เปิดมหกรรม Power Buy I-TECH World 2018 0 10140

เพาเวอร์บาย ผู้นำธุรกิจศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที แก็ดเจ็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศไทย เปิดงาน Power Buy I-TECH World 2018 เลือกเทคโนโลยีที่เป็นคุณ ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายนนี้ ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

พร้อมตอกย้ำกลยุทธ์ Customer Centricity รู้จักและเข้าใจความรู้สึกของลูกค้า ร่วมมือกับ Advice เปิดตัวบริการใหม่ “Power Buy D.I.Y Computer Powered by Advice” ขายครั้งแรกภายในงานนี้ รุกตลาดเจาะลูกค้ากลุ่มเฉพาะ ไลฟ์สไตล์เลือกไอเทมคอมพิวเตอร์แบบประกอบที่มีส่วนแบ่งยอดขายในตลาดคอมพิวเตอร์กว่า 50% เชื่อมั่นโตได้ 5% ในสินค้ากลุ่มนี้ เตรียมเปิดขายที่สาขาของเพาเวอร์บาย ในกรุงเทพฯ เร็วๆนี้

นายธีรินทร์ คูสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวว่า “เพาเวอร์บาย มองเห็นโอกาสในการพัฒนาคัดเลือกสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มองหาคอมพิวเตอร์แบบประกอบที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ดังนั้น เพาเวอร์บาย จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท แอดไวซ์ ไอที สมาร์ท จำกัด หรือ “Advice” ผู้นำและศูนย์รวมด้านคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมชื่อดัง เตรียมเปิดบริการใหม่ขายคอมพิวเตอร์แบบประกอบ “Power Buy D.I.Y Computer Powered by Advice” ซึ่งเปิดตัวขายครั้งแรกภายในงาน Power Buy I-TECH World 2018 มหกรรมแสดงสินค้าไอที สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แกดเจ็ต เกม กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์เสริมจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย โดยวางเป้าหมายขยายและสร้างความแตกต่างของธุรกิจ ตอบโจทย์รองรับความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มทุกรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะตัวและสนใจเลือกใช้คอมพิวเตอร์ประกอบที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงกว่าสินค้าใน product line ทั่วไป อาทิ นักเล่นเกมหรือเกมเมอร์ที่นิยม CPU ประสิทธิภาพสูง ประมวลผลเร็ว ใช้ VGA หรือที่เรารู้จักกันว่าการ์ดจอที่สามารถแสดงผลภาพได้ในระดับสูงเพื่อรองรับซอฟแวร์เกมในปัจจุบันที่มีการพัฒนาเรื่องกราฟฟิคหรือการแสดงภาพไปอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น SSD รุ่นประสิทธิภาพสูง หรือ Water Cooling System หรือชุดน้ำที่สามารถช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งมักจะไม่ได้ติดตั้งมาในคอมพิวเตอร์ทั่วไป รวมทั้งการออกแบบดีไซน์ Case คอมพิวเตอร์ที่เน้นความสวยงามเป็นลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งไม่สามารถทำได้ใน product line ปรกติ รวมถึงกลุ่มลูกค้านักลงทุน Bitcoin ที่ต้องการ VGA ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการขุด Bitcoin เป็นต้น

เพาเวอร์บาย มีจุดแข็งในด้านจำนวนสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย และช้อปออนไลน์ powerbuy.co.th ที่จะทำให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเข้าถึงสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย ส่งผลให้เพาเวอร์บาย ร่วมมือกับ แอดไวซ์ เปิดบริการใหม่ตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่มองหาคอมประกอบฯ คุณภาพดี พร้อมบริการหลังการขายโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งบริการ Power Buy D.I.Y Computer Powered by Advice เปิดตัวขายครั้งแรกภายในงานนี้พร้อมโปรโมชั่นและของแถมมากมาย เช่น คอมประกอบฯ เริ่มต้นให้คุณเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่ราคา 15,000 บาท ไปจนถึง 50,000 บาท ซึ่งมีของแถมให้ทุกรุ่น ที่สำคัญลูกค้าที่ช้อปคอมประกอบมูลค่า 20,000 บาท ขึ้นไป เราเชิญ Modder ฝีมือระดับโลกด้านการประกอบคอมพิวเตอร์มาออกแบบวางระบบและประกอบคอมพิวเตอร์ให้ภายในงานนี้

“ปัจจุบันยอดขายคอมพิวเตอร์ในตลาดของไทยนั้น กลุ่มที่ 1 คือคอมพิวเตอร์แบบประกอบหรืออุปกรณ์ DIY คอมพิวเตอร์ คิดเป็นประมาณ 50% ของตลาดรวมคอมพิวเตอร์ รองลงมากลุ่มที่2 คือโน๊ตบุ๊คมียอดขาย36 % และกลุ่มที่ 3 คอมพิวเตอร์ประเภท Desktop และ ALL IN ONE PC (AIO) หรือคอมพิวเตอร์เตอร์ประเภทเดสก์ทอป ซึ่งย่อขนาดอุปกรณ์ภายในเครื่องมาบรรจุไว้ด้านหลังหน้าจอแต่มีประสิทธิภาพเท่า PC กลุ่มสินค้านี้มียอดขายอยู่ที่ 14% ทั้งนี้มั่นใจว่า เพาเวอร์บาย จะสามารถตอบโจทย์และมอบบริการด้านคอมฯ ประกอบได้อย่างครบวงจร และมองโอกาสเติบโตในกลุ่มนี้ 5% ต่อปี และเร็วๆนี้จะเริ่มขยายการให้บริการไปในสาขาของเพาเวอร์บายอีกด้วย” นายธีรินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ภายในงาน Power Buy I-TECH World 2018 มีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมจาก Guru หลากหลายแบรนด์ดังจะมานำเสนอฟีเจอร์และแบ่งปันเทคนิคในการถ่ายภาพ และชมมินิคอมเสิร์ตจาก วี-วิโอเล็ต แบรนด์ Ambassador จากแบรนด์ Fuji Film ในวันที่ 2 ก.ย.61 และสายเกมออนไลน์พลาดไม่ได้ การแข่งขัน Power Buy eSports FIFA Online 4 ที่จะมาท้าดวลสาวกเกม FIFA Online จัดแข่งระบบทัวร์นาเม้นต์ 32 ทีม 32 ท่านเท่านั้น เริ่มแข่งรอบคัดเลือก 31 ส.ค. 61 ผู้ชนะรอบคัดเลือก 16 ท่านจะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งรอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท พร้อมแพ็คเกจนักเตะ ในวันที่ 2 ก.ย. 61 ในงาน Power Buy I-Tech World 2018 ชั้น 1 ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิลด์

นอกจากนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ประกอบล้ำๆ ตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิทัลแบบนี้แล้ว เพาเวอร์บายยังให้ลูกค้าได้ช้อปสินค้าในราคาสุดคุ้มพร้อมกับโปรโมชั่นส่วนลดมากมาย อาทิ โปรโมชั่น ลด+รับส่วนลดเพิ่มรวมสูงสุด 45 % สมาชิกบัตร The1Card ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 15% / เฉพาะบัตรเครดิต Central The1 ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 2 เท่า และเลือกผ่อนชำระ 0% กับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการมากมาย และภายในงาน ช้อป 10,000 บาท รับคูปองช้อปต่ออีก 10,000 บาท

ส่วนสาวก iPhone ห้ามพลาด! โปรโมชั่น iPhoneX 64 GB เฉพาะวันที่ 28 ส.ค. วันเดียวเท่านั้น จำนวน 100 เครื่อง ลดราคาจาก 40,500 เหลือ 35,908 บาท

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่ง Pre Order โทรศัพท์มือถือ Oppo F9 กับเพาเวอร์บาย นอกจากจะได้รับสินค้าพรีเมียมมากมาย อาทิ JBL Go, Lumi Combopack, VIP Card, Oppo Smart Bag เป็นต้น เพียงคุณนำไปเสร็จและโทรศัพท์มาลงทะเบียนที่งาน Power Buy I-Tech world ภายในวันที่ 1 กันยายน 2561 วันเดียวเท่านั้น คุณจะได้สิทธิ์ลุ้นเพิ่มจับสลากรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 230,000 บาท ได้แก่

1. OPPO Find X (256 GB, สี Bordeaux Red) ราคา 29,990 บาท จำนวน 1 ชิ้น
2. TOSHIBA TV UHD LED (55,4K,Smart) รุ่น 55U6750VT ราคา 29,990 บาท จำนวน 1 ชิ้น
3. SHARP Air Purifier (21 SQM.) FP-GM30B-B ราคา 7,990 บาท จำนวน 8 ชิ้น
4. JBL ลำโพงไร้สาย (สีดำ) รุ่น HORIZON ราคา 3,990 บาท จำนวน 20 ชิ้น
5. OPPO Box Set (ขาตั้งกล้อง) ราคา 1,700 บาท จำนวน 20 ชิ้น

พบกับงาน “Power Buy I-TECH World 2018” ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายน 2561 เวลา 10.00 – 20.00น. ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามโปรโมชั่นและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2MGLHAT

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เปิดหลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ ครั้งแรกในประเทศไทย 0 1180

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย หรือ GCNT จัดหลักสูตร “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ” สำหรับภาคธุรกิจ

โดยมีบริษัทชั้นนำ เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 20 บริษัท ซึ่งมีเนื้อหาเจาะลึกความเชื่อมโยงระหว่างการเคารพสิทธิมนุษยชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิบัติการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย การจัดทำนโยบาย และบูรณาการหลักการของสิทธิมุนษยชนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ (Policy and Embedment) กระบวนการประเมินความเสี่ยง และการตรวจสอบรอบด้าน พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme – UNDP) และองค์กรธุรกิจต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสมาชิกของ GCNT ร่วมเป็นวิทยากร ทั้งนี้ หลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ เป็นหนึ่งในภารกิจของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ในการติดอาวุธการดำเนินธุรกิจควบคู่หลักสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรในภาคธุรกิจของไทย พร้อมสร้างเครือข่ายและส่งเสริมความร่วมมือจากผู้บริหารในทุกภาคส่วน ในการยกระดับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจของไทย

ไทยพัฒนาหัตถกรรมไทยให้เติบโตสู่ตลาดโลก 0 1323

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดย ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ  และ สมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย  โดย ดร.สุรภีร์  โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน ในการร่วมกันพัฒนาบุคลากรและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง ให้มีความเข้มแข็งใน 3 มิติ ทั้งคุณภาพ (quality) รูปแบบที่ทันสมัย (creative) และความต้องการของตลาด (marketing) เพื่อเตรียมพร้อมก้าวไปสู่ Thailand 4.0 สอดคล้องตามในโยบายภาครัฐบาลที่ได้วางไว้

ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทยที่มีความสําคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากประกอบด้วยอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดย่อยจํานวนมากมีกระบวนการผลิตที่ครบวงจร มีทําเลตั้งอยู่ในศูนย์กลางของอาเซียน รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ที่พร้อม โดยสามารถสร้างมูลค่าการค้าปีละมากกว่า 200,000 ล้าน สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ตระหนักถึงความจำเป็นของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย ที่ต้องแข่งขันในวันข้างหน้า จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน กับสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย ในครั้งนี้ ด้วยทั้ง 2 องค์กร มีแนวทางการดำเนินงานบนแนวทางดียวกัน ที่มุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก”

“ความร่วมมือกันในครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อสร้างการประยุกต์องค์ความรู้ และพัฒนาบุคลากรของทั้งสองฝ่ายรวมถึงสมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่ายในเรื่องผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของไทย สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและแฟชั่น และเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอ พื้นเมืองให้มีคุณภาพ (Quality)  มีรูปแบบที่ทันสมัย (Creative) ตอบสนองความ ต้องการของตลาด ก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและยอดจำหน่ายให้มากขึ้น (Marketing) และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) สอดคล้อง กับนโยบายภาครัฐในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 ในอนาคตอันใกล้นี้”

ด้านดร.สุรภีร์ โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย กล่าวว่า “การขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยอย่างเป็นรูปธรรมนั้น ต้องอาศัยการดําเนินการแบบบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน มีการพัฒนาอย่างชัดเจนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งต้องมีการกํากับดูแลเพื่อให้การดําเนินงานมีผลสัมฤทธิ์ สมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากร สมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย”

“โดยแนวทางและขอบเขตที่จะร่วมกันพัฒนานั้น ทั้งสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย และ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จะจัดให้มีการฝึกอบรมบุคลากร สมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย ในหัวข้อที่เหมาะสม รวมทั้งการสนับสนุนวิทยากรหรือสถานที่ฝึกอบรมซึ่งกันและกัน นอกเหนือจากนี้ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาข้อกำหนดฉลากคุณภาพสำหรับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอมือและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง เช่น ด้านคุณภาพ ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการใช้งานและ ความสวยงาม เป็นต้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอมือและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง และเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์จะร่วมกันพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงคนรุ่นใหม่และตอบสนองความต้องการของตลาด”

เพื่อตอกย้ำให้ชัดเจนถึงศักภาพและฝีมือของคนไทย ทั้ง 2องค์กรได้จัดให้มีการแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบของกลุ่มผู้ผลิตผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการ “พัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงผ้าไทยว่าสามารถนำมาพัฒนาให้มีรูปแบบที่ทันสมัยด้วยแนวคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ และสมาคมฯ ยังได้นำผลิตภัณฑ์ของสมาชิกที่มีความปราณีตสวยงามมาร่วมสมทบเพื่อจัดแสดงในงานนี้ด้วย งานนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ การสร้างสรรค์ของหัตถกรรมไทยทัดเทียมนานาประเทศ พร้อมจะพัฒนาแฟชั่นไทยให้เป็นศูนย์กลางในอาเซียน และเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป