ชวนเสฟศิลป์ “อาฟเตอร์ เหม เวชกร” 0 3877

ริชาร์ด โคห์ โปรเจค (หรือ อาร์เคโปรเจค) ชวนชมนิทรรศการแสดงภาพถ่ายชื่อ “อาฟเตอร์ เหม เวชกร” โดยช่างภาพชาวไทย พัฒน ชื่นมะนา ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561 ที่ ยูนิต A ชั้น 3 N22 เลขที่ 2198/10-11, ซอยนราธิวาส 22, ช่องนนทรี, ยานนาวา, กรุงเทพฯ 10120 ประเทศไทย โดยนิทรรศการในครั้งนี้จะนำเสนอภาพถ่ายขนาดใหญ่จำนวน 7 ภาพ ที่เป็นการตอบสนองต่อรูปวาดภาพประกอบที่เป็นที่รู้จักกันดีของ เหม เวชกร งานเปิดนิทรรศการจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ เวลา 17:00น. ถึง 20:00น.

พัฒน ชื่นมะนา จะมานำเสนอภาพถ่ายที่ตอบรับกับภาพประกอบวาดโดย เหม เวชกร ศิลปินและนักเขียนชื่อดังของประเทศไทย ที่มีชื่อเสียงมาจากการวาดภาพประกอบปกหนังสือนิยาย 10 สตางค์ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในนักวาดภาพประกอบและศิลปินที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของประเทศไทย โดยนักวาดการ์ตูนชั้นนำหลายต่อหลายท่านขนานนามท่านว่า “ครูเหม”

 

โดยพัฒนกล่าวว่า ครูเหมอาศัยอยู่ในยุคที่ไฟฟ้ายังไม่แพร่หลายในสังคมไทย ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นสังคมการเกษตร ทำให้เมื่อตะวันตกดิน ผู้คนยังใช้คบไฟกองไฟ และตะเกียงน้ำมันในการสร้างแสงสว่างในบ้านเรือน ความมืดเป็นต้นเหตุของความกลัวและความเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติ และเป็นจุดก่อเกิดตำนานเรื่องเล่าอีกมากมายในช่วงเวลานั้น ซึ่งทำให้สังคมมีมุมมองและจินตนาการที่แตกต่างออกไป นี่เองที่เป็นตัวขัดขวางการรับรู้ในทางตรรกะที่ทำให้บางครั้ง เรื่องของเหตุและผลถูกเบียดบังโดยเรื่องผีสางไปแทน

จากการแปลความหมายการใช้ชีวิตข้างต้นสู่ยุคปัจจุบัน พัฒนค้นพบว่ากรุงเทพฯ สมัยนี้ยังมีหลายมุมเมืองที่ซุกซ่อนอยู่หลังเงามืด สร้างโดยแสงจากไฟฟ้าและหลอดนีออนมุมมืดเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจสร้างจินตนาการให้คนเราเตลิดไปในทิศทางที่แตกต่างจากยุคสมัยของครูเหม แต่พัฒนยังคงสามารถสัมผัสกลิ่นอายความเร้นลับจากภาพประกอบของครูเหมในสภาพแวดล้อมชีวิตจริงวันนี้ได้

 

เพื่อที่จะจับภาพและแก่นสาระสำคัญของภาพประกอบของครูเหมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันในทุกวันนี้ พัฒนได้ทำการปรับแต่งองค์ประกอบ เปลี่ยนแปลงส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้ ให้เป็นฉากที่ชีวิตประจำวันของทุกคนถูกส่องสว่างโดยกระแสไฟฟ้าและอุปกรณ์แกดเจ็ตแทน โดยเขาได้สร้างฉากเหล่านี้ด้วยความร่วมมือของเพื่อนๆ และนักแสดงหลายท่าน ซึ่งในบางครั้ง งานที่ออกมาเสมือนกับเป็นการล้อเลียนความเป็นจริงที่ศิลปินเองเล่นบทบาทเป็นตัวชูโรง

พัฒน ชื่นมะนา (เกิดพ.ศ. 2524 ประเทศไทย) อาศัยและทำงานในกรุงเทพฯ ประเทศไทยโดยได้รับการฝึกสอนให้เป็นจิตรกร งานชุดเก่าๆ ของพัฒนเป็นการสำรวจแนวคิดเรื่องความสวยความงามผ่านการทำลายล้าง ที่นำออกแสดงในนิทรรศการเดี่ยวเมื่อปี พ.ศ.2557 ชื่อ “การทับซ้อนกันของความงามและความเป็นจริง” ที่ริชาร์ด โคห์ ไฟน์ อาร์ต ประเทศสิงคโปร์ เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิจิตรศิลป์ ภาควิชาจิตรกรรมมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ ในปีพ.ศ. 2548

ริชาร์ด โคห์ โปรเจค เป็นพื้นที่ป๊อปอัพที่จัดตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2561 ภายใต้ชื่อริชาร์ โคห์ ไฟน์ อาร์ต ซึ่งดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 ได้รับการยกย่างว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการนำเสนองานศิลปะร่วมสมัยของเอเชีนสู่ประเทศมาเลเซียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค โดยส่งเสริมรายชื่อศิลปินหน้าใหม่ ที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วไป แกลเลอรี่จะเปิดแสดงนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศอยู่เสมอ โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างการนำเสนอสื่อที่น่าตื่นเต้นและท้าทาย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

นกสกู๊ตสยายปีกเปิดเส้นทางตลาดญี่ปุ่น บินตรงสู่โอซาก้า 0 5994

สายการบินนกสกู๊ต สยายปีกบุกตลาดประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเส้นทางบินที่สอง บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้า หลังจากที่ได้เปิดเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เส้นทางบิน สู่โอซาก้านั้นสอดคล้องกับแผนการเดินหน้าเข้าสู่ตลาดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงตลาดการท่องเที่ยวของชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

นกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนระหว่างสายการบินนกแอร์ ของคนไทย และสายการบินสกู๊ต จากประเทศสิงคโปร์ เดินหน้าเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงจากสนามบินนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ สู่สนามบินนานาชาติคันไซ เมืองโอซาก้า ถึง 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยจะเริ่มเที่ยวปฐมฤกษ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ตุลาคมเป็นต้นไป

“นกสกู๊ตพร้อมแล้วที่จะเปิดเส้นทางบินไปยังโอซาก้า เมืองฮิตเป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์อันน่าค้นหา อาหารการกินที่เลื่องชื่อ และแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากมาย”

“นอกจากสนามบินนานาชาติคันไซจะเป็นประตูไปสู่โอซาก้าแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ทางตะวันตกของญี่ปุ่นอย่าง เกียวโตและโกเบได้อีกด้วย ในปี พ.ศ. 2555 โอซาก้าได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปถึง 9.4 ล้านคน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเกือบ 33.33% จากปีที่แล้ว” คุณยอดชาย กล่าวเสริม

“ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้ให้บริการบินบนเส้นทางนี้ถึง 4 สายการบินแล้วก็ตาม นกสกู๊ตเชื่อว่าเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ สู่เมืองโอซาก้ายังสามารถเติบโตเพิ่มมากขึ้น และการเปิดเที่ยวบินครั้งนี้ จะเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยราคาที่คุ้มกว่า บนเครื่องบินที่สบายกว่า” คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต
กล่าว

โอซาก้า เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวคนไทยนิยมไปเป็นอันดับสองรองจากเมืองโตเกียว โดยมีจำนวนการเดินทางบนเส้นทางบินระหว่างกรุงเทพฯ – โอซาก้าประมาณ 850,000 เที่ยวบินต่อปี จากสถิติขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) พบว่าในปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปยังญี่ปุ่นมีจำนวนเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นสำหรับคนไทยในปี พ.ศ. 2556 นั่นเอง

โอซาก้าเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) แลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียง และห่างออกไปเพียง40 นาที ก็จะพบกับปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ปราสาทที่สวยงามจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อีกแห่งที่ต้องนึกถึงคือย่านช้อปปิ้งโดทมโบริ (Dotombori) ถนนที่เต็มไปด้วยแสงสีจากป้ายไฟโฆษณาต่างๆ ที่ทุกคนต้องเช็คอินและถ่ายรูป และที่พลาดไม่ได้คือสวนสนุกยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอส์ เจแปน (Universal Studios Japan) ปิดท้ายด้วยโอซาก้า อควาเรียม ไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีโด่งดังของเมืองโอซาก้า

ส่วนอีกเมืองหนึ่งที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นคือ “เกียวโต” อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาถึงได้จากเมืองโอซาก้าทางรถไฟ โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

นกสกู๊ต หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “บิ๊กเบิร์ด” ให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้าด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 415 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ 24 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 391 ที่นั่ง

นกสกู๊ต พร้อมให้บริการบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้า ราคาเริ่มต้นเพียง 3,599 บาท ต่อเที่ยวบินรวมภาษีสำหรับที่นั่งชั้นประหยัด (Fly) ซึ่งสามารถสำรองที่นั่งโปรโมชั่นได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 กันยายน 2561 และสามารถเดินทางได้ตั้งตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2561 – 30 มีนาคม 2562

สายการบินสกู๊ต หนึ่งในสองสายการบินผู้ถือหุ้นหลักของสายการบินนกสกู๊ต มีบริการเส้นทางบินสู่ โอซาก้า เป็นจำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเที่ยวบินร่วมของทั้งสกู๊ต และนกสกู๊ต จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการเดินทางที่ไร้รอยต่อให้กับผู้เดินทางด้วยตารางบินตรงสู่ โอซาก้าทุกวัน นอกจากนี้ ทั้งสองสายการบินยังมีเที่ยวบินตรง จากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ สู่ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น วันละ 2 เที่ยวบิน

ตารางเที่ยวบิน

เที่ยวบิน ออก ถึง เวลาเดินทาง เวลาถึงปลายทาง วันเดินทาง
XW112 กรุงเทพฯ

(ดอนเมือง)

โอซาก้า
ญี่ปุ่น
23:50 07:10 (+1) จันทร์, พุธ, ศุกร์, อาทิตย์
XW111 โอซาก้า ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ

(ดอนเมือง)

08:30 12:45 จันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี, เสาร์,

*เวลาเดินทางตามท้องถิ่น

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี เนรมิตรสวนดอกไม้ 3 ฤดู บานสะพรั่งกลางศูนย์การค้า 0 5261

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี ร่วมกับ ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองแจระแม จัดงาน A Sense of Flora : มหัศจรรย์สวนดอกไม้ เพื่อตอกย้ำการเป็นเซ็นเตอร์อ็อฟไลฟ์ ศูนย์การกลางใช้ชีวิตของจังหวัด ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี และขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับสวนดอกไม้ 3 ฤดู พร้อมตลาดจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ และกิจกรรมอีกมากมาย

ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับมหัศจรรย์สวนดอกไม้ 3 ฤดู ประกอบด้วย สวนฤดูฝน สัมผัสบรรยากาศใบไม้หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ใบมอญ ใบหางหมาก ต้นเดฟ ต้นเฟิร์น และทุ่งดอกกระเจียวสัญลักษณ์ของดอกไม้ฤดูฝน สวนฤดูร้อน สัมผัสความร้อนแรงด้วยโทนสีที่สดใสจากดอกกล้วยไม้ตัดช่อจากเชียงใหม่ หลากหลายโทนสี อาที สีส้ม สีเหลือง สีแดง สีม่วง สีชมพู และสวนฤดูหนาว กับดอกไม้สดนำเข้า อาทิ ดอกคาร์เนชั่นสีขาว ดอกแคสเปียร์ ผสมกับมอสจากธรรมชาติ ตกแต่งในโทนสีขาวและเทา พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย ได้แก่

· การประกวดจัดดอกไม้ จากนักจัดดอกไม้ทั่วประเทศ ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลรวมกว่า 20,000 บาท

· การแข่งขัน แสดงความสามารถ Kid’s Fancy ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 15,000 บาท

· ตื่นตากับ Fashion Show นำทีมโดย ดาว และเดือน นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี และเหล่านายแบบ นางแบบชื่อดังในอุบลราชธานี

· ตลาดนัดจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ และของตกแต่งบ้านจากร้านค้าชื่อดังในจังหวัดอุบลราชธานี

ร่วมสัมผัสมหัศจรรย์ความงามในงาน A Sense of Flora ระหว่างวันที่ 12-17 กันยายน 2561 บริเวณ ชั้น 1 ลานอะควาเรียมและลานน้ำตกแสงจันทร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี