Taiwan Green Products Pavilion โชว์นวัตกรรมรักษ์โลก 0 4142

สำนักงานโครงการการค้าสีเขียว (Green Trade Project Office : GTPO) ของไต้หวัน กำหนดจัดแสดง ซุ้มผลิตภัณฑ์สีเขียวของไต้หวัน (Taiwan Green Products Pavilion) ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

โดย GTPO เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยสำนักงานการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าและเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวของไต้หวันซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1) โซลูชั่นเมืองอัจฉริยะและอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อตอบโจทย์ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 2) วัสดุก่อสร้างสีเขียวเพื่อการสร้างเมืองสีเขียว 3) เทคโนโลยีการประหยัดพลังงานและการป้องกันสิ่งแวดล้อม

เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นตลาดที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียน และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ยั่งยืนในช่วงปี พ.ศ. 2561-2562 จากการใช้นโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐบาล รวมถึงการพัฒนาสิบอุตสาหกรรม S-Curve นอกจากนี้ ยังมีแนวทางส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนต้นทุนต่ำ ดังนั้นอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวจึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบาย Thailand 4.0

อุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวของไต้หวันเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่รัฐบาลไต้หวันให้การสนับสนุนในแผน “5+2 Industrial Innovation Plan” โดยแผนนี้เป็นการพัฒนาและการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวในไต้หวันที่มีรากฐานแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของไต้หวันยังมีคุณภาพสูง สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ด้วยการ บูรณาการบริการประสิทธิภาพสูงจากไต้หวัน จะสามารถช่วยให้ประเทศไทยสร้างเมืองฉัจริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นได้

ซุ้มผลิตภัณฑ์สีเขียวของไต้หวันจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากบริษัทชั้นนำของไต้หวัน 12 บริษัท ได้แก่ บริษัท Delta Electronics, TSEC, Eterbright, LinkCom, A team, Cameo, Evergreen Timber, GlobalGBN, Aberdeen Decoration, SD Optoelectronics, Genmoor Technology, ECOVE และ Cheng-long Energy โดยผลิตภัณฑ์หลักที่นำมาจัดแสดง อาทิ โคมไฟแอลอีดีสำหรับอุตสาหกรรม เซลล์และโมดูลพลังงานแสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงชนิดต่างๆ สวิตช์หรี่ไฟไร้สายระบบบลูทูธ BLE และเซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศสำหรับแอปพลิเคชั่น IoT นอกจากนี้ยังมีวัสดุก่อสร้างสีเขียว ผลิตภัณฑ์และวิศวกรรมที่ช่วยประหยัดพลังงาน

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชวนชมการประกวดวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2562 0 4934

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอเชิญร่วมชื่นชมความสามารถ และเป็นกำลังใจให้เด็กและเยาวชนไทย ในการประกวดวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2562 ในวันที่ 17-20 มกราคม 2562 ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ร่วมสร้างพลัง และแรงบันดาลใจให้เด็กไทยก้าวไกลสู่สากล

 

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 0 5109

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 สอดรับองค์การสหประชาชาติ มุ่งสร้างอาหารปลอดภัยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ซินเจนทา ตอกย้ำจุดยืนตามแนวคิดองค์การสหประชาชาติ เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรผลิตอาหารปลอดภัยป้อนประชากรโลก ควบคู่กับการดูแลรักษาโลก พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการสร้างอุดมการณ์เดียวกัน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา บริษัทชั้นนำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทฯ วางแนวทางการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร และเทคโนโลยีการอารักขาพืชส่งเสริมและสนับสนุนให้กับภาคการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง เหมาะสม เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้ดีขึ้น อาทิ คุณภาพดินและน้ำ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ที่ได้ดำเนินงานไปในปีที่ผ่านมา นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในปีนี้อีกด้วย

สำหรับแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ของซินเจนทา ประกอบด้วย 6 ด้าน ดังนี้ 1. การเพิ่มศักยภาพผลผลิต โดยการใช้พื้นที่และน้ำเท่าเดิม 2. การรักษาพื้นที่เพาะปลูกให้มีความอุดมสมบูรณ์ 3. การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้มีสภาพสมบูรณ์ 4.การเพิ่มความสามารถแก่เกษตรกรรายย่อย 5. การให้ความรู้แก่เกษตรกรให้ใช้สารฯ อย่างปลอดภัย 6. การดูแลสวัสดิการของแรงงานทางภาคการเกษตร

หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวต่อว่า จากแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีนี้ ยังได้สอดรับกับเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติด้วยเช่นกัน เพื่อพัฒนาให้ครบทุกมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยทางซินเจนทาเอง มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า แผนการดำเนินงานดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารปลอดภัยให้เพียงพอกับความต้องการของประชากรโลกได้เท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องรักษาโลกของเราให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเกษตรกรต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

“ในปีนี้ เราได้วางแผนที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการอาหาร ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร องค์กรไม่แสวงผลกำไร และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างอุดมการณ์ร่วมกันในการพัฒนาภาคการเกษตร อีกทั้งยังพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ในการพัฒนาภาคการเกษตรให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาโลกต่อไป” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป