VIVO ชวนออกสเต็ป ฉลองแข่งขันฟุตบอลโลก อวดลีลาที่ #PassTheSwag 0 3569

Vivo แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก รวมแฟนฟุตบอลและแฟนเพลงทั่วโลกเป็นหนึ่งเดียว ผ่านการออกสเต็ปท่าเต้นเพื่อสร้างโมเมนต์สนุกและน่าจดจำประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

Vivo แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโลก Vivo #PassTheSwag ที่จะเชิญชวนแฟนฟุตบอลและแฟนเพลงจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมกันสร้างสรรค์ท่าเต้น พร้อมสร้างช่วงเวลาน่าประทับใจสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

แคมเปญนี้จะนำผู้คนมารวมกันเป็นหนึ่งผ่านการเต้น ซึ่งถือเป็นภาษาสากล โดยออกสเต็ป วาดลวดลายตามท่วงทำนองสุดเร้าใจของเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย อย่าง ‘Live it Up’ ซึ่งได้ Nicky Jam, Will Smith และ Era Istrefi มาร่วมกันขับร้อง Vivo หวังว่าจะช่วยให้แฟน ๆ ได้เก็บเกี่ยวความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน และแสดงความเป็นตัวตนผ่านทาง Vivo #PassTheSwag ในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของแบรนด์ในการสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับระบบเสียงคุณภาพ ประสบการณ์การถ่ายภาพที่ดีที่สุด และเทคโนโลยีล้ำสมัย

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวแคมเปญดังกล่าว Vivo ขอเชิญชวนแฟน ๆ จากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมกันแชร์คลิปวิดีโอของตัวเองในขณะกำลังวาดลวดลาย #PassTheSwag ประกอบเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกลงบนสื่อสังคมอออนไลน์ ขณะเดียวกัน แฟน ๆ ที่รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกแบบสด ๆ ถึงขอบสนาม ยังสามารถโชว์ลีลา #PassTheSwag ระหว่างการแสดง Vivo Super DJ Show ซึ่งจะจัดขึ้นในการแข่งขันทั้ง 64 นัดตลอดทัวร์นาเมนต์ด้วย

ไมเคิล ชาง ผู้อำนวยการแบรนด์ ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศของ Vivo กล่าวถึงการเปิดตัวแคมเปญดังกล่าวว่า “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ คือสังเวียนการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลโลก อีกทั้งยังเป็นงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ที่นำผู้คนจากทั่วโลกมารวมกัน ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2018 เราจึงขอเชิญชวนแฟนบอลมาร่วมสนุก โดยนอกจากเป็นผู้ชมแล้ว ทุกคนยังสามารถเป็นผู้มีส่วนร่วมและเป็นผู้สร้างสรรค์ช่วงเวลาอันแสนพิเศษ พร้อมแบ่งปันให้เห็นและตราตรึงในความทรงจำตลอดไป”

“เราได้เห็นกันอยู่แล้วว่า เพลงและการแสดงสามารถไปด้วยกันได้กับกีฬา และเมื่อสองสิ่งนี้มาเข้าคู่กัน ก็จะสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่ง #PassTheSwag ก็จะทำให้แคมเปญ ‘My Time, My FIFA World Cup’ ของเรามีชีวิตชีวาขึ้น ด้วยการสร้างความตื่นเต้นให้กับทุกคน และเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลโลก ผ่านความสนุกสนานและการออกสเต็ปที่สะดุดสายตา” ชางกล่าวเสริม

Vivo #PassTheSwag เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Vivo Super Time ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมดนตรีอย่าง Vivo Super DJ Show ในทุกแมตช์การแข่งขัน และ Vivo Super Time ระหว่างการแสดงประกอบเพลงประจำการแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศ รวมไปถึงโครงการภาพถ่าย Vivo Super Fan ที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลที่ผ่านการคัดเลือกได้เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศถึงขอบสนาม ในสนาม และระหว่างการฝึกซ้อมอุบอุ่นร่างกาย พร้อมแบ่งปันช่วงเวลาสุดพิเศษเหล่านี้กับแฟนบอลทั่วโลก ทั้งนี้ Vivo Super Time เป็นส่วนของแคมเปญฟุตบอลโลก “My time, My FIFA World Cup” ของแบรนด์ Vivo ด้วยเช่นกัน

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชวนชมการประกวดวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2562 0 4932

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอเชิญร่วมชื่นชมความสามารถ และเป็นกำลังใจให้เด็กและเยาวชนไทย ในการประกวดวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2562 ในวันที่ 17-20 มกราคม 2562 ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ร่วมสร้างพลัง และแรงบันดาลใจให้เด็กไทยก้าวไกลสู่สากล

 

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 0 5107

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 สอดรับองค์การสหประชาชาติ มุ่งสร้างอาหารปลอดภัยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ซินเจนทา ตอกย้ำจุดยืนตามแนวคิดองค์การสหประชาชาติ เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรผลิตอาหารปลอดภัยป้อนประชากรโลก ควบคู่กับการดูแลรักษาโลก พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการสร้างอุดมการณ์เดียวกัน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา บริษัทชั้นนำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทฯ วางแนวทางการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร และเทคโนโลยีการอารักขาพืชส่งเสริมและสนับสนุนให้กับภาคการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง เหมาะสม เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้ดีขึ้น อาทิ คุณภาพดินและน้ำ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ที่ได้ดำเนินงานไปในปีที่ผ่านมา นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในปีนี้อีกด้วย

สำหรับแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ของซินเจนทา ประกอบด้วย 6 ด้าน ดังนี้ 1. การเพิ่มศักยภาพผลผลิต โดยการใช้พื้นที่และน้ำเท่าเดิม 2. การรักษาพื้นที่เพาะปลูกให้มีความอุดมสมบูรณ์ 3. การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้มีสภาพสมบูรณ์ 4.การเพิ่มความสามารถแก่เกษตรกรรายย่อย 5. การให้ความรู้แก่เกษตรกรให้ใช้สารฯ อย่างปลอดภัย 6. การดูแลสวัสดิการของแรงงานทางภาคการเกษตร

หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวต่อว่า จากแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีนี้ ยังได้สอดรับกับเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติด้วยเช่นกัน เพื่อพัฒนาให้ครบทุกมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยทางซินเจนทาเอง มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า แผนการดำเนินงานดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารปลอดภัยให้เพียงพอกับความต้องการของประชากรโลกได้เท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องรักษาโลกของเราให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเกษตรกรต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

“ในปีนี้ เราได้วางแผนที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการอาหาร ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร องค์กรไม่แสวงผลกำไร และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างอุดมการณ์ร่วมกันในการพัฒนาภาคการเกษตร อีกทั้งยังพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ในการพัฒนาภาคการเกษตรให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาโลกต่อไป” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป