VIVO ชวนออกสเต็ป ฉลองแข่งขันฟุตบอลโลก อวดลีลาที่ #PassTheSwag 0 3344

Vivo แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก รวมแฟนฟุตบอลและแฟนเพลงทั่วโลกเป็นหนึ่งเดียว ผ่านการออกสเต็ปท่าเต้นเพื่อสร้างโมเมนต์สนุกและน่าจดจำประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

Vivo แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโลก Vivo #PassTheSwag ที่จะเชิญชวนแฟนฟุตบอลและแฟนเพลงจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมกันสร้างสรรค์ท่าเต้น พร้อมสร้างช่วงเวลาน่าประทับใจสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

แคมเปญนี้จะนำผู้คนมารวมกันเป็นหนึ่งผ่านการเต้น ซึ่งถือเป็นภาษาสากล โดยออกสเต็ป วาดลวดลายตามท่วงทำนองสุดเร้าใจของเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย อย่าง ‘Live it Up’ ซึ่งได้ Nicky Jam, Will Smith และ Era Istrefi มาร่วมกันขับร้อง Vivo หวังว่าจะช่วยให้แฟน ๆ ได้เก็บเกี่ยวความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน และแสดงความเป็นตัวตนผ่านทาง Vivo #PassTheSwag ในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของแบรนด์ในการสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับระบบเสียงคุณภาพ ประสบการณ์การถ่ายภาพที่ดีที่สุด และเทคโนโลยีล้ำสมัย

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวแคมเปญดังกล่าว Vivo ขอเชิญชวนแฟน ๆ จากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมกันแชร์คลิปวิดีโอของตัวเองในขณะกำลังวาดลวดลาย #PassTheSwag ประกอบเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกลงบนสื่อสังคมอออนไลน์ ขณะเดียวกัน แฟน ๆ ที่รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกแบบสด ๆ ถึงขอบสนาม ยังสามารถโชว์ลีลา #PassTheSwag ระหว่างการแสดง Vivo Super DJ Show ซึ่งจะจัดขึ้นในการแข่งขันทั้ง 64 นัดตลอดทัวร์นาเมนต์ด้วย

ไมเคิล ชาง ผู้อำนวยการแบรนด์ ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศของ Vivo กล่าวถึงการเปิดตัวแคมเปญดังกล่าวว่า “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ คือสังเวียนการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลโลก อีกทั้งยังเป็นงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ที่นำผู้คนจากทั่วโลกมารวมกัน ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2018 เราจึงขอเชิญชวนแฟนบอลมาร่วมสนุก โดยนอกจากเป็นผู้ชมแล้ว ทุกคนยังสามารถเป็นผู้มีส่วนร่วมและเป็นผู้สร้างสรรค์ช่วงเวลาอันแสนพิเศษ พร้อมแบ่งปันให้เห็นและตราตรึงในความทรงจำตลอดไป”

“เราได้เห็นกันอยู่แล้วว่า เพลงและการแสดงสามารถไปด้วยกันได้กับกีฬา และเมื่อสองสิ่งนี้มาเข้าคู่กัน ก็จะสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่ง #PassTheSwag ก็จะทำให้แคมเปญ ‘My Time, My FIFA World Cup’ ของเรามีชีวิตชีวาขึ้น ด้วยการสร้างความตื่นเต้นให้กับทุกคน และเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลโลก ผ่านความสนุกสนานและการออกสเต็ปที่สะดุดสายตา” ชางกล่าวเสริม

Vivo #PassTheSwag เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Vivo Super Time ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมดนตรีอย่าง Vivo Super DJ Show ในทุกแมตช์การแข่งขัน และ Vivo Super Time ระหว่างการแสดงประกอบเพลงประจำการแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศ รวมไปถึงโครงการภาพถ่าย Vivo Super Fan ที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลที่ผ่านการคัดเลือกได้เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศถึงขอบสนาม ในสนาม และระหว่างการฝึกซ้อมอุบอุ่นร่างกาย พร้อมแบ่งปันช่วงเวลาสุดพิเศษเหล่านี้กับแฟนบอลทั่วโลก ทั้งนี้ Vivo Super Time เป็นส่วนของแคมเปญฟุตบอลโลก “My time, My FIFA World Cup” ของแบรนด์ Vivo ด้วยเช่นกัน

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กรมการค้าภายในเร่งพัฒนาสินค้าอินทรีย์ไทย 0 4806

กรมการค้าภายในจัดงาน ORGANIC SELECT งานแสดงและจำหน่ายสินค้าอินทรีย์และธรรมชาติเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยยกระดับเข้าสู่งานระดับนานาชาติ

นางสาวสุทัศนีย์ ราชเรืองระบิน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมอินทรีย์ ประมาณ 0.357 ล้านไร่ เป็นลำดับที่ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากอินโดนิเชีย และฟิลิปปินส์ ในขณะที่มีการบริโภคสินค้าอินทรีย์สูงถึงประมาณ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดภายในประเทศ 900 ล้านบาท และตลาดต่างประเทศ 2,100 ล้านบาท

โดยตลาดอินทรีย์ในภูมิภาคยุโรปเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย มูลค่าการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 0.07 ของมูลค่าตลาดโลก ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสขยายตลาดเกษตรอินทรีย์อีกมากทั้งการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก กรมการค้าภายใน ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจและบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดตลาดเกษตรอินทรีย์ตามแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการตลาดสินค้าอินทรีย์ ปี 2560-2564 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ไทยเป็นผู้นำด้านการผลิต การค้า และการบริโภคสินค้าอินทรีย์ในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ทางกรมฯได้จัดงาน “ORGANIC SELECT” ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การค้า เจเจ มอลล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร/ผู้ประกอบการอินทรีย์ไทย และเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเข้าสู่งานระดับนานาชาติ BIOFACH Southeast Asia 2019 และ NATURAL EXPO Southeast Asia 2019 ซึ่งกรมฯ จะจัดร่วมกับบริษัท นูเรมเบิร์ก เมสเซ่ จำกัด ประเทศเยอรมนี ช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2562

“การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจเข้าสู่ประเทศได้นั้น ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนควรร่วมกันปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง หมายรวมถึงภาคประชาชนในประเทศที่มีส่วนสำคัญอย่างมาก ตลาดสินค้าอินทรีย์ของไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ซึ่งมีผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราจะก้าวไปสู่ตลาดในภูมิภาคและของโลกได้อย่างแน่นอน” รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเสริม

หมอพืช ซินเจนทา สนับสนุนนโยบายรัฐ สานฝัน วันอาหารโลก 0 7789

ซินเจนทา ขอบคุณ เกษตรกรไทยทุกคน ผู้ผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งโลก พร้อมเคียงข้างเกษตรกรไทย นำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน จัดการฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรผลิตอาหารได้อย่างยั่งยืน

อาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา กล่าวเนื่องใน วันอาหารโลก ประจำปี พ.ศ. 2561 ว่า “ซินเจนทา ในฐานะเป็นองค์กรชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์พืช และส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอต่อความต้องการ และต้องทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าอาหารที่บริโภคนั้นมีความปลอดภัย ตั้งแต่ระบบการผลิตวัตถุดิบจากแปลงเกษตรกร จนถึงอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ด้วยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่อาหาร”

ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความกังวลใจเรื่องสารตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร แต่เมื่อนำหลักวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD มาประเมินความเสี่ยงร่วมกับการบริโภคอาหารแต่ละชนิดในแต่ละวันตลอดชั่วอายุขัยของคนไทยแล้ว พบว่าค่ามาตรฐาน MRLs หรือ ค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุดที่สามารถมีได้ กำหนดไว้ต่ำกว่าจุดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็น 100 เท่าในผู้ใหญ่ และ 1,000 เท่าในเด็ก

กรณีที่พบว่า ผลผลิตมีสารตกค้างเกินค่า MRLs ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า ค่าตัวเลขที่เกินนั้น เกินจุดที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ และบริโภคผลผลิตนั้นซ้ำหรือต่อเนื่องทุกวันหรือไม่ ทั้งนี้ สามารถนำตัวเลขที่ตรวจพบมาวิเคราะห์และพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ในประเทศไทย ก็มีหน่วยงานภาครัฐที่คอยติดตาม กำกับ ดูแล เฝ้าระวัง พืชผัก อาหาร ผลไม้ และประเมินความเสี่ยงต่อการบริโภคของคนไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพบว่า ปัจจุบัน ยังสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้คนในสังคมและวิทยาศาสตร์

ขณะเดียวกัน การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกในการใช้สารฯ อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสูงสุด เป็นวิธีการปฏิบัติที่ทุกประเทศทั่วโลกยอมรับว่า จะช่วยลดปริมาณการใช้สารฯ ลดความเสี่ยงและอันตรายต่าง ๆ รวมถึง จะช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคได้ด้วย

“ซินเจนทา พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้ากับทุกภาคส่วน เพื่อใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างความมั่นคง ความปลอดภัยทางอาหาร ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริมเกษตรไทยให้เข้มแข็งต่อไป ดังคำกล่าวขององค์การสหประชาชาติ ที่กล่าวว่า “We can’t have a secure future of food if we don’t support our farmers. They are our hero” เกษตรกร คือ วีรบุรษตัวจริงของวันอาหารโลก” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป