สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป ยกระดับงานแห่งภูมิภาคเอเชีย เปิดตัว ASIA PRINT EXPO 2019 ชูนวัตกรรมสู่โลกการพิมพ์แห่งอนาคต 0 4359

สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป เตรียมจัดงานใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย Asia Print Expo หรือ เอเชีย ปริ้นท์ เอ็กซ์โป ระหว่างวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ประเทศไทย ผลักดันให้เป็นงานสำคัญแห่งภูมิภาคในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ผ้า การพิมพ์ระบบดิจิทัล และตลาดป้ายโฆษณา

นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการ สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า กล่าวว่า “การตัดสินใจเปลี่ยนชื่องานจากเดิม FESPA Asia เป็น Asia Print Expo เพราะเฟสป้า ต้องการสื่อสารรูปแบบการจัดงานและชื่อให้สอดคล้องกัน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ง่ายและชัดเจน เนื่องจากผู้ชมงานหลายท่านอาจไม่รู้จักองค์กรเฟสป้า ซึ่งแตกต่างจากทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ งานของเฟสป้า เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากในฐานะงานแสดงสินค้าและนิทรรรศการชั้นนำของอุตสาหกรรมการพิมพ์ อย่างไรก็ตาม ทวีปเอเชีย เฟสป้า ถือเป็นภูมิภาคใหม่ หลายท่านอาจไม่รู้จัก เฟสป้า ดังนั้น การเปิดตัวงาน Asia Print Expo ครั้งนี้ ภายใต้แนวคิดหลักของแบรนด์ คือ สู่โลกการพิมพ์แห่งอนาคต จะช่วยสร้างความเข้าใจให้แก่กลุ่มผู้เข้าร่วมแสดงงาน และผู้ชมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”

แนวคิดของแบรนด์ Asia Print Expo สื่อสารผ่านภาพโครงร่างอาคารสำคัญในกรุงเทพฯ บนพื้นสีและลวดลายงานพิมพ์ในลักษณะต่าง ๆ

ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 3 วัน Asia Print Expo 2019 นับเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการในธุรกิจบริการงานพิมพ์และจัดทำป้ายต่าง ๆ จะได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม จากผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกด้านการพิมพ์ อาทิ Hexis, Siser, Stahls Asia และ Poli-Tape Klebefolien GmbH รวมถึงผู้ประกอบการชั้นนำระดับภูมิภาค อาทิ SVOA-Roland, SKT. Embroidery Co., Ltd., Tong Guan Media Printing Co., Ltd. Jinmao, Shanghai Vision Digital Printing, Shanghai Screen Manufacturing Co., Ltd, Fei Yue Digital Technology Co., Ltd และ Haining Tianfu Warp Knitting Co., Ltd.

นอกจากนี้ สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมชมงาน ภายในงาน จัดให้มีการประชุมสัมมนาและสาธิต เพื่อให้ความรู้และเปิดโลกทัศน์ในการพัฒนาธุรกิจการพิมพ์สร้างรายได้ในยุคดิจิทัล โดย เฟสป้า จะนำความรู้และประสบการณ์ความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจทั่วโลก มาแบ่งปันให้ผู้สนใจรับทราบถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรม การพัฒนาตลาดและสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจการพิมพ์ ที่สำคัญ ยังมีการแข่งขันหุ้มยานยนต์ระดับโลก FESPA Wrap Masters การแสดงสินค้าและสาธิตธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้า Print Make Wear Asia ซึ่งจะนำเสนอตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบ จนถึงเสร็จสิ้นเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแฟชั่น รวมทั้ง จัดให้มีการประชุมระดับชาติและนานาชาติอีกหลายหัวข้อ

Asia Print Expo 2019 ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก สมาคมพันธมิตรระดับชาติของเฟสป้าในประเทศไทย อินเดีย ศรีลังกา เนปาล เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ความร่วมมือดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความต้องการและประสบการณ์ของผู้ให้บริการงานพิมพ์ในแต่ละภูมิภาคได้เป็นอย่างดี ควบคู่ไปกับการผสมผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของเฟสป้าในการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการงานพิมพ์เฉพาะด้าน จึงทำให้สามารถมั่นใจได้ว่า Asia Print Expo 2019 จะเป็นอีกหนึ่งงานเป้าหมายที่ช่วยผลักดันให้ผู้เข้าชมงานสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด

ความสำเร็จจากการจัดงาน FESPA Asia 2018 ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน 4,328 ราย จาก 66 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่จากประเทศไทย คิดเป็นร้อยละ 75 นางรอซ กัวโนรี กล่าวสรุปว่า การจัดงานครั้งที่ผ่านมา ผลตอบรับเป็นที่น่าพึงพอใจทั้งจากผู้ประกอบการและผู้เข้าชมงาน และคาดหวังว่า จะเป็นประสบความสำเร็จเช่นเดิมในการจัดงานครั้งต่อไปที่จะถึงนี้ในชื่องานใหม่ โดยมีกลุ่มผู้เข้าร่วมงานครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนและเติบโตขึ้นเป็นเครือข่ายผู้ประกอบการที่ใหญ่ขึ้นกว่าที่เคยจัดมาก่อน

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ Asia Print Expo 2019 ได้ที่ www.asiaprintexpo.com และสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM901

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา โชว์ผลงาน พร้อมสนับสนุนงานประชุม International Conference on Biodiversity 2019 0 2416

งานประชุมวิชาการนานาชาติและนิทรรศการทางวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ  (International Conference on Biodiversity) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2562  ณ เซนทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชันเซนเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอผลงานและเทคโนโลยีด้านความหลากหลายทางชีวภาพ นำไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ประเทศไทย ผู้นำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย ซินเจนทา เปิดเผยว่า “วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิศาสตร์เขตร้อน กำลังเป็นที่สนใจไปทั่วโลก เนื่องด้วยเป็นเขตที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แต่ปัจจุบันเกิดการสูญเสีย จากปัจจัยต่างๆมากขึ้น เช่น จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของชุมชน การใช้ปัจจัยทางการเกษตร โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ที่ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง เพราะระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร สูญเสียสมดุล”

การเข้าร่วมจัดงานครั้งนี้ ซินเจนทา ตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะ ผึ้งและแมลงผสมเกสร ที่มีบทบาทหลักในระบบการผลิตอาหารและการเกษตร ร้อยละ 90 ของพืชอาหารทั่วโลก อาศัยการผสมเกสรของแมลงขนาดต่าง ๆ หากการผสมเกสรของพืชไม่เพียงพอ จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง คิดเป็นมูลค่า 17.3 ล้านล้านบาท หรือ 577 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น ซินเจนทา จึงได้วิจัยและพัฒนาโครงการรักษาสมดุล สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ มากถึง 301 โครงการใน 39 ประเทศทั่วโลก ประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้มากกว่า 31,250 ไร่ และอบรมเกษตรกรไปแล้วกว่า 2,500 รายในปีที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย ซินเจนทา ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ และศูนย์ผึ้งจันทบุรี เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรี จัดทำ โครงการรักษ์ผึ้ง (Bee love project)  เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและสร้างความรู้ระหว่างเกษตรกรชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้ง ขยายผลไปยังกระบวนการผลิตทางการเกษตรด้วยการผสมเกสรของผึ้ง การใช้สารเคมีเกษตรได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา ลดผลกระทบต่อสุขภาพผึ้ง ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ขณะเดียวกัน เกษตรกรชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้งต่างก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน มีผลผลิตทางการเกษตรที่สูงขึ้น และน้ำผึ้งมีคุณภาพดีได้มาตรฐาน และในเร็วๆ นี้ ซินเจนทา วางแผนจะก่อตั้งศูนย์เรียนรู้รักษ์ผึ้ง และร่วมกับชุมชนสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและอาหารของผึ้งและแมลงผสมเกสรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและนครสวรรค์

“การแก้ไขปัญหาความหลากหลายทางชีวภาพ จำเป็นต้องใช้เวลา และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซินเจนทา  พร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านเกษตรและอาหาร มาใช้พัฒนาและช่วยเหลือเกษตรกร ควบคู่ไปกับการปกป้องรักษาโลกให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นด้วย” หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ กล่าวสรุป

องค์กรเกษตรทั่วโลก ประกาศจุดยืน เน้นนวัตกรรมและสร้างเครือข่าย เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการให้แก่ประชาคมโลก 0 5410

องค์กรเกษตรทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประกาศจุดยืนนำนวัตกรรมการและเทคโนโลยีตลอดกระบวนการผลิตอาหารและการเกษตรในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม ครั้งที่ 6 หรือ The 6th Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF)

องค์กรเกษตรร่วมพัฒนานวัตกรรมโมเดลธุรกิจ Uberfarm ให้บริการด้านการเพาะปลูก โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาปรับปรุงผลผลิตและการตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการในอนาคต

นายมัลคอล์ม เพรสตัน ศาสตราจารย์อาวุโส วิทยาลัยการจัดการเคลล็อก และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าวในพิธีปิดงานว่า “ความเชื่อมั่นและความร่วมมือเป็นสิ่งจำเป็น แต่ละองค์กรจำเป็นต้องเชื่อมั่นในเทคโนโลยีใหม่ และเชื่อมั่นในการประสานความร่วมมือระหว่างกันของพันธมิตร”

นางกันธวี คาธิเรสาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไป ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ กล่าวถึงความจำเป็นของนวัตกรรม อันเป็นความท้าทายในกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนว่า “ทุกหน่วยงาน ต้องนำนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า เริ่มตั้งแต่ฟาร์มจนถึงบนโต๊ะอาหารของผู้บริโภค”

ตลอดระยะเวลาการจัดงาน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ได้แบ่งปันแนวคิดและแนวทางในการจัดการปัญหาหลากหลายด้าน ครอบคลุมอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร อาทิ การตรวจสอบและติดตาม นวัตกรรมการบริหารเงิน การบริหารความสูญเสียของอาหาร สิทธิมนุษยชน เสริมพลังสตรี และความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการสนทนาพิเศษใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์นม ประมง ผักและผลไม้

งานสัมมนา RBF จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศไทยประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2562 โดยรวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกด้านอาหาร ร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของอาเซียนประจำปีนี้ที่ว่า “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

นายอัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) กล่าวทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลได้มุ่งมั่นดำเนินงานผ่านโครงการ เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งภูมิภาคอาเซียน”

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Regina Cheah ผู้จัดการ โกลบอล อินนิชิเอทีฟ อีเมล regina.cheah@globalinitiatives.com