ไปคุยกับราชบัณฑิตอายุ 90 อะไรกันนักกันหนากับพาราควอต? 0 3418

“อะไรกันนักกันหนากับพาราควอต”..หมอสมชัย บวรกิตติ (ดร.นพ.สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา) บ่นพึมพำเมื่อไปบอกเล่าข่าวโหมพาราควอตในระยะนี้ว่าเขาจะห้ามนำพาราควอตเข้าประเทศอีกแล้ว เขาจะไม่ให้เกษตรกรใช้พาราควอตกำจัดวัชพืช และจะห้ามใช้สารเคมีอีกหลายตัวที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ

คุณหมอบอกว่า “เห็นได้ชัดว่าเป็นการดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลซ้ำๆ ที่ไม่มีความรู้จริงเรื่องสารเหล่านี้” และ โดยคนอีกกลุ่มที่ไม่หางานทำที่เป็นสาระประโยชน์ ท่านว่า “คนที่รู้ความแล้วคงพอรู้ว่าสารทุกชนิดที่คนนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ทางเกษตรกรรมหรือทางแพทย์เป็นสารพิษทั้งนั้น” มากน้อยแล้วแต่ชนิดสาร “แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้สารพิษจริงๆ ก็หาวิธีการควบคุมการใช้ให้ถูกต้อง” ยาที่หมอใช้รักษาคนไข้ก็มีพิษ แต่เขามีเอกสารแจ้งวิธีใช้ที่ถูกต้อง ถ้าคนไข้เอาไปใช้อย่างถูกต้องก็ได้ประโยชน์และไม่เกิดโทษ มีข่าวบ่อยๆ ที่คนเอายาไปกินฆ่าตัวตายกัน

สารทางเกษตรกรรมก็เช่นกัน ถ้ามีการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง การใช้ก็เป็นประโยชน์ไม่เกิดโทษ อย่างเช่น “พาราควอตที่คนเอาไปดื่มฆ่าตัวตายหรือดื่มเพราะความเผลอเรอก็ป้องกันได้ หากมีวิธีการอื่น” เช่น ให้จำหน่ายสารเจือจางบรรจุถังที่เปิดใช้ไม่ได้แบบถังแก๊สหุงต้ม ให้ขายทั้งถังชนิดความเข้มต่างๆ ตามที่เกษตรกรใช้กัน เมื่อจะใช้ก็เสียบสายพ่นที่พ่นละอองขนาดใหญ่ไม่ให้สูดหายใจเข้าปอด โดยวิธีนี้เกษตรกรไม่ต้องซื้อสารเข้มข้นไปเจือจางเองที่เกิดอันตรายได้ และไม่ต้องกลัวใครในบ้านเอาไปดื่มไปอาบฆ่าตัวตาย ไม่ต้องกลัวว่าจะหายใจเข้าปอด

“และถ้าแต่งเนื้อแต่งตัวป้องกันถูกต้องและรู้จักฉีดตามทิศทางลมที่ถูกต้องก็ไม่กลัวการเปียกปอนเสื้อผ้า และที่จริงแล้วพาราควอตที่นำมาฉีดก็เจือจางมากถูกตัวก็ไม่มีอันตราย พอไปอาบน้ำล้างตัวก็ปลอดภัย ที่ว่าพ่นลงดินแล้วลงไปปนเปื้อนแหล่งน้ำก็ไม่น่ากลัว เพราะสารเจือจางมากแล้วลงไปในน้ำก็ยิ่งเจือจางมากขึ้น ไม่เป็นอันตรายกับสิ่งมีชีวิตอะไร และก็อยู่ในน้ำไม่กี่วันก็สิ้นความเป็นพาราควอต”

หมอสมชัยว่าพอรู้เรื่องพาราควอตทางการแพทย์บ้าง “เคยพบคนไข้ที่ดื่มพาราควอตฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่เคยพบเกษตรกรเป็นโรคพิษพาราควอต เคยอ่านรายงานพบพาราควอตในเลือดหญิงท้องแก่มาคลอดลูกและพบในเลือดสายสะดือ แต่ไม่ได้รายงานอาการพิษพาราควอตในแม่และเด็ก คงไม่มีจึงไม่บอกไว้” ถ้าจะให้คิดว่าพาราควอตมาจากไหนก็ว่าคงดื่มกินพาราควอตเจือจางปริมาณน้อยๆ ก่อนมาโรงพยาบาลไม่นาน เพราะตอนท้องแก่มากๆ คงออกไปทำงานพ่นพาราควอตไม่ไหว และถ้าได้รับมากๆ ก็คงต้องไปโรงพยาบาลแล้ว และลูกในท้องก็น่าจะเสียชีวิตก่อนคลอดแล้ว

เรื่องโรคพาร์ฅินสันในเกษตรกร ตัวเองไม่ใช่หมอโรคประสาท และอาจไม่ได้ติดตามเอกสารวิชาการเพียงพอ เลยไม่เคยพบเห็นรายงานโรคพาราควอตในเกษตรกรในประเทศไทย ถ้ามีก็อยากได้รายงานมาอ่านประดับความรู้บ้าง ใครมีเอกสารกรุณาทำบุญคุณ เรื่องโรคพาร์ฅินสันถ้าพบในเกษตรกรก็ต้องดูอายุผู้ป่วยด้วย เพราะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปไม่ต้องสัมผัสพาราควอตก็เป็นโรคพาร์ฅินสันได้

อ่านรายงานข่าวเรื่องผู้ป่วยติดเตียงเยอะขึ้น ทำไมต้องเอาไปเกี่ยวกับพาราควอต ผู้ป่วยที่ป่วยจนขี่เตียงเกิดจากโรคอื่นมากกว่า ไม่เชื่อใครเป็นหมอที่ยังเป็นหมอรักษาคนไข้ลองไปศึกษาผู้ป่วยขี่เตียงดูว่าเป็นโรคอะไรบ้าง น่าจะได้ผลงานวิชาการสวยๆ สักเรื่อง

ลงท้ายอยากแบนโน่นแบนนี่กันนัก ขอร้องให้ช่วยรณรงค์หรือไปกราบอ้อนวอนนายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบันที่ทำงานแข็งขัน ขอให้ท่านใช้มาตรา 44 ไปห้ามคนสูบบุหรี่ในประเทศไทย เหมือนที่ท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ให้เลิกการสูบฝิ่น!!!

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เปิดตัว “ฟรุตต้า” บุกตลาดไทย เจาะเซกเมนต์ใหม่ตลาดเครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้ 100% 0 3562

“ฟรุตต้า” บุกตลาดไทย ดึงไอคอนนิคคนดัง เป๊ก ผลิตโชค เป็นพรีเซ็นเตอร์ระดับเอเชียแปซิฟิกจับมือฐานแฟนคลับร่วมสร้าง “Platform ตลาด” คนรุ่นใหม่เพื่อเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พร้อมทุ่ม 200 ล้านขยายฐานการผลิต 8 ล้านขวดต่อเดือนภายในสิ้นปีนี้

ฟรุตต้า เนเชอรัล เปิดตัวแบรนด์ “Fruita” ลุยเซ็กเมนต์ใหม่เครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้ 100% ครั้งแรกในประเทศไทย เผยจัดโค-แคมเปญ (Co-Campaign) Fruita: YOU ARE REAL พร้อมกัน 12 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ประกาศดึงคนดังระดับท็อป “เป๊ก ผลิตโชค” มาร่วมงานในฐานะพรีเซนเตอร์ระดับเอเชียคนแรกของแบรนด์ จับมือฐานแฟนคลับร่วมสร้าง “Platform ตลาด” โปรโมทผลิตผลเกษตรกรไทยให้โกอินเตอร์ พร้อมเร่งขยายกำลังการผลิตให้ทันกับยอดคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ 8 ล้านขวดต่อเดือนภายในสิ้นปี 2018

นายรักชัย เร่งสมบูรณ์ กรรมการบริหาร บริษัท ฟรุตต้า เนเชอรัล จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัท ฟรุตต้า เนเชอรัล จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิต ส่งออกและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มนวัตกรรมจากวัตถุดิบธรรมชาติซึ่งมีการทำธุรกิจพัฒนาและผลิตเครื่องดื่มน้ำผลไม้ประเภทต่างๆ เพื่อการส่งออกไปในต่างประเทศ อาทิ จีน เกาหลี สิงคโปร์ ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศในกลุ่มยุโรปและอเมริกา โดยมีประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก สำหรับแบรนด์ “ฟรุตต้า” เป็นเครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้100% มีการทดลองวางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้วในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี โดยล่าสุดเพิ่งไปคว้ารางวัลระดับโลก Discover Innovation Award : Gulfood 2018 และ Top Vistiors Choice Award : Gulfood 2017 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ซึ่งการเดินหน้าทำการตลาดและการสร้างแบรนด์อย่างเต็มตัวในตลาดเอเชียแปซิฟิกในครั้งนี้ มาจากการเห็นโอกาสหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องเทรนด์การรักสุขภาพมากขึ้น และการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับร่างกายของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมถึงเรามองว่าแบรนด์ “ฟรุตต้า” อยู่ในเซกเมนต์ใหม่เพราะยังไม่เคยมี แบรนด์ไหนทำตลาดเครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้ 100% ในลักษณะนี้ ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ ซึ่งแบรนด์ “ฟรุตต้า” จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่กำลังมองหาความแปลกใหม่ในเรื่องรสชาติและสามารถดูเเลสุขภาพได้ในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้สำหรับการตลาดจะทำในรูปแบบ Co-Campaign ภายใต้คอนเซปท์ Fruita: YOU ARE REAL เช่นเดียวกันทุกตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ คุณเป๊ก ผลิตโชค ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์พร้อมกันทั่วทุกประเทศในตลาดเอเชียแปซิฟิก รวม 12 ประเทศ โดยจะมีการสร้าง “Platform ตลาด” เพื่อเกษตรกรผ่านเครือข่ายสังคมคนรุ่นใหม่ โดยใช้ศิลปินที่มีชื่อเสียงและมีแฟนคลับที่มากที่สุดในเมืองไทยเป็นฐานสร้างการเชื่อมโยงตลาดและยกระดับผลิตผลของเกษตรกรไทยออกสู่สายตาผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้บริษัทฯ มีการตั้งเป้าด้านการกระจายสินค้าเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด โดยจะขยายตลาดในประเทศไปยังโมเดิร์นเทรดผ่านการจำหน่ายโดยบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งได้จับมือกลุ่มจิราธิวัฒน์ เปิด “Fruita Global Tasting Café” เพื่อสร้างแบรนด์เอ็กซ์พีเรียนซ์กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ซึ่งไม่ใช่กลุ่มคนรักสุขภาพเพียงอย่างเดียว

“ในปีนี้วางแผนเพิ่มจุดจำหน่ายในประเทศให้ได้เป็น 10,000 จุด และเพิ่มจุดจำหน่ายในต่างประเทศเป็น 30,000 จุด ใน 15 ประเทศ และขยายเป็น 50,000 จุดจำหน่ายใน 20 ประเทศในปี 2019 รวมทั้งได้ร่วมกับกลุ่มจิราธิวัฒน์ เปิด “Fruita Global Tasting Café” เพื่อนำเสนอประสบการณ์แบบ “Exclusive & Innovative Tasting” กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ทั้งนี้บริษัทมีความตั้งใจให้แบรนด์ “ฟรุตต้า” เป็นแบรนด์เครื่องดื่มธรรมชาติทางเลือกใหม่ที่ผู้บริโภคนึกถึงก่อนทั้งในแง่ของคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพจากวัตถุดิบคุณภาพสดใหม่จากฟาร์มและในเรื่องของรสชาติที่อร่อยแปลกใหม่สไตล์เครื่องดื่มสมูทตี้ 100%” นายรักชัย กล่าวเพิ่มเติม

ด้านนายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ รองประธานกรรมการองค์การตลาด กล่าวว่า “หน่วยงานรัฐเอง ก็มีนโยบายให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับผลิตผลการเกษตร โดยเฉพาะในส่วนขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ซึ่งมีภารกิจโดยตรงที่จะมุ่งหาตลาดในรูปแบบใหม่ๆ ที่มีความยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกร วันนี้ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบโมเดลหรือ Platform ในมิติใหม่ ดีใจที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมความเป็นอยู่ของเกษตรกร มีการพัฒนาต่อยอดผลิตผลทางการเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี จนนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย มิติใหม่ เป็นที่ยอมรับเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ อีกทั้งมี คุณเป๊ก ผลิตโชค ศิลปินที่เป็นผู้นำทางความคิดร่วมกับแฟนคลับของศิลปิน ในการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับสังคมและเกษตรกรไทย”

นายสายชล จันทร์วิโร ประธานกลุ่มวิสาหกิจปลูกมะม่วงบ้านคลองต่าง จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า “แต่ก่อนจะเข้าร่วมโครงการปลูกมะม่วงส่งให้กับฟรุตต้า ทางกลุ่มมักมีปัญหามะม่วงล้นตลาด และขาดการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง โดยในกลุ่มมีพื้นที่ปลูกมะม่วงมากกว่า 2,000 พันไร่ และมีเกษตรกรอยู่ในเครือข่ายกว่า 500 ราย บางฤดูกาลต้องเอาไปแจกหรือขายในราคาถูก บางช่วงมีต่างชาติเข้ามาสั่งไว้แล้วไม่รับซื้อ ก็ต้องเอามาเทกระจาดขาย ตอนนี้กลุ่มเกษตรกรเองได้มองเห็นอนาคต ดีใจและภูมิใจมากที่ผลผลิตของเราได้แปรรูปออกมาสู่ตลาดคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงได้ส่งออกไปแดนไกลยังตลาดโลก”

“ด้านสัดส่วนรายได้ปัจจุบันของบริษัท ฟรุตต้า เนเชอรัล จำกัด ยังมาจากส่งออกประมาณ 90% แต่ในอนาคตอันใกล้ คาดว่ายอดขายในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% จากการขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังโมเดิร์นเทรดเป็นหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 2 ล้านขวดต่อเดือน และเพิ่มจะเป็น 8 ล้านขวด ด้วยงบประมาณการลงทุนขยายประมาณ 200 ล้านบาท ภายในปลายปี 2018 เนื่องจากปัจจุบันกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการสั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน เกาหลี ออสเตรเลีย และยุโรป นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ในช่วงของการจ้างที่ปรึกษาทางการเงินของฮ่องกง บริษัท BM Intelligence Hong Kong เตรียมตัวปรับโครงสร้างระบบการบริหารและระบบบัญชีเพื่อเตรียมจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงช่วงปลายปี 2020” นายรักชัย กล่าวปิดท้าย

Bangkok Street Food เทศกาลตำนานร้านอร่อยทั่วไทย 0 1255

ททท. ร่วมกับ กลุ่มวังขนาย และ ออล ออฟ ลัค จัดงาน Bangkok Street Food – Canopy Eat up! เปิดตัวครั้งแรก! เหล่าเจเนอเรชั่น Y ทายาทผู้สืบทอด Street Food เมืองไทย ตัวจริง เสียงจริง!

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวนคนไทยมาร่วมชม ชิม ช้อป แชร์ ได้ในงาน Bangkok Street Food – Canopy Eat up! ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 12.00 – 21.00 น. ณ ลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มท้องกับ 30 ร้านดัง อาทิ ร้าน Scambler Café จาก Ducati ร้านผัดไทย Uncle Nick ทุเรียนบาร์ เป็นต้น

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ต้องยอมรับว่าอาหารสตรีทฟู้ดของไทยได้รับการพูดถึงจากสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้ง CNN ได้จัดอันดับให้ Bangkok Street Food เป็นอาหารริมทางที่ดีที่สุดอันดับ 1 ของโลกจาก 23 ประเทศทั่วโลก เป็นปีที่ 2 แล้ว รวมถึงนิตยสารฟอร์บสก็ได้จัดอันดับให้อาหารสตรีทฟู้ดในกรุงเทพฯ เป็นอันดับ 1 ใน World top 10 cities of street food ส่งผลให้ร้านอาหารสตรีทฟู้ดไทยเป็นที่สนใจจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งททท. เล็งเห็นถึงโอกาสที่ต้องเร่งส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอาหารในไทยอย่างเป็นรูปธรรม และถือเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างรายได้ และช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อีกด้วย”

 

ความพิเศษของงานครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวสุดยอดร้าน Gen Y ทายาทที่พร้อมจะสืบสานต้นตำหรับความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น และยังได้มีการปรับระดับอาหารสตรีทฟู้ดไทยให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงคุณภาพ และการบริการ สามารถรองรับตลาดนักกินหน้าใหม่ และนักกินหน้าเก่าแฟน โดยภายในงานได้รวบรวมเมนูเด็ดดั้งเดิมมากว่า 30 ร้านดัง อาทิ คั่วไก่ไอ้เครา น้ำเงี้ยวตาลี่ 12 ปันนา หอยทอดชาวเล หมูกรอบอากง ลูกชิ้นปลาถึงปาก ปาท่องโก๋เสวย และเมนูยอดนิยมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ แย้มว่าในช่วงปลายปีนี้จะมีอีก 2 งาน สตรีทฟู้ดใหญ่ คือ Bangkok – Hong Kong Street Battle Food และ World Street Food

“ขณะเดียวกัน การจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ออล ออฟ ลัค จำกัด และ กลุ่มวังขนาย ทำให้การจัดงาน Bangkok Street Food ครั้งนี้ ประสบความสำเร็จในการรวบรวมเหล่าทายาทผู้สืบทอดกิจการอาหารสตรีทฟู้ด นำเมนู “ซิกเนเจอร์” มาร่วมพิสูจน์ฝีมือความอร่อย และช่วยยกระดับสตรีทฟู้ดเมืองไทยให้ดังไกลสู้ระดับโลกได้” นายธเนศวร์ กล่าวสรุป

ติดตามรายละเอียดร้านอาหารดัง สอบถามโปรโมชั่นเด็ด ๆ ได้ที่ www.streetfoodlegendary.com