ใครๆ ก็ทำโมบายแอพได้แล้ว “Thunkable X” โปรแกรม DIY พร้อมใช้ 0 4532

Thunkable แพลตฟอร์มที่ทำให้ทุกคนสามารถสร้างโมบายแอพพลิเคชั่นเป็นของตัวเองในรูปแบบเนทีฟ แอพ (native app) ได้ประกาศเปิดตัว Thunkable X ในวันนี้

Thunkable X เป็นโปรแกรมสร้างแอพที่สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์ม นั่นหมายความว่า ทุกแอพที่พัฒนาด้วย Thunkable X จะสามารถทำงานได้ทั้งบนอุปกรณ์มือถือระบบแอนดรอยด์และ iOS

“แต่เดิม การสร้างแอพหนึ่งแอพต้องใช้เงินนับแสนดอลลาร์ และทีมวิศวกรสองทีม ทีมหนึ่งสำหรับระบบแอนดรอยด์ ส่วนอีกทีมสำหรับระบบ iOS แต่ขณะนี้ non-coders ก็สามารถพัฒนาแอพของตนเองบนแพลตฟอร์มหนึ่งได้อย่างง่ายดาย และแอพเหล่านี้จะทำงานได้ทั้งบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ ไอโฟน และไอแพด” นายอรุณ ไซกาล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Thunkable กล่าว

ข้อมูลของฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช พบว่า ตลาดสำหรับแพลตฟอร์มแบบ low code/non code จะมีมูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2020 และในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ Thunkable ก็พร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดโลกในการสร้างแอพด้วยฝีมือตัวเอง

ปัจจุบัน มีผู้ใช้แพลตฟอร์ม Thunkable มากกว่า 500,000 รายที่สร้างแอพมากกว่า 1 ล้านแอพแล้ว และแอพที่ถูกพัฒนาขึ้นบน Thunkable นั้น มีจำนวนผู้เข้าใช้งานเป็นประจำทุกเดือน (MAU) มากกว่า 16 ล้านรายใน 195 ประเทศ

สิ่งที่ทำให้ Thunkable โดดเด่นในแวดวง no-code/low-code คือโปรแกรมลากและวางแบบวิชวล รวมทั้งภาษาที่ง่าย ไม่ว่าใครก็ใช้ได้ แต่ก็ยังทรงอานุภาพ และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ จึงเหมาะสำหรับการสร้างแอพที่แตกต่างไปจากแอพอื่น ๆ ที่พัฒนาโดยวิศวกรซอฟต์แวร์ โดยวิธีการนี้ได้รับการคิดค้นโดยคณะนักวิจัยของกูเกิล และ MIT ซึ่งเป็นสถาบันที่บ่มเพาะและให้กำเนิด Thunkable

“ผู้คนหลายพันล้านคนมีสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มีวิศวกรเพียงแค่หยิบมือที่สามารถสร้างโปรแกรมในสมาร์ทโฟนได้ เราจึงมุ่งเน้นในการทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกคนมีอำนาจในการสร้างเทคโนโลยีบนมือถือของตนเองได้” นายเหว่ยหัว เจมส์ ลี ผู้ร่วมก่อตั้งและซีทีโอของ Thunkable กล่าว

ผู้ใช้ Thunkable สามารถเลือกลูกเล่นและการรวมระบบที่หลากหลายสำหรับแอพของพวกเขา ซึ่งรวมถึง Google Maps, Microsoft Image Recognition, ระบบจ่ายเงินผ่าน Stripe และ API อื่น ๆ

จนถึงปัจจุบัน Thunkable สามารถระดมทุนได้ 3.3 ล้านดอลลาร์จาก Lightspeed Venture Partners, NEA, SV Angel, Y Combinator, PJC, Mandra Capital, Joe Montana’s Liquid 2 Ventures และ ZhenFund

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4289

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4859

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561