สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป ยกระดับงานแห่งภูมิภาคเอเชีย เปิดตัว ASIA PRINT EXPO 2019 ชูนวัตกรรมสู่โลกการพิมพ์แห่งอนาคต 0 3667

สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป เตรียมจัดงานใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย Asia Print Expo หรือ เอเชีย ปริ้นท์ เอ็กซ์โป ระหว่างวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ประเทศไทย ผลักดันให้เป็นงานสำคัญแห่งภูมิภาคในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ผ้า การพิมพ์ระบบดิจิทัล และตลาดป้ายโฆษณา

นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการ สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า กล่าวว่า “การตัดสินใจเปลี่ยนชื่องานจากเดิม FESPA Asia เป็น Asia Print Expo เพราะเฟสป้า ต้องการสื่อสารรูปแบบการจัดงานและชื่อให้สอดคล้องกัน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ง่ายและชัดเจน เนื่องจากผู้ชมงานหลายท่านอาจไม่รู้จักองค์กรเฟสป้า ซึ่งแตกต่างจากทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ งานของเฟสป้า เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากในฐานะงานแสดงสินค้าและนิทรรรศการชั้นนำของอุตสาหกรรมการพิมพ์ อย่างไรก็ตาม ทวีปเอเชีย เฟสป้า ถือเป็นภูมิภาคใหม่ หลายท่านอาจไม่รู้จัก เฟสป้า ดังนั้น การเปิดตัวงาน Asia Print Expo ครั้งนี้ ภายใต้แนวคิดหลักของแบรนด์ คือ สู่โลกการพิมพ์แห่งอนาคต จะช่วยสร้างความเข้าใจให้แก่กลุ่มผู้เข้าร่วมแสดงงาน และผู้ชมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”

แนวคิดของแบรนด์ Asia Print Expo สื่อสารผ่านภาพโครงร่างอาคารสำคัญในกรุงเทพฯ บนพื้นสีและลวดลายงานพิมพ์ในลักษณะต่าง ๆ

ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 3 วัน Asia Print Expo 2019 นับเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการในธุรกิจบริการงานพิมพ์และจัดทำป้ายต่าง ๆ จะได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม จากผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกด้านการพิมพ์ อาทิ Hexis, Siser, Stahls Asia และ Poli-Tape Klebefolien GmbH รวมถึงผู้ประกอบการชั้นนำระดับภูมิภาค อาทิ SVOA-Roland, SKT. Embroidery Co., Ltd., Tong Guan Media Printing Co., Ltd. Jinmao, Shanghai Vision Digital Printing, Shanghai Screen Manufacturing Co., Ltd, Fei Yue Digital Technology Co., Ltd และ Haining Tianfu Warp Knitting Co., Ltd.

นอกจากนี้ สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมชมงาน ภายในงาน จัดให้มีการประชุมสัมมนาและสาธิต เพื่อให้ความรู้และเปิดโลกทัศน์ในการพัฒนาธุรกิจการพิมพ์สร้างรายได้ในยุคดิจิทัล โดย เฟสป้า จะนำความรู้และประสบการณ์ความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจทั่วโลก มาแบ่งปันให้ผู้สนใจรับทราบถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรม การพัฒนาตลาดและสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจการพิมพ์ ที่สำคัญ ยังมีการแข่งขันหุ้มยานยนต์ระดับโลก FESPA Wrap Masters การแสดงสินค้าและสาธิตธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้า Print Make Wear Asia ซึ่งจะนำเสนอตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบ จนถึงเสร็จสิ้นเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแฟชั่น รวมทั้ง จัดให้มีการประชุมระดับชาติและนานาชาติอีกหลายหัวข้อ

Asia Print Expo 2019 ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก สมาคมพันธมิตรระดับชาติของเฟสป้าในประเทศไทย อินเดีย ศรีลังกา เนปาล เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ความร่วมมือดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความต้องการและประสบการณ์ของผู้ให้บริการงานพิมพ์ในแต่ละภูมิภาคได้เป็นอย่างดี ควบคู่ไปกับการผสมผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของเฟสป้าในการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการงานพิมพ์เฉพาะด้าน จึงทำให้สามารถมั่นใจได้ว่า Asia Print Expo 2019 จะเป็นอีกหนึ่งงานเป้าหมายที่ช่วยผลักดันให้ผู้เข้าชมงานสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด

ความสำเร็จจากการจัดงาน FESPA Asia 2018 ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน 4,328 ราย จาก 66 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่จากประเทศไทย คิดเป็นร้อยละ 75 นางรอซ กัวโนรี กล่าวสรุปว่า การจัดงานครั้งที่ผ่านมา ผลตอบรับเป็นที่น่าพึงพอใจทั้งจากผู้ประกอบการและผู้เข้าชมงาน และคาดหวังว่า จะเป็นประสบความสำเร็จเช่นเดิมในการจัดงานครั้งต่อไปที่จะถึงนี้ในชื่องานใหม่ โดยมีกลุ่มผู้เข้าร่วมงานครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนและเติบโตขึ้นเป็นเครือข่ายผู้ประกอบการที่ใหญ่ขึ้นกว่าที่เคยจัดมาก่อน

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ Asia Print Expo 2019 ได้ที่ www.asiaprintexpo.com และสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM901

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เรื่องแซ่บๆ ของ KFC #แซ่บออนไอซ์ จะคาวหรือหวาน ต้องลอง 0 4697

เคเอฟซี เปิดตัวเมนูไอติมสุดว้าว “แซ่บออนไอซ์” ครั้งแรกของไอติมรสเผ็ด จะเด็ดโดนใจหรือไม่ ต้องมาลอง 4 – 24 ตุลาคมนี้เท่านั้น

ฤดูกาลแห่งความท้าทายใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนาว หลังจากหลายคนสมหวัง สะใจ แดดิ้น และยกธงขาวยอมแพ้ให้กับเมนูชุดไก่ใจเด็ดกับตัวเลือกซอสเผ็ดดุดันกันแล้ว เรียกได้ว่าตอนนั้น เคเอฟซีสร้างปรากฏการณ์ทอล์กออฟเดอะทาวน์ และขึ้นชื่อเป็นแบรนด์ร้านอาหารไก่ทอดสุดครีเอทไปในตัว แล้วก็ถึงคราวที่เคเอฟซีจะปฏิวัติวงการอาหารด้วยความเผ็ดแซ่บซี้ดอีกครั้ง ด้วยการประกาศนำเสนอความแซ่บรูปแบบใหม่ “แซ่บออนไอซ์” (Zabb on Ice) ถือเป็นครั้งแรกของไทยกับการสร้างสรรค์เมนูไอศกรีมรสเผ็ดจัดจ้าน สุดยอดเมนูตัวใหม่แกะกล่องที่แฟนเคเอฟซีพลาดไม่ได้

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เราบริโภคความแปลกใหม่มากกว่าความอร่อยเพียงอย่างเดียว เพราะการทำอาหารให้มีรสชาติดีมันไม่ยากเท่าไรแล้วในยุคนี้ แต่คนที่จะทำของอร่อยแล้วทำให้คนกินรู้สึกเซอร์ไพรส์ ตื่นตาตื่นใจ หรือต้องยอมอดทนต่อคิวรอคอยนานแค่ไหนก็ไม่หวั่นนั้น ต้องยกนิ้วให้เคเอฟซีที่ลุกขึ้้นมาครีเอทเมนูอาหารใหม่ไม่จบไม่สิ้น เพิ่งจะปิดฉากชุดไก่ใจเด็ดซอสเผ็ดดุดันไปไม่นาน เคเอฟซีก็ขยันออกเมนูแนวเผ็ดต่อเนื่องอีกแล้ว แต่คราวนี้กล้าแหวกตลาด อาจหาญฉีกขนบวิถีการกิน นำความไม่เข้ากันของ “ของคาว” มาผสมกับ “ของหวาน” สร้างสรรค์เป็นเมนูไอศกรีมที่มีความเซอร์ไพรส์และอร่อยลงตัวสุดๆ…“แซ่บออนไอซ์” (Zabb on Ice) ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเคลือบช็อคโกแลตแท้รสเข้มข้น โรยด้วยผงรสเผ็ดแซ่บแบบฉบับเคเอฟซี พร้อมใส่ความกรุบกรอบของเกร็ดมันฝรั่งแฝงรสเค็มปะแล่มๆ ลงไป ทำให้ทุกคนสนุกกับการกินไอศกรีมมากขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

ไอศกรีมแซ่บออนไอซ์ถือเป็นนวัตกรรมที่แสนภาคภูมิใจของเคเอฟซี หลังจากทดลองตลาด ขายเพียงไม่กี่สาขาเมื่อหลายเดือนก่อนก็ได้รับฟีดแบคในแง่บวกถึงความมหัศจรรย์ที่แฝงมาพร้อมกับความอร่อย จนมีคนร้องว้าว อยากมาลองกันมากมาย และถูกบอกต่อในโลกออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็ก #แซ่บมากจนอยากบอกต่อ #ของมันต้องลอง เลยทีเดียว ในทางตรงข้ามก็ยังมีคนที่ยังไม่พอใจกับรสชาติ เคเอฟซีเลยนำทุกคอมเม้นต์มาปรับปรุงแล้วออกไอศกรีมตัวนี้ขึ้นมาใหม่ จึงกล้าการันตีรสชาติกลมกล่อมถูกอกถูกใจอย่างแน่นอน และมั่นใจว่าแค่ 39 บาทก็พร้อมเปลี่ยนทัศนคติเดิมๆ ของคุณในเรื่องของหวานไปได้ทันทีเช่นกัน

เมื่อเคเอฟซีกล้าคิดกล้าทำขนาดนี้ แล้วคุณล่ะกล้าลองไหม อย่าเพิ่งตัดสินหรือปฏิเสธจากความไม่น่าจะเข้ากัน จนปิดประตูโอกาสของตัวเอง เราอยากท้าทายให้คุณไปลิ้มลอง เปิดโลกเปิดใจกับไอศกรีมรสเผ็ดนี้ แต่มีเวลาให้ตื่นเต้นบันเทิงกับเมนูนี้เพียง 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 4 – 24 ตุลาคมนี้เท่านั้นนะ ถ้าอยากคุยกับเขารู้เรื่อง ก็ต้องไม่พลาด “แซ่บออนไอซ์” เพราะถ้าพลาดคราวนี้ ต้องรออีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้

#KFC #ของมันต้องลอง #thingmusttry #ZabbOnIce #แซ่บออนไอซ์

กลุ่มเกษตรกรปลูกผัก ขอบคุณ นายกฯ ประยุทธ์ เข้าใจวิถีเกษตร พร้อมประสานภาครัฐเปิด ราชบุรีโมเดล พิสูจน์ปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย 0 8043

เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ยื่นหนังสือขอบคุณ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในการพิจารณาอย่างรอบคอบ ที่จำกัดการใช้ 3 สารเคมี พร้อมประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เปิด “ราชบุรีโมเดล” พิสูจน์การปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย

นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เปิดเผยว่า “หลังจากที่ได้มีมติจำกัดการใช้ 3 สารเคมีได้แก่ สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย สำหรับการพิจารณาอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูลทางวิชาการ ห้องปฏิบัติการกลางที่มีเครื่องมือตรวจสอบและได้รับมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประสบการณ์จริงของเกษตรที่ไม่เคยประสบปัญหาด้านสุขภาพตามข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ผลการตรวจสอบวิเคราะห์ดินและน้ำากหนองบัวลำภู โดยความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู ไม่พบการตกค้างของสารพาราควอต จึงไม่อยากให้ผู้บริโภคตื่นตระหนก ที่สำคัญ เกษตรกร ก็คือ ผู้บริโภคคนหนึ่งเหมือนกัน”


นอกจากนี้ เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ได้ประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์พิษวิทยา สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดตั้ง ราชบุรีโมเดล เพื่อทำการศึกษาผลกระทบจากการปฏิบัติจริง หลังจากเกษตรกรได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามมาตรการจำกัดการใช้ โดยใช้หลักการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยการตรวจสุขภาพและเลือดของเกษตรในเขตจังหวัดราชบุรี ควบคู่ไปกับการตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประจำทุกเดือนต่อเนื่อง แล้วนำผลที่ได้รับมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบดูความแตกต่าง และนำมาสรุปผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ส่งผลกระทบหรือไม่ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม


“เกษตรกร 5 ล้านครอบครัว และเกษตรกรรายย่อย 17-20 ล้านคน เชื่อว่ามีความยินดีและพร้อมที่จะดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี แต่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากทุกภาคส่วน ถึงเวลาแล้วที่จะเดินไปพร้อมกับเกษตรกร และให้เกษตรกรได้เรียนรู้ถึงการเกษตรที่ดีและปลอดภัย (GAP) ดีกว่า การแบนหรือยกเลิกและปราศจากทางออกที่ยั่งยืน” ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวสรุป