท ทั้งแรงกายและใจของบุคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนที่กำลังปฏิบัติตามมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ โดย ซินเจนทา พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในยามวิกฤตเช่นนี้ และขอต่อสู้ เพื่อให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน” นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน กล่าวสรุป

มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ซินเจนทา ลงนามความร่วมมือสร้างอาณาจักรความหลากหลายทางชีวภาพ 0 3332

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา ร่วมมือพัฒนาโครงการ “รักษ์ผึ้ง” (Bee love project) บนพื้นที่เกือบ 20 ไร่ เน้นการศึกษา วิจัยและพัฒนา เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้ง และแมลงผสมเกสร หวังเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องธรรมชาติของชุมชน และขยายเป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงนิเวศในอนาคต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ แพทย์หญิง มนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี และ รศ. ดร. จรูญโรจน์ โชติวิวัฒนกุล ฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับ นายธนัษ อภินิเวศ ผู้อำนวยการ และนางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ณ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้ง และแมลงผสมเกสร ส่งเสริมนักศึกษา และชุมชนให้มีส่วนร่วมในการสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยผึ้ง ชันโรง และแมลงผสมเกสร โดยมีระยะเวลาดำเนินการร่วมกัน 3 ปี

แพทย์หญิง มนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวคิดสำคัญของรูปแบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยเฉพาะในหลักสูตรเกษตรกรปราดเปรื่อง หรือ Smart Farmer นั่นคือ “ผลิตได้ ขายเป็น ปลอดภัย และยั่งยืน” ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ที่ต้องการสร้างความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร สิ่งแวดล้อมและฐานทรัพยากร สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสเรียนรู้ พัฒนา และปฏิบัติจริง ก่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผึ้ง และแมลงผสมเกสร มีผลผลิตที่ปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่จะเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรม ผลการวิจัยใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการวิจัย ไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบายและสาธารณะได้ต่อไป

“องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้ชี้แจงว่าร้อยละ 75 ของพืชผลบนโลกที่มนุษย์นำมาบริโภคนั้น เกิดจาการผสมเกสรของผึ้ง จึงเป็นหน้าที่ของประชาคมโลกที่จะต้องหันมาสนใจปกป้องและอนุรักษ์ผึ้ง” รศ. ดร. จรูญโรจน์ โชติวิวัฒนกุล กล่าวเสริมว่า “หนึ่งในปัญหาสำคัญของการทำการเกษตรในปัจจุบัน คือ สภาวะโลกร้อน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้มีผลต่อความหลากหลายทางชีวิภาพ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น การใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างไม่ถูกต้องและเกินความจำเป็น การเกิดโรคไวรัสในผึ้ง ปัจจัยเหล่าทำให้เกิดผลกระทบกับผึ้งและแมลงผสมเกสร โครงการรักษ์ผึ้ง จึงเป็นการดำเนินงานที่บูรณาการองค์ความรู้อย่างรอบด้าน เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยภาคเกษตรกรรม และสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

อาจารย์สิทธิพงษ์ วงศ์วิลาศ นักวิชาการศึกษา โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ กล่าวสรุปแผนการดำเนินงานของสองกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ อย่างแรก คือ การพัฒนาพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ของมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ บูรณาการองค์ความรู้อย่างรอบด้านเข้าไปในหลักสูตรการเรียนและการสอน ทั้งในด้านการเลี้ยง การเพิ่มผลผลิต การแปรรูปจากผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดกิจกรรมอบรมและค่ายความรู้ความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่กลุ่มชุมชนและนักเรียนที่สนใจได้เข้ามาศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาโครงการ พัฒนาองค์ความรู้เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ในอนาคตจะสร้างพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดนครสวรรค์ และอย่างที่สอง คือ มุ่งเน้นให้ความรู้ แนวทางการปฏิบัติ สร้างเครือข่ายเกษตรกรกับผู้เลี้ยงผึ้ง ปลุกจิตสำนึกในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อลดอัตราการสูญเสียของผึ้ง และ แมลงผสมเกสร เพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่ม มีมูลค่าจากการเลี้ยงผึ้งเพิ่มมากขึ้น”

“โครงการรักษ์ผึ้ง เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของซินเจนทา ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยจะนำนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร มาร่วมวิจัย เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง เกษตรกรชาวสวนผลไม้ อุตสาหกรรมจากผึ้ง และคนในชุมชนดำเนินงานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เกิดการพึ่งพาและเอื้อประโยชน์ต่อกัน รวมทั้งเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร โดยอาศัยผึ้ง ชันโรง และแมลงผสมเกสร นับเป็นการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืนอีกด้วย” นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา กล่าวเสริม

สำหรับเกษตรกร นักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจเข้าร่วมโครงการรักษ์ผึ้ง ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 088-445-6406 หรือ https://na.mahidol.ac.th/academic/

เกี่ยวกับซินเจนทา

บริษัทซินเจนทาหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีพนักงานซินเจนทากว่า 28,000 คนในประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก โดยมีพันธกิจ “นำศักยภาพของพืชสู่ชีวิต” (Bringing Plant Potential to Life) ภายใต้การคิดค้นวิจัยชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าให้สามารถเพิ่มผลผลิต ปกป้องสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.co.th