ไปคุยกับราชบัณฑิตอายุ 90 อะไรกันนักกันหนากับพาราควอต? 0 3558

“อะไรกันนักกันหนากับพาราควอต”..หมอสมชัย บวรกิตติ (ดร.นพ.สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา) บ่นพึมพำเมื่อไปบอกเล่าข่าวโหมพาราควอตในระยะนี้ว่าเขาจะห้ามนำพาราควอตเข้าประเทศอีกแล้ว เขาจะไม่ให้เกษตรกรใช้พาราควอตกำจัดวัชพืช และจะห้ามใช้สารเคมีอีกหลายตัวที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ

คุณหมอบอกว่า “เห็นได้ชัดว่าเป็นการดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลซ้ำๆ ที่ไม่มีความรู้จริงเรื่องสารเหล่านี้” และ โดยคนอีกกลุ่มที่ไม่หางานทำที่เป็นสาระประโยชน์ ท่านว่า “คนที่รู้ความแล้วคงพอรู้ว่าสารทุกชนิดที่คนนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ทางเกษตรกรรมหรือทางแพทย์เป็นสารพิษทั้งนั้น” มากน้อยแล้วแต่ชนิดสาร “แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้สารพิษจริงๆ ก็หาวิธีการควบคุมการใช้ให้ถูกต้อง” ยาที่หมอใช้รักษาคนไข้ก็มีพิษ แต่เขามีเอกสารแจ้งวิธีใช้ที่ถูกต้อง ถ้าคนไข้เอาไปใช้อย่างถูกต้องก็ได้ประโยชน์และไม่เกิดโทษ มีข่าวบ่อยๆ ที่คนเอายาไปกินฆ่าตัวตายกัน

สารทางเกษตรกรรมก็เช่นกัน ถ้ามีการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง การใช้ก็เป็นประโยชน์ไม่เกิดโทษ อย่างเช่น “พาราควอตที่คนเอาไปดื่มฆ่าตัวตายหรือดื่มเพราะความเผลอเรอก็ป้องกันได้ หากมีวิธีการอื่น” เช่น ให้จำหน่ายสารเจือจางบรรจุถังที่เปิดใช้ไม่ได้แบบถังแก๊สหุงต้ม ให้ขายทั้งถังชนิดความเข้มต่างๆ ตามที่เกษตรกรใช้กัน เมื่อจะใช้ก็เสียบสายพ่นที่พ่นละอองขนาดใหญ่ไม่ให้สูดหายใจเข้าปอด โดยวิธีนี้เกษตรกรไม่ต้องซื้อสารเข้มข้นไปเจือจางเองที่เกิดอันตรายได้ และไม่ต้องกลัวใครในบ้านเอาไปดื่มไปอาบฆ่าตัวตาย ไม่ต้องกลัวว่าจะหายใจเข้าปอด

“และถ้าแต่งเนื้อแต่งตัวป้องกันถูกต้องและรู้จักฉีดตามทิศทางลมที่ถูกต้องก็ไม่กลัวการเปียกปอนเสื้อผ้า และที่จริงแล้วพาราควอตที่นำมาฉีดก็เจือจางมากถูกตัวก็ไม่มีอันตราย พอไปอาบน้ำล้างตัวก็ปลอดภัย ที่ว่าพ่นลงดินแล้วลงไปปนเปื้อนแหล่งน้ำก็ไม่น่ากลัว เพราะสารเจือจางมากแล้วลงไปในน้ำก็ยิ่งเจือจางมากขึ้น ไม่เป็นอันตรายกับสิ่งมีชีวิตอะไร และก็อยู่ในน้ำไม่กี่วันก็สิ้นความเป็นพาราควอต”

หมอสมชัยว่าพอรู้เรื่องพาราควอตทางการแพทย์บ้าง “เคยพบคนไข้ที่ดื่มพาราควอตฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่เคยพบเกษตรกรเป็นโรคพิษพาราควอต เคยอ่านรายงานพบพาราควอตในเลือดหญิงท้องแก่มาคลอดลูกและพบในเลือดสายสะดือ แต่ไม่ได้รายงานอาการพิษพาราควอตในแม่และเด็ก คงไม่มีจึงไม่บอกไว้” ถ้าจะให้คิดว่าพาราควอตมาจากไหนก็ว่าคงดื่มกินพาราควอตเจือจางปริมาณน้อยๆ ก่อนมาโรงพยาบาลไม่นาน เพราะตอนท้องแก่มากๆ คงออกไปทำงานพ่นพาราควอตไม่ไหว และถ้าได้รับมากๆ ก็คงต้องไปโรงพยาบาลแล้ว และลูกในท้องก็น่าจะเสียชีวิตก่อนคลอดแล้ว

เรื่องโรคพาร์ฅินสันในเกษตรกร ตัวเองไม่ใช่หมอโรคประสาท และอาจไม่ได้ติดตามเอกสารวิชาการเพียงพอ เลยไม่เคยพบเห็นรายงานโรคพาราควอตในเกษตรกรในประเทศไทย ถ้ามีก็อยากได้รายงานมาอ่านประดับความรู้บ้าง ใครมีเอกสารกรุณาทำบุญคุณ เรื่องโรคพาร์ฅินสันถ้าพบในเกษตรกรก็ต้องดูอายุผู้ป่วยด้วย เพราะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปไม่ต้องสัมผัสพาราควอตก็เป็นโรคพาร์ฅินสันได้

อ่านรายงานข่าวเรื่องผู้ป่วยติดเตียงเยอะขึ้น ทำไมต้องเอาไปเกี่ยวกับพาราควอต ผู้ป่วยที่ป่วยจนขี่เตียงเกิดจากโรคอื่นมากกว่า ไม่เชื่อใครเป็นหมอที่ยังเป็นหมอรักษาคนไข้ลองไปศึกษาผู้ป่วยขี่เตียงดูว่าเป็นโรคอะไรบ้าง น่าจะได้ผลงานวิชาการสวยๆ สักเรื่อง

ลงท้ายอยากแบนโน่นแบนนี่กันนัก ขอร้องให้ช่วยรณรงค์หรือไปกราบอ้อนวอนนายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบันที่ทำงานแข็งขัน ขอให้ท่านใช้มาตรา 44 ไปห้ามคนสูบบุหรี่ในประเทศไทย เหมือนที่ท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ให้เลิกการสูบฝิ่น!!!

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เรื่องแซ่บๆ ของ KFC #แซ่บออนไอซ์ จะคาวหรือหวาน ต้องลอง 0 4697

เคเอฟซี เปิดตัวเมนูไอติมสุดว้าว “แซ่บออนไอซ์” ครั้งแรกของไอติมรสเผ็ด จะเด็ดโดนใจหรือไม่ ต้องมาลอง 4 – 24 ตุลาคมนี้เท่านั้น

ฤดูกาลแห่งความท้าทายใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนาว หลังจากหลายคนสมหวัง สะใจ แดดิ้น และยกธงขาวยอมแพ้ให้กับเมนูชุดไก่ใจเด็ดกับตัวเลือกซอสเผ็ดดุดันกันแล้ว เรียกได้ว่าตอนนั้น เคเอฟซีสร้างปรากฏการณ์ทอล์กออฟเดอะทาวน์ และขึ้นชื่อเป็นแบรนด์ร้านอาหารไก่ทอดสุดครีเอทไปในตัว แล้วก็ถึงคราวที่เคเอฟซีจะปฏิวัติวงการอาหารด้วยความเผ็ดแซ่บซี้ดอีกครั้ง ด้วยการประกาศนำเสนอความแซ่บรูปแบบใหม่ “แซ่บออนไอซ์” (Zabb on Ice) ถือเป็นครั้งแรกของไทยกับการสร้างสรรค์เมนูไอศกรีมรสเผ็ดจัดจ้าน สุดยอดเมนูตัวใหม่แกะกล่องที่แฟนเคเอฟซีพลาดไม่ได้

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เราบริโภคความแปลกใหม่มากกว่าความอร่อยเพียงอย่างเดียว เพราะการทำอาหารให้มีรสชาติดีมันไม่ยากเท่าไรแล้วในยุคนี้ แต่คนที่จะทำของอร่อยแล้วทำให้คนกินรู้สึกเซอร์ไพรส์ ตื่นตาตื่นใจ หรือต้องยอมอดทนต่อคิวรอคอยนานแค่ไหนก็ไม่หวั่นนั้น ต้องยกนิ้วให้เคเอฟซีที่ลุกขึ้้นมาครีเอทเมนูอาหารใหม่ไม่จบไม่สิ้น เพิ่งจะปิดฉากชุดไก่ใจเด็ดซอสเผ็ดดุดันไปไม่นาน เคเอฟซีก็ขยันออกเมนูแนวเผ็ดต่อเนื่องอีกแล้ว แต่คราวนี้กล้าแหวกตลาด อาจหาญฉีกขนบวิถีการกิน นำความไม่เข้ากันของ “ของคาว” มาผสมกับ “ของหวาน” สร้างสรรค์เป็นเมนูไอศกรีมที่มีความเซอร์ไพรส์และอร่อยลงตัวสุดๆ…“แซ่บออนไอซ์” (Zabb on Ice) ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเคลือบช็อคโกแลตแท้รสเข้มข้น โรยด้วยผงรสเผ็ดแซ่บแบบฉบับเคเอฟซี พร้อมใส่ความกรุบกรอบของเกร็ดมันฝรั่งแฝงรสเค็มปะแล่มๆ ลงไป ทำให้ทุกคนสนุกกับการกินไอศกรีมมากขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

ไอศกรีมแซ่บออนไอซ์ถือเป็นนวัตกรรมที่แสนภาคภูมิใจของเคเอฟซี หลังจากทดลองตลาด ขายเพียงไม่กี่สาขาเมื่อหลายเดือนก่อนก็ได้รับฟีดแบคในแง่บวกถึงความมหัศจรรย์ที่แฝงมาพร้อมกับความอร่อย จนมีคนร้องว้าว อยากมาลองกันมากมาย และถูกบอกต่อในโลกออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็ก #แซ่บมากจนอยากบอกต่อ #ของมันต้องลอง เลยทีเดียว ในทางตรงข้ามก็ยังมีคนที่ยังไม่พอใจกับรสชาติ เคเอฟซีเลยนำทุกคอมเม้นต์มาปรับปรุงแล้วออกไอศกรีมตัวนี้ขึ้นมาใหม่ จึงกล้าการันตีรสชาติกลมกล่อมถูกอกถูกใจอย่างแน่นอน และมั่นใจว่าแค่ 39 บาทก็พร้อมเปลี่ยนทัศนคติเดิมๆ ของคุณในเรื่องของหวานไปได้ทันทีเช่นกัน

เมื่อเคเอฟซีกล้าคิดกล้าทำขนาดนี้ แล้วคุณล่ะกล้าลองไหม อย่าเพิ่งตัดสินหรือปฏิเสธจากความไม่น่าจะเข้ากัน จนปิดประตูโอกาสของตัวเอง เราอยากท้าทายให้คุณไปลิ้มลอง เปิดโลกเปิดใจกับไอศกรีมรสเผ็ดนี้ แต่มีเวลาให้ตื่นเต้นบันเทิงกับเมนูนี้เพียง 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 4 – 24 ตุลาคมนี้เท่านั้นนะ ถ้าอยากคุยกับเขารู้เรื่อง ก็ต้องไม่พลาด “แซ่บออนไอซ์” เพราะถ้าพลาดคราวนี้ ต้องรออีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้

#KFC #ของมันต้องลอง #thingmusttry #ZabbOnIce #แซ่บออนไอซ์

กลุ่มเกษตรกรปลูกผัก ขอบคุณ นายกฯ ประยุทธ์ เข้าใจวิถีเกษตร พร้อมประสานภาครัฐเปิด ราชบุรีโมเดล พิสูจน์ปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย 0 8043

เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ยื่นหนังสือขอบคุณ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในการพิจารณาอย่างรอบคอบ ที่จำกัดการใช้ 3 สารเคมี พร้อมประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เปิด “ราชบุรีโมเดล” พิสูจน์การปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย

นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เปิดเผยว่า “หลังจากที่ได้มีมติจำกัดการใช้ 3 สารเคมีได้แก่ สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย สำหรับการพิจารณาอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูลทางวิชาการ ห้องปฏิบัติการกลางที่มีเครื่องมือตรวจสอบและได้รับมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประสบการณ์จริงของเกษตรที่ไม่เคยประสบปัญหาด้านสุขภาพตามข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ผลการตรวจสอบวิเคราะห์ดินและน้ำากหนองบัวลำภู โดยความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู ไม่พบการตกค้างของสารพาราควอต จึงไม่อยากให้ผู้บริโภคตื่นตระหนก ที่สำคัญ เกษตรกร ก็คือ ผู้บริโภคคนหนึ่งเหมือนกัน”


นอกจากนี้ เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ได้ประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์พิษวิทยา สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดตั้ง ราชบุรีโมเดล เพื่อทำการศึกษาผลกระทบจากการปฏิบัติจริง หลังจากเกษตรกรได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามมาตรการจำกัดการใช้ โดยใช้หลักการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยการตรวจสุขภาพและเลือดของเกษตรในเขตจังหวัดราชบุรี ควบคู่ไปกับการตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประจำทุกเดือนต่อเนื่อง แล้วนำผลที่ได้รับมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบดูความแตกต่าง และนำมาสรุปผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ส่งผลกระทบหรือไม่ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม


“เกษตรกร 5 ล้านครอบครัว และเกษตรกรรายย่อย 17-20 ล้านคน เชื่อว่ามีความยินดีและพร้อมที่จะดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี แต่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากทุกภาคส่วน ถึงเวลาแล้วที่จะเดินไปพร้อมกับเกษตรกร และให้เกษตรกรได้เรียนรู้ถึงการเกษตรที่ดีและปลอดภัย (GAP) ดีกว่า การแบนหรือยกเลิกและปราศจากทางออกที่ยั่งยืน” ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวสรุป