ลงทะเบียนฟรี! เวียดนาม เชิญผู้ประกอบการไทยลงทุนด้านเกษตรกรรม เปิดช่องทางพิเศษ HORTEX Vietnam 2019 0 3097

ทูตการค้า สถานทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมกับ สถาบันวิจัยพันธุ์พืชตอนใต้ สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ มินห์วี เอ็กซิบิชั่น แอนด์ แอดเวอร์ไทซิ่ง เซอร์วิส เวียดนาม เผยตัวเลข GDP โตเฉลี่ย 7.5% ต่อปี ชูภาคเกษตรเติบโตก้าวกระโดดส่งออกพุ่ง 2 ล้านเหรียญ ชวนคนไทยร่วมลงทุน เปิดตลาดที่เวียดนาม ตอบสนองความต้องการนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไทยจำนวนมาก ลงทะเบียนร่วมงานฟรี วันนี้ จำนวนจำกัด พร้อมรับสิทธิพิเศษจากเวียดนาม!

ประเด็นที่น่าสนใจ
1. ภาพรวมอุตสาหกรรมเกษตร พืชพรรณ และดอกไม้
2. โอกาสการค้าและการลงทุนระหว่างนักธุรกิจไทยและเวียดนาม
3. จุดเด่นและสิทธิประโยชน์ HORTEX Vietnam 2019 : ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม 2019
4. มุมมองจากนักธุรกิจไทย ประสบการณ์การทำธุรกิจด้านเกษตรในเวียดนาม และ เวียดนามมีดีตรงไหนทำไมเราต้องสนใจเวียดนามและ CLMV

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เวลา 09.45 – 12.00 น. ห้องบอร์ดรูม 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

เวลา 09.45 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน จำกัดจำนวน 30 ที่นั่งเท่านั้น
กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าคลิก  
เวลา 10.00 น. เริ่มการเสวนา เกษตรเวียดนามโตเร็ว ชวนไทยลงทุน เปิดช่องทางพิเศษ HORTEX Vietnam 2019
• นางจาง ไท ทัน ทูตการค้า สถานทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำประเทศไทย
• นายโว ฮู่ เถา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพันธุ์พืชตอนใต้ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เวียดนาม
• นายดิน หว่าน อง ประธานสมาคมพืชผักและผลไม้แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (วินาฟรุ๊ต : VINAFRUIT)
• นางสาว แอน ไลน์ ผู้จัดการโครงการ มินห์วี เอ็กซิบิชั่น แอนด์ แอดเวอร์ไทซิ่ง เซอร์วิส เวียดนาม
• นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส
• ดร. วรชาติ ดุลยเสถียร อุปนายก สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร
• นายเปรม ณ สงขลา บรรณาธิการวารสารเคหการเกษตร

เวลา 12.00 น. เสร็จสิ้นพิธีการ และสอบถามรับข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมสิทธิประโยชน์จากเวียดนาม

วันนี้ วันเดียวเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณสุรีรัตน์ โทร. 084-559-4441 ผู้แทนคณะจัดงานจากเวียดนาม
หรือ Line Id. @prmatter หรือสแกน QR Code ด้านล่าง

 

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ทีเส็บเผยผลวิจัย ไมซ์ไทยติดอันดับหนึ่ง “จุดหมายปลายทางยอดนิยม” 0 4627

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ เผยผลสำรวจความคิดเห็นจากนักธุรกิจไมซ์กว่า 20 ประเทศทั่วโลก พบประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ยอดนิยมอันดับหนึ่งที่นักเดินทางอยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ แซงหน้าญี่ปุ่นและสิงคโปร์ด้วยปัจจัยโดดเด่น การบริการต้อนรับ ความคุ้มค่า และความหลากหลายของอาหารและกิจกรรมไมซ์ ตอกย้ำศักยภาพด้วยสองสมาคมยักษ์ด้านไมซ์ UFI และ SITE มั่นใจเลือกไทยเป็นที่จัดงานใหญ่ปลายปีนี้

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นที่รู้จัก และเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ชั้นนำระดับโลก ทีเส็บจึงได้ดำเนินงานเพื่อพัฒนาและโปรโมทประเทศไทยสู่สายตาคนทั่วโลกในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางไมซ์และยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่อยู่ในตำแหน่ง Top of Mind destination for MICE และเพื่อให้สามารถนำจุดขายที่สำคัญ มาส่งเสริมและพัฒนาประเทศไทยให้ได้รับเลือกเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานไมซ์ในใจนักธุรกิจทั่วโลก ทีเส็บจึงศึกษาปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกจุดหมายปลายไมซ์ ประเมินภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางไมซ์ที่ตลาดต้องการ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับไมซ์ในประเทศอื่นๆ

ทั้งนี้ ทีเส็บมอบหมายให้ บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด ซึ่งเป็นสมาชิกของ Global Market Research Association ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 39 ประเทศทั่วโลก ทำการสำรวจภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์ ดำเนินการศึกษาสำรวจความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลกกว่า 20 ประเทศที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งผลการศึกษาในครั้งนี้เป็นภาพที่สะท้อนจากมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมไมซ์ที่ถูกสำรวจเชิงคุณภาพผ่านรูปแบบ ออนไลน์บุลาตินบอร์ด (Online Bulletin Board) จำนวน 40 ราย และแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 649 ราย แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มผู้ประกอบการไมซ์ (MICE Players) อันประกอบด้วยธุรกิจงานประชุม อินเซนทิฟ การประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้านานาชาติ 2. กลุ่มนักธุรกิจ (Business Travelers) 3. กลุ่มนักเดินทางไมซ์ (MICE Visitors)และ 4. กลุ่มสมาคมหรือองค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวกับไมซ์ (Associations/Organizations)

“จากการสำรวจทัศนคติที่มีต่อจุดหมายปลายทางไมซ์ในภาพรวม พบว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ที่ได้รับความนิยม และนักเดินทางไมซ์อยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ซ้ำเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นอันดับสองและสามตามลำดับ โดยปัจจัยที่สร้างความประทับใจเป็นพิเศษของประเทศไทย คือ ความเป็นมิตรการต้อนรับของผู้คน ความคุ้มค่า และความหลากหลายของอาหารนานาชาติ และกิจกรรมไมซ์ ส่งผลให้นักเดินทางไมซ์ที่เคยเดินทางมาจัดงานหรือร่วมงานไมซ์ในประเทศไทย กว่าร้อยละ 85 ยินดีที่จะกลับมาจัดงานหรือร่วมงานไมซ์ในประเทศไทยมากกว่าประเทศอื่นๆ

จัดอันดับ 10 ประเทศจุดหมายปลายทางยอดนิยมนักเดินทางไมซ์อยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ซ้ำ

1. ไทย

2. ญี่ปุ่น

3. สิงคโปร์

4. ฮ่องกง

5. ออสเตรเลีย

6. สหรัฐอเมริกา

7. เยอรมนี

8. สวิสเซอร์แลนด์

9. อังกฤษ

10. จีน

นอกจากนี้ยังปรากฏว่าประเทศไทยเป็นตัวเลือกอันดับแรก (1st rank) ที่กลุ่มตัวอย่างให้ความนิยม โดยมีภาพลักษณ์โดดเด่นใน 3 เรื่องหลัก คือ 1. ความต้องการพื้นฐาน ได้แก่ ศูนย์กลางการเชื่อมโยงการเดินทางสะดวก ที่พักได้มาตรฐานระดับสากล สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยม 2. ความประทับใจ ได้แก่ การบริการต้อนรับของผู้คน และอาหาร 3. ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ได้แก่ ประเพณีและวัฒนธรรม และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากงานไมซ์มากมายให้เลือก มีการเดินทางเข้า-ออกประเทศสะดวก มีโอกาสทางธุรกิจ และเป็นประเทศที่มีความเป็นเอกลักษณ์ นายจิรุตถ์ กล่าว

จุดแข็งของประเทศไทย สู่การเป็นจุดหมายปลายทางของไมซ์

ความต้องการพื้นฐาน

ความประทับใจ

ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ศูนย์กลางการเชื่อมโยงการเดินทางสะดวก ที่พักมีมาตรฐานระดับนานาชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยม การบริการต้อนรับ อาหาร ประเพณีและวัฒนธรรม

ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

  • เมื่อเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ประเทศไทยมีการเลิกใช้บริการในอัตราที่ต่ำที่สุด
  • เนื่องด้วยข้อเสนอที่สมบูรณ์สู่การเป็นจุดหมายปลายทางของไมซ์ รวมไปถึงเรื่องของคุณค่าและคุณภาพ

นายสุกิจ ตันสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจยังพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่าปัจจัยพื้นฐานที่จุดหมายปลายทางไมซ์จำเป็นต้องมี คือ ความคุ้มค่าเงิน มีที่พักที่ได้มาตรฐานสากล การเดินทางไป-กลับจากประเทศที่จัดกิจกรรมไมซ์มีความสะดวกทั้งโดยเครื่องบินและรถไฟ ความเชี่ยวชาญในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และการกำกับดูแลที่ดีสอดคล้องตามหลักนโยบายการดำเนินธุรกิจ / หลักบรรษัทภิบาล

และเมื่อวิเคราะห์โดยจำแนกปัจจัยเด่นตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง พบว่า ผู้ประกอบการไมซ์จะคำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางในประเทศ นักเดินทางไมซ์คำนึงถึงการต้อนรับและความคุ้มค่า นักธุรกิจจะคำนึงถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงของจุดหมายปลายทางที่ดี ส่วนสมาคมและองค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ จะคำนึงถึงการควบคุมในเรื่องต้นทุนด้านที่พัก ความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ และจุดหมายปลายทางที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง

เมื่อเจาะด้านกิจกรรมที่สร้างความประทับใจสำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ คือ การประชุมเจรจาธุรกิจที่ทำนัดไว้ล่วงหน้าในระหว่างเข้าร่วมงาน งานเลี้ยงอาหารค่ำที่งานประชุม และงานแสดงวัฒนธรรม / โชว์การแสดงซึ่งจัดขึ้นภายในงานประชุมนานาชาติหรืองานแสดงสินค้านานาชาติ ตามลำดับ ดังนั้นผู้ประกอบการไมซ์ในประเทศไทย จึงควรให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมดังกล่าวนี้ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ประกอบกับทีเส็บเองจะต้องมีการสื่อสารเกี่ยวกับประเทศไทยให้มากขึ้นในเรื่องของการเดินทางภายในประเทศที่ง่ายและสะดวก มีโอกาสทางธุรกิจที่ดี มีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากงานไมซ์มากมายให้เลือก อาหารในระดับเวิลด์คลาส และการมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อให้ตรงกับภาพลักษณ์ของประเทศที่จัดกิจกรรมไมซ์ในอุดมคติ

“จากข้อมูลพบว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยในปัจจุบันจึงควรมุ่งเน้นไปที่จุดแข็งที่มีอยู่ปัจจุบัน คือการอำนวยความสะดวกทุกด้าน การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน และความเป็นเอกลักษณ์ทั้งในด้านบริการและการต้อนรับ ประเพณีวัฒนธรรม และอาหารของประเทศไทย” นายสุกิจ กล่าว

นอกจากนี้ สิ่งที่ยืนยันได้ถึงศักยภาพของประเทศไทยในความพร้อมเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลก คือ การที่สมาคมธุรกิจไมซ์ระดับโลกต่างวางใจและเชื่อมั่นประเทศไทย ที่จะสามารถเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมครั้งใหญ่ประจำปีของแต่ละสมาคมได้ โดยระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2562 ณ ไอคอนสยาม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะเกิดการจัดงาน 86th UFI Global Congress 2019 การประชุมของกลุ่มธุรกิจงานแสดงสินค้า (เอ็กซิบิชั่น) รายการใหญ่ที่สุด คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 450 คน และระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2562 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม SITE Global Conference 2019 ซึ่งสมาคม SITE เป็นองค์กรระดับโลกเพียงแห่งเดียวที่ดำเนินงานด้านสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล มีจำนวนสมาชิกกว่า 2,100 สมาชิก จาก 84 ประเทศ และมีเครือข่ายสาขาของสมาชิกในภูมิภาคเดียวกันจำนวน 29 กลุ่มจากทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งสำคัญนี้สำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 400 คน ซึ่งจะจัดขึ้น ณ โรงแรมแชงกรี-ลา

“การมอบความไว้วางใจให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดประชุมระดับนานาชาติทั้งสองครั้งนี้ จะเป็นโอกาสดีที่ไทยได้แสดงศักยภาพต่อผู้นำธุรกิจอีเว้นท์และอินเซนทีฟจากทั่วโลก ทำให้ผู้จัดงานไมซ์จากหลายแห่งได้พิจารณาหรือแนะนำประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานสำหรับลูกค้ามากขึ้นเมื่อมาเห็นผลิตภัณฑ์และความพร้อมของบุคลากร ตลอดจนสถานที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง” นายจิรุตถ์ กล่าวโดยสรุป

ใครๆ ก็ทำโมบายแอพได้แล้ว “Thunkable X” โปรแกรม DIY พร้อมใช้ 0 3932

Thunkable แพลตฟอร์มที่ทำให้ทุกคนสามารถสร้างโมบายแอพพลิเคชั่นเป็นของตัวเองในรูปแบบเนทีฟ แอพ (native app) ได้ประกาศเปิดตัว Thunkable X ในวันนี้

Thunkable X เป็นโปรแกรมสร้างแอพที่สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์ม นั่นหมายความว่า ทุกแอพที่พัฒนาด้วย Thunkable X จะสามารถทำงานได้ทั้งบนอุปกรณ์มือถือระบบแอนดรอยด์และ iOS

“แต่เดิม การสร้างแอพหนึ่งแอพต้องใช้เงินนับแสนดอลลาร์ และทีมวิศวกรสองทีม ทีมหนึ่งสำหรับระบบแอนดรอยด์ ส่วนอีกทีมสำหรับระบบ iOS แต่ขณะนี้ non-coders ก็สามารถพัฒนาแอพของตนเองบนแพลตฟอร์มหนึ่งได้อย่างง่ายดาย และแอพเหล่านี้จะทำงานได้ทั้งบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ ไอโฟน และไอแพด” นายอรุณ ไซกาล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Thunkable กล่าว

ข้อมูลของฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช พบว่า ตลาดสำหรับแพลตฟอร์มแบบ low code/non code จะมีมูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2020 และในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ Thunkable ก็พร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดโลกในการสร้างแอพด้วยฝีมือตัวเอง

ปัจจุบัน มีผู้ใช้แพลตฟอร์ม Thunkable มากกว่า 500,000 รายที่สร้างแอพมากกว่า 1 ล้านแอพแล้ว และแอพที่ถูกพัฒนาขึ้นบน Thunkable นั้น มีจำนวนผู้เข้าใช้งานเป็นประจำทุกเดือน (MAU) มากกว่า 16 ล้านรายใน 195 ประเทศ

สิ่งที่ทำให้ Thunkable โดดเด่นในแวดวง no-code/low-code คือโปรแกรมลากและวางแบบวิชวล รวมทั้งภาษาที่ง่าย ไม่ว่าใครก็ใช้ได้ แต่ก็ยังทรงอานุภาพ และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ จึงเหมาะสำหรับการสร้างแอพที่แตกต่างไปจากแอพอื่น ๆ ที่พัฒนาโดยวิศวกรซอฟต์แวร์ โดยวิธีการนี้ได้รับการคิดค้นโดยคณะนักวิจัยของกูเกิล และ MIT ซึ่งเป็นสถาบันที่บ่มเพาะและให้กำเนิด Thunkable

“ผู้คนหลายพันล้านคนมีสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มีวิศวกรเพียงแค่หยิบมือที่สามารถสร้างโปรแกรมในสมาร์ทโฟนได้ เราจึงมุ่งเน้นในการทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกคนมีอำนาจในการสร้างเทคโนโลยีบนมือถือของตนเองได้” นายเหว่ยหัว เจมส์ ลี ผู้ร่วมก่อตั้งและซีทีโอของ Thunkable กล่าว

ผู้ใช้ Thunkable สามารถเลือกลูกเล่นและการรวมระบบที่หลากหลายสำหรับแอพของพวกเขา ซึ่งรวมถึง Google Maps, Microsoft Image Recognition, ระบบจ่ายเงินผ่าน Stripe และ API อื่น ๆ

จนถึงปัจจุบัน Thunkable สามารถระดมทุนได้ 3.3 ล้านดอลลาร์จาก Lightspeed Venture Partners, NEA, SV Angel, Y Combinator, PJC, Mandra Capital, Joe Montana’s Liquid 2 Ventures และ ZhenFund