เปิดตัว “ฟรุตต้า” บุกตลาดไทย เจาะเซกเมนต์ใหม่ตลาดเครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้ 100% 0 3868

“ฟรุตต้า” บุกตลาดไทย ดึงไอคอนนิคคนดัง เป๊ก ผลิตโชค เป็นพรีเซ็นเตอร์ระดับเอเชียแปซิฟิกจับมือฐานแฟนคลับร่วมสร้าง “Platform ตลาด” คนรุ่นใหม่เพื่อเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พร้อมทุ่ม 200 ล้านขยายฐานการผลิต 8 ล้านขวดต่อเดือนภายในสิ้นปีนี้

ฟรุตต้า เนเชอรัล เปิดตัวแบรนด์ “Fruita” ลุยเซ็กเมนต์ใหม่เครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้ 100% ครั้งแรกในประเทศไทย เผยจัดโค-แคมเปญ (Co-Campaign) Fruita: YOU ARE REAL พร้อมกัน 12 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ประกาศดึงคนดังระดับท็อป “เป๊ก ผลิตโชค” มาร่วมงานในฐานะพรีเซนเตอร์ระดับเอเชียคนแรกของแบรนด์ จับมือฐานแฟนคลับร่วมสร้าง “Platform ตลาด” โปรโมทผลิตผลเกษตรกรไทยให้โกอินเตอร์ พร้อมเร่งขยายกำลังการผลิตให้ทันกับยอดคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ 8 ล้านขวดต่อเดือนภายในสิ้นปี 2018

นายรักชัย เร่งสมบูรณ์ กรรมการบริหาร บริษัท ฟรุตต้า เนเชอรัล จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัท ฟรุตต้า เนเชอรัล จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิต ส่งออกและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มนวัตกรรมจากวัตถุดิบธรรมชาติซึ่งมีการทำธุรกิจพัฒนาและผลิตเครื่องดื่มน้ำผลไม้ประเภทต่างๆ เพื่อการส่งออกไปในต่างประเทศ อาทิ จีน เกาหลี สิงคโปร์ ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศในกลุ่มยุโรปและอเมริกา โดยมีประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก สำหรับแบรนด์ “ฟรุตต้า” เป็นเครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้100% มีการทดลองวางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้วในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี โดยล่าสุดเพิ่งไปคว้ารางวัลระดับโลก Discover Innovation Award : Gulfood 2018 และ Top Vistiors Choice Award : Gulfood 2017 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ซึ่งการเดินหน้าทำการตลาดและการสร้างแบรนด์อย่างเต็มตัวในตลาดเอเชียแปซิฟิกในครั้งนี้ มาจากการเห็นโอกาสหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องเทรนด์การรักสุขภาพมากขึ้น และการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับร่างกายของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมถึงเรามองว่าแบรนด์ “ฟรุตต้า” อยู่ในเซกเมนต์ใหม่เพราะยังไม่เคยมี แบรนด์ไหนทำตลาดเครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้ 100% ในลักษณะนี้ ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ ซึ่งแบรนด์ “ฟรุตต้า” จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่กำลังมองหาความแปลกใหม่ในเรื่องรสชาติและสามารถดูเเลสุขภาพได้ในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้สำหรับการตลาดจะทำในรูปแบบ Co-Campaign ภายใต้คอนเซปท์ Fruita: YOU ARE REAL เช่นเดียวกันทุกตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ คุณเป๊ก ผลิตโชค ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์พร้อมกันทั่วทุกประเทศในตลาดเอเชียแปซิฟิก รวม 12 ประเทศ โดยจะมีการสร้าง “Platform ตลาด” เพื่อเกษตรกรผ่านเครือข่ายสังคมคนรุ่นใหม่ โดยใช้ศิลปินที่มีชื่อเสียงและมีแฟนคลับที่มากที่สุดในเมืองไทยเป็นฐานสร้างการเชื่อมโยงตลาดและยกระดับผลิตผลของเกษตรกรไทยออกสู่สายตาผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้บริษัทฯ มีการตั้งเป้าด้านการกระจายสินค้าเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด โดยจะขยายตลาดในประเทศไปยังโมเดิร์นเทรดผ่านการจำหน่ายโดยบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งได้จับมือกลุ่มจิราธิวัฒน์ เปิด “Fruita Global Tasting Café” เพื่อสร้างแบรนด์เอ็กซ์พีเรียนซ์กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ซึ่งไม่ใช่กลุ่มคนรักสุขภาพเพียงอย่างเดียว

“ในปีนี้วางแผนเพิ่มจุดจำหน่ายในประเทศให้ได้เป็น 10,000 จุด และเพิ่มจุดจำหน่ายในต่างประเทศเป็น 30,000 จุด ใน 15 ประเทศ และขยายเป็น 50,000 จุดจำหน่ายใน 20 ประเทศในปี 2019 รวมทั้งได้ร่วมกับกลุ่มจิราธิวัฒน์ เปิด “Fruita Global Tasting Café” เพื่อนำเสนอประสบการณ์แบบ “Exclusive & Innovative Tasting” กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ทั้งนี้บริษัทมีความตั้งใจให้แบรนด์ “ฟรุตต้า” เป็นแบรนด์เครื่องดื่มธรรมชาติทางเลือกใหม่ที่ผู้บริโภคนึกถึงก่อนทั้งในแง่ของคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพจากวัตถุดิบคุณภาพสดใหม่จากฟาร์มและในเรื่องของรสชาติที่อร่อยแปลกใหม่สไตล์เครื่องดื่มสมูทตี้ 100%” นายรักชัย กล่าวเพิ่มเติม

ด้านนายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ รองประธานกรรมการองค์การตลาด กล่าวว่า “หน่วยงานรัฐเอง ก็มีนโยบายให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับผลิตผลการเกษตร โดยเฉพาะในส่วนขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ซึ่งมีภารกิจโดยตรงที่จะมุ่งหาตลาดในรูปแบบใหม่ๆ ที่มีความยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกร วันนี้ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบโมเดลหรือ Platform ในมิติใหม่ ดีใจที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมความเป็นอยู่ของเกษตรกร มีการพัฒนาต่อยอดผลิตผลทางการเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี จนนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย มิติใหม่ เป็นที่ยอมรับเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ อีกทั้งมี คุณเป๊ก ผลิตโชค ศิลปินที่เป็นผู้นำทางความคิดร่วมกับแฟนคลับของศิลปิน ในการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับสังคมและเกษตรกรไทย”

นายสายชล จันทร์วิโร ประธานกลุ่มวิสาหกิจปลูกมะม่วงบ้านคลองต่าง จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า “แต่ก่อนจะเข้าร่วมโครงการปลูกมะม่วงส่งให้กับฟรุตต้า ทางกลุ่มมักมีปัญหามะม่วงล้นตลาด และขาดการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง โดยในกลุ่มมีพื้นที่ปลูกมะม่วงมากกว่า 2,000 พันไร่ และมีเกษตรกรอยู่ในเครือข่ายกว่า 500 ราย บางฤดูกาลต้องเอาไปแจกหรือขายในราคาถูก บางช่วงมีต่างชาติเข้ามาสั่งไว้แล้วไม่รับซื้อ ก็ต้องเอามาเทกระจาดขาย ตอนนี้กลุ่มเกษตรกรเองได้มองเห็นอนาคต ดีใจและภูมิใจมากที่ผลผลิตของเราได้แปรรูปออกมาสู่ตลาดคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงได้ส่งออกไปแดนไกลยังตลาดโลก”

“ด้านสัดส่วนรายได้ปัจจุบันของบริษัท ฟรุตต้า เนเชอรัล จำกัด ยังมาจากส่งออกประมาณ 90% แต่ในอนาคตอันใกล้ คาดว่ายอดขายในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% จากการขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังโมเดิร์นเทรดเป็นหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 2 ล้านขวดต่อเดือน และเพิ่มจะเป็น 8 ล้านขวด ด้วยงบประมาณการลงทุนขยายประมาณ 200 ล้านบาท ภายในปลายปี 2018 เนื่องจากปัจจุบันกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการสั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน เกาหลี ออสเตรเลีย และยุโรป นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ในช่วงของการจ้างที่ปรึกษาทางการเงินของฮ่องกง บริษัท BM Intelligence Hong Kong เตรียมตัวปรับโครงสร้างระบบการบริหารและระบบบัญชีเพื่อเตรียมจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงช่วงปลายปี 2020” นายรักชัย กล่าวปิดท้าย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4285

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4856

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561